|
เช็คอิน Dek-D Admission Idol คนที่ 3 เม้าท์เด็กแอดมิชชั่น 4 กลุ่มใน ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา |
สวัสดีครับ อ่านบทสัมภาษณ์ของเพื่อนๆ ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา สายวิทย์ - คณิตกันไปเยอะแล้ว วันนี้ พี่ลาเต้ ขอพาไปตามติดเพื่อนๆ ในสายศิลป์-ภาษาของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษากันบ้าง ซึ่งขอบอกว่าฟิตสู้ตายไม่แพ้เด็กสายวิทย์เหมือนกัน ยิ่งเฉพาะสนามแอดมิชชั่นปีนี้สัดส่วนของภาษาต่างประเทศหรือ PAT7 มีการปรับใหม่ เพิ่มน้ำหนักจากเดิม 10% เป็น 20% พวกเขาจะมีแผนฟิตอย่างไร ไปติดตามจาก Admission Idol คนนี้กันเลยคร้าบบ
ชื่อเสียงเรียงนาม : แชมป์ ธนาพงษ์ คงเซ็น
สถานภาพการศึกษา : ม.6 แผนศิลป์ - เยอรมัน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
เกรดเฉลี่ย : ตอนนี้เหลือ 3.17 แล้วครับ (ลดลงเรื่อยๆ ทุกเทอม 55)
คณะภารกิจ : นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คติประจำใจ : ทำให้ดีที่สุดในชีวิตเรา เกิดมาครั้งเดียว แอดฯครั้งเดียว
ใน 1 วัน ทำอะไรมากสุด : ทำการบ้าน 60% + เรียนพิเศษ 20% + นอนเล่นเฟสบุ๊ค 20%
ยศตำแหน่ง : ผู้เข้ารอบ 24 คนสุดท้ายโครงการแบรนด์แอดมิชชั่นเรียลลิตี้ปี 4
ทำไมถึงอยากเรียนคณะนี้ครับ ?
ผมว่าส่วนใหญ่คนอยากเรียนนิเทศศาสตร์จะไม่ได้มีจุดเปลี่ยนอะไรที่มาทำให้แบบรู้สึกว่า ต้องเรียนคณะนี้.. แต่ส่วนใหญ่จะรู้ตัวเองตั้งแต่เด็กๆ ว่าชอบดูละคร หนังภาพยนตร์ ชอบดูข่าว ติดตามเรื่องราวต่างๆ รอบตัว ชอบสื่อสารกับผู้คน อยากรู้จักคนใหม่ๆ มันจะเป็นความชอบตั้งแต่เด็กเลยครับ ตอนเด็กๆ เราก็ไม่รู้ว่าถ้าชอบอะไรประเภทนี้จะต้องไปเรียนอะไร แต่เมื่อโตขึ้นมา ได้รู้ว่านิเทศศาสตร์คืออะไร ก็รู้สึกว่าคณะนี้สามารถตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการในชีวิตได้มากที่สุดครับ
เรียนจบคณะนี้แล้ว อยากทำงานอะไรเหรอ ?
