สวัสดีค่าาา...ตื่นเต้นๆๆๆ ตอนนี้น้องๆ คงปิดเทอมกันแล้ว แต่สำหรับ ม.6 คงไม่สนุกเหมือนปิดเทอมที่่ผ่านๆ มา เพราะในปีนี้ได้พ่วงภารกิจแห่งชาติเอาไว้ด้วย นั่นก็คือ การสอบ GAT PAT รอบแรกในวันที่ 6-9 ต.ค. นี้ ส่วนตอนนี้เหลือเวลาแค่อาทิตย์เดียว คิดว่าน้องๆ น่าจะเตรียมตัวจนพร้อมแล้วล่ะ
เพื่อให้พร้อมไปอีกขั้นนึง ช่วงนี้ที่เว็บ Dek-D ก็ได้พยายามคัดเทคนิคเด็ดๆ ในการสอบ GAT PAT ในแต่ละวิชามาฝาก และวันนี้พี่มิ้นท์เอาใจน้องๆ ที่สอบ PAT 7 ทั้งภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีนและญี่ปุ่นเต็มที่ ด้วยการชวนพี่ๆ จากรั้วอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ล้อมวงคุยและแชร์ประสบการณ์การสอบ PAT 7 มาดูกันว่าเราจะต้องเจออะไรในห้องสอบกันบ้าง
แนะนำตัวให้ชาว Dek-D รู้จักหน่อยจ้า เป็นใคร มาจากไหน สอบเข้าในระบบไหนคะ
พี่เป็กโก้: สวัสดีครับ ชื่อสุภัทร ปัตตานี ชื่อเล่น เป็กโก้ อยู่ปี 1 เข้าด้วยวิธีรับตรงแบบปกติครับ
พี่เกด: ชื่อ ศีสุชา นัยรักษ์เสรี ชื่อเล่น เกด ค่ะ ปี 1 เข้ามาด้วยวิธีสอบตรงเหมือนกันค่ะ ยื่นแพทญี่ปุ่นเข้ามา
พี่มิ้น: สวัสดีค่าา ชื่อมิ้นนะคะ ฐิติกาญจน์ ชัยภูวภัทร ตอนนี้อยู่ปี 1 เช่นกันค่า เข้ามาแบบรับตรงปกติค่ะ
พี่ชมเพลิน: สวัสดีค่า นางสาวอริยวงค์ ตึกดี ชื่อเล่น ชมเพลิน ปี 1 ค่า
*** ที่อักษรฯ จุฬาฯ จะแยกสาขาเรียนกันตอนปี 2 เพราะฉะนั้นพี่ๆ จึงยังไม่แยกเอกกันนะคะ^^
เข้ารอบรับตรงแบบนี้ ได้สอบ pat7 กี่รอบและได้คะแนนเท่าไหร่กันบ้างคะ
พี่เป็กโก้(ฝรั่งเศส): พี่สอบ PATภาษาฝรั่งเศส ทั้ง 2 รอบครับ แต่ว่ารอบรับตรงใช้คะแนนรอบแรกรอบเดียวเท่านั้น รอบ ต.ค. 54 ได้ 229.5 รอบสองได้ 227 ครับ
พี่เกด(ญี่ปุ่น): สอบ 2 รอบเลยค่ะ รอบที่ดีที่สุด คือ รอบแรก 276 ค่ะ รอบสองไปแบบไม่อ่านอะไรไปเลยย 5555 ตอนที่ยื่นตรงของจุฬาฯ เลือกอักษรไว้อันดับแรก ส่วนอันดับสองเลือกรัฐศาสตร์IR ค่ะ
พี่มิ้น(จีน): ตอนสอบใช้คะแนน ไทย สังคม อังกฤษ จาก 7 วิชาแล้วก็ยื่น pat 7.4 ภาษาจีน รอบ ต.ค.ได้ 210 ส่วน มี.ค.ได้ 236 ค่ะ แต่ไม่ได้ยื่นแอดเพราะผลรับตรงออกก่อน ตอนเลือกรับตรงของจุฬาฯ เลือกอักษรฯ อันดับเดียวเลย อยากเรียนมาก ถ้าได้คณะอื่นก็ไม่เอา ถ้าหลุดก็ไปแอดเอาละกัน 555
พี่ชมเพลิน(เยอรมัน): สอบ Pat7.2 ภาษาเยอรมัน 2 รอบค่ะ เเต่ว่าใช้ได้เเค่รอบเเรกรอบเดียวเพราะรับตรงต้องยื่นคะเเนนก่อนค่ะ รอบ ตค.54 ได้ 246/300
อยากให้เล่าวินาทีแรกที่เจอข้อสอบของตัวเอง รู้สึกยังไงกันบ้าง
พี่เป็กโก้(ฝรั่งเศส): วินาทีแรกที่เจอข้อสอบแพทฝรั่งเศส ตกใจ + อึ้งครับ เพราะโจทย์ยาวมากกก 5555 แถมมีแบบ 1 ข้อ 2 คำตอบอีก เลยยิ่งงงไปใหญ่
