สวัสดีจ้าชาว Dek-D.com มาอีกหนึ่งคณะในฝันของใครหลายๆ คนค่ะ กับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ครั้งนี้ฝ้าย แห่งโครงการ BRAND'S Admision Reality ปี 3 ได้ทำทีมเพื่อนๆ เด็กแอดฯ 55 ที่ฝันจะเข้าคณะนี้ ไปทัวร์กันแบบเห็นจริง เรียนจริง สัมผัสจริง จากเหล่ารุ่นพี่นิสิตตัวจริง!!
บรรยากาศการตะลุยทัวร์ครั้งนี้เต็มไปด้วยเสียงฮาค่ะ เพราะเหล่าพี่ๆ นิสิตอารมณ์ดีกันทั่วหน้า เรียกว่าทัวร์ไปฮาไปค่ะ ซึ่งพี่ๆ เค้าก็จัดเต็มให้น้องๆ ทุกเรื่อง ทั้งไปดูสถานที่เรียน พาไปเรียนร่วมกับพี่ปี 1 ด้วย ประหนึ่งว่าติดแล้ว มาเป็นนิสิตปี 1 คณะนี้ ก็ต้องเรียนวิชานี้
แล้วยังพาไปชมสถานที่สำคัญและจำเป็นกับเด็กคณะเศรษฐศาสตร์ อย่างการพาไปดูห้องสมุดสุดฮิต แถมยังพาตะลุยนั่งรถป๊อบรอบมหาวิทยาลัย และพาไปไหว้อนุสาวรีย์สองรัชกาล ขอกำลังใจและขอให้แอดฯ ติดตามที่ฝันด้วย บรรยากาศจะเป็นยังไง ไปดูกันเลยค่ะ
รุ่นพี่ที่มาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นตลอดทริป
จัดหนัก!! มาถึงพาไปลองเรียนกันพี่ปี 1 กันเลย
ฝ้ายดูตั้งใจฟังมากๆ
อ๋อ!! แบบนี้นี่เอง!!!
เด็กๆ เข้าใจที่อาจารย์สอนไหมคะ??
พี่ๆ เองก็ตั้งใจเรียนไม่แพ้กันนะเนี่ย
อีกหนึ่งหลักสูตรที่น่าสนใจ กับหลักสูตร EBA หรือ ภาคอินเตอร์ค่ะ
ไปดูห้องสมุดที่มีเรื่องเล่าสนุกๆ ว่าถ้าลุกไปจากโต๊ะ อาจเสียโต๊ะที่จองไปได้นะคะ!!
(วางของจองไว้ก็ไม่ได้นะ)
รุ่นพี่ให้คำปรึกษา และคำแนะนำเรื่องการเรียน การปรับตัว ฯลฯ
น้องๆ สนใจกันมาก (ยิ่งกว่าตอนเลคเชอร์เรียนในห้องอีก ฮ่า)
ตะลุยรอบมหาวิทยาลัย จะเดินไปคงลำบาก
ขึ้นรถป๊อบของชาวจุฬาฯ ไปทัวร์กันดีกว่า
ไกด์ทัวร์โดยรุ่นพี่ ที่เล่าที่มาของแต่ละสถานที่ได้สนุกมาก
ระหว่างทางเดินไปกับรุ่นน้อง ก็พุดคุยกันอย่างเป็นกันเองค่ะ
ไหว้อนุสาวรีย์พระบรมรูปสองรัชกาล เพื่อความเป็นสิริมงคล
รุ่นพี่ แอ๊บแบ๊วกับรุ่นน้อง (น่ารักอ่ะ)
มอบของที่ระลึกเพื่อเป็นการขอบคุณรุ่นพี่ที่เสียสละเวลาพาทัวร์สนุกๆ ครั้งนี้
กรี๊ดๆ ถ่ายรูปคู่กับพี่แก๊ป จุฬาคฑากรเมื่อสองปีก่อน
จะแอดมิชชั่นเข้าคณะไหน ก็ขอให้ติดกันทุกคน สู้ๆๆๆ
เสร็จสิ้นกิจกรรมวันนั้น ขอบอกว่า ทั้งได้ความรู้ ได้สาระแบบฮากรามค้างกันเลยค่ะ กับพี่ๆ ที่สุดจะฮา จนทำเอาน้องๆ ที่ไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้ อยากจะเข้าไปเป็นรุ่นน้องกันสุดใจ ต้องขอขอบคุณคณาจารย์ และคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่ให้น้องๆ ได้มีโอกาสได้เป็นเยี่ยมชมกันในครั้งนี้
ครั้งหน้า ชาว Dek-D.com อย่าลืมติดตามคลิปบรรยากาศการทัวร์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ครั้งนี้กันนะคะ รับรองว่า ได้อรรถรส และมันส์ยิ่งกว่าภาพนิ่งวันนี้แน่นอน
|
26 ความคิดเห็น
พี่ๆ ดูน่ารักและเป็นกันเองมากๆ!! >//////////<
สู้โว้ยยยยยยยย!!
