ทำไม?? คนยุโรปต้องปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมงในหน้าร้อน!!

 

        สวัสดีค่ะ น้องๆชาว Dek-D.com น้องๆเคยมั้ยคะ ที่ตอนกลางคืนตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ตอนเจ็ดโมงเช้า แต่เมื่อตื่นมาแล้วกลับพบว่าขณะนั้นเป็นเวลาแปดโมง?!  เปล่า...ไม่ใช่นาฬิกาปลุกเสีย และก็เปล่า...ไม่ได้นอนเพลินจนไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก แต่มันเกิดขึ้นเพราะในประเทศที่เราไปอยู่นั้น เขาดันปรับนาฬิกาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมงต่างหาก!

       ใช่แล้วค่ะ พี่สตางค์ กำลังพูดถึง Daylight saving time (DST) หรือ เวลาออมแสงแดด ซึ่งก็คือ การที่ประเทศเมืองหนาว จะมีการปรับนาฬิกาให้เร็วขึ้นจากเดิม 1 ชั่วโมงเมื่อถึงฤดูร้อน/ฤดูใบไม้ผลิ และเปลี่ยนกลับมาเป็นเหมือนเดิมในช่วงฤดูหนาว/ฤดูใบไม้ร่วง

 

 

        หลายคนอาจจะสงสัยว่า มันเรื่องอะไรกันน้า...ที่คนทั้งประเทศต้องมานั่งปรับนาฬิกาขึ้นลงให้มันยุ่งยาก และสำหรับใครที่มาจากประเทศในเขตร้อนที่ไม่เคยรู้จัก DST มาก่อน ก็อาจจะทำให้เกิดอาหารหน้าเหวอได้เลย อย่างเช่นเมื่อพบว่าคลาสเรียนที่เคยเริ่มตอน 9 โมงเช้า แต่ตอนเราไปถึง อาจารย์กลับสอนไปแล้วถึง 1 ชั่วโมง! หรือจู่ๆเพื่อนที่นัดประชุมงานกันไว้ก็โทรมาต่อว่าที่เรามาสาย ทั้งๆที่เราดูนาฬิกาแล้วยังไม่ถึงเวลานัดซะหน่อย! เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เรามาทำความรู้จัก DST ให้มากกว่านี้กันอีกซักนิดดีกว่าค่ะ

 

 


ทำไมถึงต้องใช้ Daylight Saving Time?

        หลักการของการปรับนาฬิกาให้เดินเร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมงในหน้าร้อนนั้น ก็มาจากการที่ในประเทศเมืองหนาว ช่วงเวลาที่มีแสงสว่างในหน้าร้อนนั้นจะยาวนานกว่าในหน้าหนาว หรือพูดให้เห็นภาพง่ายๆก็คือ กลางวันยาว กลางคืนสั้น อย่างในบางประเทศ 3 ทุ่มแล้วแต่ยังสว่างโล่อยู่เลยในหน้าร้อน ในขณะที่หน้าหนาวหรือใบไม้ร่วง แค่ 5 หรือ 6 โมงเย็นกลับมืดตึ๊ดตื๋อแล้ว ด้วยความที่มันเป็นเช่นนี้เอง ก็เลยมีความคิดที่อยากจะปรับนาฬิกาในหน้าร้อนให้เร็วขึ้น เพื่อที่คนจะได้ตื่นมาใช้ประโยชน์ของแสงแดดในตอนเช้า (ที่มาไวกว่าเดิม) และ พอเวลาเย็นย่ำค่ำๆ ก็ไม่ต้องเปิดไฟ ใช้ไฟอะไรให้มันเปลือง เนื่องจากยังมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์อยู่เลย นั่นเองค่ะ พอเข้าหน้าที่พระอาทิตย์ไม่ได้ขยันทำงานเหมือนอย่างตอนหน้าร้อนหรือใบไม้ผลิแล้ว ค่อยปรับเวลากลับมาให้เหมือนเดิม ฟังดูเป็นหลักการประหยัดพลังงานที่เข้าท่าทีเดียวเลยใช่มั้ยล่ะคะ ^^ 

 

 


