มาดนิ่ง ปากหนัก ระเบิดลง 
บุคลิกของชายวัยวุ่น ที่ต้องลุ้นและเข้าใจ



        มุมเล็กๆ ของวัยรุ่นชายที่แสนสุขุม เท่ มีมาดล้านแปด แบบที่คนในบ้านต้องรับมือ เพราะเด็กชายตัวเล็กๆ แสนร่าเริงมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป คล้ายจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่กลับรู้สึกว่ากำลังดื้อเงียบ พูดอะไรก็ไม่ฟัง ถามอะไรก็ไม่ตอบ ให้แสดงความคิดก็ไม่พูดอะไร ปากหนักไปเสียอย่างนั้น พ่อและญาติผู้ชายคงพอเข้าใจดีว่าลูกชายที่มีมาดนิ่งนี้เป็นเรื่องปกติของผู้ชายที่เริ่มโต แต่บางทีวัยรุ่นชายที่ว่ากลับไม่ได้แค่นิ่งขรึม แต่บางทีก็หุนหันพลันแล่น ทำอะไรไม่คิด หรือจู่ๆ ก็แตกดับไปเสียเฉยๆ ก็มี ลักษณะแบบนี้คุณแม่หรือพี่น้องของวัยรุ่นชายอย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ นี่คืออีกลักษณะหนึ่งที่ทางจิตวิทยาเขาว่าไว้ในเรื่องของการรับรู้ทางเพศประการหนึ่งตามนี้ค่ะ



        เราทุกคนทราบว่าเพศชายกับเพศหญิงมีลักษณะที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการรับรู้ บางทีผู้หญิงก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเรื่องแค่นี้ผู้ชายถึงไม่รู้ กว่าจะรู้เรื่องกันก็โดนผู้หญิงประชดประชันใส่ และไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงไม่พูดตรงๆ แต่จริงๆ ไม่ใช่แต่ผู้หญิงที่พูดอะไรไม่ตรงนะคะ ผู้ชายก็พูดไม่ตรงอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่กับเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตทุกๆ วันแบบผู้หญิง แต่เป็นเรื่องอะไรก็ตามที่มันกระทบถึงศักดิ์ศรี ความสามารถ การแพ้ชนะนี่แหละค่ะ เริ่มตั้งแต่เป็นเด็กเลย เด็กชายหกล้มเจ็บ ก็จะไม่ร้องไห้ ไม่บอกว่าเจ็บ ก็ถ้าร้องไห้จะโดนผู้ใหญ่บอกว่า "เรื่องแค่นี้ ผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กัน" เป็นการพูดเชิงตำหนิ แต่ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงล้ม "ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย โอ๋ โอ๋ โอ๋" ผู้ใหญ่ก็ปลอบกันไปและไม่ว่าอะไรที่เด็กผู้หญิงจะร้องไห้




       
  
  นี่คือลักษณะประการหนึ่งที่บ่มเพาะให้ผู้ชายเป็นคนที่แสดงความรู้สึกได้ไม่เต็มที่ และอ่านท่าทางสีหน้าของคนรอบข้างไม่ค่อยได้ ซึ่งต่างจากผู้หญิงส่วนใหญ่ที่แค่อีกฝ่ายขยับหางตาก็รู้แล้วว่าคู่สนทนาอารมณ์ไหน ฮา ลักษณะที่ผู้ชายไม่ค่อยแสดงออกนั้น เป็นลักษณะที่เป็นปัญหายามได้ที่ต้องใช้ชีวิตผู้คนหลากหลาย โดยเฉพาะ แม่ตัวเอง เพื่อนต่างเพศ  หรือแฟนของตัวเอง ซึ่งเป็นลักษณะที่ผู้ชายทุกคนได้สั่งสมตั้งแต่ยังเป็นเด็กไม่ว่าชาติภาษาใดในทำนองเดียวกัน คือ ผู้ชายต้องไม่ขี้แย ไม่แสดงท่าทางหรืออารมณ์ให้คนอื่นรู้ว่าเราอ่อนแอ (พอไม่แสดงอ่อนแอ ก็เลยแสดงรุนแรงแทน) เด็กผู้ชายทุกคนจะได้รับการสอนไม่ว่าตรงหรืออ้อมจากผู้ใหญ่ว่า เป็นเพศที่แข็งแข็ง และต้องช่วยเหลือคนอ่อนแอกว่า นอกจากนี้จากการศึกษายังบอกอีกว่า พ่อแม่จะแสดงความรู้สึกกับลูกผู้หญิงมากกว่าลูกผู้ชาย เช่น กอด หอม ปลอบใจ หรือการให้กำลังใจแบบจริงๆ จัง ซึ่งถ้าสังเกตจริงๆ ก็จะเห็นว่า แม้แต่การชมเชยคนอื่นๆ สำหรับผู้ชายไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็เป็นเรื่องยากที่จะแสดงออกมาตรงๆ อย่างมากก็ "เออ เอ็งเก่ง" และตบหลังลูบหัวกันไป ซึ่งจริงๆ บางทีคนเราก็ต้องการคำชมเชยบ่อยๆ มากๆ เสียด้วย