มีฝันแล้วต้องทำตามมันให้ถึงที่สุด!
55555
โฮก กก อยากดูคลิปๆ
เคนส์ให้รัฐบริหารและกำกับราคาแต่คลาสสิคให้การแข่งขันเป็นกลไกควบคุมราคา อะไรที่เอกชนทำไม่ได้จึงให้รัฐทำร่วมแชร์กันได้ กลไกควบคุมเอกชนคือการแข่งขันบวกกำไรดอกเบี้ยค่าจ้างประมูลงานน้อยกว่าคู่แข่ง นโยบายการเงินการคลังก็เป็นกลไกควบคุมด้วย การแข่งขันทางการเมืองก็เป็นกลไกเช่นกันคือฮั้วกันไม่ได้ เพราะถ้าฮั้วกันก็ต้องให้ประชาชนและผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกพรรคทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายค้านทั้งหมดฮั้วด้วย ประมาทความรู้ประชาชนไม่ได้แล้ว หน้าที่ฝ่ายค้านคือเข้มงวดกวดขันและเปิดอภิปรายฝ่ายบริหาร ตรวจสอบบัญชีก็ไล่เบี้ยตั้งแต่เบิกจ่ายบัญชีคลังสองได้ทุกจังหวัด หลักประกันฮั้วกันไม่ได้อีกข้อคือฝ่ายค้านเงินเดือนน้อยกว่า กลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกก็เสียเปรียบการประมูลไม่รู้วันประมูลจัดหาเงินทุนไม่ทัน คอรัปชั่นดูจากราคาตลาดบริโภคเป็นหลัก ขอถามเหตุผลข้อหนึ่งว่าวิชาพื้นฐานบังคับทำไมไม่มีวิชาบัญชีเล่มหนึ่ง จึงพลาดเรื่องการตรวจสอบ .
ชี้แจงกรณีมีหลายท่านเข้าใจผิดว่าอเมริกาทำไมถึงไม่มีทุนสำรองเงินเทศ ชี้แจงดังนี้ 180ประเทศมีตลาดใหญ่
อยู่ที่อเมริกา ทั่วโลกให้นามเขาเป็นผู้นำการค้าโลก อายุเขาได้เอกราชประมาณ240ปี หลังสงครามโลกครั้งที่1,2
เขากลับเป็นผู้เริ่มต้นการค้าโลกรายใหญ่ก่อน มีอังกฤษร่วมเป็นบัดดี้ เขาเป็นผู้ซื้อผู้ลงทุนก่อน โดยใช้สกุลเงิน&
ซึ่งทั่วโลกให้การยอมรับค่าเงินเขาแข็ง ได้มาก็จ่ายออกไป เป็นหลักประกันการชำระหนี้อันดับหนึ่ง อุปมาสกุลเงิน
&เป็นทุนสำรองเงินตราต่างประเทศนั่นเอง อย่าลืมว่าประเทศใดไม่ควบคุมปริมาณเงินของตน ถ้าพิมพ์เกินมูลค่า
gdp หรือไม่อยู่ในกรอบ-ส่วนกับทุนสำรองเงินเทศ60%จาก พ.ร.บ.เงินตรา2501มาตรา30 จะส่งผลร้ายต่อประเทศของตนคือเงินหมนเวียนปล่อยกู้ให้กับภาคร้ฐและเอกชน ไปนำเข้าปัจจัยการผลิตขาดดุลยับ ตัวขาดดุลก็
จะไปหักลบกับรายรับ gdpรวม สถิติอัตราการเติบโตส่วนที่เพิ่มขึ้นในปีนั้นก็ลดลงนั่นเอง
