สวัสดีค่า... ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าน้องๆ ที่กดเข้ามาดูบทความนี้คงกำลังเพลียๆ จากการทำการบ้าน อ่านหนังสืออยู่ใช่มั้ยคะ และถ้ากำลังตามหาต้นตอพร้อมทั้งวิธีแก้อาการเพลีย ก็เข้ามาถูกที่ถูกเวลาแล้วล่ะค่ะ
เพราะวันนี้พี่มิ้นท์จะพูดถึงสาเหตุของอาการเพลียที่ใครหลายคนเข้าใจผิดมาตลอดว่าเพลียจากการโหมทำการบ้านหนัก แต่จริงๆ แล้ว สาเหตุของอาการนี้ยังมีอีกหลายอย่าง แถมอยู่ใกล้ตัวเราทั้งนั้นเลย ไปดูกันเลยดีกว่า
จุดอ่อนที่ 1 : ติดละครหลังข่าวล่ะสิ
ณ เวลานี้แม้วันแรงเงาจะผ่านไปนานแล้ว แต่ก็ยังมีละครอีกหลายเรื่องที่เหมือนล่ามน้องๆ ไว้ไม่ให้ลุกจากเก้าอี้ดูทีวี ซึ่งละครแต่ละเรื่องกว่าจะจบก็กว่า 4 ทุ่มครึ่ง แต่ต้องตื่น 6 โมงเพื่อไปเรียน ดังนั้นการนอนดึกเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ตื่นมาไม่สดชื่นนั่นเอง เคยสังเกตตัวเองกันหรือเปล่าว่า คืนไหนที่ดูทีวีดึกตื่นเช้ามาจะงัวเงีย นั่งเรียนไปหาวไป ความรู้ไม่ได้เข้าสมองเลย นอกจากนี้ในบางเรื่องที่สนุกจนลืมหายใจ ลุ้นไปกับเนื้อเรื่อง จะทำให้น้องๆ ตื่นเต้น ร่างกายกลับมาคึกอีกครั้ง อาจเป็นสาเหตุให้นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท จะเกิดอาการเพลียได้
วิธีกำจัดจุดอ่อน ดูละครหลังข่าวไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ที่ผิดคือ ดูจนลืมดูแลสุขภาพตัวเอง แนะนำว่าหากดูจนจบเรื่องก็ควรดูเป็นบางวันก็พอ เพื่อสลับให้มีวันได้พักผ่อนบ้าง แต่ถ้าจะให้ดีเลยไม่จำเป็นต้องดูจนจบก็ได้ค่ะ ยิ่งเดี๋ยวนี้มีช่องทางให้ดูย้อนหลังตั้งหลายทาง เลิกเรียนเสร็จกลับมานั่งดูก็ยังได้ เอาเวลาที่เราไปดูละครมานั่งทำการบ้านและอ่านหนังสือดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาปั่นการบ้านตอนเช้าด้วยนะ
จุดอ่อนที่ 2 : เม้าท์ดึกไปหน่อยใช่มั้ย
ไม่ว่าจะเม้าท์กับเพื่อนหรือเม้าท์กับแฟน ช่วงเวลากลางคืนเป็นช่วงยอดฮิตทีเดียว เพราะค่าโทรถูกนั่นเอง!! บางคนคุยเพลินติดลมบนถึงตี 1-2 นอกจากจะทำให้น้องๆ นอนดึกแล้ว ยังรู้รึป่าวคะการใช้โทรศัพท์นานๆ จะทำให้สูญเสียน้ำในร่างกายขณะคุยโทรศัพท์ด้วย อย่ามองว่าเป็นปัญหาเล็กนะคะ เพราะอาการขาดน้ำจะทำให้เลือดแข็งตัวและลดปริมาณออกซิเจนในระบบที่ให้พลังงาน ทำให้เลือดข้นกว่าปกติ ผลที่ตามมาคือเลือดในร่างกายจะไหลเวียนช้า เป็นที่มาของอาการอ่อนเพลีย นอกจากนี้คลื่นโทรศัพท์มือถือก็เป็นอันตรายต่อสมองอีกด้วยนะคะ
วิธีกำจัดจุดอ่อน ก็ไม่ยาก คือ ลดปริมาณเวลาในการคุยลดลง ให้ร่างกายได้พักผ่อนเพิ่มขึ้นพร้อมที่จะเรียนวันถัดไป หรือระหว่างคุยให้จิบน้ำเป็นระยะๆ ร่างกายจะได้สดชื่นตลอดค่ะ และที่สำคัญหากเป็นไปได้ก็ใช้โทรศัพท์บ้านแทนมือถือก็ดีนะคะ
จุดอ่อนที่ 3 : อ่านหนังสือมาราธอน ไม่มีเบรก
น้องๆ หลายคนชอบอ่านหนังสือเวลากลางคืน เพราะเงียบสงบ ทำให้มีสมาธิในการอ่านหนังสือ แต่ความจริงแล้วช่วงเวลานี้เหมาะกับการพักผ่อนมากกว่า นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอ่านหนังสือตอนกลางคืนแล้วตาจะปิดอยู่เรื่อย ก็เพราะร่างกายต้องการพักผ่อนแล้วนั่นเองค่ะ สำหรับน้องๆ ที่ฝืนอ่านจนดึกๆ แบบไม่พัก การเพ่งตัวหนังสือมากเกินไปทำให้สายตาล้าแล้วลามไปปวดที่หัวได้ เรียกว่าเครียดหลายต่อเลยนะคะ แถมตื่นเช้ามาก็เพลียเพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพออีกด้วย