หากลูกผู้ชายแสดงความรู้สึกมากเกินไป ก็จะถูกตำหนิ


        ยามเมื่อเกิดอะไรขึ้นผู้หญิงก็จะแสดงออกอย่างชัดเจน คือแสดงอาการทางกาย หรือคำพูดออกมา (แม้บางโอกาสจะพูดไม่ตรง หรือประชดประชันก็ตาม) ดังนั้น กว่าเด็กชายจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ เขาก็จะบ่มเพาะลักษณะที่ "ไม่แสดงอารมณ์" ออกมาอย่างไม่รู้ตัว  ข้อนี้จึงเป็นบุคลิกพิเศษที่แอบแฝงอยู่ในวัยรุ่นชายทุกคน  แต่อย่าลืมว่าผู้ชายก็เป็นมนุษย์มีความรู้สึกทุกอย่างเช่นเดียวกับผู้หญิง ดังนั้น การไม่แสดงออกทางอารมณ์ ก็ทำให้กลายเป็นคนเก็บกด 

     ยิ่งถ้ามีเรื่องทุกข์ ไม่พอใจการบ้าน ไม่พอใจเพื่อนที่โรงเรียน เล่นกีฬาไม่ชนะ แพ้เรื่องเรียน (ถ้าเรียนเก่ง) ทำงานไม่ได้ตามที่คาด แล้วหากเอาเรื่องไปเล่าไประบายให้เพื่อนฟั่ง เพื่อนก็อาจบอกปัด หากว่า "เรื่องเล็กน้อย ขี้บ่นยังกับผู้หญิง ไม่แมนเอาเสียเลย" เป็นอย่างนั้นไป เรียกว่าห่วงภาพลักษณ์ตัวเอง กลัวใครหาว่าไม่ใช่สุภาพบุรุษนั่นเอง นานวันเข้าก็จะเครียดสะสม หากไม่มีวิธีปลดปล่อยความไม่พอใจของตัวเอง ก็จะระเบิดโดยไม่รู้ตัว ชกเพื่อน หาเรื่องอารมณ์เสียใส่พี่น้องใกล้ตัว หันไปทะเลาะกับพ่อแม่ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องได้ ซึ่งพ่อแม่ก็จะเริ่มตกใจที่ลูกชายก้าวร้าวไปอีก ซึ่งในกรณีเดียวกันนี้ สำหรับผู้ใหญ่ชายก็คือการระบายอารมณ์ใส่ลูกน้องแทน หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือ การทำร้ายภรรยาหรือลูกค่ะ




  
      วิธีการที่จะทำให้วัยรุ่นชายหายเครียด เลิกทำตัวเก็บกดโดยไม่รู้ตัว คือ การอนุญาตให้ทำกิจกรรมต่างๆ นอกจากการเรียนค่ะ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ใช้ช้ความสามารถไม่ว่าจะเป็นแรงกายหรือแรงความคิดอย่างสร้างสรรค์ ดนตรี หรือกีฬา ที่เขาชื่นชอบ ให้โอกาสให้วัยรุ่นได้ค้นหาศักยภาพตนเอง และให้โอกาสนี้ได้เป็นช่วงปลดปล่อยอารมณ์ภายในได้ โดยที่ไม่มีใครหาว่าแปลกหรือไม่แมน รวมถึงการทำตนเป็นเพื่อนคู่ใจของลูก หรือให้พี่หรือน้องที่สนิทกัน เป็นคนที่รับฟังทุกเรื่องจากวัยรุ่นชายได้ค่ะ

       ดังนั้น ถ้าลูกหลานผู้ชายของคุณจะทำตัวหนุ่มใหญ่ พูดก็ดูไม่มีการตอบรับ ซื้อของมาฝากก็ไม่ได้ดูดีใจ จะทำอะไรก็ห่วงมาด จะจับมือถือแขนลูกชายวัยรุ่นไม่ได้ บางวันก็ทำอารมณ์รุนแรงใส่ นี่ไม่ใช่บุคลิกที่แปลก หรือคิดน้อยใจว่าถึงเวลาที่ลูกวับรุ่นชายของคุณเกลียดแม่เสียแล้ว แต่เขาแค่กำลังแสดงบุคลิกของผู้ใหญ่แบบผู้ชายทั่วไปทุกคนนี่แหละค่ะ 



      หวังว่าวัยรุ่นชายของชาติทั้งหลายจะได้เข้าใจตนเองมากขึ้น ได้เรียนรู้ใจ ได้รู้จักกำกับอารมณ์ในแบบที่พอดีๆ และเรียนรู้ที่จะนำศักยภาพตนเองออกมาใช้ได้อย่างเหมาะสมค่ะ





พี่เกียรติ
พี่เกียรติ - Community Master ถนัดแฝงตัวตามกระทู้เด็กดี มีความสนใจเป็นล้านเรื่องขึ้นอยู่กับดราม่าขณะนั้น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

10 ความคิดเห็น

พู่เพ้อฝัน Member 7 ก.พ. 55 12:57 น. 1
 เป็นความรูัที่ดีมากเลยคะ
ขอบคุณนะคะ

ดีละจะเอาไปใช้กับน้องและหลานบ้าง  จะได้ไม่เป็นคนกร้าวร้าว
น้องชายหลานชายเยอะคะ55555
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Konchunti Member 8 ก.พ. 55 12:42 น. 5
เราเป็นผู้หญิงแต่อ่านๆไปทำไมเหมือนโดนเข้าตัวเองก็ไม่รู้ 555+ เพราะเราก็ไม่ค่อยชอบพูดเท่าไหร่
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด