|
สมัยเรียน...ผู้เขียนต้องเรียนหลายๆ วิชาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการสร้างทัศนคติในใจเราให้สดชื่นสวยงาม วิธีที่อาจารย์สอน คือ การยิ้ม ยิ้มให้กับตัวเอง ยิ้มให้กับคนรอบข้าง ทุกๆ ต้นชั่วโมงของวิชานี้ เราต้องยิ้มและหันไปกอดเพื่อนคนข้างๆ บางครั้งอาจต้องเดินข้ามจากมุมหนึ่งของห้องเรียนเพื่อนไปกอดเพื่อนร่วมชั้นที่เราไม่เคยคุยด้วยเลยตั้งแต่เปิดเรียนมา สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้จากวิชาเรียนนี้ คือ การรับมือต่อความยุ่งยากในชีวิตด้วยรอยยิ้มนี่แหละค่ะ
การยิ้ม ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนไทย เคยมีฝรั่งเขียนถึงคนไทยไว้ว่าคนไทยยิ้มเรี่ยราด (แปลว่ายิ้มง่ายสินะ) ต่อให้เราอับจนหนทาง ผิดพลาด เราก็ยิ้มรับ (ถึงจะเป็นการยิ้มแหยก็เถอะ) แต่สำหรับเราคนไทยกันเอง ก็คงจะรู้สึกแล้วว่า เดี๋ยวนี้สังคมมันวุ่นวาย จากผลการสำรวจจากดุสิตโพล เรื่อง "การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ของไทยวันนี้" ของเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา พบว่าประชาชนเบื่อหน่ายการเมืองที่มีแต่การทะเลาะเบาะแว้ง ข้าวของแพง ค่าครองชีพสูง สังคมมีคนเห็นแก่ตัวมากขึ้น ความสุขน้อยลง-อ้างอิง ทั้งหมดนี้ทำให้รอยยิ้มของเรา...หายไป
เวลาใครที่ทุกข์ก็จะเหมือนระเบิดเวลา ถ้าถูกแตะผิดจุดก็ระเบิดกันไป เวลาที่คนหนึ่งระเบิดทุกคนที่อยู่รอบข้างก็จะอารมณ์เสียตามกันไปด้วย ไม่มีใครหน้าบานยิ้มร่าได้อยู่คนเดียวเมื่อคนข้างตัวทุกข์ค่ะ นี่จึงเป็นที่มาของโรคติดต่อทางอารมณ์ของมนุษย์ทุกคน เหมือนที่เรารู้สึกหดหู่ไปกับเพื่อนรัก ยามที่เพื่อนมีปัญหา
เรื่องราวของวันนี้อยากให้ทุกคนยิ้มง่าย ปลุกอารมณ์งดงามในจิตใจของคุณขึ้นมารองรับกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก ทุกคนต่างหมกมุ่นเรื่องเครียดเล็กหรือใหญ่ของตนเองจนลืมรอยยิ้มไป เวลาที่พ่อแม่เครียด แม้ลูกไม่เครียดก็จะแอบทุกข์ตามไปด้วยเสมอ ถ้าพ่อแม่หน้าตาบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลา ลูกวัยรุ่นที่รู้ประสาจะไม่กล้าเข้าใกล้ กลัว เกรงใจ ไม่กล้าเล่า ไม่กล้าขอ เวลาที่ใกล้ชิดกันของครอบครัวก็จะหายไปโดยปริยาย...อย่างที่เราไม่ทันรู้ตัว แม้ในความจริงการแสดงออกทางอารมณ์และสีหน้าที่สั่งการมาจากสมอง หากเราเศร้าสีหน้าเราก็จะอมทุกข์ก็ตาม แต่ถ้าตัวเราพยายามมองโลกแง่บวก พยายามใช้ความแจ่มใสยิ้มรับต่อทุกสถานการณ์ที่ทุกข์ยากไว้ก่อน ก็เหมือนเป็นเทคนิคเล็กๆ ที่จะทำให้เราเหมือนมีเวลาได้คิดอะไรก่อนทำมากขึ้น เพราะเราจะมีช่องว่างเล็กๆ ขณะที่พยายามปั้นยิ้มนี้ เพื่อใช้ระงับอารมณ์โกรธ เกลียด หรืออารมณ์แง่ลบต่างๆ ก่อน เป็นเทคนิคการรับมือต่อคนที่ทำให้เราโกรธ ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้คนรอบข้างมืดมนตามเราไปด้วย เมื่อเราอารมณ์ไม่ดีค่ะ
ถ้าอยากให้ลูกหลานของเราร่าเริงแจ่มใส ผู้ใหญ่ในบ้านก็ต้องยิ้มง่าย ควบคุมอารมณ์ได้ ถ้าอยากให้เพื่อนของเราหายทุกข์ เราก็เอาความร่าเริงเข้าสู้ แค่นี้ความทุกข์ของคนข้างตัวก็จะบรรเทาลงได้ ลองยิ้มให้คนแปลกหน้าในสถานที่ประจำของเรา เราอาจได้มิตรภาพใหม่มาโดยไม่รู้ตัวก็ได้ ไม่ใช่ต้องยิ้มให้เหมือนคนไม่มีสติ และผิดกาลเทศะในบางสถานการณ์ แต่ขอให้ทุกคนรับมือต้องความทุกข์ด้วยรอยยิ้มไว้ก่อนในด่านแรกเท่าที่จะเป็นไปได้ เราคงไม่อยากติดโรคอมทุกข์ไปตลอดชีวิตแน่ๆ เพราะฉะนั้นก็อย่าอมทุกข์ไว้และไปปล่อยเชื้อให้คนอื่นต่อไปด้วยค่ะ ทำเสียตอนนี้เลยค่ะ ลองยิ้มให้คนทางซ้าย แล้วหันไปยิ้มให้คนทางขวา เข้าไปกอดคนที่คุณรัก (ตามความเหมาะสมนะ อย่าไปกอดคนที่เราแอบรักฝ่ายเดียวล่ะ) อยากให้ชาว Dek-D ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ยิ้มง่าย+
เพลงสนุก ต้องลองฟังนะ
วันนี้คุณยิ้มให้กับตัวเองและใครบางคนหรือยังคะ
แหล่งข้อมูล:
เพลงยิ้มไว้ (ไม่ต้องกั๊ก) จาก RSonlinemusic.com
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?

8 ความคิดเห็น