วิธีทำต้นทุนรายจ่ายให้ต่ำเรื่องหนึ่งคือนำ ก.ฟ.ผ.เข้าตลาด พิสูจน์ดังนี้ ยกตัวอย่าง ป.ต.ท.ราคาหุ้น500บาทจ่ายปันผล20บาทต่อปีเท่ากับ4%ต่อปี แต่ถ้าอยู่นอกตลาด ส่วนหนึ่งของงบลงทุนมาจากการกู้ยืมจำเป็นต้องเสนอผล
ตอบแทนให้เอกชนสูงไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครมาให้กู้ รัฐจึงกำหนดดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคีระยะสั้น1วัน
ปัจจุบัน1.50%ต่อวัน ทำเป็นปีเอา365วันคูณเข้าไป เงินกู้ทบต้นทุกวันจนกว่าจะได้ตามที่รัฐต้องการ รัฐมีรายจ่าย
จัดซื้อจัดจ้างทุกวัน รายจ่ายเปรียบเทียบต่างกันมากๆ ข้อเสนอคือถ้านำ ก.ฟ.ผ.เข้าตลาด ค่าไฟฟ้าต่ำลงทั้ง 5
แสนนิติบุคคลแน่นอน ช่วงเปิดจองหุ้นไม่ต้องกลัวว่าหุ้นตัวอื่นจะตกจากการเทขายมาซื้อตัวนี้เพราะหลักดีมานด์
ซัพฟลาย ถ้าซัพฟลายต่ำกว่าดีมานด์เมื่อไหร่ก็จะมีการเพิ่มทุนทันที ต่างชาติเห็นปัจจัยบวกก็เข้ามาเสริมทุนท้นทีเช่นกัน พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีกลไกกติกาควบคุมนายทุนทั้งในและนอก อ้าง
อิง www.ธนาคารแห่งประเทศไทย(ข้อมูลสถิติ)fm-rt-001-s2อัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืน เว็บนี้มีบอกชนิดประเภทพันธบัตร เว็บอื่นไม่มีบอก คนที่มีเงิน10ล้านถึงหมื่นล้านบาทเงินเขาไม่อยู่ในบ้านแต่หมุนอยู่กับการจ้างงานในตลาดเงินตลาดทุนตลาดพาณิชย์และงบประมาณรายจ่ายสร้างงานภาคร้ฐสาธารณูประการประโภคตลอดเวลา บริหารสภาพคล่องบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องเท่านั้น สวัสดิการณ์ช่วยคนจนทุกประเภทก็เป็นการบริหารสภาพคล่องจุดหนึ่ง ทำให้พ่อค้าขายของได้มีเงินชำระภาษีตามเงื่อนเวลาไม่ผิดนัดชำระหนี้ เงินหมุนเวียน
คืนคลัง การบริหารความเสี่ยงเรื่องหนึ่งคือ ขออ้างอิง พ.ร.บ.การบริหารธนาคารพาณิชย์2522 กำหนดห้ามถือหุ้น
เกิน5% คนตั้งราคาสินค้าและบริการคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กำไรดอกเบี้ยที่จะบวกเข้าไปในราคาสินค้าคำนึงถึงทุนตัวเองก่อนเสมอต้องคุ้มทุน ดังนั้นกลไกควมคุมตลาดแข่งขันเขาใช้ราคาทำงาน ใครทำราคาถูกก็ได้ตลาด งานประมูลภาครัฐใครคิดราคาต่ำกว่า ร้ฐก็จ่างรายนั้น ตลาดที่มีการแข่งข้นสูงเขาจึงแชร์กัน ของถูก เงินบาทก็จะมีอำนาจซื้อสูงขึ้น อัตราภาษีก้าวหน้าของ อดัม สมิท ก็เป็นกลไกควบคุมตัวสำคัญตัวหนึ่ง .