เรื่องงานก็ยังไม่แน่ใจครับ เพราะคนจบนิเทศฯไม่ได้แปลว่าจะได้ทำงานตรงสายทั้งหมด วงการนี้ผมว่าเป็นเรื่องของดวง และโชคชะตาด้วยครับ ต้องเป็นคนที่มีของจริงๆ ถึงจะเกิด : ) แต่สำหรับผมคิดว่าถ้าได้เรียนในสิ่งที่ชอบ ก็ไม่มีคำว่าเสียใจและเสียดายแน่นอนครับ แต่ถ้าอาชีพที่อยากทำจริงๆ ก็อยากเป็น ผู้ประกาศข่าว พิธีกร หรืออาชีพด้านใดก็ตามที่ได้ใช้ทักษะในการพูด การสื่อสารครับ
รู้อะไรเกี่ยวกับคณะที่อยากเรียนบ้างครับ มาเล่าให้ฟังหน่อย
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬา ก็เป็นอีกคณะที่คะแนนรอบแอดมิชชั่นสูงมากกกก(ย้ำว่ามาก) สำหรับสายศิลป์ภาษา สามารถยื่นคะแนนได้สองแบบครับ มีแบบ GAT ล้วน คือ GAT50 Onet 30 GPAX 20(ผมคิดว่าจะยื่นแบบนี้ครับ) แบบที่สองคือยื่นแพทภาษาด้วย คือ GAT 30 PAT7 20 Onet 30 GPAX 20
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ มีทั้งหมด 7 สาขาครับ คือ วารสารสนเทศ (JR) การกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ (MC) การประชาสัมพันธ์ (PR) การโฆษณา (AD) วาทวิทยา (SP) สื่อสารการแสดง (PA) และสาขาวิชาการภาพยนตร์และภาพนิ่ง (F-FILM) ชั้นปีต้นๆ ก็จะเรียนวิชาพื้นฐานทั่วไปครับ พอปีสามถึงจะเลือกสาขาที่จะเรียนตามที่บอกไว้ เคยมีโอกาสไปอบรมเชิงปฎิบัติการกับพี่ๆ นิเทศเอกวาทวิทยาเมื่อปีที่แล้ว รู้สึกประทับใจมากครับ รุ่นพี่เป็นกันเอง อาจารย์ในคณะก็ใจดี สตูดิโอใหม่สวยงามทันสมัยมากครับ
ตั้งแต่ขึ้น ม.6 มา สมัครสอบรับตรงอะไรไปแล้วบ้าง และได้ที่ไหนแล้วบ้าง
ยังไม่ได้สมัครสอบตรงอะไรเลยครับ เพราะอยากเข้านิเทศจุฬา(นิเทศมีรับตรงแค่เอกวารสารสนเทศ ซึ่งผมอยากเรียนเอกอื่นครับ) เลยไม่ได้ไปสอบตรงที่ไหนเลย ไม่อยากกันที่คนอื่นๆ ที่เขาอยากเข้าคณะนั้นๆ ในมหาวิทยาลัยนั้นจริงๆ เลยสอบไปแค่ GAT PAT1 PAT5 และ PAT7 ครับ
4 อันดับที่คิดว่าจะเลือกตอนแอดมิชชั่นกลาง มีคณะอะไรบ้างครับ
- อันดับ 1 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 1
- อันดับ 2 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 2
- อันดับ 3 คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- อันดับ 4 คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เลือกคณะนิเทศศาสตร์ทั้งอันดับ 1 และ 2 เลยครับ ด้วยความหวังที่ว่ายังไงต้องติดซักแบบ ไม่ GAT ล้วน ก็ขอ PAT เยอรมันช่วย(ช่วยหรือฉุด?ฮ่าๆ) เพราะเป็นคณะในฝันที่ชอบ และใช่มาตั้งแต่เด็กๆ อันดับที่สามคือคณะครุศาสตร์ เป็นอีกคณะที่ผมรู้สึกสนใจและชอบมากๆ อย่างที่บอกไปว่าเป็นคนที่ชอบพูด อยากใช้ความสามารถตรงนี้สร้างประโยชน์ให้กับสังคม เพราะการที่เรียนคณะครุศาสตร์นั้น ไม่ได้เรียนเพียงแต่วิชาการเท่านั้น แต่ยังสามารถหล่อหลอมให้หัวใจมีความเป็นครูได้ครับ ทักษะการเป็นครูเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับทุกวิชาชีพ ผมจึงเลือกคณะนี้เป็นอันดับสามครับ อันดับสี่เลือกคณะวารสารฯ ธรรมศาสตร์ เพราะเรียนเกี่ยวกับสื่อเหมือนๆ นิเทศครับ ไปค่ายรังนกมารุ่นพี่นิสัยดีน่ารักเฟรนด์ลี่มากๆครับ แต่ธรรมศาสตร์อยู่ไกลไปนิดนึงเลยเลือกเป็นอันดับสี่ครับ
GAT PAT รอบตุลาคม 55 ที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง ?
GAT เชื่อมโยง ผมตอบเหมือนเพื่อนส่วนใหญ่นะ แต่ไม่รู้ว่าถูกหรือไม่ ป่าพรุได้ 16 ส่วน ASEAN ได้ 13 คำตอบครับ อยากได้เต็มมากๆ ครับT_T ส่วน GAT อังกฤษ ปีนี้เปลี่ยนแนวไปบ้างเล็กน้อย ทำได้ครับแต่ก็ไม่มั่นใจเหมือนตอนทำข้อสอบเก่าปีผ่านๆ มาครับ ผิดไปแล้ว 4 ข้อ และข้อที่ไม่มั่นใจอีกพอสมควรอยู่ (จะรอดไหม GAT ล้วน = =”)
PAT1 คณิตศาสตร์ ทำเสร็จในห้านาทีครับ ไม่ใช่ว่าเก่งนะ มั่วทุกข้อแล้วหลับยาว (55555) หลายๆ คนเห็นใส่ชุดเตรียมอุดมฯ พยายามจะยิ้มๆ ขอความช่วยเหลือ ผมก็อยากจะบอกว่าผมทำไม่ได้ ความรู้คณิตศาสตร์ผมนี้เพื่อนๆ เด็กม.ต้นเลยครับ 55555 (ผมเรียนสายศิลป์ภาษา ทิ้งเลขตั้งแต่เข้าเตรียมแล้วครับ)
PAT5 วัดแววครู เป็นข้อสอบที่ใช้เวลาการเตรียมตัวมาก อ่านข่าวย้อนหลังในหลายๆ ประเด็นสำคัญ อ่านกฎหมาย และองค์กรที่เกี่ยวกับครู หรือบุคลากรทางการศึกษา ท่องจรรยาบรรณครู สู้สุดใจ 55 แต่พอเจอข้อสอบจริงก็มึนไปเลยครับ เพราะความรู้ทั่วไปออกแบบไม่ทั่วไปเลย กว้างมากๆ จนมั่วไปหลายข้อเลยครับ แต่ที่อึ้งสุดๆ คงเป็นคณิตศาสตร์ 25 ข้อ ที่ไม่ได้ออกแบบขำๆ นั่งนับนิ้วชิวๆ แบบปีก่อนๆ ปีนี้จัดเต็มแกน XY อะไรไม่รู้ มั่วรวดเลยครับ T_T ปิดท้ายด้วยมิติสัมพันธ์สุดแสบที่ไม่ได้ออกกลับรูปครั้งเดียวเหมือนปีก่อนๆ รายละเอียดในรูปยิบย่อยมากๆ พลิกแล้วพลิกอีกจนปวดตา ปีนี้เลยแอบเสียใจกับแพทครูที่อุตส่าห์เตรียมตัวมาอย่างดี
PAT 7 เยอรมัน ไม่อยากพูดถึงเลย น้ำตาจะไหลขอแชร์นะครับ ยากมาก เห็นเพื่อนๆในห้องสอบทำเสร็จตั้งแต่15นาทีแรก (คงอารมณ์เดียวกับผมทำแพทเลข) ส่วนผมทำไม่ทันครับ T_T
ผลคะแนน GAT PAT ที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง ?
GAT ได้ 287.5 ครับ เชื่อมโยง 145 GAT Eng 142.5vผิดอังกฤษ 3 ข้อ กับเชื่อมโยง 5 คะแนน (เสียดาย T__T) PAT เยอรมัน 147 คะแนน PAT5 ได้ 148 คะแนนครับ วิชาเจ็บหนักสุดคงเป็นเยอรมันกับแพทครูครับเยอรมันไม่เจ็บเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยได้อ่านอยู่แล้วครับ สอบเผื่อไว้ เพราะคิดว่าจะยื่นแบบ GAT ล้วน ส่วนเจ็บจริงจังก็คงแพทครูครับ เพราะอ่านสุดชีวิต แต่คะแนนออกมาแย่กว่าที่คิดมากๆ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าไปสอบแพทครูไม่ต้องอ่านหรือเรียนอะไรครับ ไปแต่ตัวและจิตวิญญาณความเป็นครู 55555
เห็นหลายคนบอกว่าเทอม 2 เด็กเตรียมจะฟิตอ่านหนังสืออยู่บ้านกัน จริงเหรอ ?
เทอมสองเด็กเตรียมฯ ไม่ไปโรงเรียน จริงครับ คือก็จะมีอยู่หลายประเภท ประเภทแรกคือกลุ่มที่แอดมิชชั่นติดแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นพวกสถาปัตย์ นิเทศJR ก็จะไม่มากันครับ เขาก็จะชิวๆ หาแรงบันดาลใจในชีวิตสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ประเภทที่สองคือ เอาสอบตรง จะเป็นพวกนิติ อักษร รัฐศาสตร์IR คือเห็นคะแนน GAT PAT แล้วรู้ว่าตัวเองน่าจะติดชัวร์ เลยไปฟิต 7 วิชาสามัญให้ได้ถึงเกณฑ์ ก็เลยหยุดเรียนอ่านหนังสือครับ (สอบตรงใช้เกรด 5 เทอม)
ประเภทที่สามคือ จะชิวใครจะทำไม เห็นเพื่อนหยุดขอหยุดด้วยครับ ตลกดี 55555 ประเภทสุดท้ายคือเด็กรอแอด ส่วนมากเป็นพวกนิเทศ(ไม่มีตรง) ก็จะนั่งเหงาหงอยทำเกรด หลับๆ ตื่นๆ อยู่ที่โรงเรียนครับ ชีวิตยังต้องสู้กันต่อไปถึงแม้เพื่อนติดกันครึ่งห้องก็ตาม อาจารย์ออกแนวปลงๆ ครับ เขาก็เข้าใจเด็ก บางทีก็ส่งงานทางเมล์ให้เพื่อนปริ้นส่งให้บ้าง หรือแวะมาส่งงานแล้วกลับบ้านก็มีครับ
เม้าท์หน่อย!! เพื่อนๆ ที่โรงเรียนเตรียมตัวแอดมิชชั่นกันยังไงบ้าง ?
หืมมม ยิ่งกว่าฟิตครับ เพื่อนๆ ฟิตมาก ปิดเทอมตุลาเรียนพิเศษกันทั้งวัน กลางคืนก็อ่านหนังสือต่อถึงตีสาม บางคนที่บ้านอยู่ต่างจังหวัด ก็กลับต่างจังหวัด หอบหนังสือกองใหญ่ไปพร้อมใจมุ่งมั่น ปิดเฟสบุ๊ค เหมือนจำศีลเลยครับ ทำเอาผมรู้สึกละอายใจเบาๆ (ปิดเทอมตุลาไม่ได้เรียนอะไรเลย T_T)
ขอ 3 คณะมาแรง ที่ได้ยินเพื่อนพูดกันบ่อยๆ ว่าจะสมัครจะเรียน!!
สำหรับสายศิลป์เยอรมัน คณะแรงสุดๆ คนเก่งเทพแบบไปแข่งโอลิมปิคภาษาเยอรมันมา นักเรียนแลกเปลี่ยนเลือกก็คงเป็น นิติศาสตร์ จุฬาครับ โดยเฉพาะรอบตรงภาษาเยอรมันได้โควตาแค่ห้าคน ทุกคนเลยแข่งขันกันสูงมากครับ อารมณ์แบบว่านั่งนับเพื่อนในห้องแล้วขีดทิ้งเลยว่าหมดไปแล้วกี่ที่นั่ง
คณะที่เป็นที่นิยมอันดับสองก็คงเป็นอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เด็กจะเข้าอักษรส่วนใหญ่จะเป็นเด็กแลกเปลี่ยนเยอรมัน(เกินครึ่งสาย) เยอรมันจะเทพ อังกฤษเป๊ะ แต่จะไม่แข่งขันกันมากเท่าไรเพราะอักษรรับรอบตรงเยอะมากครับ อันดับสามก็คือคณะนิเทศศาสตร์ จุฬา T____T ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเก่งๆ ที่ฟิต ตั้งใจไว้มากๆว่าจะเข้าจริงๆ ไม่แลเหลียวคณะอื่นถึงแม้นิเทศจะมีแค่แอดกลางอย่างเดียวก็จะรอ พวกนี้น่ากลัวมากครับ55
ลงเรียนกวดวิชาหรือเปล่า หากเรียนลงคอร์สอะไร ที่ไหนบ้าง ?
ปิดเทอมนี้ไม่ได้เรียนเลยครับ แต่เปิดเทอมลง Turbo ที่ DAVANCE(ไทยสังคม) สาขาเซนจูรี่ เยอรมันเรียนกับติวเตอร์ส่วนตัวครับ(หาครูสอนยากมาก) สังคมเรียน EXAM DETOX กับครูป็อปอีกคอร์สที่วรรณสรณ์ครับ
เคล็ดลับในการอ่านหนังสือแอดมิชชั่นของคุณ เป็นแบบไหน ?
ทำตารางอ่านหนังสือให้ชัดเจนว่าในแต่ละวันต้องอ่านอะไรบ้าง ทำตามตารางให้ได้ อ่านเฉพาะวิชาที่จำเป็น วิชาไหนพอทิ้งได้ก็ไม่ต้องไปเสียเวลากับมันมากนัก เพราะต่อให้พยายามสักแค่ไหนก็คงดีสู้คนที่เขาถนัดไม่ได้ สู้เอาเวลาไปเพิ่มคะแนนส่วนที่เราทำได้ดีกว่า ช่วงปิดเทอมนี้ผมอ่านวิชาละ 4 ชั่วโมงต่อวัน วันละ 2 วิชาครับ (ไทย สังคม) เวลาพักก็หยิบศัพท์เยอรมันมาท่องสนุกสนานมากครับ:(
สิ่งที่เครียดที่สุดตอนนี้คือ..................... ?
ภาษาเยอรมันครับ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เป็นปัญหาเดียว และปัญหาใหญ่ตลอดชีวิตการเรียนเตรียมอุดมฯ มา 3 ปี เป็นภาษาที่ยากมากกกก น้องๆ จะสอบเข้าเตรียมก็อย่าเลือกเลยนะครับ สงสารชีวิตตอนแก่ 55 มาตรฐานของคะแนนสูงสุดภาษาเยอรมัน จะได้มากสุดก็อยู่ที่ประมาณ 260-270 นี่คือแบบขั้นเทพ อารมณ์เด็กโอลิมปิคนะครับ แล้วสามัญชนก็จะอยู่ที่ประมาณ 200 นิดๆ ซึ่งถ้าเปรียบกับภาษาญี่ปุ่นคะแนนสูงสุดจะได้เต็มกันทุกปี ขั้นสามัญชนอย่างน้อยก็ 250 ขึ้นไป ซึ่งประเด็นอยู่ที่ว่าตอนยื่นแอดกลางเนี้ย เขาจะเอาคะแนนภาษาที่สาม มายื่นรวมกันทุกภาษาโดยไม่สนความยากง่ายหรือความแตกต่างของระดับข้อสอบในแต่ละภาษา.. ซี่งใครล่ะครับเสียเปรียบ? .. เด็กศิลป์เยอไง T_T ทางออกของผมคือแพทครูครับ ครุจุฬา เย้!
จากวันนี้ไป คุณจะต้องสอบตรง หรือแอดมิชชั่นสนามไหนบ้าง ?
มกราคม - สอบ 7 วิชาสามัญ (เอาไปใช้ยื่นรับตรง ครุศาสตร์ จุฬาฯ)
กุมภาพันธ์ - สอบ O-NET
มีนาคม - สอบ GAT PAT 2/56
เมษายน - ยื่นคะแนนที่ไปสอบมา แอดมิชชั่นกลางเข้ามหาวิทยาลัย
พูดอะไรกับเพื่อนๆ ที่ร่วมชะตากรรมเด็กแอดมิชชั่น 56 หน่อยครับ
ก็ขอให้เพื่อนรุ่นนี้ที่ร่วมชะตากรรมเดียวกับผม สู้ตายนะครับ ทำมันให้เป็นปีที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา เกิดมาครั้งเดียว แอดมิชชั่นครั้งเดียวครับ สู้ๆ!!
ลาเต้ลิขิต : อ่านบทสัมภาษณ์น้องคนนี้แล้ว พี่ลาเต้ ขอเอาใจช่วยเต็มที่เลยนะครับ ชอบตรงที่รู้จุดอ่อนของตัวเอง และรู้จุดแข็งของเพื่อนๆ เอาเป็นว่าเกรดน้อยช่างมันครับ!! ไปวัดกันที่ข้อสอบ ยิ่งคณะในฝันไม่มีเปิดรอบรับตรง ดังนั้นยังมีเวลาให้ฟิต O-NET และ GAT PAT รอบ 2 ไม่หลุดมือแน่นอน สู้ๆ
สุดท้ายนี้ ขอแจ้งว่า "หนังสือแอดมิชชั่นขั้นเทพ อัพเดต 2556" คู่มือสอบเข้ามหาวิทยาลัยยอดฮิตของเด็กแอดฯ ออกมาแล้วครับ ปีนี้ขอบอกว่าคุ้มมาก เพราะเพิ่ม 3 บทใหม่ (โดยเฉพาะบทที่ 8-9 เด็ดมากกก) ทั้งเล่มหนา 288 หน้า ลองไปหาดูกันได้ คอมเฟิร์มว่าช่วยได้เยอะครับ

ใครเล่นทวิตเตอร์มา Follow ตามข่าวรับตรงแอดมิชชั่นจากพี่ได้นะ @lataedekd






32 ความคิดเห็น
ปลง...
