|
อินเทอร์เน็ตมีเรื่องราวมากมายที่วัยรุ่นเป็นผู้เขียนเล่า และระบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับคนในบ้าน พี่น้อง และพ่อแม่ มีหลายครั้งที่ออกมาตั้งคำถามว่าทำไมพ่อแม่ไม่เข้าใจตนเอง และเสนอวิธีที่จะทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจตนเองมากขึ้นด้วย บางครั้งเขียนขึ้นในมุมมองของวัยรุ่นเอง แต่หลายๆ ครั้งก็เขียนโดยใช้ประสบการณ์จริงพร้อมข้อเสนอแนะให้แด่ผู้ใหญ่เสียด้วย
ในทางจิตวิทยาวัยรุ่นเองก็มีการนำเสนอหลักการเข้าถึงเข้าใจเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ระหว่างผู้ใหญ่และวัยรุ่นเช่นกัน หลักๆ มีเพียง 3 ประการเท่านั้นคือ
ภาพ: หนังสือ คู่มือการใช้สื่อเสียง "พ่อแม่เลี้ยงบวก" |
1. ในครอบครัวต้องมีความรู้สึกเชื่อมโยงกัน คือถึงแม้ลูกจะเข้าสู่วัยรุ่นแต่ลูกก็ไม่ควรรู้สึกว่าพ่อแม่เป็นคนที่เข้าถึงยากและคอยจับผิด พ่อแม่ต้องให้ความอบอุ่นแก่ลูกได้อย่างสม่ำเสมอ ควรปรับเปลี่ยนรูปแบบการดูแลให้เข้าถึงวัยรุ่นได้ คือ เป็นเพื่อนที่ดีของลูก ซึ่งมีผลในการเข้าสังคมใหม่ๆ ของลูก วัยรุ่นที่รู้สึกว่าอยู่ในครอบครัวได้อย่างมีความสุขทำให้กล้าที่จะเข้าหาสังคมใหม่ ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ได้ การที่ลูกวัยรุ่นมีความรู้สึกที่อบอุ่นจากครอบครัว จะทำให้วัยรุ่นกล้าปรึกษาพูดคุยกับครอบครัวได้เสมอ ไม่หันไปพึ่งพาหนทางร้ายๆ จากภายนอก
2. มีการติดตามดูแลอย่างสม่ำเสมอ วัยรุ่นยังต้องการการได้รับความสนใจจากครอบครัว แม้บางครั้งจะทำท่าทางกีดกันไม่อย่างให้ใครในบ้านรู้เรื่องบางอย่าง แต่จริงๆ ก็ยังต้องการกำลังใจ แรงสนับสนุน หรือต้องการที่จะรับรู้ว่ายังมีคนในบ้านสนใจเขาอยู่ แต่ทั้งนี้ต้องแสดงออกในลักษณะให้ความสนใจ ให้เห็นว่าเป็นห่วงมากกว่าจับผิดหรือกำลังถูกกีดกัน การที่พ่อแม่คอยสนใจสิ่งที่ลูกทำในยามว่าง ลูกกำลังคบใคร ลูกกำลังสนใจเรื่องอะไร ไม่ใช่การเข้าไปแทรกแซงกิจกรรมของวัยรุ่น แต่เป็นเพียงการระวังดูแลเท่านั้น และหากลูกทำผิดพลาดขึ้นมาก็สามารถให้กำลังใจได้ ดีกว่าทับถมซ้ำเติม เช่น "บอกแล้ว ทำไมไม่เชื่อ" เป็นต้น ไม่ใช่ว่าวัยร่นจะไม่เชื่อ แต่บางทีผู้ใหญ่ไม่บอกด้วยเหตุผลหรือใช้เพียงอารมณ์สั้นๆ หรือเปล่า?
