สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์วันแรกๆ คนรอบข้างพี่มิ้นท์ก็มีแต่คนพูดกันว่าขอให้เดือนนี้เป็นเดือนที่ดี เฮงๆ ร่ำรวยและมีความรักที่สดใส แว๊บแรกก็แอบแปลกใจว่าเดี๋ยวนี้เค้าขอพรกันทุกต้นเดือนแล้วหรอ? ตอนหลังก็มานึกขึ้นได้ว่าเดือนกุมภาพันธ์นี้มี 2 เทศกาลที่คนไทยอินไปกับเค้าด้วย นั่นก็คือ ตรุษจีนที่เพิ่งผ่านมา(เทศกาลที่เด็กไทยเชื้อสายจีนยิ้มแป้นเลย) และเทศกาลวันวาเลนไทน์ นั่นเอง
โดยเฉพาะเทศกาลหลัง คนที่มีความรักมักจะให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้มาก ถึงวันจะต้องมีดอกไม้ช่อโต มีนัดเดทเซอร์ไพร์ส ไปจนถึงให้ช็อคโกแลตคนที่แอบชอบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกค่ะ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีความรัก หัวใจกระชุ่มกระชวย สิ่งเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้จะยิ่งทำให้เรามีความสุขกับความรักมากขึ้น โลกใบนี้แลดูสีชมพู๊ชมพู (แต่ก็ไม่ควรทำอะไรเกินตัวนะ โดยเฉพาะน้องๆ ที่ยังต้องขอเงินคุณพ่อคุณแม่อยู่)
แต่โลกของเราไม่ได้สวยขนาดนั้นค่ะน้องๆ ในเมื่อเหรียญยังมีสองด้าน ความรักก็มีสองด้านเสมอ ด้านนึงเราอาจจะมีความสุขกับความรักมากๆ แต่ถึงวันนึงมีความผิดหวังเข้ามาแทนที่ ความทุกข์ก็จะมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว ถ้าใครเคยผ่านช่วงเวลา "อกหัก" มาไม่ว่าจะเลิกกับแฟน แอบรักคนมีเจ้าของ แอบรักเค้าแล้วเค้าไม่รักตอบ ฯลฯ จะรู้ว่ามันทรมานขนาดไหน เบาๆ หน่อยก็แค่เสียใจ ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไร แต่ถ้าหนักนี่ถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ หัวใจมันกระสับกระส่าย เสียน้ำตาเป็นลิตรๆ เลยทีเดียว น้องๆ ที่ไม่เคยอกหักอาจสงสัยว่าเป็นหนักขนาดนี้เลยหรอ ละครรึป่าว? ขอบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นอาการที่เกิดจากกระบวนการทางเคมีในร่างกายของเราค่ะ เรียกว่าอารมณ์รัก-อารมณ์อกหัก ความรู้สึกต่างกันสุดขั้วจริงๆ
อาการอกหัก เป็นอาการที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสื่อประสาทในสมอง เมื่อ "อกหัก" ปุ๊บ สมองจะขาด "ฟีนิลเอธิลามีน" ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ร่างกายตื่นตัว มีเรี่ยวแรง และหยุดหลั่งสารเอนโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุขแบบปุบปับกะทันหัน อาการก็เลยเหมือนคนติดยาเสพติดที่หยุดใช้อย่างเฉียบพลัน ซึ่งสารเอนโดรฟินส์นอกจากจะเป็นสารที่ให้ทำให้คนเรามีความสุขแล้ว ยังลดความเจ็บปวดได้ด้วย ดังนั้นเมื่อร่างกายหยุดหลั่งสารนี้ ความเจ็บปวดก็เลยส่งถึงสมองได้เพราะไม่มีอะไรมาระงับไว้
เท่านั้นไม่พอ สมองจะหลั่งสารความทุกข์ออกมาแทนที่อีกต่างหาก ได้แก่ สารคอร์ติซอล ซึ่งเป็นสารที่ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายใจหรือเครียด และสารนอร์เอพิเนเนฟริน รวมถึงสารอะดีนารีนที่จะหลั่งออกมามากเวลามีความทุกข์มากๆ ผลของสารเหล่านี้ทำให้มีอาการเครียด กินข้าวไม่ลง ร้องไห้ฟูมฟาย นอนไม่หลับ ใจสั่น ยิ่งถ้าไม่รู้จักรักตัวเองและหันมาดูแลตัวเอง ปล่อยให้ตัวเองเศร้าเรื้อรัง อาการก็จะยิ่งหนัก ทำให้เป็นโรคซึมเศร้า สมองเสื่อม ดีไม่ดีอาจหลงผิดคิดสั้น เรื่องราวจะยิ่งไปกันใหญ่...
ดังนั้นเมื่อน้องๆ รู้แล้วว่าอาการอกหัก ทำให้เจ็บปวดเพราะสารแห่งความสุขมันหมดไป ก็ต้องเปลี่ยนตัวเองให้กลับมาสดใสให้ได้ วิธีที่ง่ายที่สุด คือ อย่าอยู่คนเดียวเด็ดขาดเพราะยิ่งทำให้ฟุ้งซ่าน คิดมาก ลองหาเพื่อนซักคนที่สนิทจริงๆ และระบายความทุกข์ออกไป เพื่อนของเราอาจมีเคล็ดลับที่ทำให้เราหายเศร้าได้ หรือไม่ก็ออกไปหากิจกรรมทำ ไม่ว่าจะร้องเพลง ดูหนัง(อย่าดูหนังเศร้า) ไปจนถึงช้อปปิ้ง ส่วนน้องๆ ผู้ชายก็ออกไปเล่นกีฬาให้เหงื่อออก ความสุขของเราก็เพิ่มขึ้นแล้วค่ะ
น้องๆ อาจจะคิดว่า การที่ "อกหักแล้วเจ็บปวด" เป็นเพราะสารเคมีในร่างกายของเราเปลี่ยนแปลง ก็เป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้น่ะสิ? ขอบอกว่าไม่จริงเลยค่ะ ถ้าไม่อยากให้มีอาการเหล่านี้มาเยือน จุดเริ่มต้นมาจากน้องๆ เอง มีใครหลายคนบอกเอาไว้ว่า ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดจากความรักจากไป แต่มันเจ็บปวดเพราะมันยังอยู่ต่างหาก เพราะฉะนั้นใครที่กำลังอกหัก รู้สึกเบื่อ เครียด เหงา เศร้า ไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ ต้องลองปล่อยวางความคิดและความทุกข์ลงบ้าง พี่มิ้นท์เชื่อว่าหันซ้ายหันขวาก็ยังมีพ่อแม่ มีเพื่อนอีกตั้งเยอะแน่ะ ท่องจำเอาไว้เลยว่าเค้าอาจไม่รักเราได้ แต่เราไม่รักตัวเอง "ไม่ได้" นะคะ
ว่าแล้วพี่มิ้นท์ขอชวนน้องๆ มาแชร์ประสบการณ์อกหักของตัวเองกันหน่อย พร้อมทั้งบอกด้วยว่า "น้องๆ สามารถผ่านเรื่องราวแย่ๆ มาได้ยังไง" สุดท้าย สำหรับวาเลนไทน์นี้ พี่มิ้นท์ขอให้น้องๆ มีความสุขทุกๆ คนเลยน้า รักพ่อ รักแม่ รักคนในครอบครัวให้มากๆ เพราะไม่มีใครรักเราเท่าคนในครอบครัวเราอีกแล้วค่ะ :))
www.bangkokhealth.com, www.vcharkarn.com
.jpg)







แต่พอมาเห็นว่านิยายตัวเองมีคนมาวิจารณ์แล้วเนี่ย หายเศร้าเลยค่ะ (ทุกคอมเม้นต์คือกำลังใจของนักเขียนค่ะ หนูเชื่อ)
69 ความคิดเห็น
เมื่อรู้สึกเสียใจ (1) ทำให้สมองหลั่งสารเคมี (2) แล้วร่างกายก็ตอบสนอง (3)
เป็นไปตามลำดับนะครับ
ถ้านำสารเคมี (2) ฉีดเข้าสู่ร่างกาย ย่อมทำให้เกิดการตอบสนอง (3)
แต่คน ๆ นั้นจะไม่รู้สึกเสียใจแน่นอนครับ
*****
ไม่ได้มีประสบการณ์เป็นส่วนตัวครับ แต่มาจากเพื่อนผู้ชายที่อกหักจากแฟนสาว
ผมสังเกตอาการเขาแย่ ๆ อยู่หลายวัน คล้ายกับนอนไม่หลับกินไม่อิ่ม
จนวันหนึ่งเขาก็ชวนผมไปกินข้าว ผมก็ถามว่ากินลงแล้วเหรอ เขาพยักหน้า
ผมเลยถามตรง ๆ "ตัดใจได้แล้วเหรอ"
เขาตอบแบบนี้ครับ
"ยัง แต่ก็รู้ว่าคนที่ไม่รักเราแล้ว ต่อให้เสียใจยังไงมันก็ไม่ได้รักเราขึ้นมา
ลืมไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืนจะลืม แค่ทำทุกอย่างเหมือนชีวิตประจำวันปกติไปเรื่อย ๆ ก็พอ"
*****
คงคล้าย ๆ กับคนคนหนึ่งร้องไห้ จะด้วยความรู้สึกดีใจ เศร้าโศก เสียใจ คับแค้นใจ
ผลที่ได้คือน้ำตา มีน้ำตาไหลออกมาเหมือนกันหมด
แต่ไม่สามารถวัดส่วนประกอบทางเคมีเพื่อรู้ได้ว่าน้ำตามาจากความรู้สึกอะไร
คุณต้อง "รู้สึก" ด้วยตนเอง จึงจะเข้าใจมันครับ
แต่ตอนเจอสถานการณ์แบบนี้ จิตตกมากๆครับ...
เรื่องมีอยู่ว่า......
เรามีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นเพื่อนผู้ชายคนเดียวที่เราสนิทมากที่สุด เพราะ เรา 2 คนเรียนเทนนิสมาด้วยกันตั้งนานแล้วแถมเรายังอยู่โรงเรียนเดียวกันแต่อยู่คนละห้อง
จากความเป็นเพื่อนจนกลายเป็นแอบรัก ที่ผ่านมาตลอด 3 ปี ใช่ 3 ปีที่เราแอบชอบเค้ามานาน เวลาเราอยู่ใกล้เค้าใจก็เต้นตึกตัก อายบ้าง อะไรบ้าง
จนถึงวันวาเลนไทน์ เราก็ไปห้างเพื่อไปซื้อของขวัญให้เค้า มันเป็นของขวัญที่เราเลือกให้เค้าด้วยใจ และเราก็สั่งคัพเค้กเอาไว้ เราเขียนการ์ดแนบไปให้ว่า "ตั้งแต่ที่ผ่านเราแอบชอบนายมาตลอด" แต่วินาทีสุดท้ายเราก็เอาการ์ดนั้นออก
พอถึงวันวาเลนไทน์ โรงเรียนเราจะมีคาบพักเราจึงหาโอกาสนั้นเอาของขวัญและเค้กไปให้เค้า ในใจเราหวังว่าเค้าคงจะตอบรับเรา เรากลับไปบ้านอย่างมีความสุข แต่แล้วความสุขนั้นก็หายไปเพราะ
วันถัดมาเรามายืนรอแม่ที่หน้าโรงเรียนแล้วเราก็เห็รเค้ายืนอยู่เยื้องๆเราจึงเดินเข้าไปถามเค้าว่า
"รอใครอยู่หรอ" แต่คำตอบมันกลับเจ็บใจ เค้าบอกว่า "รอที่รักอยู่"
ตอนนั้นแหละที่ใจเราแตกเพล้งอย่างนี้ คงจะเรียกว่า อกหัก สิน่ะ เพราะ เมื่อเค้าตอบกลับมาเราก็ยิ้มๆไปให้เค้า แล้วเราก็กลับไปยืนที่เดิมแต่ก็ยังแอบดูเค้าอยู่ห่างๆ สักพักก็มีกลุ่มรุ่นพี่ม.6เดินมา แล้วเค้าก็เดินไปจับมือกับรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งในนั้น ทำให้เรารู้แล้วว่าใครคือ..ที่รัก เราแอบมองพวกเค้าทุกวัน แต่พอเค้าเดินมาทางเรา เราก็หลบหน้าเค้าตลอดไม่มองหน้า เค้า
ตอนเย็นเราก็มักจะแอบไปร้องไห้คนเดียวในห้องนอนเกือบ 3 วัน
ทำไม..ทำไม..ทำไม ตั้งคำถามอย่างนี้กับตัวเองตลอด
แต่ทุกวันนี้เราก็ยังแอบคิดถึงเค้าอยู่แม้จะอยู่กันคนละโรงเรียนก็ตาม บางเรื่องเราสามารถลืมได้แต่แค่เฉพาะเรื่องนี้ที่เราลืมไม่ได้ บางครั้งก็อยากรู้ว่า เค้าเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม แต่เค้าคงไม่รู้ในสิ่งที่เราคิดหรอก...เฮ้อ
ขอบใจมากน่ะที่ทำให้เราได้รู้จักคำว่า รักและอกหัก ในครั้งเดียวกัน
เราไม่ใช่คนหน้าตาดีอะไรหรอก หน้าตาบ้านๆ แต่ก็ดีใจที่เราเคยมีความรักให้กับใครสักคนที่เราจะไม่มีวันลืมเค้า..ตลอดมา เราจะไม่มีวันลืมนาย
แต่ก็ไม่สามารถใช้หลักการเหล่านั้นรักษาคนให้หายจากอาการอกหักได้อยู่ดี
ก็ไม่รู้จะหยุดรักยังไง? เลยต้องรักเธอไปในใจก็แล้วกัน
ผมเป็นเด็กใหม่เพิ่งเข้ามา ตอนม.3 เทอมแรกผมยังไม่รู่สึกอะไร แต่พอเทอม2 ผมเริ่มแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่ง เค้าเป็นคน น่ารัก นิสัยดี เรียนเก่ง ยิ้มง่าย พูดเพราะ (ถือว่าโอเค มากๆ) ตอนแรกเค้าทำเหมือนให้ความหวังผม (ผมไม่ได้คิดไปเอง เพื่อนคนอื่นยังบอก) ผมคุยกับเธอเลื่อยมาๆๆ จนวันที่ 14 กุมพา 2556 ผมซื้อดอกไม้ช่อใหญ่ให้เธอ (ใหญ่เว่อร์) (นั่นคือช่อแรกในชีวิตที่ผมเคยซื้อให้ผู้หญิง จริงๆนะ)
แต่แล้ว
ตอนเย็นวันนั้น เค้าได้ ทักผมทางเฟรสมา บอกว่า ขอบคุณๆมากนะ (ดีใจไปสักพัก)
อีกแปป เค้าก็บอกว่า เราคิดกับนายแค่เพื่อน ไม่อาจเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้อีก (ผมเสียใจมาก)
แต่แล้ว
ผมก็ได้ เล่นเกมและคุยกับเพื่อนๆ ภายในเวลา 1 ชม ผมก็ลืมไปได้แล้ว ... ไม่ใช่ผมไม่รักเธอ แต่ไม่รู้จะเครียดไปทำไม
เสียเหงื่อให้กีฬา ดีกว่าเสียน้ำตาให้ความรักครับ
จบและ 5555555555555 พิมไปงั้น อยากดราม่า 5555
ใช้หลักทางวิทยาศาสตร์อธิบายคำว่าอกหักได้ด้วย