น่าจะมาเปนกัปตันแทนนะ
เสียดาย
เหมือนเพื่อนที่โรงเรียนเลย หมั่นไส้
ถ้าได้คะแนนเท่าเราคงฆ่าตัวตายแน่เลยเนอะ ^^
หยุดก็ไม่ได้ มีเช็คชื่อรายวิชานะครับ คิดดูละกัน อยากให้เด็กเข้ามหาลัยดีๆ เเต่ทำเเบบนี้ T_T
เด็กจะหยุดอ่านหนังสือ ถ้ามาเรียนไม่ครบ80เปอเซน ต่อ วิชา หมดสิทธิ์สอบอะครับ โหดไหม
บางวันผมก็โดดอยู่บ้านอ่านหนังสือบ้าง เช่นวัน อังคาร อย่างเงีย้ มันจะไม่มีวิชา ที่ครูโหดๆเข้า มีเเต่วิชาชิวๆ ผมก็เลยโดดวันนี้ประจำ เเต่อีกสี่วันที่เหลือ ก็ต้องมาครับ
ตอนช่วงรับตรง ม.6เทอม1 ผมขาดไป11ครั้งครับ กว่าผมจะโดดเรียนเพื่ออยู่บ้านได้ขนาดนี้ เซงมาก หลายวิชาผมเกือบจะหมดสิทธิ์สอบอยู่ละ โชคดีผมคำนวณไว้ก่อน มันเลยเส้นยาเเดงผ่าเเปดมานิดเดียว ก็เลยได้สอบ เเล้วขาดเยอะบางวิชาก็โดนตัดคะเเนนจิตพิสัยจนไม่เหลืออะไรอีก
ตอนอยู่ในห้องผมไม่ฟังครูสอนเลย นั่งทำโจทย์ อังกฤษ เเกทเชื่อมโยง เลข ไป เเต่ก็คิดดูนะครับถ้าผมหยุดอยู่บ้านมันจะดีกว่าเยอะเลย ในห้องพวกวิชา ไทย สังคม วิทย์พฐ พล+สุขศึกษา ผมต้องเเอบเอาหนังสือขึ้นมาอ่าน บางทีต้องคอยเอาหนังสือหลบไม่ให้ครูเห็นอีก วุ่นวายเหลือเกิน จะได้อ่านหนังสือที ถ้าผมขาดได้สักเดือนนึงผมคงมีสิทธิ์ลุ้นรับตรงกว่านี้
อยากอ่านหนังสือใจจะขาด ตอนเข้าเเถว ตอนอยู่ในห้อง ตอนพักน้อย พักกลางวัน ผมอ่านตลอด ครูบางคนก็ด่าผมว่าไม่รู้จักเวลาอ่านหนังสือ เหอๆ
ก็เพราะเวลาผมมันไม่พอไงละครับคุณครูเอ๋ย เเค่กลับมาบ้านจาก รร ก็5โมงเเล้วครับ อ่านถึง5ทุ่ม อ่าน6ชั่วโมง มันจะพอยังไง เก็บกดมาก ทำไรก็ไม่ได้ เเล้วผมอยู่ห้องศิลป์คำนวณอีกครับ
[ศิลป์ของผมไม่เหมือนกับศิลป์เตรียมนะครับที่เรียนเก่งกันทุกคน]
ทั้งห้อง47คน ผมสอบได้ท้อปห้องตลอด เเต่มันก็เเน่นอนเเหละนะ คนตั้งใจเรียนมีอยู่5คนในห้อง อีก42คน ชิวกันเป็นเเถบ ไม่บุหรี่ ก็เหล้า ไม่เหล้าก็เที่ยว ไม่เที่ยวก็ขอนั่งชิว ไม่มีใครอ่านหนังสือเหมือนผมเลย เห้อ นี้หรอ อัสสัมที่น่าภาคภูมิใจ เเต่ก็ว่าไม่ได้อะนะ พวกมันรวยกันมีธุรกิจส่วนตัวอยู่เเล้ว มันเลยไม่เรียนกันไง ส่วนใหญ่ก็เข้า ม กรุงเทพ บ้าง ABAC บ้าง ชิวกันจริงๆพวกนี้ ทำไมกูไม่ปล่อยชีวิตกูเเบบพวกนี้บ้างวะะะ
