ย้อนรอยเหตุการณ์เครื่องบินตกที่ "แปลก" ที่สุดในโลก

        สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... น้องๆ ชอบดูสารคดีต่างประเทศมั้ยคะ ?? พี่เป้ เนี่ยชอบมากๆ เลยโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องบินนี่ชอบสุดๆ

         และวันก่อนมีโอกาสได้ชมสารคดีต่างประเทศของ National Geographic ชุด Air Crash Investigation นำเสนอเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางการบินหรือพูดง่ายๆ ว่าสารคดีเครื่องบินตก ดูไปก็สลดไปแต่ก็ได้ความรู้มากทีเดียว และวันนี้ก็ขอนำเหตุการณ์อุบัติเหตุทางเครื่องบินเหตุการณ์หนึ่งที่ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของโลก แต่เป็นโศกนาฏกรรมที่เป็น "ปริศนามากที่สุดของโลก" มาฝากค่ะ ดูแล้วลุ้นมากๆ ว่า อะไรคือสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ น้องๆ มาลองลุ้นและเดาไปพร้อมๆ กันนะ !

 HELIOS 522 GHOST PLANE 

        สายการบิน เฮลิโอส แอร์เวย์ (Helios Airways) เป็นสายการบินต้นทุนต่ำหรือโลว์คอสต์ของเกาะไซปรัส บินระหว่างเกาะไซปรัสและหลายๆ ประเทศในยุโรป เริ่มบินในปี 1998 และปิดตัวลงในปี 2006 เนื่องจากเครื่องบินถูกยึดและบัญชีด้านการเงินของบริษัทก็ถูกทางรัฐบาลอายัติไว้

       ในช่วงสุดสัปดาห์หน้าร้อนเมื่อเกือบ 7 ปีก่อน วันที่ 14 สิงหาคม ปี 2005 สายการบินเฮลิโอส แอร์เวย์ (Helios Airways) เที่ยวบิน 522 มุ่งหน้าจากเกาะไซปรัสไปยังกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ พร้อมกับผู้โดยสาร 115 คน และลูกเรืออีก 6 คน

        แต่อยู่ดีๆ สายการบินเฮลิโอส แอร์เวย์ เที่ยวบิน 522 ก็ขาดการติดต่อจากหอควบคุมการบินไปอย่างไร้ร่องรอย ...

        เครื่องบินรบ F 16 ถูกส่งให้ขึ้นบินตามเครื่องบินเฮลิโอส แอร์เวย์ เที่ยวบิน 522 เหนือกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เพื่อตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้น  .... ทหารที่ขับเครื่องบินรบมองเข้าไปในเครื่องบินไฟลท์ เฮลิโอส 522 แต่ภาพที่เห็นคือ ....

ผู้โดยสารนับร้อยหลับสนิทโดยมีหน้ากากออกซิเจนครอบจมูกอยู่ .....

        และเมื่อมองไปที่ห้องนักบิน ทหารก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในห้องนักบิน ทหารพยายามส่งสัญญาณมือเพื่อส่งความช่วยเหลือ แต่ชายผู้นั้นกลับไม่ตอบสนองอะไร นอกจากท่าทางที่กำลังพยายามควบคุมแผงบังคับการบิน ....

        แต่ในที่สุด เครื่องบินเริ่มเอียงและตกลงสู่พื้นด้านล่างอย่างรุนแรง การระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด ไม่มีใครรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว

นี่คืออุบัติเหตุการบินที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของกรีซ

และเป็นอุบัติเหตุการบินที่เป็นปริศนามากที่สุดเรื่องหนึ่งของโลกว่า ...

เกิดอะไรขึ้นกับ เฮลิโอส 522

อะไรคือสาเหตุการตกของเครื่องบิน ??

เกิดอะไรขึ้นกับผู้โดยสารทั้งลำ ทำไมทุกคนถึงสลบคาหน้ากากออกซิเจน ??

แล้วทำไมชายคนนั้นที่อยู่ห้องนักบินถึงไม่สลบเหมือนกับคนอื่นๆ ... ??

เราลองมาไขปริศนาไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

ไขปริศนา เฮลิโอส 522 (ภาพเหตุการณ์จำลองจากหลักฐานที่ค้นพบ)

  

        เฮลิโอส 522 เทคออฟบินขึ้นในเวลาประมาณ 9 โมงเช้าเศษจากเกาะไซปรัสมุ่งหน้าสู่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ โดยตามกำหนดแล้วจะใช้เวลาบินทั้งหมด 1 ชั่วโมงครึ่ง

        ผ่านไปหลายนาที ในระหว่างที่เครื่องบินกำลังไต่ระดับความสูง อยู่ดีๆ สัญญาณเตือนก่อนขึ้นบินก็ดังขึ้น ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้แก่นักบินเป็นอย่างมาก เพราะปกติสัญญาณเตือนก่อนขึ้นบินจะดังเมื่อเครื่องบินยังอยู่บนพื้นเท่านั้น แต่ทำไมถึงมาดังตอนเครื่องบินอยู่บนฟ้าแล้ว ???

        นักบินจึงติดต่อไปศูนย์ปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อให้วิศวกรช่วยหาสาเหตุ ...

        และระหว่างที่กำลังติดต่อกับวิศวกรของศูนย์ปฏิบัติการนั้น อยู่ดีๆ สัญญาณเตือนหลักของเครื่องบินก็ดังขึ้นอีกเสียงเป็นการเตือนว่า บนเครื่องบินนั้นร้อนเกินไปและอาจจะมีระบบไฟฟ้าขัดข้อง ... กลายเป็นว่า ในห้องนักบินมีสัญญาณเตือนดังขึ้นด้วยกันทั้งหมด 2 สัญญาณ!!

        ด้านห้องโดยสาร ผู้โดยสารส่วนมากยังไม่รู้ว่ามีความปกติเกิดขึ้น จนกระทั่ง .... หน้ากากออกซิเจนหล่นลงมาจากช่องเก็บหน้ากากออกซิเจนด้านบน ! ผู้โดยสารทุกคนต้องรีบคว้ามันมาครอบจมูกไว้เพื่อใช้หายใจโดยที่ทุกคนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

        ด้านนักบินยังไม่สามารถหาต้นเหตุที่ทำให้สัญญาณเตือนดังไม่หยุด ส่วนวิศวกรภาคพื้นในศูนย์ปฏิบัติการก็ไม่สามารถหาสาเหตุได้และขาดการติดต่อกับนักบินไปในที่สุด

        ผ่านไป 2 ชั่วโมง .... เครื่องบินยังคงบินวนลอยอยู่บนฟ้าของกรุงเอเธนส์โดยยังไม่หาสาเหตุของการผิดปกตินี้ได้ ทั้งๆ ที่ปกติการบินจากเกาะไซปรัสไปเอเธนส์นั้นใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ทางศูนย์ปฏิบัติการการบินคิดว่า น่าจะมีการจี้เครื่องบินหรือที่เรียกกันว่าไฮแจ็ค

        ในกรุงเอเธนส์มีผู้คนอาศัยอยู่หลายล้านคน ดังนั้นหากเกิดการจี้หรือก่อการร้ายเครื่องบินจริงๆ อาจทำให้เครื่องบินตกกลางเมืองและมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากได้ กองทัพอากาศของกรีซจึงส่งเครื่องบินรบเอฟ 16 ขึ้นไปสองลำเพื่อตามประกบติดและตรวจสอบเครื่องบินเฮลิโอส 522

        ทหารที่ขับเครื่องบินรบเอฟ 16 ขึ้นไปพยายามส่งสัญญาณติดต่อนักบินของเฮลิโอส 522 แต่ไม่มีสัญญาณใดๆ ตอบรับ ภาพที่เห็นคือ ....

