/>

9 คำคมภาษาเกาหลีต้อนรับวาเลนไทน์ ซึ้งมาก+โดนใจสุดๆ []

วิว

  

                            สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และ KoreanKori ทุกวันที่
                            10 20 และ 30 ของเดือนเช่นเคย!! 
อีกไม่กี่วันก็จะถึง 14 กุมภาวันวาเลนไทน์
                            คนมีคู่คงดีใจ ส่วนคนโสดคงนั่งหงอยกันแน่ๆ เลย T~T

เด็กดีดอทคอม :: เจาะลึกมหาลัยดัง ณ เกาหลี : Korea University(มหาวิทยาลัยโคเรีย)
                            สำหรับ KoreanKori วันนี้ขอตามกระแสเดือนแห่งความรัก มาพร้อมกับ
                            "คำคมสุดซึ้งกินใจ" ค่ะ 
เห็นชอบแชร์กันนักในเฟสบุคทวิตเตอร์^^
                            คราวนี้ลองมารู้จักคำคมในเวอร์ชั่นภาษาเกาหลีบ้างดีกว่า ว่าจะซึ้งกินใจ
                            แค่ไหน 
รับรองว่าโดนมากๆ




사랑에 빠져 들지 않으려는 사람. 그는 고통과 슬픔을 피할 수 있을지는 모른다. 하지만 그는 배울 수 없고, 느낄 수 없고, 달라질 수 없으며, 성장할 수 없다. 

(ซารางเง ปาชยอ ทึลจี อันนือรยอนึน ซารัม คือนึน โคดงควา ซึลพืมมึล พีฮัล ซู อิทซึลจีนึน โมรึนตา ฮาจีมาน คือนึน แพอูล ซู ออบโก นือกิล ซู ออบโก ทัลลาชิล ซู ออบซือมยอ ซองชังฮัล ซู ออบตา)

คำคมนี้มาจากหนังสือชื่อดังเล่มหนึ่ง ชื่อเรื่องว่า 나는 정말 너를 사랑하는걸까 (ฉันรักเธอจริงหรือเปล่านะ) ประโยคนี้แปลว่า "คนที่ไม่คิดจะมีความรักนั้น ถึงแม้เขาอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ต้องเจอกับความเจ็บปวดและความเศร้าได้ แต่เขาจะไม่ได้เรียนรู้ ไม่ได้รู้สึก ไม่ได้เกิดความแตกต่าง และไม่ได้เติบโต"

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคนพูดว่า "ถ้าไม่อยากเจ็บ ก็ไม่ต้องรักสิ" (ซึ่งมันก็จริง) แต่เชื่อเถอะว่า การมีความรักจะทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างทั้งเรื่องดีและไม่ดี ดังนั้นคนที่ไม่มีความรัก ถึงเขาจะไม่ต้องเจอกับเรื่องเศร้าหรือเจ็บปวด แต่เขาก็จะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ค่ะ เพราะฉะนั้น ใครอกหักบ่อยๆ ล่ะก็ เชื่อเถอะว่าเรานี่แหละเซียนตัวจริง!! 5555


기적은 노력의 또 다른 이름이다.

(คีจอกกึน โนรยอกเก โต ทารึน อีรึมมีดา)

ประโยคนี้หากใครเคยดูซีรีส์เกาหลีเรื่อง To the beautiful you คงได้ยินจนเบื่อแน่ๆ 5555 เพราะเป็นประโยคที่นางเอกพูดกับพระเอกบ่อยมาก โดยพระเอกในเรื่องเป็นนักกีฬากระโดดสูงและป่วยมีอาการ Yips Syndrome (มีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง และจิตใจก็พลอยคิดไปว่า อวัยวะสำคัญที่ต้องออกแรงนั้นไม่ทำงานอีกแล้ว) พระเอกก็ท้อใจจนอยากจะเลิกเล่นกีฬา แต่นางเอกก็คอยอยู่ข้างๆ และให้กำลังใจด้วยประโยคที่ว่า 기적은 노력의 또 다른 이름이다. หรือแปลว่า "ปาฏิหาริย์ เป็นอีกชื่อหนึ่งของความพยายาม" เพื่อกระตุ้นให้พระเอกลองพยายามอีกครั้ง เผื่อมันจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นนั่นเอง

น้องๆ ที่กำลังท้อเรื่องเรียนโดยเฉพาะเด็กแอด ขอให้พยายามตั้งใจเยอะๆ  บางทีอาจจะเกิดปาฏิหาริย์ก็ได้ เพราะ "ปาฏิหาริย์ เป็นอีกชื่อหนึ่งของความพยายาม" นะจ๊ะ!!


세상에 사소한 일은 없다. 다만 그 일을 사소하게 생각하는 사람이 있을 뿐이다. 

(เซซังเง ซาโซฮัน อิลลึน ออบตา ทามาน คือ อิลลึล ซาโซฮาเก แซงกักคานึน ซารัมมี อิทซึล ปุนนีดา)

คำคมนี้ไม่ยาวมากแต่ได้ใจความมากค่ะ มาจากหนังสือเรื่อง 공병호의 소울 메이트 (เนื้อคู่ของคงพยองโฮ) โดยแปลว่า "โลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องเล็กหรอก มีแต่คนที่คิดว่าเรื่องนั้นๆ เป็นเรื่องเล็กต่างหาก"

คิดไปคิดมามันก็จริงนะคะ เรื่องบางเรื่องมันเล็กมากในสายตาเรา แต่ในขณะเดียวกัน มันก็กลายเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับคนอื่น ดังนั้นทุกเรื่องในโลกนี้มันอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ทั้งหมด แต่มันขึ้นอยู่กับว่า ใครจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กเท่านั้นเอง (เอ๊ะ จริงๆ มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กหมด แต่ขึ้นอยู่กับใครจะมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้นะ) ชักงงละ = =


사랑은 카메라 플래시처럼 한 순간에 펑 터지는 거거든요. 마음의 준비를 안 했던 아주 잠깐은 눈앞이 깜깜하죠.

(ซารังงึน คาเมรา พึลแลชีชอรอม ฮัน ซุนกานเน พอง ท่อจีนึน คอกอตึนโย มาอึมเม ชุนบีรึล อัน แฮทตอน อาจู ชัมกานนึน นุนนาพี กัมกัมคาจโย)

"ความรักก็เหมือนกล้องถ่ายรูป ที่มีช่วงจังหวะหนึ่งที่แฟลชว้าบขึ้นมา ก็เหมือนกับดวงตาที่มืดไม่เห็นอะไรไปช่วงเวลาหนึ่งอย่างไม่ได้เตรียมใจ"

คำคมนี้มาจากซีรีส์เกาหลีนานมาแล้วอย่างเรื่อง Lovers in Prague .... อาจจะพูดง่ายๆ คล้ายๆ กับประโยคที่ว่า "ความรักทำให้คนตาบอด" เพราะเวลาที่มีความรัก หลายๆ คนก็คงไม่เคยคิดมาก่อนว่าเราจะหน้ามืดตามัวได้อย่างไม่รู้ตัวและไม่เตรียมใจมาก่อน ก็เหมือนกับแฟลชจากกล้องถ่ายรูปที่อยู่ดีๆ ว้าบขึ้นมาจนเรามองไม่เห็นอะไร (และตาก็ยังมัวต่ออีกหลายนาที)


길을 더 보고 싶으면 계솟 움직여야 한다.

(คิลลึล ทอ โบโกชิพือมยอน คเยซก อุมจิกกยอยา ฮันตา)

สำหรับคำคมนี้มาจากทวิตเตอร์ของลีดเดอร์ FT Island "ชเวจงฮุน" สั้นๆ แต่ความหมายลึกซึ้ง(มาก) แปลว่า "ถ้าอยากเห็นหนทางที่มากขึ้น ก็ต้องเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง" หรือพูดภาษาชาวบ้านก็คือ "ถ้าอยากเห็นอะไรที่มากขึ้น ก็ห้ามหยุดเดินทาง" นั่นเองค่ะ


우리 모두는 누군가의 첫사랑이었다. 

(อูรี โมตูนึน นูกูนกาเอ ชอทซารังงีออทตา)

ประโยคนี้มาจากภาพยนตร์ชื่อดังอย่างเรื่อง 건축학개론(Introduction to Architecture) ซึ่ง "ซูจี Miss A" เล่น
ประโยคนี้ซึ้งมากๆๆๆๆ และ พี่เป้ เองก็ชอบมากๆๆ เลยค่ะ ความหมายคือ "เราทุกคนต่างต้องเคยเป็นรักแรกของใครสักคน"

โอ๊ย โดนมากกกก พี่เองก็คิดว่าน่าจะจริงนะคะ ต่อให้โตมาจะไม่มีใครมาจีบเลย แต่เชื่อเถอะว่าตอนเด็กๆ 3-4 ขวบ
น้องอาจจะเคยเป็นรักแรกที่เพื่อนเล่นแถวบ้านแอบปิ๊งก็ได้นะ ^^


누구나 본인이 한 행동이 옳다고 믿는다..! 그래서 문제인것같다..

(นูกูนา โพนอินนี ฮัน แฮงดงงี โอลตาโก มิทนึนตา คือแรซอ มุนเจอินกอทกัทตา)

สำหรับประโยคคำคมนี้มาจากเจ้าพ่อคำคมในทวิตเตอร์อย่าง ชานซอง 2PM (ทวิตทียาวเป็นหน้า) แต่สำหรับคราวนี้มาสั้นๆ แต่แอบโดน โดยประโยคนี้แปลว่า "ใครๆ ก็คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำน่ะเป็นเรื่องถูก และนี่แหละคือปัญหา!"

