ตามที่ศาลปกครองกลางมีคำวินิจฉัยยกฟ้องกรณี พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูปการศึกษา ฟ้องร้องเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) เมื่อปลายปี 2549 และเห็นว่าการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ตเพียงครั้งเดียวชอบด้วยกฎหมายนั้น รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การสอบโอเน็ตไม่ใช่การสอบที่จะนำคะแนนวัดผลมาใช้ในการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงของโอเน็ตคือการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา แต่ทางมหาวิทยาลัยกลับนำคะแนนโอเน็ตเป็นตัวตัดสินในการเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ในเชิงวิชาการถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะการสอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต้องดูหลายอย่าง ทั้งคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ จีพีเอ และพฤติกรรมในการใฝ่รู้ ใฝ่เรียน รวมถึงเรื่องกิจกรรมของนักเรียนด้วย
รมช.ศึกษาธิการกล่าวต่อว่า ตนยังเห็นด้วยกับ กสพท.ที่รวมกลุ่มจัดสอบตรง ซึ่งคณะของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งที่สอนในสาขาวิชาเดียวกันก็ควรรวมกลุ่มสอบ เช่นเดียวกับ กสพท. โดยให้สอบเพียงครั้งเดียว เพราะบางครั้งการแต่ละคณะของแต่ละมหาวิทยาลัยเปิดรับตรงพร้อมๆกันหลายแห่ง ทำให้เด็กต้องวิ่งสอบกันหลายแห่ง ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูง ทั้งนี้จากการหารือเบื้องต้นกับสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ก็ยินดีที่จะช่วยเหลือหากคณะต่างๆ ของแต่ละมหาวิทยาลัยมีการรวมกลุ่มกันจัดสอบ ในการสัมมนาวิชาการมาตรฐานคุณวุฒิกับการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานอุดมศึกษา ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะจัดขึ้นในวันที่ 12 ก.ค. ตนจะนำเรื่องนี้ไปพูดด้วย
ที่มา : หนังสือพิมพืไทยรัฐ
2 ความคิดเห็น