ผู้โดยสารทั้งเครื่องสลบไสลคาหน้ากากออกซิเจน

        นักบินก็เช่นเดียวกัน พวกเขาสลบคาแผงควบคุมการบินอย่างน่าแปลกใจและไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบกลับต่อเครื่องบินรบเลย

        แต่อยู่ดีๆ ก็ปรากฏร่างผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องนักบิน ..... เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?? ทำไมผู้โดยสารทั้งลำรวมถึงนักบินถึงสลบ แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ?? ทำไมเขาถึงไม่สลบเหมือนกับคนอื่นๆ ? หรือเขาคือผู้ก่อการร้ายที่กำลังจี้เครื่องบิน ???

        ทหารบนเครื่องบินรบเอฟ 16 พยายามส่งสัญญาณติดต่อชายผู้นั้นบนเครื่องเฮลิโอส 522 แต่เขาไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบกลับ ....

        ทันใดนั้น เครื่องเฮลิโอส 522 เริ่มเบี่ยงซ้ายและลดเพดานบินอย่างรวดเร็วอย่างน่าตกใจ สุดท้าย เครื่องตกลงสู่พื้นดินบริเวณเนินเขาแกรมมาติโก้ เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณนั้น

        แน่นอนว่าทุกคนบนเฮลิโอส 522 เสียชีวิตทั้งหมด ไม่มีใครรอด ....

        นี่คือวิบัติภัยที่แปลกประหลาดมาก คณะผู้ตรวจสอบพยายามหาสาเหตุของการตกของเครื่องบินครั้งนี้ทันทีหลังจากเกิดอุบัติเหตุ นับเป็นอุบัติเหตุทางเครื่องบินที่เลวร้ายที่สุดของกรีซและเป็นปริศนามากที่สุดของโลก มีการไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 3 วัน

        สาเหตุของการตกยิ่งดูลึกลับขึ้น เมื่อมีการนำศพผู้โดยสารไปชันสูตร และพบว่า ทุกคนยังมีชีวิตอยู่(แต่สลบ)ในเวลาที่เครื่องบินตก ไม่ได้เสียชีวิตตั้งแต่อยู่กลางอากาศ !!

        มีการนำเนื้อเยื่อจากที่นั่งของนักบินไปตรวจสอบ และพบว่าเป็นเนื้อเยื่อของ "แอนเดรียส โปรโดรมู" พนักงานต้อนรับของสายการบิน ?????

        ยิ่งสร้างความซับซ้อนให้แก่เรื่องนี้ว่า แอนเดรียส โปรโดรมู เข้าไปทำอะไรในห้องนักบิน และทำไมเขาถึงไม่สลบเหมือนกับคนอื่นๆ เขาพยายามช่วยเครื่องบินให้รอดหรือเจตนาทำให้เครื่องบินตก ???

        ต่อมาคณะผู้ตรวจสอบได้กล่องบันทึกเสียงจากห้องนักบินมาตรวจสอบ เสียงสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงของแอนเดรียส โปรโดรมู พูดว่า "เหตุฉุกเฉิน เหตุฉุกเฉิน" .... โดยเสียงของเขานั้นฟังดูอ่อนแรงมากและค่อยๆ แผ่วไปในที่สุด ดังนั้นอาจทำให้สรุปเบื้องต้นได้ว่า การตกของเครื่องบินครั้งนี้ ไม่ใช่การจี้หรือก่อการร้ายแน่นอน

        และเมื่อตรวจสอบซากของเครื่องบิน ก็พบหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้แน่ใจว่าอุบัติเหตุนี้ไม่ใช่การก่อร้าย นั่นก็คือ .... เครื่องบินน้ำมันหมดก่อนตก ดังนั้นการที่น้ำมันหมดคือสาเหตุหลักของการตกของเครื่องบินเนื่องจากบินวนอยู่บนฟ้าเป็นระยะเวลานาน

คำถามต่อมาคือ ทำไมเครื่องบินถึงบินวนอยู่บนฟ้า ???
ทำไมทุกคนบนเครื่องบินถึงสลบ
และทำไม แอนเดรียส โปรโดรมู ไม่สลบเหมือนคนอื่นๆ ??