วิธีกำจัดจุดอ่อนของสาเหตุนี้ ขอแค่น้องๆ แบ่งเวลาอ่านหนังสือให้พอดี ดีในที่นี้ คือ อ่านบ้างพักบ้าง เพื่อรีเฟรชให้ตัวเองสดชื่นอยู่เสมอ อย่างที่ได้พูดไปแล้วว่าฝืนอ่านหนังสือตอนที่เราง่วงจะไม่ค่อยได้ผลค่ะ หรือน้องๆ จะใช้สูตร 10-20-30 ในการอ่านหนังสือกก็ได้นะคะ นอกจากจะพักเบรกขณะอ่านแล้ว ก็ควรให้ร่างกายได้พักผ่อนจริงๆ ด้วยการนอนด้วยนะคะ สมองเราจะได้จัดระเบียบบ้างค่ะ^^
จุดอ่อนที่ 4 : สิ่งแวดล้อมสกปรก
สาเหตุนี้มีเหตุผลทั้งในแง่วิทยาศาสตร์และศาสตร์ด้านฮวงจุ้ยเลย ในด้านวิทยาศาสตร์ก็จะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเชื้อโรค การบังแสง เมื่อเห็นของเยอะๆ เราจะรู้สึกเพลียไปเองก็มี ส่วนในด้านฮวงจุ้ย ผูเชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยยืนยันมาว่าของที่วางระเกะระกะอยู่ในพื้นที่ จะทำให้ผู้อยู่อาศัยในสถานที่นั้นๆ มีอาการหมดแรงและอ่อนเพลียอย่างไม่น่าเชื่อ
ดังนั้นไม่น่าจะเป็นห้องเรียนหรือห้องนอน น้องๆ ควรหมั่นรักษาความสะอาด ปัด กวาด เช็ด ถู เป็นประจำ อย่าให้รกด้วยของที่ไม่ใช้ เดี๋ยวฝุ่นจะเกาะค่ะ ส่วนของที่จำเป็นต้องใช้หากมันยังเยอะอยู่ ก็ควรจัดให้เป็นระเบียบ แบ่งหมวดหมู่ให้เรียบร้อย สิ่งสำคัญนอกเหนือจากจะทำให้หายอ่อนเพลียได้ คือ ยังช่วยให้เรามีสมาธิในการเรียนและอ่านหนังสือมากขึ้นด้วย
จุดอ่อนที่ 5 : อยู่ใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้ามากเกินไป
เวลาน้องๆ คุยโทรศัพท์นานๆ เคยรู้สึกว่ามือชา หูชา บ้างมั้ยคะ นี่แหละค่ะที่พี่มิ้นท์จะอธิบายในข้อนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพียงแค่อยู่ใกล้ๆ ไม่ต้องสัมผัสตรงๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นก็สามารถดูดพลังงานในร่างกายของเราได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟ เครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียง โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เมื่อมันดูดพลังงานในร่างกายเราไปแล้ว เราจึงอ่อนเพลียค่ะ
วิธีกำจัดจุดอ่อนด้วยการเปลี่ยนที่นอนให้ห่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ เอาแค่พอทำได้ก็พอนะคะ ไม่ต้องถึงกับขนาดทั้งห้องมีแค่เตียง เพราะยังไงเราก็ยังจำเป็นต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ เพียงแต่อะไรที่ย้ายได้ก็ควรย้ายเพื่อลดโอกาสเครื่องใช้ไฟฟ้าดูดพลังงานเราค่ะ รวมถึงน้องๆ ที่ติดนิสัยวางมือถือไว้ใต้หมอน หรือข้างๆ หัว ก็ควรเปลี่ยนที่ด้วยนะคะ ถ้าทำได้ตามนี้ เชื่อว่าเช้ามาร่างกายจะแอคทีฟ พร้อมจะเข้าเรียนและอ่านหนังสือแน่นอนค่ะ
หายสงสัยกันแล้วใช่มั้ยคะว่าทำไมทุกๆ เช้าเวลาเรียน หรืออ่านหนังสือตอนดึก เราถึงเหนื่อยหน่าย อ่อนเพลียสุดพลัง ก็เพราะเหตุผลพวกนี้นี่เอง พอมาสำรวจตัวเองดีๆ ก็เป็นหมดทุกข้อเลยด้วย 5555 ต้องปฏิวัติตัวเองกันซักหน่อยแล้ว energy เราจะได้กลับคืนมา^^ น้องๆ ก็อย่าลืมนำไปใช้กันนะคะ
อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก
http://osk80.thaiportal.net

แบบทดสอบ : คุณใช้สมองซีกไหนมากกว่ากัน

เด็ด!! สูตรลับ 10-20-30 อ่านหนังสือเข้าหัวชัวร์

9 เมนูบำรุงสายตาขั้นเทพ กินก่อนสอบเริ่ดนะ



15 ความคิดเห็น
เป็นเกือบทุกข้อเลย
เอาล่ะ ปิดไฟนอน