|
สวัสดีค่าเด็กแอดฯ 55... ช่วงนี้ใครจะเที่ยว พี่มิ้นท์ขอให้เที่ยวให้พอใจเลยนะคะ เพราะถ้าเข้าเดือนเมษายนแล้วล่ะก็ ต่อให้มีเวลาเที่ยว เราก็ไม่มีแรงเที่ยว เพราะได้ถึงวาระแห่งชาติของเด็กแอดฯ นั่น ก็คือ การเลือกคณะ ซึ่งจะทำให้เราเครียดจนคิดที่เที่ยวไม่ออกเลยล่ะ

ปัญหาใหญ่ของการเลือกคณะ นั่นก็คือ เลือกยังไงให้ติด แต่สำหรับบางคนปัญหาของเค้าอยู่ที่ แอดมิชชั่นติดในคณะที่ไม่่ใช่ และผลสุดท้ายก็จะต้องซิ่วออกในที่สุด และไปรอชิงพื้นที่กันในปีหน้า โดยมีสาเหตุหลักๆ คือ ติดในคณะที่ไม่ชอบ หรือคิดว่าใช่ แต่สุดท้ายก็เรียนไม่ไหว
ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ มือใหม่หัดแอดฯ ต้องอ่านเคล็ดลับการเลือกคณะนี้ให้ครบทุกข้อ เราจะได้ไม่กลายเป็นเด็กซิ่วรุ่นต่อไป
>> ถูกใจพ่อแม่ ถูกใจเรา หลายคนเจอปัญหาอยากเรียนคณะนี้ แต่แม่อยากให้เรียนอีกคณะนึง ก็เลยแสดงความกตัญญูด้วยการเลือกคณะที่แม่อยากให้เรียนไว้อันดับ1 ซึ่งในใจตัวเองก็รู้ดีว่าเราไม่ได้อยากเรียน เลยสักนิดเดียว ส่วนคณะที่เราอยากเรียนก็ไว้อันดับ 2-4 แล้วกัน แต่ผลออกมาดันเก่งเกินคาด ติดตั้งแต่อันดับ 1 ส่วนแม่ก็ดีใจไปสิ เราน้ำตาแทบตกใน เพราะไม่ได้อยากเรียนเลย ทนเรียนไปได้ไม่นาน สุดท้ายก็ต้องลาออก เพราะไปไม่ไหวจริงๆ
ปัญหานี้อย่าคิดว่าเป็นละครน้ำเน่านะคะ หลายบ้านเป็นแบบนี้จริงๆ คือ พ่อแม่หวังอยากให้ลูกจบมาทำงานนี้ แต่ลูกไม่ได้ชอบ แต่ก็เถียงไม่ได้ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้ น้องๆ ควรเปิดอกคุยกับพ่อแม่ไปเลย ว่าถ้าเราเรียนคณะนี้ท่านจะรับได้แค่ไหน พร้อมทั้งบอกไปว่าเราอยากเรียนหรือไม่อยากเรียนคณะนี้เพราะอะไร ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็หาจุดกึ่งกลางที่ดีที่สุด เพราะถ้าเราแฮปปี้ ครอบครัวแฮปปี้ ก็วินๆ ทั้งคู่ อนาคตก็ไม่ต้องซิ่วค่ะ
>> รู้เขา รู้เรา รู้อนาคตตัวเอง อีกปัญหานึงของการซิ่ว คือ ได้ไปอยู่ในมหาลัยที่ไม่ชอบ และไม่สามารถปรับตัวเข้ากับที่นั่นได้ จริงๆ แล้ว การปรับตัวเข้ากับสถานที่เรียนใหม่ เพื่อนใหม่ ไม่ใช่เรื่องยากนะคะ เพียงแต่ว่าเราจะรับกับสภาพสังคมที่แตกต่างกันของแต่ละสถาบันได้แค่ไหน ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าที่ไหนดี หรือไม่ดี เพราะในเรื่องของความรู้สึก ความคิดแต่ละคนไม่เท่ากันอยู่แล้วค่ะ
ดังนั้นถ้าเรายังไม่รู้จักคณะ หรือ สถาบันที่เราอยากไปเรียนดีพอ พี่มิ้นท์ขอให้น้องๆ เข้าไปหาข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนทำการเลือกคณะ สิ่งที่ต้องดู คือ สถานที่ตั้งอยู่ที่ไหน เดินทางยังไง บังคับอยู่หอมั้ย มีรับน้องมั้ย ไลฟ์สไตล์แต่ละวันเป็นยังไง ระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง ดีหรือไม่ ค่าใช้จ่ายสูงแค่ไหน?? ไม่ใช่แค่เรื่องชีวิตเท่านั้น แต่ควรดูเกี่ยวกับหลักสูตร ค่าเทอม รายวิชาด้วย ว่าเราพร้อมที่จะเจอสิ่งเหล่านี้ตลอด 4 ปีได้มั้ย หาคำตอบเหล่านี้ให้ครบ ถ้าผลออกมาเราแฮปปี้กับมัน จึงค่อยเลือก แต่ถ้าไม่ตรงใจเยอะก็อย่าเลือก เราจะไม่มีความสุขไปกับมันแน่ๆ
ข้อมูลเหล่านี้ น้องๆ สามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย/คณะนั้นๆ หรือมาเจอกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เว็บเด็กดีก็ได้ บอร์ดเรามีประโยชน์มากๆ หรือไม่ก็เสิร์ชหาจากกูเกิ้ลเลยค่ะ อยากรู้อะไรได้รู้แน่นอน

>> จัดอันดับดี มีชัยเห็นๆ ก่อนเลือกคณะน้องๆ ควรประเมินตัวเอง ด้วยการคำนวณคะแนนของเรา และนำไปเทียบกับคะแนนต่ำสุดของปีที่แล้ว เพื่อดูว่าคะแนนเราน่าลุ้นแค่ไหนในคณะนั้น โอกาสที่น่าลุ้น คือ คะแนนของเราสูงกว่าคะแนนขั้นต่ำ แต่ถ้ามันดันต่ำกว่า ก็สามารถเลือกได้เช่นกัน แต่มีข้อแม้ว่าไม่ควรติดลบทั้ง 4 อันดับ เพราะมันเสี่ยงมากที่จะไม่ติดทั้ง 4 อันดับ และจะนำไปสู่การแอดมิชชั่นไม่ติดและไปซิ่วปีหน้า
ดังนั้นในการจัดอันดับเลือกคณะ ไม่จำเป็นจะต้องคะแนนเป็นบวกทั้งหมด แต่ขอให้เรียงลำดับจัดวางให้ดีๆ อย่าเอาคะแนนติดลบไว้อันดับท้ายๆ แค่นี้เราก็แอดติดแล้วจ้า
ในส่วนของเทคนิคการจัดอันดับ น้องๆ สามารถติดตามได้ที่ Dek-D.com นี่แหละค่ะ รับรองว่ามีเทคนิคดีๆ เพียบ รอติดตามกันนะคะ
>> อย่าเลือกเพราะคะแนนถึง (แต่ไม่ได้อยากเรียน) น้องๆ อาจจะเคยได้ยินเทคนิคการเลือกคณะแบบให้เอาคะแนนที่เป็นบวกไว้อันดับท้ายๆ ยิ่งบวกจากคะแนนขั้นต่ำเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสติดมากเท่านั้น เชื่อว่าหลายคนยึดติดคำเตือนนี้อย่างเคร่งครัด จนลืมใส่ใจไปว่า อันดับ 3-4 ที่เราเลือกรั้งท้ายไว้ เราอยากเรียนจริงๆ หรือไม่ หรือแค่คะแนนถึงก็เลยเลือก?? เพราะกลัวไม่มีที่เรียน
เมื่อขาดสติตอนเลือกคณะ ก็ถึงคราวซวยแน่นอน เพราะถ้าติดในคณะที่เลือกไว้กันพลาด นอกจากจะไม่ได้อยากเรียนตั้งแต่แรกแล้ว ยังไม่รู้ด้วยว่าไปเรียนเราจะต้องเจออะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้เราเรียนไม่ไหว ดังนั้นในการเลือกคณะทั้ง 4 อันดับ ควรเป็นคณะที่เราอยากเรียนหรือไม่ก็น่าจะเรียนไหว ทั้ง 4 อันดับนะคะ เพราะถ้าติดแล้วไม่เรียน และกลับมาแอดใหม่ปีหน้า ก็จะเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ ก็จะเป็นการแย่งที่คนอื่นด้วยนะคะ ไม่ดีๆ
เอาล่ะค่ะ... พี่มิ้นท์เชื่อว่าไม่มีใครหรอกที่อยากเกิดมาเป็นเด็กซิ่ว เพราะมันไม่ได้มีข้อดีอยู่เลย ไหนจะต้องเสียเวลา เสียใจ เสียตังค์ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความผิดพลาดหรือประมาทเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้น ถ้าไม่อยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เลือกคณะปีนี้ก็ควรตั้งสติ และนำเคล็ดลับนี้ไปใช้ก่อนเลือกคณะทุกครั้งนะ
ถามใจตัวเอง ถามความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ ประเมินคะแนนตัวเอง รับรองว่าแค่นี้ ก็ทำให้การเลือกคณะของเราเป็นเล็กนิดเดียว^^