อ้างอิงหนังสือ international financial statistics เล่มรายปีย้อนหลังให้15ปี เล่มปี2002ย้อนให้30ปี พิสูจน์อัตราการเจริญเติบโตทั้ง180ประเทศได้ ดูผลต่างจาก g.d.p.,export,import สังเกตุเห็น อเมริกา อังกฤษ ขาดดุล45
ปีย้อนหลังจากปัจจุบัน ยกตัวอย่างอเมริกาส่งออก1ล้าน นำเข้า1.2ล้านขาดดุล2แสน แต่สร้างงานรวมได้g.d.p.
8ล้าน อุุปมา7ล้านบริโภคในประเทศ ดังนั้นประเทศที่ขาดดุลไม่ได้ถูกเอาเปรียบ ขาดดุลมากก็นำไปหักลบรายรับรวม ส่วนประเทศที่เกินดุลไม่ได้เอาเปรียบประเทศที่ขาดดุลเพราะอุปมาปลายปียอดเงินคงเหลือสินค้าคงคลังจะถูกโยกย้ายไปใช้จ่ายในปีหน้า ไม่มีประเทศใดเก็บส่วนเกินไว้ในประเทศ ถ้าเก็บไว้ก็เท่ากับทำร้ายตัวเองคือส่งออกทรัพยากรได้เงินกระดาษเงินโลหะ แล้วนำมาเก็บไว้ในบ้านดูแล้วไม่ถูกต้อง ทั่วโลกขาดปัจจัยภายนอกไม่ได้
การค้าโลกคือการแลกเปลี่ยนปัจจัยกันและกัน ต่างก็กลัวการคว่ำบาตรกันทั้งนั้น อุปมาจีนส่งออก2แสนล้านก็ต้องนำเข้า2แสนล้านเช่นกัน ดังนั้นขึ้นอยู่กับผู้บริหารแต่ละประเทศที่จะใช้นโยบายเกินดุล ขาดดุล หรือสมดุลและจะใช้กลไกควบคุมแบบสังคมนิยม แบบทุนนิยม หรือแบบผสม ตามความเหมาะสมสภาพภูมิศาสตร์ อ้างอิงหนังสือ
เศรษศาตร์จุลภาค1 เป็นตัวบอกที่มาของรายรับรวมมูลค่า m.p.(marginal product)และ m.p.p. สามารถนำไปใช้เปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มค้าบริการได้ อุปมากู้ปลาทู1ตัวชำระดอกเบี้ย200ตัวปลาทูวางไข่ 3
หมื่นฟองเลี้ยงบ่ออนุบาลอยู่รอด3หมื่นตัว m.p.=3หมื่นต่อ1
อ้างอิงเศรษศาตร์มหภาค1 พิสูจน์ได้ว่าทุนสำรองเงินเทศไม่ได้เก็บไว้ในคลังในบ้านตัวเองแต่หมุนเวียนใช้งานตลอดเวลาโดยให้สังเกตุจากบัญชีดุลชำระเงินเทศ(balance of payment)มีบัญชีย่อย4บัญชีคือ 1ส่งออกนำเข้าและบริการ 2เงินโอนบริจาค 3ทุนโยคย้าย 4ทุนสำรองเงินเทศ บัญชีที่1เรียกว่าบัญชีเดินสะพัด
(current account) เป็นบัญชีเงินฝากกระแสรายวันนั่นเองเครดิตระยะสั้น1วันถึง1ปีเปิดบัญชีโดยทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้ง3บัญชีหักบวกลบกันตลอดเวลาจนเป็นบัญชีที่4 บัญชีเงินฝากกระแสรายวันแท้จริงคือบัญชีเงินกู้ประเภทใช้เงินสดเป็นหลักค้ำประกันเช่น ฝาก1ล้านเบิกเกินบัญชีได้3ล้าน คิดดอกเบี้ยเฉพาะส่วนที่เบิกเกิน2ล้าน การอนุมัติวงเงินสินเชื่อจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับดุลพินิจบริหารความเสี่ยงของผู้จัดการสาขานั้นๆ