พี่เกด(ญี่ปุ่น): รอบแรก ต้องบอกก่อนว่าเครียดมากค่ะ เพราะสอบตรงใช้คะแนนรอบนี้รอบเดียว ตอนที่เจอ...มัน..โอ้มายก็อดดดด!! แทบจะโยนกระดาษข้อสอบทิ้ง มันยากมากกกกกกกกกกกก (ลาก ก.ไก่ ถึงขั้วโลกเหนือ) ตอนที่ลองทำของมีนา 54 ปีนั้นก็ยากมาก แล้วพอมาเจอรอบของตัวเอง(ตุลา 54) อึ้งเลยอ่ะ ทำเต็มเวลาสามชม. ส่งคนสุดท้ายของห้อง พาร์ทการอ่านก็เยอะได้อีก 8 อัน แล้วแต่ละอันก็อ่านกันตาลาย สำหรับพาร์ทที่คิดว่าง่ายสุด(ไม่ได้ง่ายนะ แค่ง่ายที่สุด) คิดว่าเป็นพาร์ทคำช่วยค่ะ ส่วนพาร์ทสนทนาที่“เคย”ง่ายในปีก่อนๆ ปีนี้ยากแบบหาคำมาบรรยายไม่ได้ ออกมาจากห้องสอบเหมือนโดนดูดพลังชีวิตไปเลย TOT เฟลมากเหมือนโดนแฟนทิ้ง (จริงๆก็ไม่เคยมีแฟนนะ 5555)
ส่วนรอบสอง ไปแบบชิวมาก เพราะตอนนี้รู้ผลว่าสอบติดแล้ว ก็เลยไม่ได้เตรียมตัว ห้องสอบก็โล่งงงงง คนเข้าสอบน้อยมากกกกก ทั้งแถวมีอยู่สองคน ส่วนความยากก็พอๆ กับรอบแรกนะ
พี่มิ้น(จีน): ความรู้สึก คือ เฮ้ยแม็กแกะยากมาก เล็บฉีกเลย ฮ่าๆ ถ้านอกจากเรื่องแม็กแกะยากแล้วความรู้สึกจริงๆ คือ ตกใจเล็กๆ เพราะข้อสอบหนามากก ก! ชั้นจะทำทันเหรอ เห็นแล้วกำลังใจหายแว้บไป 20% ที่จริงคือมันก็ 100 ข้ออ่ะ แต่ข้อสอบมันมีทั้งตัวเต็มกับตัวย่อรวมกันมาเลยมันเลยดูเยอะ555 ข้อแรกๆ ก็แบบทำได้ๆ แต่พอทำไปซักสี่ห้าข้อแล้วก็แบบ เออ...ไม่รอดแล้วอ่ะ บายย 55
พี่ชมเพลิน(เยอรมัน): วินาทีเเรกที่เจอข้อสอบคือ ตกใจค่ะ เพราะคำศัพท์เยอรมันยาก บางคำเเปลไม่ออกเลย เห็นแล้วก็ล่องลอยไปเลยค่ะ
ข้อสอบออกแนวไหนบ้าง เรื่องไหนที่อยากให้น้องๆ เตรียมตัวเป็นพิเศษ
พี่เป็กโก้(ฝรั่งเศส): มีทั้งแกรมม่า คำศัพท์ วัฒนธรรม สำนวนภาษาฝรั่งเศส แล้วก็มี paragraph สั้น ๆ ให้อ่านแล้วก็ตอบคำถามด้วยครับ ควรท่องศัพท์ไปเยอะๆ จะได้ไม่ช็อคเวลาเจอโจทย์ ส่วนที่ยากที่สุดสำหรับเป็กโก้คือ paragraph ครับเพราะว่ามีทั้งสำนวน คำศัพท์ แล้วบางข้อก็มีวัฒนธรรมอยู่ในข้อเดียวกันเลย
พี่เกด(ญี่ปุ่น): สำหรับพี่ พี่ขอแบ่งเป็น 6 พาร์ทนะ (ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าแนวรึเปล่า)
- พาร์ทแกรมม่า คำช่วยกับผัน V. ส่วนนี้อาศัยความเป๊ะและความโหด ทำข้อสอบเยอะๆ นะ
- พาร์ทสนทนา เหมือนข้อสอบอังกฤษค่ะ ก็ให้เลือกเติมเอา อันนี้มันจะมีคีย์เวิร์ด สมมตว่าตัวเองเป็นโคนันแล้วหาเอา (จริงๆก็ไม่ได้หายากขนาดนั้น) คือบางทีคนญี่ปุ่นจะมีวัฒนธรรมไม่เหมือนเรา อย่างเช่นถ้าพนักงานเซเว่นบอกว่า “เอาซาลาเปาเพิ่มมั้ยคะ” ถ้าคนไทยตอบว่า “ดีค่ะ いいよ” แปลว่าเอา แต่คนญี่ปุ่นแปลว่าไม่เอา แบบนี้ก็โอเคแล้ว อะไรแบบนี้เป็นต้น แล้วก็เรื่องคนในคนนอก (อุชิกับโซโตะ)
- พาร์ทเรียง ให้ประโยคมา 4 ข้อ แล้วก็เรียงเอากับเรียงคำหรือที่เด็กสายญี่รู้จักกันดีในพาร์ทดาวค่ะ จับเป็นคู่ๆก่อน แล้วค่อยเอามาเรียง หรือถ้าอย่างพาร์ทเรียงประโยคงี้ พวกสันธานขึ้นหน้าก็ตัดมันทิ้งไปเลยว่ามันจะอยู่ประโยคแรก
- พาร์ทถูกผิด คือให้เลือกประโยคว่าประโยคไหนเหมือนหรือต่างจากประโยคที่ให้มา อ่านดีๆ มันชอบหลอกอ่ะ รอบคอบให้มากๆ ค่อยๆแปลไป
- พาร์ทความรู้ทั่วไป อันนี้อ่านหว่านแหค่ะ
- พาร์ทการอ่าน เตรียมตาไว้ดีๆ ทำใจสงบๆ นะน้องๆ 555 แนะว่าให้ทำข้อที่ถามคันจิกับคำเชื่อมก่อน แล้วพาร์ทตอบคำถามค่อยทำทีหลัง **ข้อที่ให้เติมคำช่วยถ้าไม่รู้ว่าจะตอบอะไร แนะว่าให้มั่วคำตระกูลแต่ไปก่อนนะคะ จากที่ทำข้อสอบมา ส่วนใหญ่ตอบกลุ่มนี้อ่ะ**
สำหรับพี่ไม่มีเรื่องไหนที่ต้องเตรียมเป็นพิเศษ เพราะเน้นทุกส่วน -__- แต่ก็พอมีเรื่องที่ต้องอ่านเยอะๆ หน่อยคือเรื่อง “เคโกะ” มันคือรูปยกย่อง-ถ่อมตัว ไม่ได้ให้จำวิธีเปลี่ยน วิธีการใช้ (วิธีการใช้ออกรอบละ 2 ข้อ) แต่มันจะแทรกตามส่วนต่างๆ ของข้อสอบ คือถ้าแปลเคโกะคำนั้นไม่ออก ก็ดับอนาถถถ!! และอย่างที่บอกมันชอบหลอกกก ดังนั้นต้องรอบคอบ เช่น しか ต้องบวกปฏิเสธอ่ะ เพื่อนๆ พลาดกันเยอะ
พี่มิ้น(จีน) : แนวเดิมกับปีที่ผ่านๆ มาเลยค่ะ แต่แบบ advance ขึ้น ไม่รู้เป็นธรรมเนียมของเค้ารึป่าวที่ต้องออกข้อสอบให้มันยากขึ้นทุกปีๆ ทั้งที่ข้อสอบเก่าก็ยากพอแล้ว มีออกทุกเรื่องตั้งแต่ ไวยากรณ์ ศัพท์ สนทนา reading ความรู้รอบตัว บลาๆๆ แบบเรียงลำดับเหมือนข้อสอบปีก่อนเป๊ะๆ เรื่องที่อยากให้น้องๆ เตรียมตัวเป็นพิเศษ คือ ไวยากรณ์ค่ะ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ควรจะเก็บคะแนนได้อ่ะ จริงๆนะ ที่เห็นชอบออกซ้ำๆก็พวก
- 不管 即使 就算 ...
- คำเชื่อมประโยคต่างๆ
- pinyin ไปดูให้เป๊ะ (เว่อร์ๆ) ว่า ชื่อคนต้องเว้นตรงไหน ตรงไหนควรติดกัน ตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่อะไรยังไงบ้าง (คือจริงๆ พี่ไม่เคยเรียนไรพวกนี้มาก่อนเลย แล้วมาเจอก็...เหอะๆๆ ต้องการอะไรจากช้านนน) แล้วก็ดูดีๆเรื่องวรรณยุกต์ที่เสียงสามหลายๆ ตัวติดกันตรงไหนต้องเปลี่ยนเป็นเสียงสองบ้าง
- เครื่องหมายวรรคตอนต่างๆ ก็จำชื่อไปว่าภาษาจีนเรียกยังไง ถ้าจำไม่ผิดมันออกครั้งละ 2 ข้ออ่ะค่ะ
พี่ชมเพลิน(เยอรมัน): ข้อสอบส่วนเเกรมม่าเยอรมันออกหลายเรื่องค่ะ เเต่เน้นเรื่อง Präposition, ผัน Adjektiv, Artikel, การเรียงลำดับประโยค ถ้าเป็นคำศัพท์ก็ท่องเยอะๆ ค่ะ ท่องคำศัพท์ทั่วไปให้เเม่นๆ เลย เพราะออกมาครอบจักรวาลมาก ส่วน Lückentest เป็นส่วนที่ยากที่สุดสำหรับเพลิน เพราะต้องเเม่นทั้งเเกรมม่าเเละคำศัพท์ ส่วนอ่าน text ก็ต้องฝึกเยอะๆ จะได้อ่านทันค่ะ ความรู้ที่โรงเรียนสอนก็ครอบคลุมหมดค่ะ สำคัญคือต้องทำข้อสอบเก่าๆ เยอะๆ ให้ชินมากกว่า
สอบสนามสอบไหนกันบ้างคะ แล้วบรรยากาศสนามสอบมาคุหรือเปล่า?
พี่เป็กโก้(ฝรั่งเศส): ตอน ม.ปลาย อยู่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามครับ แต่ว่าสอบที่โรงเรียนสารคามพิทยาคม บรรยากาศก็เงียบ สงบดีครับ แอบร้อนนิด ๆ ด้วย
พี่เกด(ญี่ปุ่น): รอบแรกสอบสามเสนค่ะ ตอนสอบก็เงียบดีค่ะ แต่โชคร้ายนั่งติดหน้าต่าง ช่วงนั้นเดือนธันวา ลมหนาวกำลังมา ก็พัดๆๆๆ ข้อสอบพลิกๆ เปิดๆ จนรำคาญเลยค่ะ แต่ข้อดีคือไม่ร้อน 5555 อ้อ! ตอนสอบคนข้างหลังบ่นอะไรพึมพำอยู่คนเดียวตลอดก็ไม่รู้-*- ส่วนรอบสองสอบที่สาธิต มศว สบายเว่อร์ มีแอร์ เย็นดี (เอาเสื้อหนาวไปด้วยนะ) แต่รอบนั้นมีปัญหา คือ คำสั่งในกระดาษคำตอบกับโจทย์ไม่ตรงกัน พอถามครู ครูก็บอกว่า ถ้าหนูคิดว่ามีหนึ่งคำตอบก็ตอบหนึ่ง ถ้ามีสองคำตอบก็ตอบสอง พอฟังจบถึงกับอึนกันเลยทีเดียว 5555555 ครูขา ครูช่วยหนูมากค่าาาาาา TwT
พี่มิ้น(จีน): สอบที่ศึกษานารีค่ะ สนามสอบก็โอเคค่ะ โรงเรียนเค้าร่มเย็นดีอ่ะ มีหลังคาบังแดด แต่อาจารย์แอบดุไปนิด คือ ต้องสอบชั้น 4 หรือ 5 อ่ะค่ะ เห็นมีลิฟต์ก็เลยขึ้นไปพร้อมกับเด็กต่างร.ร.อีกหลายคน อาจารย์มาเห็นก็เลยโดนจัดไป 1 ยกเต็มๆ คือพี่อาจจะผิดเองแต่ก็ไม่รู้จริงๆ นี่ว่าที่นี่เค้าห้ามใช้ลิฟต์ TT แต่ชอบใจที่มีป้ารถเข็นขายไข่เจียวกับผัดกะเพราตรงหน้าร.ร. อ่ะค่ะ ป้าน่ารักมาก ใจดี ไอติมทอดหน้าร.ร.ก็เริ่ดอยู่นะคะ กรอบนอกนุ่มใน ;P (ขอยืนยันว่าไปสอบค่ะ ไม่มีเจตนาอื่น55)
พี่ชมเพลิน(เยอรมัน): สอบที่สาธิต มศว ประสานมิตรฝ่ายมัธยมค่ะ ดีค่ะ เงียบเพราะสนามสอบนี้จะเป็นห้องมีเเอร์ ไม่หนาวด้วย เรียกว่าทำข้อสอบมีสมาธิสุดๆ เเต่เอาเสื้อกันหนาวไปเผื่อก็ดีค่ะ กันไว้ก่อน
ถ้าเจอข้อสอบที่ทำไม่ได้แถมแปลไม่ออกเลยมีวิธีการเดายังไงบ้างคะ
พี่เป็กโก้(ฝรั่งเศส): ถ้าแปลไม่ออกเลยก็ให้ดูบริบทของโจทย์ครับ พยายามหาคำศัพท์ที่เรารู้จักหรือคุ้นเคย แต่ถ้ายังแปลไม่ออกอีกก็ให้ไปดูช้อยส์ครับว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร แล้วกลัวไปดูโจทย์ใหม่ก็จะได้แนวทางมากขึ้น : )
พี่เกด(ญี่ปุ่น): ญี่ปุ่นมันจะแปลไม่ออกที่ตัวคันจิค่ะ ถ้าโชคดีเคยเห็นผ่านตาก็อาจจะพอจำได้ว่าอ่านยังไง แล้วเดาเอา เช่น 経験เราจำตัวหลังได้ว่ามันอ่านว่า けん(อยู่ในตัว 試験ที่แปลว่าข้อสอบ) พอบวกกับบริบทโดยรอบก็เดาได้เป็น けいけんที่แปลว่าประสบการ์ณนั่นเอง [อันนี้มาจาะประสบการ์ณจริงตอนสอบในอักษรค่ะ 55] ส่วนอีกแบบก็คือ นั่งแยกทีละส่วน ถอดรากแล้วเดาเอา เช่นตัว 泳ぐตัวหน้าของมัน (ไอ้สามขีดอ่ะค่ะ) แปลว่าน้ำ แปลว่าตัวนี้ต้องเกี่ยวกับน้ำ พอลองเติมคำเล่นๆ เหมือนทำ context clue ก็ได้ว่ามันแปลว่าว่ายน้ำ ส่วนถ้าไม่ใช่คันจิแต่แปลไม่ออก ปัญหานี้เจอเยอะมากในพาร์ทแปล ก็อ่านชื่อบทความ บริบทรอบๆ แล้วเดาเอา
พี่มิ้น(จีน): ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะเดา วิธีเดาก็จิ้มๆ เอาค่ะ ไม่ก็ดูวันนี้วันที่เท่าไหร่ เอาตัวเลขมาบวกกัน หารสอง ได้ช้อยส์ไหนก็ตอบอันนั้น เอ๊ะ! ไม่ใช่ค่ะ^^ ที่จริงของมิ้นเนี่ยก็ดูก่อนนิดนึง ถ้าเป็นตัวอักษรที่เคยเห็นครั้งแรกจริงๆ แบบเป็นตัวพิสดารมาก ก็ดูจากข้างๆ ว่ามันพูดถึงอะไรบ้าง แล้วคำนี้ควรจะแปลว่าอะไร แต่ถ้าสองตัวนี้อ่านออก แต่รวมกันแล้วไม่รู้แปลว่าไร ก็แปลแยกทีละตัวแล้วมารวมกันดู หรืออาจจะเดาว่าตัวอักษรแต่ละตัวน่าจะเอามาจากคำว่าอะไร ไม่ก็ลองนึกดูว่าเคยเห็นอักษรตัวนี้ไปรวมกะตัวอื่นมั้ย ความหมายประมาณยังไง แต่ถ้ามันไม่ได้จริงๆ หรือมันดันไปอยู่ในช้อยส์ แบบ 4 ข้ออ่านไม่ออก แปลไม่ออกเลย ก็...ซักข้อที่ชอบๆ อะค่ะ ไว้อาลัย 2 วิ - -
พี่ชมเพลิน(เยอรมัน): ถ้าเจอข้อสอบเเปลไม่ออกเลย สำคัญ คือ พี่จะตั้งสติก่อนค่ะ เจากนั้นกลับไปคำถามอีกที แล้วดูจากบริบท ถ้าไม่ออกจริงๆ ต้องเดาเเบบตัดชอยส์ค่ะ
ก่อนสอบ 1 อาทิตย์ เตรียมตัวกันยังไง
พี่เป็กโก้(ฝรั่งเศส): ก่อนสอบก็พยายามทบทวนสิ่งที่เราเคยเรียนมา หรือเคยท่องมา สิ่งสำคัญที่สุด คือ ฝึกทำข้อสอบเก่าเยอะ ๆ ด้วยครับ ต้องพยายามแบ่งเวลาให้ดี อ่านหนังสือด้วย พักผ่อนด้วย เดี๋ยววันสอบจะไม่สบาย แล้วสิ่งที่ทุ่มเทมาทั้งหมดจะเสียเปล่าครับ
พี่เกด(ญี่ปุ่น): สิ่งที่สำคัญมาก คือ “นอน!!!”ถ้านอนไม่พอ จะทำข้อสอบไม่รู้เรื่อง พี่โชคดีที่ร.ร.หยุดให้อ่านแกทแพทเป็นอาทิตย์เลย แนะนำว่าให้ใช้วิธีตื่นตี 4 มาอ่าน คือ ได้ทำช่วงสอบที่ร.ร. ตื่นตอนตี 4 ไปล้างหน้าบ้วนปากให้ตื่น แล้วออกมาอ่านนอกห้องคนเดียว มันจำได้เร็วขึ้นจริงๆ นะ ส่วนวันสอบ สองทุ่มก็อาบน้ำนอนได้แล้ว แล้วตื่นมาอ่านทวนตอนเช้าก่อนไปสอบ พอถึงสนามสอบให้เอาแบบฝึกหัดหรือข้อสอบเก่าๆ ซักชุดนั่งทำแทนอ่านหนังสือ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ การเตรียมพร้อมค่ะ เครื่องเขียนเช็คให้ดีๆ ดินสอเอาไปเลย 3-4 แท่ง กบเหลา ดินสอกด ยางลบ ไม้บรรทัด ปากกาสีด้วยก็ได้ **แนะนำว่าให้เอาไม้บรรทัด(แบบไม่มีสูตรคูณ) ไปด้วย เอาไว้ใช้อ่านแพสเสจค่ะ จะได้ไม่หลงบรรทัด**
ส่วนเรื่องเนื้อหา จริงๆ อาทิตย์สุดท้ายไม่ต้องอ่านอะไรแล้ว แต่ให้ทำแบบฝึกหัดเอา ผิดข้อไหน อ่านเฉลยไม่เข้าใจค่อยกลับไปอ่านเนื้อหาทำความเข้าใจ แบบนี้เวิร์คกว่าค่ะ เพราะตอนพี่อ่านก็จะคิดว่า “เออ เข้าใจแล้ว!” แต่พอเจอโจทย์ที่มันอาจจะดัดแปลงนิดหน่อย ก็ทำให้เขวได้เหมือนกัน ข้อดีของการทำแบบฝึกหัด คือ นอกจากจะเป็นการทบทวนความรู้แล้วยังทำให้เราจับแนวข้อสอบได้ด้วย ข้อสอบมันออกวนค่ะ เจอกับตัวเอง พี่ทำย้อนหลัง 14 ปี(เล่มสีฟ้า) กับแพททุกชุด บางทีเจอข้อเหมือนกันมาก เปลียนแค่ชื่อคนพูด สลับช้อยส์ แล้วก็จะเริ่มรู้ว่าแกรมม่าอะไรเขาชอบเอามาออก เขามีวิธีหลอกเรายังไง แล้วเราผิดตรงไหนบ่อย ที่สำคัญมันช่วยให้เราทำข้อสอบเร็วขึ้นจริงๆนะ
นอกจากนี้ทำใจให้สบายๆ~ ทั้งก่อนสอบและหลังสอบ เครียดมากเสียสุขภาพจิต เราเครียด คนรอบข้างเครียดค่ะ! ปีที่แล้วจำได้ว่ารอบแรกสอบเสร็จแล้วเครียดมากๆ (นั่งร้องไห้หน้าเว็บเด็กดีเนี่ยแหละ แบบมาเช็คคำตอบแล้วผิด) พ่อกับแม่เลยเครียดตามไปด้วย เพื่อนเครียดอีก ดราม่ากันมันทั้งวันทั้งคืน
พี่มิ้น(จีน): ก่อนสอบ 1 อาทิตย์ ยังทำข้อสอบเก่าๆ อยู่อ่ะค่ะ ตอนนั้นโฟกัสไปที่ไวยากรณ์มากๆ เลย เอาข้อสอบปีก่อนๆ มาทำซ้ำๆ เฉพาะพาร์ทไวยากรณ์ พาร์ทอื่นก็ดูผ่านๆ ค่ะ นั่งอ่านเฉลย ได้เท่าไหนก็เท่านั้นแล้ว ชั้นจำไม่ทันแล้วจริงๆ TT ถ้าน้องมีเวลาก็อยากให้น้องทำข้อสอบเก่าเยอะๆ โดยเฉพาะของปีหลังๆ เพราะแนวข้อสอบมันเปลี่ยน แล้วมันก็ยากขึ้นด้วย ถ้าเวลาใกล้มากๆ แล้วจริงๆ (แบบตอนนี้...) หรืออ่านไม่ทันจริงๆ ก็ทำพาร์ทที่ถนัด ที่ชอบเยอะๆ แล้วเอาให้เป๊ะแล้วกันเนอะ
พี่ชมเพลิน(เยอรมัน): ก่อนสอบ 1 อาทิตย์ ไม่เล่นคอม ไม่เล่นมือถือเลยค่ะ นั่งทำข้อสอบอย่างเดียว เเล้วถ้าเหนื่อยก็พักได้บ้างเเต่ต้อจำกัดเวลาไว้ด้วยค่ะ คือ ต้องมีวินัยในตัวเอง ทานอาหารให้เป็นปกติเเละก็อย่าอ่านหนังสือมากเกินไปจนอดนอนนะคะ เป็นห่วงค่า
ถ้าให้เต็ม 10 คิดว่าข้อสอบยากระดับไหน ( 10 = ยากสุด)
พี่เป็กโก้(ฝรั่งเศส): เต็ม 10 ข้อสอบยากประมาณระดับ 8 ครับ แต่ว่าอาจารย์ที่โรงเรียนก็สอนครอบคลุมทุกเนื้อหานะครับ ที่สำคัญคือจะต้องฝึกทำโจทย์เยอะ ๆ แล้วก็จับเวลาด้วย จะได้คุ้นเคยกับแนวข้อสอบ แล้วในบางครั้งก็จะมีโจทย์คล้ายๆ กับของปีก่อนๆ เหมือนกันครับ : )
พี่เกด(ญี่ปุ่น): รอบแรกให้ 8 ละกัน ส่วนรอบสอง 6 ค่ะ (รอบสองมันมึนๆ ด้วย มีคำสั่งในกระดาษคำตอบกับโจทย์ไม่เหมือนกัน - -*) คือ ระดับความยากมันประมาณ N4 - N3 คือยากกว่าN4 แต่ก็ไม่เท่า N3 ปกติโรงเรียนส่วนใหญ่จะเรียนอากิโกะกัน (ใช่มั้ย) สำหรับพี่ พี่คิดว่า เล่ม “มินนะโนะนิฮงโกะ” มีเนื้อหาที่ครอบคลุมกว่า มีแกรมม่าหลายๆ อันที่อากิโกะไม่มี พี่เรียนทั้งสองชุดนี้ แนะนำว่าให้อ่านมินนะจบมัน 4 เล่มก่อนไว้เลยก็ดี แต่บางทีมันก็ออกเกินมินนะอีก ออกของ N2 นู่นนนน ถ้าเรียนเพิ่มเติมได้ก็จะดีมากอ่ะจ่ะ =^=
พี่มิ้น(จีน): รอบตุลาเอาไป 9 เลยค่ะ รอบมีนาซัก 8 ละกัน ที่อยากแนะนำ คือ เรื่องความรู้รอบตัวอ่ะ จะออกแบบครอบจักรวาลมากและออกเยอะด้วย ก็เตรียมตัวและไหว้พระเยอะๆ นะคะ