การเริ่มต้นใช้ Daylight Saving Time

        บุคคลผู้แสนฉลาดปราดเปรื่อง ผู้หยิบยกไอเดียบรรเจิดนี้ขึ้นมานำเสนอครั้งแรกคือ คุณเบนจามิน แฟรงคลิน นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน (ผู้คิดค้นสายล่อฟ้าผู้นี้นี่เอง!) ที่ได้นำความคิดเรื่องการปรับเวลานี้ไปเสนอกับบรรณาธิการของ  The Journal of Paris ตั้งแต่ในปี 1784 แต่ไอเดียกลับไม่เป็นที่ยอมรับ นานล่วงเลยมาจนกระทั่งปี 1907 นู่นแหนะค่ะ คนจึงเริ่มสนใจมากขึ้นเพราะคุณวิลเลียม วิลเล็ตต์ ชาวอังกฤษได้นำเสนอแนวความคิดนี้อีกครั้งในหนังสือเรื่อง Waste of Daylight แต่กว่าจะมาเริ่มใช้ DST กันจริงๆก็ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เพราะช่วงนั้นต้องประหยัดพลังงานเชื่อเพลิงกันนั่นเอง

 

 

        แต่พอได้มีการเริ่มใช้กันจริงๆ ก็ดูท่าว่าจะติดใจกันใหญ่ เพราะปัจจุบันมีประเทศกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ที่มีการใช้ DST ค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศในทวีปยุโรป ที่จะเริ่มมีการปรับนาฬิกาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง ตอนเวลา 1.00 น. ของวันอาทิตย์สุดท้ายในเดือนมีนาคม และปรับกลับคืนตอนเวลา 1.00 น. ของวันอาทิตย์สุดท้ายในเดือนตุลาคม ปรับเวลาตอนที่เรากำลังนอนหลับกันอยู่ก็ดีเหมือนกันนะคะ พอตื่นมาเวลาก็เร็วขึ้นไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว หรือไม่ก็ช้าลงไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่แหม...ช่วงหน้าร้อนเนี่ย เวลานอนหายไปหนึ่งชั่วโมงเลยสิคะ แต่เอาเถอะ ไว้ไปนอนยาวขึ้นหนึ่งชั่วโมงในหน้าหนาวแทนก็แล้วกันเนอะ 555+

        แต่จริงๆ ก็ไม่ได้มีแค่ประเทศในยุโรปที่มีการปรับเวลาแบบนี้ น้องๆ ลองดูตามแผนที่โลกข้างล่างได้เลยว่ามีที่ไหนบ้างที่ใช้ DST (สีฟ้าหมายถึงประเทศที่มีการใช้ DST , สีส้มหมายถึงประเทศที่เคยมีการใช้ DST , สีแดงคือประเทศที่ไม่เคยมีการใช้ DST) จะเห็นได้ว่าเมืองไทยบ้านเราไม่เคยมีการปรับเวลาเลยล่ะค่ะ 

 


 

        ตอนนี้น้องๆคงพอจะรู้จัก Daylight saving time กันมากขึ้นแล้วใช่มั้ยล่ะคะ แบบนี้ใครไปเรียนต่อในประเทศที่มีการใช้ DST อย่าลืมเช็คดูให้ดีๆนะคะ ว่าเขาปรับเวลากันตอนไหน เราจะได้ปรับเวลาได้ตรงกับคนอื่นๆเขา ซึ่งถ้าใครไม่รู้ว่าจะเช็คเวลายังไง ก็เข้าไปดูที่นี่ได้เลยค่ะ http://www.timeanddate.com/ 

 

 


เนื้อหาประกอบ : webexhibits.org/daylightsaving

รูปภาพประกอบ: timeanddate.com,arounddublinblog.com,

thfire.com, naturalwallpaper.net

 

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

40 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Souleater Member 20 เม.ย. 55 08:32 น. 4

ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ อยู่นี่มาจะสองปีแล้วเพิ่งจะเข้าใจจริงจัง รู้แต่วันที่ได้เวลาเพิ่มนี่มีความสุขสุดๆ 55

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
PK'PaTTiE Member 20 เม.ย. 55 12:01 น. 8
แต่คนในประเทศนอร์เวย์เค้าปรับเวลากันตอนตีสองนะคะ แม่เราเคยปรับตอนเที่ยงคืนแล้วป้าบอกว่าเค้าปรับกันตอนตีสองทั้งนั้นเลย
0
กำลังโหลด
แป๋งแป้ง Member 20 เม.ย. 55 12:32 น. 9
 บางโทรศัพท์ก็ปรับให้โดยอัตโนมัตเลยค่ะ ของพ่อหนูช่วงนั้นมันปรับให้ตั้งไว้ตี5 ปลุกตี4 ตื่นกันแทบทั้งบ้านเลยค่ะ
0
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยเจ้าของ

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด