Admission Idol #1 : น้ำใส (วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ)
สวัสดีครับ ไม่ต้องแปลกใจ นี่เป็นคอลัมน์ใหม่เว็บ Dek-D "Admission Idol" คอลัมน์รวมประสบการณ์เด็ดของรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จในสนามแอดมิชชั่น เราจะเจอกันเดือนละ 2 ครั้งเท่านั้น !! แต่ละครั้งรับประกันความมันส์พะยะค่ะ 555 ว่าแล้วสัปดาห์แรก พี่ลาเต้ ก็ขอเริ่มต้นด้วยประสบการณ์เด็ดของ "พี่น้ำใส" ที่ค้นพบสูตรเด็ดกู้คะแนน GAT PAT จากฝ่าเท้า.. ให้เป็นหนังหน้า เป็นยังไงไปดูกัน
น้ำใส ฑภิสรา พุทธาคุณเจริญ
อดีตกาล : ม.6 จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนการเรียนวิทย์-คณิต-คุณภาพชีวิต
สถานะแอดมิชชั่น : แอดมิชชั่นติด คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พอขึ้น ม.6 เตรียมตัวรับมือกับแอดมิชชั่นยังไงบ้าง เล่ามาๆ
พี่ว่าตอน ม.6 เรื่องเรียนพิเศษนี่ควรหยุดได้แล้วนะ หมายถึงควรอยู่บ้าน/โรงเรียนทำโจทย์ได้แล้ว จะเรียนก็ต่อเมื่อซ่อมเนื้อหาวิชาที่ไปคุ้ยอ่านทวนแล้วก็ยังไม่เข้าใจ เพราะเรียนพิเศษ มันกินเวลามาก กว่าจะหาคอร์สที่ใช่ เดินทางไปถึงที่เรียน เจอเนื้อหาที่รู้แล้ว กดดันจากเพื่อนที่เก่งกว่าแล้วมานั่งไซโค แอร์เย็นก็ป่วยอีก นั่งข้างคนหน้าตาดี เอ้า! ฟุ้งซ่าน กำเดาพุ่ง กลับบ้านเพ้อ คราวต่อไปเสียเวลาเพิ่ม ต้องแต่งตัวเลิศออกไปให้เขาดู ฯลฯ อืมม... ดังนั้นก่อนหนูจะเลือกลงคอร์สอะไรตอนม.6 ต้องคิดให้ดีๆ นะ เวลาของเด็กเตรียมแอดมิชชั่น มันเหลือน้อยสุดๆ ใช้ให้คุ้มค่านะเออ
ส่วนตัวพี่ไปเรียนซ่อมฟิสิกส์นะ สมัครคอร์สใหญ่เบิ้ม(เปลืองมาก)แล้วไปเรียนเฉพาะส่วนที่พี่แป้ก.. เลยเป็นที่มาของการแนะนำให้เลือกเฉพาะที่จำเป็น ไม่งั้นก็เสียเงินฟรีเหมือนพี่ T_T ส่วนการติดตามข่าว พี่มีท่านแม่ผู้ประเสริฐ และเพื่อนแสนดีคอยบอกเรื่องนู่นนี่เสมอจ้ะ บางทีก็พี่ลาเต้ และเว็บ dek-d นี่แหละ ได้ข่าวรวดเร็ว และมีวงในตลอด :D
เล่าการสอบ GAT PAT ครั้งแรกให้ฟังหน่อย เป็นยังไงบ้าง ?