        คณะผู้ตรวจสอบจึงย้อนดูประวัติการซ่อมของเครื่องบินเฮลิโอสลำที่ตก และพบว่า เครื่องบินเคยประสบปัญหาเรื่องการปรับแรงดันอากาศในเครื่อง นอกจากนี้ประตูท้ายเครื่องยังมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถปิดได้สนิท แต่ทั้งหมดนี้กลับไม่ได้รับการซ่อมหรือแก้ไขให้ได้มาตรฐาน

 และในที่สุด...การค้นพบสวิตช์ตัวเล็กๆ บนแผงควบคุมหนึ่ง
ก็คือกุญแขไจปริศนาทั้งหมด


        แผงควบคุมที่ว่าคือแผงการปรับแรงดันอากาศ ซึ่งถูกปรับให้อยู่ในตำแหน่ง Manual แทนที่จะเป็น Auto ... โดยปกติแล้ว สวิตช์บนแผงนี้ต้องถูกปรับให้เป็น Auto ตลอดเวลาที่เครื่องบินบินอยู่บนฟ้า เพราะเวลาที่เครื่องบินบินสูงขึ้น สวิตช์นี้จะช่วยให้เครื่องบินดันอากาศเข้าไปภายในตัวเครื่องอัตโนมัติ ทำให้มีอากาศไหลเวียนและมีออกซิเจนเพียงพอที่จะทำให้ผู้โดยสารหายใจได้

แต่ทำไมสวิตช์นี้ถึงกลายเป็น Manual !!

        เมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปจึงพบว่า ในเช้าตรู่ก่อนขึ้นบินนั้น มีวิศวกรเข้าไปตรวจสอบเครื่องบิน และปรับสวิตช์บนแผงควบคุมการปรับแรงดันอากาศจาก Auto เป็น Manual เพื่อตรวจสอบการทำงานของแผงควบคุม แต่ดันลืมปรับสวิตช์กลับเข้าที่ !  และเมื่อถึงเวลาบิน นักบินก็ไม่ได้สังเกตว่า สวิตช์นั้นไม่ได้ปรับกลับมาเป็น Auto ทำให้ภายในเครื่องบินไม่ได้รับการปรับแรงกดอากาศอัตโนมัติ

        แน่นอน .... เมื่อเครื่องเฮลิโอส 522 บินสูงขึ้นเรื่อยๆ อากาศภายในเครื่องก็ยิ่งเบาบางลง สัญญาณเตือนจึงดัง ผู้โดยสารรวมถึงนักบินได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ทำให้รู้สึกตื้อ วิงเวียน มึนศีรษะ คลื่นไส้ สุดท้าย หน้ากากออกซิเจนก็ตกลงมาจากด้านบน ผู้โดยสารจึงต้องใช้หน้ากากนี้ครอบจมูกและปาก แต่น้องๆ รู้มั้ยว่าหน้ากากออกซิเจนบนเครื่องบิน มีออกซิเจนเพียงพอสำหรับใช้หายใจได้เพียงพอประมาณ 12 นาทีเท่านั้น

        ตอนนี้ ทางผู้ตรวจสอบสามารถค้นพบสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทุกคนบนเครื่องบินสลบได้แล้ว นั่นก็คือ แผงควบคุมการปรับแรงดันอากาศในเครื่องบินไม่ได้ถูกปรับสวิตช์จาก Manual เป็น Auto ...

         แต่ปริศนาสุดท้ายยังคงอยู่ .... แล้วทำไม แอนเดรียส โปรโดรมู พนักงานต้อนรับชายคนนั้นถึงไม่สลบเหมือนกับคนอื่นๆ ???

        จึงได้มีการตรวจสอบประวัติของ แอนเดรียส โปรโดรมู และพบว่า เขาเป็นนักดำน้ำและเคยฝึกหัดขับเครื่องบิน ทำให้สามารถควบคุมการหายใจได้ดีกว่าคนทั่วไป ในระหว่างที่ทุกคนเริ่มสลบ แอนเดรียส โปรโดรมู ที่ยังมีสติเนื่องจากยังควบคุมการหายใจได้ เริ่มรับรู้ว่าเกิดความผิดปกติจากห้องนักบิน เขาพยายามแบกร่างที่อ่อนล้าจากบรรยากาศที่เบาบางในเครื่องบินเดินตรงไปยังห้องนักบิน

