Admission Idol No.2 : วอร์ม (วิศวกรรมฯ ธรรมศาสตร์)
สวัสดีครับ หากพูดถึงวิชา PAT 2 ล่ะก็เป็นวิชาที่เด็ก ม.6 หลายคนตั้งสมญานามให้เลยว่า "วิชาเทพทำ" คือคนที่ทำได้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเทพๆ เมพๆ สามัญชนอย่างพวกเราทำกันไม่ค่อยได้หรอก 5555 หลายคนอาจจะนึกภาพไม่ออกว่ามันยากขนาดไหน ว่าแล้วก็ลองมาฟังประสบการณ์จากคนที่เคยไปสอบอย่าง Admission Idol ประจำสัปดาห์นี้กันเลยครับ ฟิตแทบตาย แต่ได้คะแนนน้อยกว่าคนไปเดา ???? เกิดอะไร ไปดูกัน
วอร์ม กรกช ไม้เกตุ
อดีตกาล : ม.6 โรงเรียนวัดราชบพิธ
สถานะแอดมิชชั่น : แอดมิชชั่นติด คณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.ธรรมศาสตร์
พอขึ้น ม.6 เตรียมตัวรับมือกับแอดมิชชั่นยังไงบ้าง เล่ามาๆ
พี่โชคดีมากๆ ที่ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 4 กัปตันแบรนด์แอดมิชั่นเรียลลิตี้ของเว็บ Dek-D เลยได้มีโอกาสเรียนพิเศษ เมื่อก่อนไม่เคยเรียนเลย พี่เริ่มจริงจังกับการสอบในช่วงปิดเทอมใหญ่ ม.5 ช่วงแรกก็หาข้อมูลก่อนว่ามีคณะไหนที่ชอบบ้าง ได้วุฒิอะไร จบมาทำงานอะไร การสอบเข้ามีวิธีไหนบ้าง คุณสมบัติเราผ่านไหม ทำแบบทดสอบความชอบความถนัด เช็คข่าวรับตรง เข้ากลุ่มแนะแนวการสอบใน Facebook เข้าบอร์ดแอดมิชชั่นทุกวัน พี่จะเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดครับ เพราะข่าวจะไวมาก แต่ต้องตรวจสอบดีๆ ด้วยนะ เราอาจจะไม่ได้เก่งมาก แต่เน้นข่าวไว รอบคอบ และเทคนิคขั้นสูงครับน้องๆ
เล่าการสอบ GAT PAT ครั้งแรกให้ฟังหน่อย ตื่นเต้นไหม
ครั้งแรกที่เตรียมไปดีที่สุด คือ GAT1 พาร์ทเชื่อมโยงครับ รองลงมาคือ GAT2 ภาษาอังกฤษ และ PAT ตามลำดับครับ (เรียงจากง่ายไปยากเลยนะ) เชื่อมโยงต้องทำข้อสอบจริง มันจะง่ายขึ้นเรื่อยๆ ถ้าน้องทำตั้งแต่ชุดแรกสุดไล่มาจนปัจจุบัน ถึงตอนนั้นน้องจะจับจุดได้เองว่าต้องตอบยังไง เป็นการวัดความคิดในหัวเราว่าเข้าใจบทความที่อ่านไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งมันไม่ยากเลย ซึ่งเราต้องยึดตามบทความครับ ไม่คิดเองเออเองนะน้องๆ
ส่วน GAT อังกฤษ พี่อ่านข่าวในอินเทอร์เน็ตครับ เช่น Foxnews BBC หรือดูหนัง ฟังเพลงสากล เน้นการนำมาใช้ในชีวิต เพราะวิชานี้เขาวัดการสื่อสาร เราต้องฉลาดเท่าทันข้อสอบ เข้าใจธรรมชาติของข้อสอบว่าวัดอะไร ให้น้องอ่านข่าวที่ชอบเลยครับ อ่านบ่อยๆ ทุกวันยิ่งดี แรกๆ อาจจะดูยากก็อ่านแค่ย่อหน้าเดียวก่อน แล้วฝึกแปลคำศัพท์ ซึ่งพออ่านไปเรื่อยๆ น้องจะชิน และเทพครับ จะจำศัพท์ได้เองโดยไม่ต้องท่อง ซึ่งมันช่วยในการทำพาร์ท Reading ได้ดีมากๆ ใช้คู่กับเทคนิค Skimming and Scanning ลองหาในเน็ตดูนะ ข้อไหนตอบได้โดยไม่ต้องอ่านบทความก็ตอบเลย
ขอบอกว่าพี่ไม่เก่งแกรมม่าเลยครับ Error ออกน้อย และจำเยอะ รอบแรกเลยตัดทิ้ง ทำข้อสอบเก่าในพาร์ทที่ถนัดให้แม่น บทสนทนาจะใช้ศัพท์ตามสถานะของผู้พูดให้น้องเล่น Facebook โดยใช้ภาษาอังกฤษ แอดฝรั่งสักคน สวัสดีเขา แนะนำตัว แล้วชวนคุย เขาเฟรนลี่ครับ น้องจะได้เพื่อนใหม่ต่างแดน และฝึกการใช้ภาษาไปในตัว
เรื่อง PAT พี่เตรียมเยอะมากๆ อ่านใหม่หมดเลยตั้งแต่ ม.4 ม.5 แต่ยอมรับว่าเก็บไม่หมดเลยมาเน้นเรื่องที่ออกสอบเยอะ และเรื่องที่ถนัดแทน ก็โอเคนะครับ ทำโจทย์ด้วยเนอะ พี่เคยท่องจำไปสอบใช้ไม่ได้ผลกับสนามนี้นะ เพราะแนวจะเปลี่ยนเรื่อยๆ ให้น้องอ่านเอาความเข้าใจดีกว่าครับ ทีนี้เจอโจทย์แนวไหนก็ไม่หวั่นไหวแล้ว ^^
ที่เล่ามาเหมือนเป็นการเตรียมตัวที่ดีมากๆ และผลออกมาก็ดีใจครับ เพราะ GAT รวมที่ได้ 259 คะแนน ซึ่งไม่ได้ทำข้อสอบเก่าแบบจริงจัง หรือจับเวลาเลย แต่ได้อังกฤษ 109 ส่วน PAT1 เน่าหนอนมาก แต่ก็ไม่หวังอยู่แล้ว ส่วน PAT2 แย่กว่าที่คิดไว้เยอะ เพราะเครียดเกินไป แล้ววันสุดท้ายก่อนสอบฟิตแถมนอนดึก เลยเป็นไปตามกรรมครับ
ขอเทคนิคในการอ่านหนังสือให้เข้าหัวหน่อย ขอแบบเด็ดๆ เลยนะ
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ "ใจ" ครับ น้องต้องมีเป้าหมายก่อนว่าอยากเป็นอะไร แล้วอ่านให้ตรงจุด ถ้าน้องไม่ชอบฝืนใจอ่านไปยังไงก็ไม่รุ่งครับ แถมเข้าไปเรียนก็ไม่สนุก สู้เพื่อนๆ ที่มีใจรักไม่ได้ ทำงานที่ไม่ชอบอีกตลอดชีวิต (โอ้ว แย่เลย) พอรู้ว่าชอบอะไรก็มุ่งเลยครับ นึกถึงวันที่เราติดคณะ/มหาลัยที่หวังน้องจะดีใจแค่ไหน พ่อแม่ต้องภูมิใจแน่ๆ ทุกคนจะมาแสดงความยินดีกับน้อง แล้วก็อย่ากดดันตัวเองนะ ผ่อนคลายบ้าง ห้ามทิ้งงานอดิเรกที่ดูไร้สาระกว่าการอ่านหนังสือโดยไม่มีเยื่อใย เช่น เลิกเล่น facebook ทุบคอมทิ้ง ปิดโทรศัพท์ ไม่ไปเที่ยวกับเพื่อนเลย แบบนี้เวอร์ไปครับ แถมน้องจะเครียดกว่าคนอื่น ขาดสังคมอีก ชีวิต ม.ปลายไม่สมบูรณ์ แย่ๆ
การอ่านหนังสือแต่ละครั้งห้ามน้อยกว่าหรือเกิน 50 นาทีนะน้อง เพราะเป็นระยะเวลาที่เราจะจดจำได้ดีที่สุด (สังเกตว่าที่ ร.ร.จะให้เรียนคาบละ 50 นาที) อย่าตะบี้ตะบันอ่าน ต้องมีเวลาพัก ให้รางวัลตัวเอง และคุมตัวเอง แบ่งเวลาให้ถูกแค่นั้น จัดการชีวิตตัวเองให้ได้ อย่าเก่งแต่เรื่องเรียนน้อง ต้องเก่งรอบด้าน อาจจะฟังเพลงปลุกใจก่อนอ่านหนังสือ หลับตาทำสมาธิ หาที่บรรยากาศดีดีนั่งอ่าน ถ้าง่วงก็นอนไปเลย อย่าฝืน อย่าเครียด แค่นี้แหละครับ สมองปลอดโปร่งกว่าคนที่ขังตัวเองอยู่ในห้องกับกองหนังสือเป็นไหนๆ
อย่าลืมทำสรุปด้วยนะน้อง เช่น วิชาชีวะ สรุปสำคัญมาก บางคนตอนอ่านเข้าใจแต่ไม่กี่วันลืม หยิบสมุดมาหนึ่งเล่ม หลังอ่านจบให้น้องทำเป็นว่าน้องสอนเพื่อนอยู่ อธิบายเป็นสเต็ปๆเลย แถมก่อนสอบจริงนำมาทวนได้ง่ายๆไม่ต้องอ่านเยอะ โจทย์ก็สำคัญ ต้องทำเพื่อฝึกการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ คิดว่าทำข้อนึง สะสมแต้มได้ 1% ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวมันก็ 100% เองแหละ อะไรแบบนี้ อย่าไปมองคนเก่งกว่าแล้วมาท้อแท้ มัวแต่ท้อ สุดท้ายไม่ได้อ่าน เพื่อนพี่หลายคนเป็นแบบนี้ ขอแค่เข้าใจธรรมชาติของแต่ละวิชา เช่น เลขต้องรู้สูตรแล้วฝึกทำ ชีวะต้องอ่านทำความเข้าใจ แล้วใช้ใจในการอ่าน แค่นี้ก็โอเคแล้วครับ
มีวิธีในการอ่านหนังสือสอบ O-NET อย่างไร (มีตั้งหลายวิชา)
ชีวิต ม.6 กิจกรรมค่อนข้างเยอะ ทั้งสอบตรง สอบไล่ สอบเก็บคะแนน สอบแกทแพท การบ้าน รายงาน กีฬาสี และไปเขาชนไก่ เยอะใช่ไหม พี่ถึงอยากให้น้องจัดการตัวเองเป็น เป้าหมายเดียวกันแต่วิธีต่างกัน ไม่ใช่ให้ไปลอกข้อสอบนะ เพราะลอกติดไปไม่มีความรู้จะเรียนไหวไหม โดนจับได้อายเขาอีก ในมหาลัยรุ่นพี่บอกพี่ว่าข้อสอบช้อยส์เหลือเพียง 5% เองนะน้อง ถ้าท่องไปสอบตายแน่ๆ วิชาโดยรวมจึงควรเน้นพื้นฐานให้โอเคก่อน ข้อสอบเน้นจุดไหน ถ้าเก็บได้ก็โอเคแล้วเพราะ O-NET เป็นข้อสอบวัดพื้นฐานความรู้ที่เรียนมา ข้อสอบชุดเดียวกันทุกสาย จะไม่ลึกเท่า GAT PAT ต้องมาจับประเด็นและเน้นส่วนที่ออกบ่อย เขามีบอกนะว่าออกเรื่องไหนกี่ข้อในเว็บ สทศ. ติดตามกันด้วย
ส่วนการเตรียมตัวไทย สังคม พี่เรียนคอร์สเทอร์โบกับ อ.ปิง ช่วยได้เยอะเพราะพี่เกลียดสังคม ไม่ต้องอ่านเองเยอะๆ เขาสรุปมาให้เลย ส่วนเลขออกไม่ยากถ้าเทียบกับ PAT1 เตรียมดีมีชัยไปกว่าครึ่ง อังกฤษก็ไม่ยาก ส่วนใหญ่จะทำกันไม่ทัน แล้วก็ Error 16 ช้อยส์ที่มีคนฝนคำตอบผิด แบบนี้จบเลย ต้องรอบคอบอ่านคำชี้แจ้งก่อน อย่าคิดว่ามันเสียเวลา เช่น ค่า g วิชาฟิสิกส์ อย่าให้พลาด
ภาษาไทยก็ไม่ยากครับ เป็นคนไทยก็ทำได้แล้ว แต่ให้แม่นหลักภาษาหน่อย ต่อไปวิทย์ มีดาราศาสตร์ด้วย พี่ไม่ได้อ่านไปก็เน้นที่ถนัดอะครับ ชีวะเก็บง่ายสุด ส่วนสามวิชาที่เหลือเป็นเรื่องของดวง และความรู้รอบตัวที่มี สุขศึกษา ดนตรี การงาน จะมัดรวมกันให้เราสอบ ทำไวไวนะครับวิชานี้ อย่าลังเลมาก ดนตรียากสุด เป็นชุดคำถาม ถ้ามีเวลาอ่านไปก็เก็บได้ง่ายๆ ดูกีฬาบ้าง ส่วนการงานง่ายสุดครับ ถามการทำขนม ทำงานบ้าน อ่อ มีคอมแถมมาด้วยนะ ภาษาซี แรม ความรู้พื้นฐานไม่ยาก แต่ถ้าไม่ทันจริงๆ ทิ้งสามวิชาสุดท้ายไปเลยครับ พี่ก็ไม่ได้อ่านไป เพราะรอบแอดกลาง เขานับรวมกันเป็น 5% แนะนำให้เก็บภาษาไทย เลข อังกฤษ สังคม วิทย์ ตามลำดับความง่ายครับ (คหสต.นะ)
GAT PAT ครั้งที่สองเป็นยังไงบ้าง (ดีขึ้น หรือแย่ลง แล้วเรารู้สึกยังไง)
GAT แย่ลง PAT เท่าเดิมครับ เสียใจนิดๆ แต่ GAT รอบแรกโอเคแล้ว จะเซ็งกับ PAT มากกว่าเพราะเตรียมเยอะขึ้น คิดว่าทำได้มากกว่าเดิม แต่ทำไมคะแนนไม่เพิ่ม หรือตรวจผิดหว่า แต่ไม่ได้ไปข้อดูกระดาษคำตอบเพราะช่วงนั้นไม่ว่างเลย
ขอดู 4 คณะที่เลือกตอนแอดฯ กลาง พร้อมเหตุผลแต่ละอันดับหน่อย
อันดับที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะเป็นความฝันสูงสุด รับน้อยแต่อยากเรียนก็เลือกไปเลย สบายใจ รับแยกปีแรกด้วย ยอมเสี่ยงครับ มหาลัยใกล้บ้านอีกต่างหาก
อันดับที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ได้วิศวคอมฯ วิทยาการคอมฯ ก็ยังดีวะ รับเยอะกว่าวิศวะเท่าตัว
อันดับที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดูหลักสูตรแล้วโอเคกับตัวเอง ยังได้เรียนคอมพิวเตอร์บ้าง สายงานกว้าง รับเยอะหน่อย
อันดับที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า(ไฟฟ้ากำลัง โทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ไกลบ้านแต่ก็ยังโอเค ยอมอยู่หอเพื่อให้ได้เรียนคอม ความฝันเรา เรียนที่ชอบดีกว่า เพราะ ม.ธรรมศาสตร์ คณะอื่นที่คะแนนถึงก็มีแต่เอาที่ชอบดีกว่าน่าจะรุ่ง
ในวันประกาศผลเป็นยังไงบ้าง จำไว้ไหมๆ