แอบอายนิดๆ พี่เตรียมตัวแบบ... ตั้งใจมาก อ่านแบบไร้สติ นอนดึก ตื่นมาเรียนแทบไม่ไหว หลังๆ นี่วิ่งพล่านไปมาบีบคอเพื่อนข้างๆ ตะกุยดินในสนาม คุยกับหมา เล่นกับแมว ทรมานสุดๆ น้ำหนักลดจนเพื่อนทัก กินอะไรก็ไม่อร่อย (เว่อร์ไปนิด555) ง่ายๆว่าพี่เครียดมากนั่นแหละ เพราะเพื่อนที่โรงเรียนก็ส่วนหนึ่ง เป็นการไซโคที่น่ากลัวมากๆ พวกที่เทพจริงๆ ก็เครียดว่าทำไม่ได้ ไอ้เราก็คนปกติยิ่งกลัวหนักเข้าไปอีก ทุกนาทีที่หยุดก็คิดว่า นี่เพื่อนเราอ่านไปถึงไหนแล้ว ก็กลายเป็นว่า ร่างกายล้า จิตใจล้า พังหมดเลย ผลออกมา ไม่น่าพอใจ(เน่านั่นแหละ) ยกเว้น GAT ที่เข้าไปทำสนุกสนานแล้วนอน กลับออกมาดี... ซะงั้น
ขอเทคนิคในการอ่านหนังสือให้เข้าหัวหน่อย ขอเด็ดๆ เลยนะ
หลังจากสติกลับมาแล้ว เราค้นพบหลายวิธีเลยแหละนะ หึหึ ส่วนมากก็กินไปอ่านไป (อ้วนแน่ค่ะพี่น้องงงง ^_^) แล้วก็เคยอ่านเจอว่ากลิ่นหอมจะช่วยให้จำแม่น ก็ใช้น้ำมันนวดแบบหอมๆ มั่ง จุดเทียนมั่ง ฉีดน้ำหอมมั่ง แล้วก็ใช้สีเยอะๆ ในการจด shotnote การจดให้เป็นระบบสำคัญมากเลยนะ ทางที่ดีเราควรทำ Mind Mapping ไปเลยแล้วจำเป็นภาพซะ เอาให้ถึงขั้นหลับตาแล้วนึกได้ว่า ก้อนที่เราต้องการอยู่ส่วนไหนของแผนผัง ใช้สีอะไรจด(ไม่ได้เว่อร์ ลองพยายาม! แล้วชีวิตจะดี)
เวลาท่องก็ตะโกนออกมาเลย เคยมีน้องถามเรื่องวิธีทำให้ไม่ง่วง ขอเอามาบอกต่อด้วยแล้วกันนะคะ มีหลายวิธี ง่วงเบาก็ล้างหน้า ง่วงหนักหน่อยก็อาบน้ำสระผมไปเลย ขี้เกียจก็ลุกจากโต๊ะมาทำกายบริหาร ยืดๆ ไปซะ สะบัดหน้าแรงๆ ฉีกขาให้มันเจ็บ (จะว่าไปเคยฉีกขาแบบ ไถลงไปเรื่อยๆ... นึกภาพออก? พร้อมกับท่องอะไรซักอย่าง คือต้องจำให้ได้ก่อนจะเอ็นขาดกระจุยย!!!! โหดมาก*_*) มีบางคนแนะนำให้เอายาหม่องป้ายตา แต่ยังไม่เคยลอง
แล้วก็แนะนำวิธีนี้เลย “ถอนขน” ... คิ้วอ่ะน้อง สาวๆ หนุ่มๆ ต้องแต่งทรงคิ้วใช่มั๊ย เพื่อความเป๊ะของหน้า ไป search วิธีจัดรูปคิ้วตาม google แล้วลองดู ครั้งละเส้นสองเส้นก็เกินพอ โคตรเจ็บเลยครับท่าน TTxTT ความจริงขนอะไรก็ได้ตามร่างกาย แล้วแต่น้องจะไอเดียบรรเจิด เลือกถอนเอาตามใจชอบนะ มันเจ็บและตื่นทั้งนั้นแหละ ฮือๆ หนทางช่างยากเย็น
อ่านหนังสือสอบ O-NET อย่างไร (มีตั้ง 6 วิชาแบ่งกันยังไง)
ส่วนมาก O-NET ที่เน้นไปทางทำข้อสอบเก่าเสียมากกว่าค่ะ อ่านก็เฉพาะวิชาที่เลือนๆ ไปอย่าง ชีวะ ดาราศาสตร์ ดินหินแร่ เคมี สังคม ไทย ยึดหลักไม่เครียดเข้าว่า ไอ้วิชาที่เดาใจคนออกไม่ถูกอย่างสุขะ ศิลปะ ดนตรี ก็ไม่ได้อ่านรู้สึกเสียเวลาไงไม่รู้ เพราะ ข้อสอบเก่าทำได้ แล้วดูย้อนหลายๆ ปีก็ยิ่งหมดหวัง ใช้ดวงดีกว่า วิชานี้ ฮ่ะๆ เกือบตก Mean แน่ะ O_O
GAT PAT ครั้งที่สองเป็นยังไงบ้าง (ดีขึ้น หรือแย่ลง)
หลังจากกลิ้งไปกลิ้งมา เพราะคะแนนน่าจะได้ที่ๆ หนึ่งซึ่งเราโอเคแล้ว เราก็ชิวมาก อ่าน กิน เล่น คุย ซื้อของ ประหนึ่งไม่ใช่เด็กแอดฯ(ชั่วร้ายมาก) แล้วก็เข้าไปสอบขำๆ ขำมากถึงขนาดโดด PAT1 ไปเดินแฟชั่นเลยทีเดียว(อย่าเอาเยี่ยงอย่างนะน้อง!!) ไม่เรียนพิเศษ ให้เพื่อนติวแทน คุยกับเพื่อนเข้าใจกว่า แถมเพื่อนที่ติวก็คนดีสุดๆ ใจเย็นมาก บางทีซ้ำสามรอบมันยังไม่บ่น ปรากฏว่า ผลออกมาเลิศเลอ กรีดร้อง วิ่งไปรอบบ้าน นี่คนเดียวกับที่สอบรอบแรกเหรอเนี่ยยยยย!? ฮ่าฮ่าฮ่า
มันดีขึ้นแบบ ฝ่าเท้าเป็นหนังหน้าเลยทีเดียวค่ะ สรุปสูตรง่ายๆ เลยนะ “อย่าเครียด” เพราะรอบสองนี่พี่กะสอบเล่นๆ โดยแท้เลย เวลาเข้าไปแบบไม่เครียด มั่นใจเต็มเปี่ยม ข้อสอบอะไรก็สบายน้อง แต่ถ้าน้องจะชิว น้องควรมีเศษซากอารยธรรมเหลือในหัวบ้างนะ ไม่ใช่พี่น้ำใสบอกว่าหล่อนชิวเลยทำได้ น้องก็ DotA ทั้งวัน... จะรอดไหมคะเนี่ย 5555
ขอดู 4 คณะที่เลือกตอนแอดฯ กลาง พร้อมเหตุผลแต่ละอันดับหน่อย
อันดับ 1 ทันตแพทยศาสตร์ มหิดล : เลือกไปยังงั้นให้เข้ากับธรรมเนียม
อันดับ 2 ทันตแพทยศาสตร์ มศว. : เลือกไปแล้วดันกลัวติด ดีที่คะแนนปีนี้ขึ้น
อันดับ 3 วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : เลือกกะให้ลงตรงนี้ (YES!! เป๊ะมาก)
อันดับ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมทรัพยากรธรณี จุฬาฯ เลือกให้ครบอันดับ
ในวันประกาศผลรู้สึกยังไง หัวใจหยุดเต้นไหม 555