ภาพ: หนังสือ คู่มือการใช้สื่อเสียง "พ่อแม่เลี้ยงบวก" |
3. ส่งเสริมให้วัยรุ่นได้คิดและตัดสินใจเองอย่างสร้างสรรค์ พ่อแม่มักเป็นห่วงจนบางครั้งปกป้อง คิดและทำทุกอย่างแทนลูกจนลูกกระดิกกระเดี้ยไปไหนเองไม่ได้ ทุกอย่างมาจากความรักก็จริง แต่การให้ลูกได้คิดเอง และทำเองเป็นสิ่งที่จะบ่มเพาะให้ลูกกล้าแสดงออก กล้าลงมือทำอย่างสร้างสรรค์ได้เอง เป็นผู้ใหญ่ที่ดีประเภทที่เหยียบขี้ไก่ฝ่อ สิ่งสำคัญคือให้คำแนะนำและพร้อมเป็นที่ปรึกษาที่ดี และกล้าที่จะเชื่อมั่นในตัวลูก สอนลูกมาดีแล้วก็ต้องคิดว่าลูกจะทำได้ดีด้วย วางใจในตัวลูก
สามข้อสั้นๆ นี้ดูเป็นหลักการในหลักการ เข้าใจง่ายแต่วิธีการปฏิบัติยังยากอยู่นัก จริงๆ สิ่งที่ลูกวัยรุ่นต้องการก็มีเพียง...
|
อยากให้พ่อแม่เชื่อมั่นในตัวเขา
เอาใจใส่แบบไม่แทรกแซง
เป็นเพื่อนที่ดีมากกว่าคนที่คอยออกคำสั่ง
ปล่อยให้ลูกได้ค้นหาศักยภาพของตัวเข้าเอง
พร้อมสนับสนุน และเป็นที่ปรึกษา
|
ไม่แปลกที่พ่อแม่จะวางแผนอนาคตให้ลูก แต่ก็อย่ากำหนดให้เดินโดยห้ามออกนอกกรอบที่วางไว้เท่านั้น เพียงพร้อมสนับสนุนลูก แค่เพียงเท่านี้ลูกวัยรุ่นก็สุขใจ และพร้อมเข้าหาพ่อแม่เหมือนยามเป็นเด็กตัวน้อยเช่นเดิม
อยากให้พ่อแม่มองอย่างไร ขอเสียงวัยรุ่นไทยหน่อย!
คู่มือการใช้สื่อเสียง "พ่อแม่เลี้ยงบวก" http://jitdee.com/download/project_detail.php?pcode=3
วิทยากร เชียงกูล. จิตวิทยาวัยรุ่น : ก้าวข้ามปัญหาและพัฒนาศักยภาพด้านบวก. พิมพลักษณ์, กรุงเทพฯ : สายธาร, 2552.
|
74 ความคิดเห็น
เวลาบอกว่าไม่หิวก็จะออกคำสั่งหรือลากไปกินทั้งๆที่อิ่มอยู่


เวลาบอกแปบเดียวก็บอกว่าแปบเดียวที่ไหนนาวเป็ชั่วโมงทั้งๆที่กำลังจะไปช่วยทำงาน
แต่กลับรู้สึกแหยะๆ ขึ้นมา
อยากให้เข้าใจกว่านี้หนูรู้ว่าแม่รักหนูแต่ไม่อยากได้ยินว่านี้คือคำสั่ง
(ความคิดลูก) หนูอยากเรียนร้องเพลง อยากไปเรียนเมืองนอก อยากไปเที่ยวกับเพื่อน อยากไปดูหนังร้องคาราโอเกะ อยากซื้อเสื้อผ้าใหม่ อยากได้เครื่องสำอาง อยากได้นู้น อยากได้นี่ .... อยากให้พ่อแม่เข้าใจ
(ความคิดพ่อ-แม่) อยากให้ทุกอย่างที่ลูกต้องการ แต่ ... เงินไม่พอ เร่งรีบ ทำงาน หาเงิน แล้วก็เอามาให้ลูก หาไม่ทัน เครียด เครียด เครียด
(ลูก) จะเอาๆ อยากได้ๆ เพื่อนๆยังมีเลย ... แงๆ พ่อแม่ไม่เข้าใจอะ ทำไมต้องห้ามด้วย เวลาจะทำอะไร
(พ่อ-แม่) ... ลูกอยากได้ - เราไม่มีเงิน, ลูกอยากไป - เราเป็นห่วง, เครียดๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
(ลูก) .... เครียด เครียด เครียด
(พ่อ-แม่) ... เครียด เครียด เครียด
สุดท้าย พ่อแม่ ก็ด่าๆๆๆ ลูก ก็ เถียงๆๆๆ (แต่มักจะบอกว่า ไม่ได้เถียง)