ก่อนรู้ผลตื่นเต้นครับ ยิ่งตอนกำลังจะดูผลยิ่งตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ แต่ในใจคิดว่าคงไม่หลุดอันดับ 4 บวกค่อนข้างเยอะ ก็ลุ้นให้ได้วิศวฯ คอมฯ อันดับ 1 หรือไม่ก็วิทยาคอมอันดับ 2 ก็ได้ ไปบนหลวงพ่อโสธรไว้ด้วยเลยค่อนข้างเชื่อ และสบายใจ แต่พอประกาศผลออกมาปรากฏหน้าจอขึ้นว่า "เราติดอันดับ 1" หลังรู้ผลดีใจมากน้ำตาคลอเลย กะว่าจะไม่ร้องนะตอนแรก เหมือนเป็นรางวัลแห่งความดี ที่ช่วยส่งให้มาถึงจุดๆ นี้
แนะนำน้องๆ หน่อย เลือกคณะ 4 อันดับให้ติดชัวร์
เอาที่ชอบทั้ง 4 อันดับ เรียงตามหัวใจ เอาที่ติดแล้วคิดว่าดีใจสุด อยากเรียนสุด ชอบสุด ถนัดสุด ไว้อันแรก อย่าตามกระแส น้องเป็นคนเรียน อย่าเลือกเพราะพ่อแม่ เพื่อน แฟน หรือเงิน ดูหลักสูตร คุยกับรุ่นพี่ บรรยากาศมหาลัย บรรยากาศการทำงาน ชอบไหม แต่อันดับสาม กับสี่ อยากให้คะแนนบวกจากต่ำสุด และระวังคะแนนเหวี่ยง ถ้าปีที่แล้วคะแนนต่ำมากๆ ปีนี้คนจะแห่กันเลือกจนคะแนนสูงขึ้น อันดับสี่ก็ยังอยากเรียนอยู่แต่อาจจะมหาลัยรองๆลงมา แล้วคะแนนเราบวกเยอะๆ ยิ่งเยอะยิ่งดี นอนหลับสบาย ไม่ลุ้นหรือตื่นเต้นมาก
เรื่องแอดมิชชั่นที่ดราม่าที่สุดในชีวิต ม.6 ของคุณ คืออะไร
คงเป็นคะแนน PAT 2 ที่น้อยมาก น้อยกว่าเพื่อนที่ไปเดาเสียอีก เซ็งมากๆ ครับช่วงนั้น ไม่อยากตอบเลยเวลาเพื่อนถามคะแนนแล้วเราเป็นกัปตันด้วย กดดันเหมือนกันนะ อ่านมาตั้งเยอะทำไมทำได้แค่นี้ โจทย์ที่นั่งทำมามันไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่ โดนข้อสอบหลอกอีก โทษตัวเองหนักเลยช่วงนั้น ก็ได้กำลังใจจากเพื่อน และครอบครัวเลยสู้ต่อครับ เพราะชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องเรียน สักวันมันจะผ่านไป ส่วนคนที่เขาไปสอบเล่นๆ แล้วได้คะแนนเยอะกว่าเรา อาจเพราะเขาไม่เครียดก็ได้นะ สมองปลอดโปร่ง ไม่ก็ดวงดี แล้วคนตั้งใจอาจหวังมาก รีบทำมากเกินด้วยเพราะจำนานข้อเยอะ ทำให้บางทีไม่รอบคอบได้ ทั้งที่เราอ่านมาดี และยิ่งข้อสอบ PAT 2 เป็นวิชาที่ดราม่าของวิทย์อยู่แล้ว ออกแต่ละรอบยากมากกกกก และยากขึ้นเรื่อยๆ บางทีอ่านไป จำได้ แต่โจทย์หลอก ก็จบกัน
1 ปีที่ผ่านมา คุณได้อะไรกับคำว่า "เด็กแอดมิชชั่น"
ทำให้เราเข้าใจคติที่ว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" มากยิ่งขึ้น เพื่อนสอบตรงติดแต่เราต้องรอแอดฯ มันวัดใจมาก เพราะสอบตรงง่ายกว่า จะแอดฯดีไหม? ทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง ต้องมั่นคงในสิ่งที่รัก ฝึกฝน อดทน รอคอย และพยายามให้ถึงที่สุด ได้ทั้งความตื่นเต้น กดดัน ดีใจ เสียใจ และท้อบ้างในบางที ซึ่งถ้าเราเต็มที่แล้ว มันจะต้องส่งผลที่ดีกับตัวเราแน่นอน" ท้อแต่ไม่ถอย ถอยแต่ไม่ถอน ถอนแต่ปลูกใหม่ รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่ง"
ให้แนะนำน้องๆ รุ่นต่อไปหน่อย "ควรใช้ชีวิต ม.6 อย่างไร" ให้ดีที่สุด
อย่างที่บอก คือ แบ่งเวลาให้ดี เต็มที่กับการเรียน เพื่อน กิจกรรม อย่าทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง จัดการตัวเองให้ได้ ฉลาดใช้ชีวิต เพื่อชีวิต ม.ปลาย ที่สมบูรณ์ สนุกไปกับเพื่อนๆ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะเพื่อนจะอยู่กับเราตลอดไป ชีวิตเป็นของน้อง ถ้าน้องไม่ทำแล้วใครจะทำ ไม่มีใช่ไหม? เลือกในสิ่งที่ดีที่สุดเนอะ พี่เป็นกำลังใจให้ มีอะไรมาปรึกษาได้ หากวันใดน้องสิ้นหวังหมดกำลังใจจำไว้ว่ายังมีคนที่รักน้อง มีครอบครัว มีเพื่อน น้องคิดว่าตัวเองเครียด 100% แต่พ่อแม่เครียด 1000% นะ คนพิการเขายังพยายามศึกษาเล่าเรียน สู้ชีวิตนะน้อง น้องมีครบ 32 จะกลัวอะไร ทำให้ดีที่สุดผลมันจะออกมาเป็นยังไงไม่สำคัญ อย่างน้อยน้องก็ได้พยายามทำมันแล้ว
น้องอาจจะเก่งแต่มีคนเก่งกว่าแค่นั้น ถึงต้องมาสอบแข่งขันกันไง เพราะทุกสิ่งมีขีดจำกัด เหนือสิ่งอื่นใด คือ ความดี ตั้งใจทำด้วยความรักและบริสุทธิ์ ขอให้ทุกคนโชคดี ติดคณะที่ชอบที่หวังกันถ้วนหน้า "แอดมิชชั่นจบ ความเป็นเพื่อนไม่จบ" สู้โว้ย!!!
สุดท้ายในฐานะเป็น 1 ใน 4 กัปตัน BAR รุ่น 3 ให้ชวนน้องๆ มาสมัครรุ่น 4 หน่อย
น้องคนไหนที่ชอบทำกิจกรรม มีความกล้าแสดงออก หรืออยากเป็นตัวแทนถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต ม.6 และอัพเดทข่าววงในก่อนใคร มาสมัครเป็นรุ่นน้องพี่ด่วน! BAR4 ปีนี้ Uncensored ด้วย ต้องสนุกกว่าปีพี่แน่ๆ โอกาสมาถึงแล้ว อย่ารอช้าแล้วเจอกันครับ
โครงการที่พี่ๆ เว็บ Dek-D จะเรียลลิตี้ชีวิตคุณ ช่วยถีบ ช่วยดันให้แอดมิชชั่นติด

ปล. พี่ลาเต้ ก็เป็น 1 ในพี่เลี้ยงโครงการนี้ด้วย มาสมัครกันเยอะๆ นะคร้าบ คลิกที่นี่

ใครเล่นทวิตเตอร์มา Follow ตามข่าวรับตรงแอดมิชชั่นจากพี่ได้นะ @lataedekd


37 ความคิดเห็น
ชมจากใจ มันทำให้เค้าฮึดสู้อ่ะ ฮ่าๆๆ
ตุลาแล้วสินะ มันใกล้แล้ว ToT
จะไปกลัวอะไร เต็มที่กับมันว้อยย อ่านสือต่อๆ >,,<
Thank U
พี่วอม
ชอบคุณมากนะคะ