ก่อนรู้ผลเครียดมาก.. ไปๆ มาๆ ดันอยากเรียนวิศวะ ลุ้นให้คะแนนขึ้น ขอให้ได้อันดับสาม.. ท่องไว้ๆ คลายเครียดโดยการกินไอติม และเล่นกับแมว นั่งลุ้นผลกับท่านแม่ และคุณรุ่นพี่ ปรากฏประกาศออกมา ได้ วิศวะ ฬ !!! ตอนนั้นแหละ เรากับท่านแม่กรี๊ดบ้านแตก โดดกอดกันกลิ้งกลุกๆ หมาแมวในบ้านแตกตื่น โทรไปบอกท่านพ่อ ฯลฯ เหมือนว่าที่ทนเครียดมานานมันหมดไปแล้วเหมือนเขื่อนแตก ชีวิตดี โลกสดใส ได้ยินเสียงนกร้องเป็นเพลง "ปราสาทแดง" ครอบครัวพาไปกินเนื้อย่าง เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดมื้อนึงเลยทีเดียว ได้เป็น "อัศวินี" แล้วจ้าาา
แนะนำน้องๆ หน่อย ในการเลือกคณะ 4 อันดับให้ติดชัวร์
เลือกให้ติดชัวร์น่ะมันง่าย พยายามติดที่เราอยากเรียนดีกว่าเน้อออ :3 อยากบอกว่า น้องควรทำคะแนนให้เยอะๆ เอาไว้แหละเป็นดีที่สุด ตัวเลือกจะได้เยอะๆ เกรดโรงเรียนรักษาเอาไว้ให้ดี (กรณีโรงเรียนน้องให้เกรดชิวอ่ะนะ แต่ถ้าโรงเรียนที่ปั่นยังไงก็ไม่ขึ้น ทำใจเสียเถอะ เจ้าซวยมาก หึหึ) แต่ก็นะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความพอใจของน้อง อยากเรียนอะไรก็เลือกไป ชีวิตเป็นของหนูนะคะ คนที่ต้องนั่งแง่วกับอาชีพนี้ไปจนเกษียณก็ตัวหนูเอง นึกถึงจุดนี้ไว้ให้ดี เพื่อนพี่คะแนนทะลุทันตะฯ แต่ก็เลือกตามฝันได้ที่หนึ่งสัตวแพทยฯ เกษตรฯไปแล้ว ไม่ต้องแคร์มากก็ได้ว่า คะแนนเราถึงไอ้นี่ไอ้นั่น
เรื่องแอดมิชชั่นที่ดราม่าที่สุดในชีวิต ม.6 ของคุณ คืออะไร
เรื่องเผ็ดร้อนในชีวิตเรามีไม่มากหรอกมั้ง คงมีแค่ทะเลาะกับครอบครัวเรื่องการเลือกคณะนั่นแหละ เราอยากเรียนสัตวแพทย์ แต่ก็มีปัญหากับที่บ้าน ทะเลาะกันใหญ่โต ร้องห่มร้องไห้ เราก็พาลไปทั่ว (ก็นะ...คนมันเครียดนี่) แต่สุดท้าย พอได้ใบผ่านให้เลือก มีแมวเหมียวน้อยตัวนึง(ที่ไม่รู้จัก) โดนหมากัด พาเข้ามาในบ้านแป๊บนึงแล้วมันตาย เราร้องไห้ ...วินาทีนั้นเป็นอะไรที่แว่บเข้ามาในหัวเลยว่า เรียนไม่ได้แน่ ยังไงก็เรียนไม่ได้ เพราะเราเป็นคนอ่อนไหวมากกับสัตว์ ถ้าเรียนก็ลำบากเพื่อนร่วมคณะ และทรมานใจตัวเองในอนาคตจริงๆ ตอนนี้เลยได้แต่นั่งขำว่า จะทะเลาะกับท่านแม่ท่านพ่อทำไมกันเนี่ย 555 (ไม่ค่อยดราม่าแฮะ ชีวิตเราจืดชืดอ่ะ ขอโทษ T^T)
1 ปีที่ผ่านมา คุณได้อะไรกับคำว่า "เด็กแอดมิชชั่น"