ตอนอยู่ในห้องเรียนตอนพักพวกเนี้ย ผมจะอ่านหนังสือผมต้องไปซื้อear-plug มาอุดหูอะครับ มันจะได้เงียบๆ ไม่มีเสียงมารบกวน คุยกันเสียงดังชิบเป๋ง
ถ้าไม่ต้องไปโรงเรียน ก็คงสบาย นั่งทำโจทย์เลข อังกฤษ ยาวๆๆๆๆ
ไปโรงเรียนคิดดู อังกฤษ[Part Reading] เลข ทำไม่ได้ ก็เพราะเสียงวุ่นวาย พวกโจทย์พวกนี้ พอเจอเสียงเเทรกหน่อยก็ทำเร็วไม่ได้ละ มันเสียสมาธิ เห้อ ไม่มีที่ระบายครับ มาขอบ่นในนี้หน่อยเหอะ เก็บกดมานานหลายเรื่องเหลือเกิน
ตอนนี้ผมรอเเอดอย่างเดียวเเละครับ คราวนี้ซวยอะครับ เกรดผม ม.6 เทอม1 จากการปล่อยเกรด จาก3.6 ล่วงลงมาเหลือ 3.2 อะครับ ทั้งที่ควรจะเป็นถ้าผมไม่ปล่อยผมควรจะได้3.8 เเล้วเเท้ๆ อันดับเลยล่วงมาเป็นที่5ของห้องเลย เพราะที่หนึ่งมัน3.8 อะะครับ เพราะผมกะจะทุ่มรับตรงสุดชีวิตไงครับ สอบที่โรงเรียนเลยปล่อยเลย เเล้วเป็นไง ตอนนี้ไม่เหลืออะไรเเล้ว ผมคงคิดว่าตัวเองเก่งมั้งที่เเท้ ผมมันก็คิดตื้นๆนี้เอง มีรับตรงกี่ที่ไม่ไปสอบ
smart I ยังไม่สอบเล้ย โง่ไปคิดว่าจับปลาสองมือมันยากกว่าจับปลามือเดียว ไม่ควายก็ไม่รู้เรียกไรเเล้วผมอะ ควายจริงๆ คิดว่าตัวเองจะติดรับตรงจุฬาโดย gat pat ที่ไหนได้ ไม่เหลือไรซักอย่างเลย เเต่ผมไม่ท้อหรอกครับเเค่นี้ เเม่ผมทำงานหนักเหนื่อยกว่าผมเป็น100เท่า ถ้าผมท้อเเค่นี้ เเม่ จะภูมิใจในตัวผมได้ไง ผมจะสู้ตายเพื่อเเอดมิชชั่นติดให้ได้ เหลือเเต่ Gpax ที่เน่าลงกว่าดัน20เปอเซนด้วยนิ เห้อ โชคดี ครูไม่รู้ว่าผมโดดเรียนอ่านหนังสืออยู่บ้าน ไม่งั้นครูกดเกรดผมชัว เทอมนี้ก็ขาดไม่ได้อีก เทอม2 จะเเอดมิชชั่น ต้องทำเกรดให้เทพ เห้อ ไหนจะ onet 8วิชา อีก เอาไงดี2เดือน เเต่ไม่มีทางเเล้ว ก็ต้องสู้เท่านั้น ทำเต็มที่ก็พอ ผลคิดทีหลัง
สู้ๆ เพื่อ คะเเนน 20,000+ ว้อยยย
เก่งมาก ๆๆๆ
จะสอบแล้วยังไม่รู้ว่าต้องทำไงเรยคะ ช่วยหน่อยนะค้ะะพี่
แพทครูก้อคิดในใจเลยว่า ดีนะที่ไม่ได้อ่านมา ไม่เข้าใจเป็นครูนี้ต้องคำนวนอะไรมากมายขนาดนี้ T T ก็นะเป็นข้อสอบที่ทำแล้วรู้สึกตื่นเต้นดี(ไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง)
