ถ้าไม่ได้เกิดมาบอร์นทูบีนักพูดเหมือนโน้ต อุดม ไม่ว่าใครก็ต้องผ่านประสบการณ์มือสั่น ขาสั่น ปัสสาวะจะแตกเวลาต้องออกมาพูดหน้าชั้นกันบ้างล่ะ กดดันจากเรื่องที่ต้องพูดอยู่แล้วยังพ่วงด้วยแรงกดดันจากสายตาเพื่อนๆ ทั้งห้องอีก หลายๆ ครั้งการพูดหน้าชั้นเรียนจึงเป็นสถานการณ์สยองขวัญของน้องๆ ที่ถ้าเลี่ยงได้ก็คงจะเลี่ยง...
แต่ถ้าน้องๆ มัวแต่กลัวการพูดแล้วโยนให้เพื่อนพูดตลอด มันก็จริงที่น้องๆ จะสบายไม่ต้องพูดในคาบนั้นๆ แต่จะบอกให้ว่าน้องสูญเสียโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ในการฝึกฝนตัวเองไปแล้วนะคะ ตอนนี้น้องอาจจะไม่ได้พูด แต่ในระดับมหาลัยหรือพอเข้าสู่การทำงานจริง ยังไงก็ต้องได้พูดแน่นอน ดังนั้นแทนที่จะแก้ปัญหาด้วยการไม่พูด ลองเปลี่ยนมาเป็นแก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่ชอบพูดเพราะพูดไม่เก่ง ก็ฝึกพูดซะ ไม่ชอบพูดเพราะพูดแล้วตื่นเต้น ก็หาวิธีลดอาการตื่นเต้นซะ ซึ่งในวันนี้พี่มิ้นท์ก็เอาเทคนิคลดความตื่นเต้นมาฝากน้องๆ ค่ะ ไปดูกันเล้ยยย
วิธีที่ 1 : ฝึกซ้อมหน้ากระจก
ถ้าอยากรู้ว่าเรามีจุดเด่น-จุดด้อยตรงไหนเวลาพูด มี 2 วิธีที่เราจะได้เห็นตัวเองตอนพูด คือ อัดคลิปวีดีโอและฝึกพูดหน้ากระจก ซึ่งวิธีแรกอาจจะยุ่งยากไป บางคนดูแล้วกลัวตัวเองก็มี >< แนะนำให้ฝึกซ้อมพูดหน้ากระจกดีกว่าค่ะ เพราะไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมากมาย สามารถฝึกพูดได้ทุกที่ แต่ขอย้ำให้ฝึกบ่อยๆ ให้เท่ากับจำนวนครั้งที่เปิดเฟซบุ๊กใน 1 วันเลยก็ได้ ฮ่าๆ
การฝึกพูดหน้ากระจกสามารถลดความตื่นเต้นเวลาต้องพูดจริงได้ เพราะระหว่างซ้อมจะเห็นข้อผิดพลาดของตัวเอง รู้ว่าพูดถึงตรงนี้สีหน้าเราเป็นอย่างไร ตรงไหนที่เห็นว่ายังไม่โอเคก็ค่อยๆ ปรับแก้ เมื่อน้องๆ แก้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพูดแล้วไม่มีข้อผิดพลาด สุดท้ายก็จะได้ความมั่นใจในการพูดกลับมาเอง เรียกว่าพูดคล่อง ถึงเวลาพูดจริงก็ตื่นเต้นแค่นิดเดียวหรือไม่ตื่นเต้นเลย
วิธีที่ 2 : หาที่พักพิงสายตา ข้างหน้า คือ ห้องเปล่าๆ
เชื่อว่าน้องๆ เกินครึ่งในนี้ เวลาออกไปพูดหน้าชั้นเรียนจะไม่กล้าสบตาเพื่อนๆ ในห้อง ก็ได้แต่มองเพดานนับหยากไย่ หรือไม่ก็ก้มหาเศษเหรียญที่พื้น ซึ่งเป็นบุคลิกภาพที่ไม่ดีเลยนะคะ วิธีลดความตื่นเต้นวิธีที่สอง พี่มิ้นท์ขอนำเสนอให้หาที่พักพิงสายตาแต่จะไม่ใช่เพดานหรือพื้นอีกต่อไป
ก่อนพูดน้องๆ อาจจะนัดแนะกับเพื่อนๆ ที่สนิทว่า "เวลาเราออกไปพูดถ้าตื่นเต้นจะหันมามองนะ ช่วยยิ้มสวยๆ ให้ทีนึงสิ" ซึ่งการพักสายตากับเพื่อนสร้างบุคลิกที่ดีกว่าการมองเพนดานแน่นอน อย่างน้อยก็ทำให้อาจารย์รู้ว่าเรามีอายคอนแท็คกับเพื่อนในห้องด้วย เมื่อพักสายตาจนได้ความมั่นใจกลับคืนมาแล้ว น้องๆ ก็สามารถพูดต่อไปตามปกติได้ โดยพยายามมองเพื่อนที่นั่งอยู่ในห้องให้เป็นเหมือนกำแพง โต๊ะ หรือเก้าอี้เปล่าๆ ไม่มีคนนั่งอยู่ เราจะกล้าพูดมากขึ้น
วิธีนี้จะได้ผลดีมากถ้าหากเรามีเพื่อนที่ดี แต่แกงค์ไหนที่เพื่อนกวนๆ ก็ระวังนิสสสนึงด้วยนะคะ แทนที่เพื่อนจะให้กำลังใจอาจโดนแกล้งให้หลุดขำได้ ฮ่าๆ

มีเพื่อนเรานั่งอยู่คนเดียวในห้อง :)
วิธีที่ 3 : อย่าซ้อมพูดระหว่างที่เพื่อนพูด
เพราะการซ้อมบทตัวเองในขณะที่เพื่อนพูด น้องๆ จะไม่มีสมาธิซ้อมหรอกค่ะ โดนเสียงเพื่อนที่กำลังพูดขัดจังหวะให้เราสับสน พอพูดติดๆ ขัดๆ ระหว่างซ้อม ก็จะยิ่งกังวลขึ้นว่าเราจำบทไม่ได้แล้ว ก็จะยิ่งเครียดพาลหมดความมั่นใจไปกันใหญ่ เห็นไหมว่าผลเสียมันเกิดขึ้นหลายต่อเลยค่ะ ซึ่งการเตรียมตัวซ้อมควรจะทำให้เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนหรือช้าสุดก็ช่วงเช้าหรือพักกลางวัน
ที่สำคัญระหว่างที่เพื่อนพูดเราก็ควรเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ใช่แค่รักษามารยาทผู้ฟัง แต่เรายังได้เห็นการพูดของเพื่อน เค้าใช้น้ำเสียงประมาณไหน ใช้สายตายังไง อะไรที่ดีเราก็หยิบมาใช้เมื่อถึงตาเราออกไปพูด ส่วนที่ไม่ดีก็ฟังคำคอมเม้นต์จากอาจารย์แล้วก็เอามาปรับใช้ของตัวเองเช่นกัน
วิธีที่ 4 : พกโพยเล็กๆ เพื่อความอุ่นใจ
ย้ำว่าโพยนะคะ ไม่ใช่เอกสารเป็นปึก น้องๆ มักจะติดนิสัยพกรายงานออกไปนำเสนอหน้าชั้นแล้วก็ยืนอ่านให้เพื่อนฟัง คนฟังจะรู้สึกเบื่อมากค่ะวิธีนี้ นอกจากจะดูไม่เป็นธรรมชาติแล้ว คนพูดเองก็จะตื่นเต้นด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะอ่านผิดเมื่อไหร่ ระหว่างที่เราอ่านก็จะมีสายตาเพื่อนๆ คอยกดดันอยู่ ถ้าเผลอเหลือบตามองขึ้นมา อาจกลับไปหาบรรทัดเดิมไม่เจอก็เป็นได้
ดังนั้นก่อนจะออกไปนำเสนอหน้าชั้นเรียน นอกจากจะต้องซ้อมหน้ากระจกตามวิธีที่ 1 แล้ว ควรพกกระดาษโน้ตเล็กๆ ในกระดาษจดแค่ประเด็นหรือ "โครงเรื่อง" ที่ต้องพูดออกมาก็พอ เช่น
ช่วงแรก - ทักทาย
ช่วงสอง - เกริ่นความเป็นมาของประเพณีไทย
- ประเพณีในแต่ละเดือน
- วิธีอนุรักษ์ประเพณีไทย
ช่วงสุดท้าย - สรุป
จากตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าสคริปท์พี่มิ้นท์เขียนแค่โครงร่างรวมๆ เท่านั้น แต่ถ้าใครยังไม่เป๊ะ ในส่วนของหัวข้อย่อยอย่างประเพณีในแต่ละเดือนหรือวิธีอนุรักษ์อาจใส่หัวข้อปลีกย่อยลงไปได้อีก ส่วนใหญ่น้องๆ จะมีปัญหาลืมบทในช่วงรอยต่อ ถ้าไปนึกข้างหน้าก็คงสั่นเป็นเจ้าเข้า เพราะฉะนั้นโพยแผ่นนี้เปรียบเสมือนยันกันสั่นให้กับน้องๆ ได้ ส่วนเนื้อหาที่ต้องพูดถือเป็นความรับผิดชอบที่น้องๆ จะต้องฟิตซ้อมมาจากบ้านมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้เมื่อมาถึงหน้าชั้นแล้วขอให้พูดให้เป็นธรรมชาติ เหมือนเล่าให้เพื่อนฟัง เนื้อหามันจะไหลออกมาได้เอง ช่วยลดความตื่นเต้นลงไปได้อีกเยอะเลยค่ะ
วิธีที่ 5 : หายใจเข้า-ออก ลึกๆ ลดอาการตื่นเต้น
เทคนิคสากลที่ใครๆ ก็ทำกัน เพราะเมื่อไหร่ที่เราตื่นเต้นหัวใจเราจะเต้นเร็ว เลือดสูบฉีดทั่วร่างกาย มือสั่น ขาสั่นเหมือนพาร์กินสันกำเริบ ดังนั้นการหายใจเข้า-ออก ลึกๆ จะทำให้น้องๆ มีสมาธิจดจ่ออยู่กับลมหายใจ ไม่พะวงถึงเรื่องอื่น ที่สำคัญการหายใจเข้าออกที่ลึกๆ จะช่วยผ่อนคลายความเครียดที่เราสะสมไว้ ช่วยลดความตื่นเต้นได้จริงๆ ค่ะ :)
การจะพัฒนาตัวเองให้พูดได้ไม่มีที่ติ จะมัวแต่นั่งอ่านทฤษฎีอย่างเดียวไม่ได้ เพราะขนาดคนมีพรสวรรค์เค้าก็ต้องฝึกพูดให้คล่อง ขยันฝึกซ้อม เพื่อให้ทุกๆ ครั้งที่พูดทำออกมาได้ดี เพราะฉะนั้นน้องๆ ก็คงรู้แล้วใช่มั้ยคะว่าถ้าสัปดาห์หน้ามีพูดหน้าชั้นเรียน วันนี้เราควรทำอะไร?
ที่แน่ๆ เลิกโยนภาระให้เพื่อน แล้วกลับมาพกความมั่นใจคว้าไมค์ออกไปพูดหน้าชั้นดูซักครั้ง แล้วจะรู้ว่าไม่มีอะไรยากเกินความตั้งใจค่ะ ส่วนวิธีทั้ง 5 นี้ ก็คงไม่ยากเกินไปใช่มั้ยคะน้องๆ ชอบวิธีไหนก็เลือกใช้ได้ตามสบายเลยจ้า






38 ความคิดเห็น
เป็นบ่อยครั้งเลยเวลาออกไปพูดหน้าห้องคนเดียว T_T
ช่วยได้มากจริงๆ ค่ะ
วิธีแบบนี้แหละ
ลดความตื่นเต้นไปเยอะเลย
จะลองเอาไปใช้ดูค่ะ :D
เราล่ะออกไปพูดหน้าสนามท่ามกลางฝูงนักเรียน ใช้เคล็ดลับ...ตลอดอ่ะ
จะต้องออกไปพูดหน้าชั้นเรียนพอดีเลยค้ะ ^____^