พี่ชมเพลิน(เยอรมัน) : ถ้าให้เต็ม10 คิดว่าข้อสอบยากระดับ 6 ค่ะ อย่างที่บอกค่ะว่าส่วนที่ยากคือ อาจจะต้องแม่นทั้งแกรมม่าและคำศัพท์ ถ้าได้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ
มีอะไรอยากฝากถึงน้องๆ แอดมิชชั่นปี 56 ที่จะสอบต้นเดือนหน้านี้บ้างคะ
พี่เป็กโก้(ฝรั่งเศส): อยากให้น้องๆ ตั้งใจอ่านหนังสือมากๆ อาจจะเหนื่อยหรือท้อบ้างแต่ก็อย่ายอมแพ้นะครับ ทำให้เต็มที่ สุดความสามารถของเรา อย่างน้อยถ้าไม่ติดคณะที่เราใฝ่ฝัน ก็จะพูดได้เต็มปากว่าเราทำเต็มที่แล้ว^^ ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดีครับบบ
พี่เกด(ญี่ปุ่น): ก็อย่างที่บอกไปว่าอย่าเครียดมาก เดี๋ยวได้เข้าโรงพยาบาลก่อนสอบ ทำใจญาติดีกับข้อสอบเข้าไว้ (คือรอบแรกอ่านเยอะมาก กับรอบสองชิวเว่อร์ได้คะแนนต่างกันแค่ 3 คะแนน - -*) แล้วก็รอบคอบ อ่านทุกตัว อ่านโจทย์ดีๆ อย่าลนค่ะ ทำแบบฝึกหัดไปชิวๆ เอาศัพท์คันจิมาท่องก็ได้ (แต่แพทคันจิไม่ยากนะ แนะนำเล่มคันจิ 30 วันของพี่โฮม) ถ้าเหนื่อยก็พัก อย่าฝืน สำคัญมาก!! ไม่ใช่พรุ่งนี้สอบอ่านไม่ทัน ซดกาแฟห้าแก้ว กระทิงแดงสาม แบรนด์อีกสี่ แล้วนอนตีสี่ ตื่นหกโมง ทำแบบนั้นอ่านเยอะแค่ไหน ก็ทำข้อสอบไม่ได้หรอกค่ะ สมองจะมึนตึ้บ แล้วให้ไปสนามสอบก่อนเวลาสอบซัก ชม.นึง เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน ปากกาแตก ดินสอหัก จะได้ซื้อใหม่ทัน
เคล็ดลับอย่างนึงคือ ให้ตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ ถึงไม่ถึงค่อยว่ากัน อย่างตอนพี่ก็ตั้งว่าอยากได้เต็ม (เว่อร์มากค่ะ) แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่ตั้งไว้ให้เรามีแรงผลักดัน มีบันไดให้เราปีนขึ้นไป ถ้าปีนไปไม่ถึง เราก็ค่อยๆ สร้างบันไดต่อให้ถึงก็ได้ แบ่งเวลาดีๆ หยุดเที่ยวเล่น หยุดเฟซบุ๊คบ้าง แล้วหันมาใส่ใจกับหนังสือ แค่ปีเดียวเวลามันผ่านไปไว บ่นๆ อยากเอนท์ติดกันอยู่แป๊ปเดียวก็ได้มาใส่ชุดนิสิตแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือ เอนท์ให้ติด! เพื่อตัวเอง เพื่อพ่อแม่เนอะ แล้วก็อยากจะยกคำพูดของกวีชาวญี่ปุ่นชื่อมิสึโอะ มาบอกน้องๆ ทุกคนว่า つまづいたっていいじゃないか、人間だもの。แปลว่า “เพราะเราเป็นคน ล้มบางก็ไม่เป็นไรหรอก” ถึงเราจะผิดหวังบ้าง เฟลบ้าง แต่มันไม่ใช่จุดจบของชีวิตนะ! บางทีพลาดตรงนี้ ไปได้ที่อื่น อาจจะดีกว่าที่เราคิดก็ได้ สู้ๆ นะ เป็นกำลังให้เด็กแอดทุกคน เข้าใจดีว่ามันเครียดมาก ใช้ความเครียดเป็นตัวผลักดันให้เราขยัน และดันเราไปให้ถึงดาว แล้วสิ่งที่พยายามมาทั้งหมดจะส่งผลดีต่อน้องๆ เอง น้องจะเป็นคนเลือกที่เรียน ไม่ใช่การเรียนเลือกน้องค่ะ! :D อย่าให้เราต้องพูดว่า “ถ้าอ่านขยันตอนนั้น ก็คงติดแล้ว” นะ ไม่ดีอย่างยิ่ง! ไฟต์ติ้งจ้าาาา~~ (^O^)V ถ้าใครอยากปรึกษาอะไรเพิ่มเติมแอดพี่ในเฟซบุ๊กได้ที่ Gaeddonghae Naiyaraksaree แต่ส่งข้อความบอกก่อนนะว่ามาจากเด็กดี^^
พี่มิ้น(จีน): พี่อยากฝากน้องๆ ทุกคนว่า เรามาช่วยกันภาวนาอย่าให้น้ำท่วมจะได้ไม่ต้องเลื่อนสอบ...ไม่ใช่ๆ 55 พี่อยากบอกว่า น้องๆ ทำให้เต็มที่น้า^^ วันที่ผลออกมาแล้วเราติดคณะที่เราหวัง เราจะรู้สึกได้เลยว่าที่เราทำมาทั้งหมดมันคุ้มเว่อร์ น้องบางคนอาจคิดว่าพี่นั่นแหละเว่อ แต่พี่พูดจริงค่ะน้อง พอติดแล้วน้องจะฟินสุดๆ แต่แบบอย่าไปเครียดหรือหักโหมไรเยอะ เหนื่อยก็พักนะคะ ช่วงนี้ฝนชอบตกดูแลสุขภาพด้วย สู้ๆ!! แล้วก็ติดคณะที่อยากเข้าทุกคนเลยนะค้าาา~ โชคดีนะคะน้องๆ ^____^
พี่ชมเพลิน(เยอรมัน) : ก็ตั้งใจอ่านหนังสือให้มากๆ นะคะ อดทนไว้เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไปเเล้วค่า ทำให้เต็มที่จะได้ไม่มาเสียใจทีหลัง ขอให้น้องๆ ทุกคนสอบติดคณะที่อยากได้กันทุกคนนะคะ
พี่ๆ แต่ละคนจัดเต็มทั้งแนวข้อสอบ ประสบการณ์และข้อคิดกันขนาดนี้ พี่มิ้นท์ก็ไม่มีอะไรเสริมต่อแล้วล่ะค่ะ แต่ส่วนตัวพี่มิ้นท์มองว่ารุ่นพี่ปีที่แล้วผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มาเยอะมาก ทั้งน้ำท่วม กระดาษคำตอบผิด แต่ทุกคนก็ยังฟันฝ่าอุปสรรคมาได้ เด็กแอดปี 56 ก็อย่าแพ้ความรู้สึกของตัวเองนะคะ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วลุยไปพร้อมกันกับการสอบ PAT7 ในวันที่ 9 ต.ค.ที่จะถึงนี้ค่า สู้ๆๆๆๆๆ^^


.jpg)






40 ความคิดเห็น
ขอบคุณ 4 สำหรับคำแนะนำค่าา
อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับอักษร (ภาษาอังกฤษ) อ่ะค่ะ
ไม่ไกลเกินฝัน ชั้นต้องทำให้ได้้
ต้องทำให้ได้!
いいしどうをいただいて、ありがとうございんでした。 ゆびをおりってみると あとむいかしかありません。 たいせつなしけんがせまっていて ほんとうに きんちょうしっています。 でも、きぼうのだいがくのため、 こうさんということばはありません。あくまでど りょくするのはよかったから、どうかけっかがでても がっかりしません。 しけんがじごくむずかしくても、それをこえなくてはいけません。 かならず...
それでは、 みんなさま かみさまにいっしょにいのりましょう。 うんはわれわれ! このみちをあるいていこう! あらしがさっていったときには みんながあったことがないうつくしさはあいます。
かみさまがしょうがいをつくるのは、ぜったいにみんなにそれにかてせれるから。 これはようてんだ はっきりおばえろ!
ขออนุญาตปล่อยความรู้สึกก่อนสอบแพทยุ่น - -*
ขออภัย
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 กันยายน 2555 / 12:56
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 29 กันยายน 2555 / 12:57
แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 29 กันยายน 2555 / 14:24
กลัวได้คะแนน้อยเพราะไม่รู้อะไรจริงๆเลย
บางคนไม่หวังสูงก็มีนะค่ะ