จริงที่สุดเลยเนาะ เราคิดว่าเราทำถูก อีกฝ่ายก็คิดว่าตัวเองทำถูก ดังนั้นต่างคนต่างคิดว่าตัวเองถูก ไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาจริงๆ แหละค่ะ เป็นความจริงหนึ่งเรื่องที่มนุษย์ทุกคนรู้แต่แก้ไม่ได้ >__<


인생 내 맘대로 되는 거 아니고, 나보다 잘난 사람 시기하고 질투해봤자 그 사람 복, 재능이 나한테 오지 않는다는 것. 

(อินแซง แน มัมแตโร ทเวนึน กอ อานีโก นาโบตา ชัลลัน ซารัม ซีกีฮาโก ชิลตูแฮบวัทจา คือ ซารัม พก แชนึงงี นาฮันเท โอจี อันนึนตานึน กอท)

"ชีวิตน่ะมันไม่ได้เป็นไปตามใจที่ฉันคาดหวังหรอก ฉันเคยอิจฉาริษยาคนที่เก่งกว่าฉัน แต่ความสุขและความสามารถของคนๆ นั้น ก็ไม่เห็นจะมาหาฉันบ้างเลย"

โอ๊ยยยย โดนอีกแล้วจ้า คำคมนี้มาจากซีรีส์เรื่อง 내 딸 서영이 (ซอยอง ลูกสาวของฉัน) ... ไม่มีใครในโลกนี้ที่ไม่อิจฉาคนอื่น และไม่มีใครในโลกนี้ที่ไม่ถูกคนอื่นอิจฉา ต่อให้เราเราอิจฉาใคร เช่น อิจฉาคนที่สวยกว่า แต่ความสวยของเขาก็ไม่ได้มาเป็นของเราแทน หรือ อิจฉาเพื่อนที่เรียนเก่งกว่า แต่ความเก่งของเพื่อนก็ไม่ได้ลอยมาเข้าสมองเราหรอก .... ใช่มั้ยคะ?

ดังนั้น หากเปลี่ยนการอิจฉาเป็น "การเอาแบบอย่าง" น่าจะดีกว่า น้องๆ ว่ามั้ย? และที่สำคัญ หากห้ามใจให้ไม่ให้อิจฉาไม่ได้จริงๆ ก็อิจฉาไปเถอะ (อ่าว 555 ) อิจฉาได้แต่อย่าริษยา เพราะริษยานี่อารมณ์แค้นเคืองอยากทำลาย ออกแนวน่ากลัวทีเดียว



사랑하는 만큼 말하고 행동하기

(ซา รัง ฮา นึน มาน กึม มาล ฮา โก แฮง ดง ฮา กี)

ประโยคนี้เจอจากหนังสือชื่อ 더 오래 더 예쁘게 사랑하는 팁 (ทิปให้รักอย่างสวยงามและยืนยาว) เห็นประโยคนี้แล้วสะดุดเลยค่ะ หากแปลตรงตัวจะแปลได้ว่า "บอกและทำให้มากเท่าที่รัก" หรือจะแปลให้เพราะๆ หน่อยก็จะแปลได้ว่า "แสดงออกและบอกรักให้มากเท่าที่รัก"

เชื่อว่าหลายคนคงเป็นพวกรักนะแต่ไม่แสดงออก ดังนั้นประโยคนี้มันใช่เลย!!! เพราะฉะนั้น รักมากแค่ไหน ก็ต้องบอกรักและแสดงออกให้มากเท่าที่รู้สึกนะ ไม่งั้นอีกฝ่ายเค้าอาจจะไม่รู้ด้วยนะเออ >___< เขินเลย ฮ่าๆๆ



ย้อนอ่าน Korean Kori ตอนที่ผ่านมา

 
ตอน 26 : 18 เรื่องน่ารู้ของการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ครั้งที่ 18
ตอน 27 : เจาะลึกมหา'ลัยดัง ณ เกาหลี : Korea University(มหาวิทยาลัยโคเรีย)
ตอน 28 : 21 เรื่องจริงต้องอ่าน "ลีซูมาน" เจ้าพ่อ SM TOWN แห่งเกาหลี
ตอน 29 : 10 วิธีฝึกภาษาเกาหลีให้เก่งขั้นเทพ!! (แนะนำหนังสือ+เพลง+เว็บไซต์)

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pay

พี่เป้ - ผู้เขียน

มนุษย์บ้างานและบ้านวด ผู้ตกหลุมรักปลาแซลมอน การนอน และและออฟฟิศ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#คำคม #ภาษา #เกาหลี #ซูจี #วาเลนไทน์ #วาเลนไทน์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?