พ.ร.บ.เงินตรา2501มาตรา30ข้อที่2และ3 สังเกตุให้ดีคำว่าหลักทรัพย์หมายถึงตั๋วเงินเช๊คดราฟซึ่งต้องเปิดมา
จากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันมาจากข้อ2 เงินทุนสำรองเงินเทศจึงเปรียบเป็นเงินต้นปัจจัยต้นทุนเปิดบัญชี
กับต่างประเทศเคลื่อนไหวตลอดเวลา 180ประเทศต่างฝ่ายต่างเปิดซึ่งกันและกัน เวลาคำนวณหนี้สาธารณะด้านต่างประเทศต้องนำหนี้ของลูกหนี้ต่างเทศมาหักลบด้วย หมายถึงหนี้ที่ถึงรอบชำระในปัจจุบัน
ต่างก็มีหนี้ระยะสั้น กลาง ยาวผูกพันธ์กันและกัน ลองอ่าน พ.ร.บ.เงินคงคลัง2491อีกหนึ่งเล่ม มีเงื่อนไขการนำเงินบาทจากคลัง2ไปซื้อเงินเทศเพื่อชำระหนี้ต่างเทศเมื่อบัญชีถึงรอบชำระภาครัฐ การปริวัติเงินตราเกิด
อ้างอิงเศรษศาตร์จุลภาคทุกสำนักเรื่อง m.p.(maginal product)และm.p.p. จากตารางตัวเลขบรรทัดบนแรก
ทั้งแถวเป็นการย่อส่วนจากภาคปฏิบัติที่เกิดขึ้นจริง ขอเสริมจากครั้งก่อนเท่านี้ครับ ชี้แจงปริวัติเงินตราดังนี้
อ้างอิงพจนานุกรมศัพเศรษศาตร์ บก.วันรักษณ์ มิ่งมณีนาคิน เรื่องที่1 pegged system เรื่องที่2 currency
convertibility . ผลต่างค่าเงินเป็นหลักประกันการชำระหนี้ระหว่างประเทศ อนุมานไทยขาดดุล1พันล้านบาท
เมื่อบัญชีถึงรอบชำระก็นำเงีนไปชำระ กรณีชาตินั้นยินดีรับสกุลเงินอ่อนเช่นอเมริกาก็นำเงินบาทชำระได้เลยแต่เมื่อเขาขายเงินบาทกลับยังไทย พันธะข้อที่8ของ i.m.f. กำหนดห้ามปฏิเสธการรับซื้อคืนสกุลเงินของตนจากประเทศคู่ค้าในบัญชีเดินสะพัดเมื่อได้รับการร้องขอ ดังนั้นจาก1$=30บาทจะเป็น31บาททันที ถ้าเขานำ
เงินบาทขายคืน1-9ร้อยล้านบาท ทศนิยมตัวที่1จะขยับอ่อนตัวลง ถ้าเป็น1-9สิบล้านบาท ทศนิยมตัวที่2จะขยับ ถ้าเป็น1-9ล้านบาท ทศนิยมตัวที่3จะขยับ มุมผกผันถ้าเราขายคืน$กลับบ้าง เงีนบาทก็จะแข็งค่าขึ้น
ผมเรียนรู้จากประมาณปี37-49 ทีวี9อสมท ข่าวเศรษฐกิจภาคค่ำเขารายงานทุกวันทำการตลาดใจความว่า
ภาวะการซื้อขายห้องค้าเงินตราต่างประเทศวันนี้ขาดดุล...ล้านบาทยังผลเงินบาทอ่อนตัวลง...บาท/$ และ
บางวันเกินดุลก็ยังผลเงินบาทแข็งตัว จึงทำให้รู้ถึงผลต่างการถ่วงน้ำหนักผลต่างของสกุลเงินนั่นเอง คุณมี
หนี้จากการขาดดุลยังผลเงินบาทอ่อนกว่าราคาดุลยภาพ คุณจะเสียเปรียบต้นทุนนำเข้าสินค้ารอบใหม่ทันที
จนกว่าคุณจะหา$ชำระคืนเขา คำว่าราคาดุลยภาพคือเหมาะสมไม่กระทบทั้งส่งออกและนำเข้า