        โดยระหว่างที่เดินจากท้ายเครื่องไปยังห้องนักบินที่ด้านหน้าเครื่อง เขาค่อยๆ เดินโดยใช้หน้ากากออกซิเจนของที่นั่งว่างแต่ละที่สูดไปเรื่อยๆ และค่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ จนถึงห้องนักบิน (เรียกวิธีนี้ว่า มังกี้ สวิงกิ้ง) จากนั้น เขาพยายามบังคับแผงควบคุมการบินตามความรู้ที่เคยเรียนมาเพื่อบังคับเครื่องบิน

        แต่สุดท้าย เครื่องบินน้ำมันหมดกลางอากาศอย่างน่าเสียดาย เพราะน้ำมันถูกเติมมาสำหรับไฟลท์บิน 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น แต่ในขณะนั้น เครื่องบินได้บินวนมาแล้วเกือบ 3 ชั่วโมง ทำให้เครื่องลดระดับและตกลงที่เนินเขาแห่งหนึ่ง ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ

นี่คือความผิดพลาดของใคร ? ใครคือคนที่ประมาทที่สุด ??

แต่ที่แน่ๆ เฮลิโอส 522 ได้ถูกเรียกต่อๆ กันมาว่า Ghost Plane หรือเที่ยวบินผีสิงนั่นเอง ...
 

 

        นี่ก็เป็นเรื่องราวของเฮลิโอส 522 ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมทางอากาศที่เป็นปริศนามากที่สุดของโลก ตอนแรกที่ดูสารคดีนี้ พี่เป้ นี่เดามั่วเลยค่ะ เช่น แอนเดรียส โปรโดมู เล่นของแน่ๆ (คิดไปได้ไงไม่รู้ ไร้สาระมากๆ = =") และต้องขอแสดงความเสียใจย้อนหลังแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ... สิ่งหนึ่งจากเหตุการณ์นี้ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ก็คือ หากน้องๆ โดยสารเครื่องบินและรู้สึกหายใจไม่ออก วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อยากอาเจียน ควรรีบแจ้งแก่ลูกเรือ(แอร์โฮสเตรสหรือสจ๊วต)ทันที เพื่อที่ลูกเรือจะได้ทำการตรวจสอบสภาพภายในห้องโดยสารและช่วยปฐมพยาบาลให้เราได้ทันท่วงทีค่ะ



ภาพและข้อมูลประกอบจาก National Geographic

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Love Actually Member 29 ก.พ. 55 00:07 น. 34

ความจริง จะไปโทษวิศวกรคนเดียวก็ไม่ถูกเท่าไหร่นัก นักบินก็มีส่วนผิดในเรื่องนี้ด้วย

ในรายการกบนอกกะลาเมื่อนานมาแล้ว ที่มีอยู่ตอนหนึ่งที่นำเสนอเกี่ยวกับเครื่องบิน

ถ้าจำไม่ผิด เป็นช่วงแรก ๆ ที่การบินไทยย้ายจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมินะ

เครื่องบินน่ะ หลังจาก landing แล้ว จะมีเจ้าหน้าที่หลายคนหลายฝ่ายมามะรุมมะตุ้มในทุก ๆ ส่วนของตัวเครื่อง

เป็นต้นว่า พนักงานขึ้นมาทำความสะอาด วิศวกรตรวจสอบ+เช็กนู่นนี่นั่น เจ้าหน้าที่โหลดของขึ้นเครื่อง เติมน้ำมัน ฯลฯ

ซึ่งทุกอย่างจะทำภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งอาจจะไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำไป

ก่อนเปิดให้ลูกเรือและนักบินขึ้นเครื่องเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการ boarding ของผู้โดยสาร flight ต่อไป

หลังนักบิน+ลูกเรือขึ้นเครื่องแล้ว พวกเขาก็มีหน้าที่ดูแล+เช็กอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเครื่องอีกครั้งให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

และแน่นอนว่า ต้องให้เกิดความปลอดภัย และความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารมากที่สุด