“รุ่นน้ำท่วม” เป็นรุ่นที่ซวยที่สุดของซวยแล้วน้องเอ๋ยยย... ยิ่งถ้าโรงเรียนน้องไม่ให้เกรดสวยๆ บนสมุดพกนะ ชีวิตน้องจะยิ่งกว่าติดเกาะกลางทะเลกับเสือโคร่งหิวๆ ฝูงหนึ่ง ไหนจะเจอ ปรากฏการ “ข้อสอบมาตรฐานเดียวกันทุกปี” เด็กซิ่วเดินถือคะแนนเก่ามายื่นสบายใจเฉิบอีก สนามสอบก็เท่าเทียมกันมาก ไปชมได้ในคลิปยูทูป “มาตรฐานการสอบ GAT PAT ?” พี่ชอบเสียงคนถ่ายมากเลยนะ ไม่พูดมากละ.. เดี๋ยวโดนอุ้ม ฮ่ะๆ ก็นะ ได้เรียนรู้อะไรเยอะ ทั้งเรื่องความรัก มิตรภาพ ความเสียสละ รับผิดชอบจากเพื่อน ครอบครัว รุ่นพี่รุ่นน้อง อาจารย์ เป็นประสบการณ์ที่มีค่าจริงๆ เลยค่ะ
ให้แนะนำน้องๆ รุ่นต่อไปหน่อย "ควรใช้ชีวิต ม.6 อย่างไร" ให้ดีที่สุด
ความเครียด หรือ การกดดันตัวเองไม่ช่วยอะไร รู้จักผ่อนคลาย แบ่งเวลาให้เป็น จงทำตัว... เป็นรุ่นพี่ที่ดี เป็นเพื่อนที่ดี เป็นนักเรียนที่ดี เป็นลูกที่ดี เป็นเด็กเตรียมแอดมิชชั่นที่ดี และ เป็นคนดีใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่า จะได้ไม่เสียใจภายหลังค่ะ
โอ้โห.. 555 เป็นประสบการณ์แอดมิชชั่นที่มันมาก ทุกคำ ทุกตัวอักษรอ่านแล้วเห็นภาพตามเลย พี่ลาเต้ เห้นด้วยเลยที่ว่าความเครียดนอกจากจะไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ยังจะพาให้ทุกอย่างลงเหวไปหมด ทั้งคะแนน อารมณ์ขัน หรือแม้กระทั่งหน้าตา 555 เอาเป็นว่าอย่าลืมเอาสูตรพี่น้ำใสไปใช้ รับรองคะแนน GAT PAT พุ่งจากส้นเท้าเป็นหนังหน้าแน่นอนคร้าบบ ส่วน Admission Idol #2 รอติดตามได้เลยคร้าบ รับรองสนุกสมการรอคอยแน่นอน อิอิ
เริ่มแล้วคร้าบบบบ!! โครงการ "แบรนด์แอดมิชชั่นเรียลลิตี้ปี 4" เฟ้นหาเด็ก ม.6 มารับตำแหน่ง 4 กัปตันฯ เพื่อให้พี่ๆ เว็บ Dek-D ไปตามติดชีวิตแอดมิชชั่นแบบ Uncensored เปิดรับสมัครวันนี้ - 31 ก.ค.55 "ไม่ต้องเรียนเก่ง ไม่ต้องหน้าตาดี ขอแค่อยากเรียลลิตี้ในชีวิตเป็นพอ" คลิกที่นี่
ดูรายละเอียด คลิกที่นี่ ได้เลย!!

ใครเล่นทวิตเตอร์มา Follow ตามข่าวรับตรงแอดมิชชั่นจากพี่ได้นะ @lataedekd





23 ความคิดเห็น
ชีวิตนี้ต้องดีแน่ แค่เชื่อในตัวเอง :[)
ขอบคุณประสบการณ์ดีๆ นะคะ แล้วจะเอาไปปรับใช้ให้ได้เยอะๆ เลย
อยากให้เีขียนเป็นบล้อกจัง ^^
อย่าเครียด อย่าเครียด เพี้ยงง 555555
พี่เล่าซะแบบนะ...มันมาเป็นฉากๆ
โครตตตตชอบพี่เลยจริงๆ 555555555
อ่านเรื่องของพี่แล้วหนูก็ฮึด หนูจะพยายาม
หนูจะตั้งใจ ครั้งเดียวในชีวิต
ขอบคุณนะพี่ >/l\<