ปล. เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นระหว่าง น้องและแม่ของเราเอง ... สำหรับเรา เราเข้าใจแม่ ส่วนน้องสาว เราก็ต้องอบรม .. แต่ก็นะ เพราะเป็นเด็กที่ไม่เคยเข้าใจใครนอกจากตัวเอง ก็เลย .. ขโมยเงินแม่ ไปซื้อความสุขให้ตัวเอง ขี้โกหก ... พอโดนจับได้ ก็มาขอโทษ แล้วก็ทำอีก แล้วก็มาขอโทษอีก วนเวียนอย่างนี้มาหลายปี หลายปีจริงๆ .. อะไรก็แก้ไม่ได้ .. จนตอนนี้เราไม่อยากคุยกับน้องเลย ไม่ได้โกรธหรือเกลียดนะ แต่มันไม่อยากพูดด้วยอะ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร
เรารู้นะว่าทำไมเราถึงไม่อยากคุยด้วย
เพราะว่าเราเบื่อ เบื่อที่จะพูดกับคนดื้อ
คนอื้อยังไงก็ดื้ออยู่วันยันค่ำ
พูดไปก็เหมือนสีซอให้มันฟัง
เฮ้อ สู้อยู่เงียบๆ ดีกว่า
เบื่อ
เบื่อๆๆๆๆๆ
แอบเครียดนะ แต่ก็ดีกว่าพูดไปแล้วมีเรื่องให้บ้านระเบิดอีก
555 นี่เราจะกลายเป็นเด็กเก็บกดไปแล้วเหรอเนี่ย??? ><
บทความนี้ได้อะไรดีๆเยอะค่ะ บางทีระหว่างพ่อแม่กับลูกมันก็มีช่องว่างระหว่างวัยอยู่ ยากจะเอามาติดกัน แล้วก็เกิดปัญหาพ่อแม่ไม่เข้าใจลูก ลูกไม่เข้าใจพ่อแม่ แล้วก็ทะเลาะกันขึ้นมา
เราว่าขยับกันคนละครึ่งทาง น่าจะดีนะ อยากให้พ่อแม่เข้าใจตรงนี้ เพราะพอเราอยากให้ครึ่งๆ พยายามเสนอความคิดเห็นก็กลายเถียงทุกที โดนฟาดอีกT^T;;
ยังไงก็ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ
เราไม่รู้นะ แค่ความรู้สึกเ้รา = =;;
ก็เข้าใจนะ ...ว่ารัก ว่าห่วง...
แต่มันเกินไปมั้ยที่พ่อแม่เราต้องขีดเส้นทางเดินให้มากขนาดนี้
ปล่อยให้ฟรีสไตร์อะไรหน่อยก็ไม่ได้ บางทีมันก็เครียดนะTT
การเถียงคือ การโต้แย้ง เมื่อมีคนพูด แล้วเราไม่เห็นด้วย แล้วพูดตอบกลับไป นั้นก็เรียกการเถียงได้แล้ว
บางที ลองโดนคนอายุน้อยกว่าตอบโต้ดูสิครับ ลองไปเถียงกับคนที่เด็กกว่าเรามากๆ ซัก 5-10 ปี ดูแล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ถึงว่าคุณเถียง
จำไว้นะครับว่า เมื่อคุณเป็นพ่อแม่ แม้คุณจะรักลูกแค่ไหน ถ้าลูกทำผิด คุณต้องทำโทษ และชี้ให้ลูกเห็นด้วยว่า สิ่งที่ทำนั้นผิดยังไง ต้องคุยกับลูกให้เข้าใจ และควรให้ลูกรู้ด้วยว่า ฐานะการเงินของที่บ้านเป็นอย่างไร และ ต้องทำอย่างไรให้ได้ของที่ตัวเองอยากได้(เช่นทำงานพิเศษอื่นๆ)
จงคิดไว้เสมอว่า สอนลูกเพื่อให้ลูกมีชีวิตอยู่ได้หลังจากที่ตัวพ่อ ไม่ใช่สอนลูกให้เป็น "ขอทาน" หรือ "โจร" เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปตามใจมาก โลกมันโหดร้ายกว่าที่เห็น
ปล. ไม่ได้ตั้งใจให้กระทบใคร แค่อยากพูดให้อ่านไว้ เผื่ออนาคตได้ใช้ จะได้ไม่ต้องไปลองผิดลองถูก