ดังนั้น ในเคสนี้ ทั้งวิศวกรและนักบิน มีความผิดทั้งคู่

     - วิศวกร :: เนื่องจากเวลาที่ใช้ในการตรวจเช็กความเรียบร้อยมีจำกัด เขาจึงอาจจะละเลยในการตรวจเช็กซ้ำอีกครั้งก่อนลงจากเครื่อง

     - นักบิน :: ใน c-ockpit น่ะ จะมือคู่มือแผงวรจรต่าง ๆ และนักบินต้องทำการเช็กปุ่มและคันบังคับต่าง ๆ ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องตามที่คู่มือกำหนดก่อนที่เครื่องจะทำการ take off

สรุป คนที่สะเพร่าที่สุด ก็คือ นักบิน นั่นแหละ

และถ้าจะถามว่า มันเป็นเหตุการณ์เครื่องบินตกที่ "แปลก" อย่างที่พี่เป้จั่วหัวไว้มั้ย ตอบได้เลยว่า "ไม่แปลก"

เพราะก่อนที่ mask มันจะตกลงมาน่ะ ตัวเซ็นเซอร์มันต้องทำงานก่อน เมื่อมันพบความผิดปกติ เช่น อากาศไม่เพียงพอ มันถึงร่วงลงมา

เมื่อผู้โดยสารเห็น mask ตกลงมาแบบนี้ ความเข้าใจแรกที่ทุกคนมี คือเกิดความผิดปกติบนเครื่อง

ต้องใส่ mask ด่วนเพื่อความปลอดภัยของตัวเองตามที่ลูกเรือได้ทำการสาธิต+บอกกล่าวตั้งแต่ขึ้นเครื่อง

จากนั้น ทั้งลูกเรือและผู้โดยสาร ก็รอฟัง PA Announcement จากกัปตัน ว่าขณะนี้เกิดเหตุอะไร

และมีความจำเป็นต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินที่ใกล้ที่สุดมั้ย หรือต้องบินกลับไปยังสนามบินที่เพิ่งจากมา ฯลฯ

(ที่พูด มันอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมดในแง่ของรายละเอียดการจัดการต่าง ๆ บนเครื่อง แต่เท่าที่รู้ก็ประมาณนี้แหละนะ)

และในส่วนของอีตาแอนเดรียส ยอมรับว่า พี่แกมีสติดีมาก

ทั้งนี้ทั้งนั้น ลูกเรือทุกคนได้รับการอบรมมาว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใด ๆ บนเครื่องก็แล้วแต่ คุณจะต้องมีสติให้มากที่สุด

เพราะชีวิตของผู้โดยสารอยู่ในกำมือของคุณ เมื่อตั้งสติได้แล้ว คุณต้องจัดการตัวเองให้พร้อม (ใส่ชูชีพ ฯลฯ)

จากนั้น ก็ต้องรีบไปทำหน้าที่เป็นที่พึ่งให้แก่ผู้โดยสาร

นอกจากการอบรมในด้านการบริการและการช่วยชีวิตตัวเองและผู้โดยสารแล้ว

ลูกเรือก็ต้องได้รับการอบรมในเรื่องส่วนต่าง ๆ ของเครื่องบินด้วย เพราะไม่มีใครบินเครื่องรุ่นเดียวตลอดชีวิตหรอก

เครื่องบินมีตั้งหลายรุ่น หลายยี่ห้อ ลูกเรือจeเป็นต้องรู้ว่า Airbus และ Boeing รุ่นนี้ ๆ มีอะไรตรงไหนบ้าง

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้รี่ไปจัดการในส่วนนั้น ๆ ได้ถูกต้อง ไม่ใช่มะงุมมะงาหราไม่รู้อะไรอยู่ตรงไหน