แจ้งน้องๆ ที่สมัครรับข่าวแอดฯผ่าน SMS ในเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ รอพบ SMS เด็ดๆ ดังนี้ - เกาะติดทุกเหตุการณ์ GAT PAT 2/55 (ตั้งแต่เข้าสอบ จนถึงวันประกาศผล)  - รู้ก่อนใครจากวงใน!! ค่า Mean Max Min ม.6 รุ่นนี้ (ท่าทีคะแนนปีนี้ สูงจริงหรือ ?) - เปิดโผคณะมาแรง คณะอันตราย ประกอบตัดสินใจแอดมิชชั่นให้ติดชัวร์ - อัพเดทถี่ ข่าวสมัครรับตรง+โควตา 6 มหาลัย (รอบสุดท้าย ม.6 รุ่นนี้) - เกาะติดข่าว 7 วันอันตรายยืนยันสิทธิ์ "เคลียริ่งเฮ้าส์" (ไม่ให้ถูกตัดสิทธิ์) 
(อยากรับข่าว SMS บ้าง มาอ่านวิธีสมัคร คลิกที่นี่ เลย) ข่าวดี !! น้องที่ใช้เครือข่าย truemove H ก็สมัคร Dek-D'S SMS ได้แล้วจ้า

|
35 ความคิดเห็น
มันเป็นเรื่องปรกติที่เรียนในมหาวิทยาลัยจะลำบาก
ดังนั้นการอดทนและฝ่าฟันมันได้ก็เป็นสิ่งสำคัญ
ทว่าบางทีเราอาจจะหัวทึบและเรียนได้ไม่ไหวจริง ๆ
แต่นั้นมีส่วนน้อย ส่วนใหญ่มักจะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้สู้เลยด้วยซ้ำ
ถ้าไม่อดทนยังไงก็ไม่มีทางเรียนคณะไหนได้จบ
เพราะทุกคณะย่อมมีเรื่องลำบากและไม่ถูกใจเราเสมอ
สำหรับเรื่องราวดี ๆ
พี่อย่าไปคิดมากเลย พี่มิ้นคงอยากเตือนสติม.6 รุ่นนี้มากกว่า จะได้ตั้งจัยเลือกคณะ คงไม่ได้อยากพูดกระทบหรอก พี่ซิ่วปีนี้ก็ขอให้ได้เรียนคณะที่ชอบนะ
ภาวนาในใจ ชขอให้ติดเถอะ ^^
เครียดมากนถึงทุกวันนี้
แต่ได้กำลังใจจาก เพื่อน พี่ ครอบครัว ครู ก็มีความสุขแล้วจ้ะ :))
เราไม่รู้ปีหน้าเราจะซิ่วรึเปล่า เราจะลองเรียนในสิ่งที่เราคิดจะไม่เคยคิดจะเรียนก่อน
เราไม่กล้าที่จะเลือกทำในสิ่งที่ชอบ กลัวแต่ว่าแม่จะเสียใจหากเราได้ไปอยู่ในที่ไกลๆ
เราขอให้เพื่อนๆแอด55 ทุกคนรู้ไว้อย่างหนึ่งคือ อย่าเสียใจเมื่อทำอะไรไปแล้ว
เลือกในสิ่งที่เราต้องการ อย่าไปคำนึงถึงชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย
เราก็รู้ว่า เลือกคณะที่ชอบ แต่ไม่มีชื่อเสียง ออกมาก็หางานดีๆทำได้ยาก
แต่เราว่า แค่การได้ทำในสิ่งที่ชอบ มันเป็นอะไรที่มีความสุขนะ
บางคนอาจจะบอกว่า ไม่มีเงิน จะไปมีความสุขได้ไง
คนเราน่ะ บางทีมันต้องยอมรับความเป็นจริง คนที่เขาไม่ได้เรียนมหาลัยดังๆ
แล้วอนาคตดีก็มีถมไป อย่ามองแต่เปลือกนอกจะยังไงก็แล้วแต่
ขอแค่คุณมีใจรัก และทุ่มเทกับงาน คุณไม่มีวันที่จะถูกทอดทิ้งให้การเป็นไองั่งตลอดไปหรอก
เพราะฉะนั้น เลือกในสิ่งที่รัก ไม่ใช่เลือกมหาลัยที่รัก
เลือกแทนเราด้วย :) เลือกแทนคนโง่ๆอย่างเราที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
มัวแต่กลัวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กลัวไปทุกสิ่ง แล้วพอคะแนนออกมา
หลังจากเรารับตรงไปแล้ว มันทำให้เราคิดว่า ไอโง่เอ๊ย ทำไมแกไม่กล้าเลือกวะ
ทั้งๆที่มันได้ มันถึง ถึงจะไม่ใช่มหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ว่า เราว่าเราก็คงมีความสุขกับมัน