แพท1หลับยาวจ้า แกทก้อแบบ - - นะ เชื่องโยงได้145รู้เลยว่ากิ่งไหน
นั่นหล่ะจะบอกน้องๆว่าอยู่มอปลายอย่าทำเล่นไป พยายามแตะหนังสือบ้าง จะได้ไม่เสียดายเวลาตอนอยู่มอหก
เลือกไปเลยว่าจะสอบตรงหรือจะแอดเข้าจะได้ไม่ต้องมาเหยียบเรือสองแคมไอนั่นก้อทิ้งไม่ได้ไอนี่ก้อสำคัญ
พี่เป็นคนนึงที่เลือกสอบตรง แกทแพทเลยไม่ได้อ่่านซักวิชา(เพราะมีสอบตรงอาทิตย์หลังจากนั้น เลยเลือกสิ่งที่คิดว่าต้องใช้ไว้ก่อน) สอบตรงที่ไหนมีก้อไปสอบเห้อะอย่างน้อยให้มันติดซักที่ การเห็นเพื่อนๆในห้องติดมีที่เรียนแล้วนี่มันเป็นความขมขื่นในใจอย่างนึงตอนเทอมสองเลยนะ ชีวิตเว้งว้างมาก
แต่ก้อนั่นหล่ะอย่างที่เขาบอก แอดมันมีแค่ปีเดียว ถือซะว่าสู้ให้มันสุดๆก้อแล้วกัน!!
เราเรียนวิทย์คณิต ยังได้แค่ 270 เอง GAT.เชื่อมโยง 130 GAT.Eng 140
ส่วนอันอื่นก็แงๆ ไม่ไหวๆ
ลักษณะตอนไปสอบคล้ายๆกัน พอรู้ว่ามาจากเตรียมอุดมฯ
ก็จะมองหน้าให้แล้วก็ทำหน้าส่งสายตาอ่อนวอน อยากจะบอกว่าเราก็ไม่ได้
แต่ดีนะ PAT1 ยังได้มากกว่า 150 ไม่งั้นอายเค้าตายเรียนวิทย์เนี่ย
ส่วน PAT2 จงเป็นสุขเป็นสุขเทอด อย่าได้มาเจอกันอีกเลย หลอกเราทำแล้วไม่มีคำตอบ
พอใจสุดๆคงเป็น PAT5 ได้ 223 อ่ะ เหนือความคาดหมาย (หรือจะเป็นครูดีว่ะ)
*ส่วนตอนนี้ก็ยังไม่มีที่เรียนเลย รอกสพท.เนี่ยแหละ
พอโล่งใจมาบ้างเพราะได้ความถนัดแพทย์มากกว่า 20
เห็นบางคนชิ้วชิวก็ไม่มีที่เรียนเหมือนกันน่ะในเตรียมอุดมฯ ฮ่าๆ
ส่วนเราหรอไปบ้างไม่ไปบ้าง จนครูเริ่มจำหน้าไม่ได้ล่ะ เธอชื่อไรนะ?
อ้าวเมื่อ 3 วันก่อนครูยังเรียกชื่อผมอยู่เลย มีงี้ด้วย!
ปล.ถึงความเห็นด้านบนขอให้สู้ให้ถึงที่สุดครับ เดินทางมาไกลขนาดนี้ อย่าเพิ่งยอมแพ้ครับ มีอะไรปรึกษาเพื่อนๆ รุ่นพี่ หรือครูที่ปรึกษา ถ้าวันนี้คุณท้อแล้วปล่อยมันไป คุณไม่เสียดายวันเก่าๆที่คุณพยายามทำมันมาหรอครับ มันน่าเสียดายออกครับ ผมว่ามันก็น่าเครียดอยู่หรอกเป็นกิ๊ฟวิทย์เหนื่อย เรียนหนัก แต่มันจะแย่ยิ่งกว่าที่เราพยายามมันมาแล้ว แล้วเราก็ล้มตัวเองลงด้วยระยะเวลาอันสั้น สู้ต่อไปนะครับ