PS. ไม่เข้าใจ ว่าจะเซ็นเซอร์คำว่า "c-ockpit" ทำไม เข้าใจนะ ว่า "c-ock" มันสามารถแปลเป็น คุณนั่นของผู้ชายได้ด้วย แต่วันหลัง กรุณาทำการตรวจสอบทั้งคำก่อนเซ็นเซอร์นะ ว่าคำที่จิ้มไปน่ะ มันหมายถึงอะไร ไม่ใช่สแกนทีละตัว พอเจอคำไหนเข้าข่ายไม่สุภาพก็จับเซ็นเซอร์หมด ไม่ใช่แค่ในกรณีนี้นะ กรณีอื่นก็เหมือนกัน เช่น นามสกุลของอีตา Charles Dic-kens น่ะ



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:35
2
ministar Member 10 มี.ค. 57 23:30 น. 34-1
เราไปดูในสารคดีมา เหตุผลที่นักบินไม่ปรับระดับการบินและยังคงบินต่อนั่นคือ ภาวะการขาดออกซิเจน เนื่องจากบนเครื่องบิน ในส่วนนักบินจะไม่มีหน้ากากออกซิเจนให้ ทำให้ผู้ที่หมดสติคนแรกคือกัปตัน ที่สำคัญภาวะการขาดออกซิเจนนี้ แค่ 4 นาที เราก็จะลืมทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนคนเมา เขาทดสอบโดยการให้เล่นของเล่นเด็กและตอบคำถามง่ายๆ เชื่อไหมแค่ 4 นาที แค่ถามว่าอายุเท่าไหร่ยังตอบผิดเลย จำไม่ได้กระทั่งอายุตัวเอง ดังนั้นการขึ้นบินต่อไปนั้นคงเป็นสัญชาตญาณที่เกิดขึ้นจากความเคยชินนั่นเอง จะถามว่าใครผิดสุดเราก็ตอบไม่ได้ แต่คนที่สุดยอดเลยคือ คุณสจ๊วดที่ขับเครื่องคนสุดท้านนั่นเอง
0
กำลังโหลด
bobbiipin 28 ก.พ. 55 04:49 น. 1
พออ่านจบก็ไปหารายการเต็มๆดูในยูทูป เศร้ามากกกกอะ :(
เพราะว่าทุกคนบนเครื่องบิน (คงยกเว้นแอนเดรียส) ขาดออกซิเจนไปเป็นเวลานานเกิน เพราะฉะนั้นถึงแอนเดรียสนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัยแล้ว แพทย์ก็ไม่สามารถรักษาทุกคนให้กลับมา้เป็นดังเดิมได้เพราะสมองขาดอากาศไปเป็นเวลานานเกินไป ก็กลายเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงนิทรานี่เอง :((((
1
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
นนท์ 4 มี.ค. 55 06:02 น. 58
mที่แอนเดรียล ยังมีสติอยู่ได้เพราะเขาควบคุมการหายใจได้เพราะฝึกมาจากหน่อยรบเช่นการฝึกดำน้ำเป็นต้น แต่ถึงแม้อย่างนั้นก็เถอะครับแม้ว่าเขาจะมีสติได้นานกว่าคนอื่นแต่เพราะเครื่องบินไมได้ลดระดับลงยังอยู่ที่ความสูงตั้ง 10 ถึง 12 กิโลเมตรเชียว เพราะฉะนั้นเขาก็เหมือนกับคนที่อยู่บนยอดเขาสูงถึง10กิโลเมตรอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานเกินไปแม้จะมีอากาศให้พอหายใจบ้างแต่ถังออกซิเจนที่เขาใช้นั้นก็มีข้อจำกัดที่ระดับความสูงด้วยที่จะหมดเร็วหมดช้า และเขามีสติอย่างจำกัดนะครับเขาจะเดินยังก้าวเท้าได้ลำบากตาพร่ามัวชัดบ้างไม่ชัดบ้าง นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมที่ฟังจากกล่องดำว่าเขาเข้ามาห้องนักบินตั้งแต่ ชม แรกแล้วแต่ไม่ช่วยนักบินแต่แรก เพราะเขาหลงๆลืมๆนั่นเองซึงเป็นผลมาจากแรงกดอากาศนั่นแหละเขามีสติเพียงแค่เดินหยิบจับอะไรบางอย่างได้บ้างเท่านั้นความจำลางเลือนเต็มที แต่เมื่อเครื่องมันลดระดับลงเพราะ น้ำมันหมด เมื่อเครื่องลดระดับลงมาเขาอาจมีสะติมากขึ้นนิดหน่อยแต่ก็สายเกินไปแล้ว เพราะเครื่องดับหมดแล้ว
0
กำลังโหลด

71 ความคิดเห็น

bobbiipin 28 ก.พ. 55 04:49 น. 1
พออ่านจบก็ไปหารายการเต็มๆดูในยูทูป เศร้ามากกกกอะ :(
เพราะว่าทุกคนบนเครื่องบิน (คงยกเว้นแอนเดรียส) ขาดออกซิเจนไปเป็นเวลานานเกิน เพราะฉะนั้นถึงแอนเดรียสนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัยแล้ว แพทย์ก็ไม่สามารถรักษาทุกคนให้กลับมา้เป็นดังเดิมได้เพราะสมองขาดอากาศไปเป็นเวลานานเกินไป ก็กลายเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงนิทรานี่เอง :((((
1
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
JA Mmy TP Member 28 ก.พ. 55 12:04 น. 13

แล้วทำไมพวกเค้าถึงรู้ตัวกันช้าหล่ะ ที่จริงเครื่องต้องบินชั่วโมงครึ่ง
แต่นี่บินมา 3 ชั่วโมงแล้ว แอนเดรียสถึงโผล่มาจะบังคับเครื่อง แล้วน้ำมันก็หมด
ถ้าแอนเดรียสออกมาเร็วกว่านี้ เครื่องอาจจะไม่ตกก็ได้
แล้วเวลาที่ผ่านมา..แอนเดรียสไปอยู่ไหน ?? ถ้าหมดสติไปเพราะขาดออกซิเจน ก็ไม่น่าฟื้นมาได้

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ 


0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
bobbiipin 28 ก.พ. 55 15:57 น. 19
คห17

ก็นักบินเขาเปิด Auto-pilot ไว้น่ะค่ะ
พอนักบินเปิด auto pilot แล้วเนี่ย เครื่องบินมันก็จะบินอยู่ที่ระดับความสูงเดิมค้างไว้อย่างนั้น เราไม่รู้เรื่องเครื่องบินมาก แต่ว่าเวลาเครื่องบินไต่ระดับขึ้นไปจนถึงจุดที่พอใจแล้ว ที่เหลือก็คือบินตรงไปอย่างเดียว

ส่วนทำไมเครื่องบินมันถึงลอยอยู่ได้ตั้งสามชั่วโมง ก็เพราะว่าน้ำมันที่เติมมาในเครื่องบินทำให้มันวิ่งได้สามชั่วโมงนั่นแหละค่ะ เพราะฉะนั้น สาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกก็เลยเกิดจากน้ำมันที่หมดถังไปแล้ว เครื่องยนต์เลยดัง เครื่องบินก็เลยตกนั่นเองค่ะ
0
กำลังโหลด
[ PaY ~ เป้ ] Member 28 ก.พ. 55 16:04 น. 20

 ใช่ค่ะ ตามคหสิบเก้าเลย เป๊ะมาก ถ้าได้ความสูงที่โอเคแล้ว นักบินจะปรับการบินเป็นออโต้ได้ ให้มันบินเองได้ค่ะแต่ก็ต้องคุมเรื่อยๆตกใจ

3
jpi 11 ม.ค. 57 21:24 น. 20-1
ไม่ถูกซะหมดนะครับ เมื่อเครื่องบินไต่ระดับได้ที่แล้ว ถึงจะเปิดauto pilot แต่ยังนักบินมีหน้าที่ติดต่อกับหอบังคับการภาคพื้นดินไปเรื่อยๆที่ละจุด คอยตรวจสอบสภาพอากาศ ความสูง ตรวจเครื่องบินภายในรัศมี รักษาระยะห่างระหว่างเครื่องบินเหล่านั้น และอีกสารพัดงาน เพื่อทำให้ผู้โดยสาร ถึงจุดหมาย มันไม่ได้ง่ายมากถึงขนาดแค่กด auto pilot ครับ มันเครียดมาก
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด