สวัสดีค่ะ... สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์เป็นวาระแห่งชาติของน้องๆ ที่สอบติดรับตรงที่จะต้องเข้าไปยืนยันสิทธิ์เคลียริ่งเฮาส์(เฉพาะสถาบันที่เข้าร่วม) กับทาง สอท. ใครที่ยืนยันไปแล้วถือว่าเท้าทั้ง 2 ข้างได้ก้าวไปเป็นนิสิตนักศึกษา 99.99% อีก 0.01% ก็รอวันประกาศรายชื่อออกมา ส่วนน้องๆ ที่พลาดจากสนามสอบต่างๆ อย่าเพิ่งหมดหวังนะคะ สู้ไปด้วยกันในรอบแอดมิชชั่นกลางนี่แหละค่ะ
ซึ่งเดือนหน้าก็เข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของเด็กแอดฯ แล้ว ต้องเลือกคณะ จัดอันดับ และรอลุ้นผลว่าจะได้เรียนในสถาบันไหน ขั้นตอนหลักๆ ไม่มีอะไรมากและไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ และวันนี้พี่มิ้นท์ก็ได้รวบรวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับแอดมิชชั่นที่ถามกันทุกปีมาให้น้องๆ ทำความเข้าใจกันตั้งแต่เนิ่นๆ ได้เวลาเลือกคณะจริงในระบบจะได้ไม่ลนค่ะ พร้อมแล้วไปดูคำถามแอดมิชชั่นทั้ง 10 ข้อกันเลย
Q.1 : ยืนยันสิทธิ์รับตรงไปแล้ว แต่อยากแอดมิชชั่นทำยังไงดี
A : ขอแบ่งประเภทการรับตรงออกเป็น 2 ประเภทนะคะ คือ
- รับตรงที่ตัดแอดมิชชั่นกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นรับตรงและโควตาของมหาวิทยาลัยรัฐ ส่วนโครงการรับตรงที่เข้าระบบเคลียริ่งเฮาส์ด้วยอันนี้ตัดสิทธิ์แอดมิชชั่นกลางแน่นอนนะคะ
- รับตรงที่ไม่ตัดแอดมิชชั่นกลาง ส่วนใหญ่เป็นโครงการพิเศษต่างๆ, ภาคพิเศษ, นานาชาติ รวมถึง ม.ราชภัฏ ม.ราชมงคล ทุกแห่งก็ไม่ตัดสิทธิ์แอดมิชชั่นกลางค่ะ อย่างไรก็ตามในการรับตรงปีนี้ก็มีรบางโครงการของมหาวิทยาลัยรัฐที่ไม่ตัดสิทธิ์แอดมิชชั่นกลางนะคะ เช่น รับตรงโครงการสัญจรฯ คณะวิศวะฯ ม.ศิลปากร เป็นต้น ดังนั้นน้องๆ ที่ไม่มั่นใจว่ารับตรงที่ยืนยันสิทธิ์ไปแล้วตัดแอดมิชชั่นกลางหรือเปล่า เช็คได้จากระเบียบการเช่นเดิมค่ะ
สำหรับรับตรงที่ไม่ตัดแอดมิชชั่นกลาง น้องๆ สามารถกลับมาใช้สิทธิ์แอดมิชชั่นกลางได้เหมือนเพื่อนๆ โดยไม่ถูกตัดสิทธิ์รับตรงที่ยืนยันไปก่อนหน้าด้วย แต่ถ้าสอบติดแอดกลางก็เท่ากับเราต้องยอมเสียเงินค่าธรรมเนียมที่จ่ายรับตรงไปนั่นเอง
แต่่ในส่วนของรับตรงที่ตัดสิทธิ์แอดมิชชั่นกลางค่อนข้างมีปัญหานิดนึง คือ จะต้องไปทำเรื่องขอสละสิทธิ์ ซึ่งบางแห่งได้ระบุช่วงเวลาสละสิทธิ์เอาไว้ด้วย หากสละสิทธิ์ไม่ทันก็กลับมาแอดมิชชั่นกลางไม่ได้ค่ะ และที่หนักไปกว่านั้นบางแห่งก็สละสิทธิ์ไม่ได้ด้วย ในส่วนนี้อยากรู้รายละเอียดโทรไปสอบถามจากสถาบันที่เราสอบติดได้เลยยย
Q.2 : หนังสือระเบียบการคืออะไร ไม่ซื้อได้มั้ย
A : หนังสือระเบียบการ คือ ตัวเล่มที่รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับแอดมิชชั่นทั้งหมด ทุกคณะ ทุกสถาบัน สัดส่วนเกณฑ์ต่างๆ ที่แต่ละคณะกำหนด พร้อมจำนวนรับ ซึ่งจะพิมพ์กันปีต่อปีค่ะ ลักษณะเล่มจะหนาๆ ปาใส่หัวคนสลบค่ะ >< ราคาเล่มละ 100 บาท ในกรุงเทพฯ หาซื้อได้ที่ ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน, ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
สำหรับน้องๆ ในต่างจังหวัดหาซื้อได้ที่ศูนย์ภูมิภาค ดังนี้ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, ม.ขอนแก่น, ม.เชียงใหม่, ม.สุรนารี, ม.นครพนม, ม.นเรศวร, ม.บูรพา, ม.พะเยา, ม.มหาสารคาม, ม.วลัยลักษณ์, ม.ศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์, ม.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่ และ ม.อุบลราชธานี
ระเบียบการนี้จะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้นะคะ เพราะทางเว็บ สอท. ก็มีให้ดาวน์โหลดฟรีเหมือนกัน แต่ว่าข้อมูลมันเยอะมาก การดูผ่านคอมอย่างเดียวค่อนข้างลำบาก ดังนั้นถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงอะไรมาก หารกับเพื่อนๆ ซื้อมาดูด้วยกันก็ได้ค่ะ

หน้าตาหนังสือระเบียบการ เปลี่ยนสีหน้าปกทุกปี ปีนี้มาลุ้นว่าจะได้สีอะไร
Q.3 : คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำเลือกได้มั้ย
A : คะแนนขั้นต่ำ หมายถึง คะแนนที่ทางคณะกำหนดมาเพื่อเป็นเกณฑ์ในการรับ เช่น คณะ A กำหนด GAT 30% = 90 คะแนน ถ้าต้องการสมัครคณะนี้ น้องจะต้องได้ GAT 90 คะแนน ไม่เช่นนั้นจะสมัครไม่ได้ ถือว่าขาดคุณสมบัติเรื่องคะแนนขั้นต่ำไป เรื่องนี้เน้นย้ำกันมาหลายรอบตั้งแต่เริ่มรับตรง เพราะเป็นเกณฑ์ที่สำคัญมากค่ะ โดยขั้นต่ำนั้นจะมีทั้ง O-NET GAT และ PAT เลย ซึ่งเมื่อน้องๆ ได้ระเบียบการมาแล้วอย่าลืมเช็คคะแนนขั้นต่ำกันนะคะ
สำหรับคนที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ พี่มิ้นท์ไม่อยากให้น้องๆ ฝืนเลือกคณะนั้นนะ เพราะเลือกไปยังไงก็ไม่มีทางได้ แม้คะแนนรวมจะสูงกว่าคนอื่นก็ตาม เนื่องจากระบบจะข้ามอันดับนั้นของเราไปทันที ทำให้เราเสียอันดับไปเปล่าๆ ค่ะ ทางที่ดีคือ เมื่อรู้ว่าคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ให้รีบมองหาคณะอื่นที่ใกล้เคียงดีกว่าค่ะ
Q.4 : GAT PAT เลือกรอบที่คะแนนดีที่สุดจริงหรือ?
A : จริงค่ะ ในการยื่นคะแนนเลือกคณะ ใครที่สอบ GAT PAT ทั้งสองรอบจะต้องกรอกคะแนนเลขที่ใบนั่งสอบ GAT PAT ทั้ง 2 รอบ หลังจากนั้นระบบจะทำการดึงคะแนนที่ดีที่สุดไปใช้เอง ดังนั้นหมายความว่า ในแต่ละวิชา ถ้าคะแนนรอบไหนดีกว่าก็ใช้รอบนั้นค่ะ แต่สำหรับ GAT พาร์ทเชื่อมโยงกับพาร์ทภาษาอังกฤษไม่สามารถแยกได้นะคะ เพราะนับรวมเป็น 1 วิชา มาดูตัวอย่างประกอบความเข้าใจกันค่ะ
สมมติว่ายื่นคะแนน รอบแรก GAT 250, PAT1 100, PAT 2 97
รอบสอง GAT 220, PAT1 145, PAT2 140
เมื่อกรอกคะแนนเรียบร้อยแล้ว คะแนนที่ระบบจะดึงมาคำนวณก็คือ GAT รอบ 1 ส่วน PAT1 และ PAT2 ใช้คะแนนรอบ 2 ค่ะ
Q.5 : 4 อันดับเลือกมหาวิทยาลัยเดียวกันทั้งหมดได้ไหม
A: ได้ค่ะ ถ้าน้องๆ สนใจอยากเรียนเพียงมหาวิทยาลัยเดียว ก็สามารถเลือกมหาวิทยาลัยเดียวกันทั้ง 4 อันดับได้ หรืออาจจะเป็นคณะเดียวกัน แต่ต่างสาขาก็ได้ เช่น
อันดับ 1 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์
อันดับ 2 คณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ ม.ธรรมศาสตร์
อันดับ 3 คณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาไทย ม.ธรรมศาสตร์
อันดับ 4 คณะศิลปศาสตร์ สาขาภูมิศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
แต่สิ่งที่ต้องระวังสำหรับการเลือกแบบนี้คือ ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและเป็นคณะยอดฮิตให้ระวังเรื่องคะแนนสูงด้วยนะคะ นอกจากคะแนนจะสูงแล้วคะแนนแต่ละคณะก็ไม่ทิ้งกันมากด้วย การจัดวางคณะท็อปไว้ทั้ง 4 อันดับเสี่ยงที่จะหลุดหมดค่ะ ดังนั้นก่อนเลือกคณะตัดสินใจให้ดีๆ ประเมินคะแนนตัวเองก่อนเลือกคณะเสมอนะคะ
Q.6 : ถ้าขาดสอบ GAT PAT ไปวิชาใดวิชานึง สามารถยื่นแอดมิชชั่นได้มั้ย
A : สำหรับน้องๆ ที่ขาดสอบ GAT PAT ไปบางวิชาสามารถยื่นแอดมิชชั่นได้ตามปกติค่ะ ถ้าหากวิชานั้นไม่เป็นองค์ประกอบที่ใช้คำนวณคะแนนก็ไม่มีผลอะไร แต่ถ้าขาดสอบในวิชาที่จำเป็นต้องใช้ ต่อให้ยื่นไม่เขาก็จะไม่พิจารณาให้ เท่ากับว่าเสียสิทธิ์ในการเลือกคณะนั้นทันที
และประเด็นสำคัญที่สุดคือ คะแนน O-NET ซึ่งทุกคณะใช้ O-NET ทุกวิชาเป็นองค์ประกอบ ดังนั้นขาดคะแนน O-NET เพียงวิชาเดียวก็หมดสิทธิ์ยื่นคะแนนแอดมิชชั่นกลางเช่นกันค่ะ หวังว่าคงไม่มีใครลืมไปสอบ O-NET นะคะ 30% เชียว
Q.7 : บางคณะเขียนตามหลังคณะว่า "พื้นฐานวิทยาศาสตร์" "พื้นฐานศิลปศาสตร์" หมายความว่าถ้าไม่ได้เรียนสายนั้นเลือกไม่ได้หรือ?
A: หลายคนเข้าใจผิด พื้นฐานวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ในที่นี้ ไม่ใช่แผนการเรียนตอน ม.ปลายค่ะ แต่เป็นรูปแบบในการยื่นคะแนนแอดมิชชั่นในคณะที่สามารถเลือกคะแนนยื่นได้หลายรูปแบบ เพื่อเป็นทางเลือกนั่นเองค่ะ โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นคณะทางสายศิลป์ เช่น รัฐศาสตร์, อักษรศาสตร์, ศิลปศาสตร์
โดยพื้นฐานวิทยาศาสตร์ หมายถึง ใช้คะแนน GAT + PAT1
ส่วน พื้นฐานศิลปศาสตร์ ยังแบ่งแยกย่อยอีก 2 รูปแบบคือ
- พื้นฐานศิลปศาสตร์รูปแบบที่ 1 คือ ใช้คะแนน GAT ล้วน 50%
- พื้นฐานศิลปศาสตร์รูปแบบที่ 2 คือ ใช้คะแนน GAT + PAT 7
น้องๆ ทั้งสายวิทย์และศิลป์ สามารถเลือกยื่นแอดมิชชั่นได้ทั้ง 2 รูปแบบเลยค่ะ ขอแค่มีคะแนนตรงตามที่ระบุไว้ก็พอ และพิเศษไปกว่านั้น ถ้าอยากยื่นทั้ง 2 รูปแบบเลยก็สามารถทำได้ แต่ขอให้ระวังเรื่องจำนวนรับด้วยนะคะ เพราะบางคณะยื่นคะแนนรวมกันทุกรูปแบบ ทำให้ต้องตัดคะแนนกันเอง รับประกันได้เลยว่าคะแนนสูงแน่นอน แต่ถ้าสถาบันที่แยกจำนวนรับออกจากกัน ก็เลือกได้สบายใจค่ะ วิธีดูง่ายๆ คือ ถ้ามีเครื่องหมายปีกกาในช่องจำนวนรับแสดงว่าผู้ที่ยื่นคะแนนในสาขานั้นด้วยรูปแบบต่างๆ จะต้องมาชิงที่นั่งกันเอง
Q.8 : เลือกคณะไปแล้ว เปลี่ยนคณะได้ไหม?
A : เมื่อกดบันทึกข้อมูลไปแล้ว ระบบจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ แต่อยากเปลี่ยนคณะขึ้นมาสามารถ "ทำได้ค่ะ" ในกรณีที่ยังไม่ได้ชำระเงินให้สมัครใหม่ได้เลย จะสมัครกี่รอบก็ได้จนกว่าจะมั่นใจก็ค่อยหยิบใบนั้นไปจ่ายเงิน แต่ถ้าชำระเงินเรียบร้อยแล้ว จะต้องสมัครและชำระเงินใหม่ เท่ากับเสียเงินรอบแรกไปฟรีๆ ค่ะ
ได้ยินแบบนี้แล้วก่อนกดยืนยันใบสมัคร ดูให้รอบคอบว่าใช่คณะที่เราอยากได้จริงๆ หรือเปล่า จะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าสมัครหลายๆ รอบนะคะ
Q.9 : เลือก ม.เอกชนในแอดมิชชั่นกลางต่างจากสมัครโดยตรงกับสถาบันอย่างไร
A : น้องๆ ทราบหรือไม่คะว่าในการแอดมิชชั่นกลาง มีคณะจากมหาวิทยาลัยเอกชนให้เลือกด้วยนะคะ บางคนก็เลยสงสัยว่ามันต่างจากการไปสมัครเองที่มหาวิทยาลัยโดยตรงอย่างไร
จริงๆ แล้วไม่ว่าจะสมัครจากรับตรงหรือแอดมิชชั่นกลาง น้องๆ ได้เรียนหลักสูตรเดียวกันตามปกติค่ะ แต่ที่นำเข้ามาในระบบแอดมิชชั่นก็เพื่อให้สะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาค่ะ แอบกระซิบนิดนึงว่าประหยัดค่าใช้จ่ายค่าใบสมัครด้วย เพราะค่าสมัครในแอดมิชชั่นกลางอันดับละ 50 บาท(ยกเว้นอันดับแรก 100 บาท) แต่ถ้าไปสมัครเองที่มหาวิทยาลัยจะเสียค่าใบสมัคร ส่วนจะราคาเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยนั้นๆ ค่ะ
Q.10 : ถ้าแอดมิชชั่นไม่ติด คือ ไม่มีที่เรียนแล้วหรือ?
A : ผลท้ายสุดถ้าใครยังผิดหวังจากรอบแอดมิชชั่นกลางอีก ยังพอมีแผนสำรองอยู่บ้างค่ะ โดยหลังจากประกาศผลแอดมิชชั่นไปแล้ว ในบางคณะที่ยังได้คนไม่ครบจำนวนที่ต้องการ ไม่ว่าจะเกิดจากคนสมัครไม่เต็มหรือสละสิทธิ์ออก คณะเหล่านี้จะประกาศรับตรงรอบที่ 3 หรือรอบหลังแอดมิชชั่นมาอีก เพื่อเติมเต็มที่นั่งที่ยังเหลือค่ะ ยังไงก็ตามขอให้เผื่อใจไว้ด้วยเพราะจะมีแค่บางคณะเท่านั้น ซึ่ง ณ วันนี้ก็ไม่มีทางรู้ค่ะว่าจะเป็นคณะไหน บางทีก็รับเพิ่มแค่ 1-2 คน บางมหาวิทยาลัยก็ไม่มีเลยค่ะ
นอกจากนี้ก็ยังมีโครงการพิเศษ ทั้งนานาชาติ สองภาษา หรือถ้าใครรู้สึกว่าไม่ใช่ทาง มหาวิทยาลัยเอกชนก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ตัดสินใจค่ะ
เป็นบทความที่ยาวเป็นพิเศษ เพราะได้พยายามรวบรวมคำถามที่เด็กแอดฯ ค้างคาใจมาไว้ด้วยกัน หวังว่าน่าจะช่วยให้น้องๆ เคลียร์กับคำถามเหล่านี้มากขึ้นนะคะ
ส่วนตอนนี้ขอให้น้องๆ กลับไปนั่งลุ้นคะแนน O-NET และ GAT PAT กันต่อค่ะ ซึ่งตามกำหนดการเดิมจะออกพร้อมกันวันที่ 10 เมษายน นั่นหมายความว่ารู้คะแนนปุ๊บก็ได้เวลาเลือกคณะวันที่ 11 เม.ย. ทันที (แต่เชื่อเถอะว่าประกาศก่อนวันที่ 10 เม.ย.แน่นอน อิอิ)
เด็กแอดมิชชั่น 56 สมัครรับข่าวแอดมิชชั่นผ่าน SMS ได้แล้ววันนี้ !!
แจ้งน้องๆ ที่สมัครรับข่าวแอดฯผ่าน SMS ในเดือน มี.ค.-เม.ย. นี้ รอพบ SMS เด็ดๆ ดังนี้
- เกาะติดการสมัครสอบ GAT PAT 2/56 ของเด็ก ม.6 ทั้งประเทศ 
- อัพเดทไว!! ข่าวรับตรงปี 56 ของทุกสถาบัน
- ตามติดข่าววงใน ทุกเหตุการณ์แอดมิชชั่นที่เด็กรุ่น 56 ต้องรู้!!
- รวมงานติวฟรีของทุกคณะ ทุกมหาวิทยาลัย ที่เด็ก ม.6 ไม่ควรพลาด 




70 ความคิดเห็น
อยากให้ประกาศคะแนนเร็วๆ
เป็นประโยชน์อย่างมาก
แต่ก็ยังไม่หายกังวลอยู่ดี
ปล.หนูสงสัยเหมือน คห.9 ค่ะ
จะไปซื้อระเบียบการตรงไหนของมหาลัย?
คือยังไงอะครับ ผมเป็นเด็กซิ่ว [ปีที่แล้วไม่ได้แอดมิชชั่น เลยไม่เข้าใจเท่าไร] ก็ต้องกรอกเลขที่นั่งสอบแกทแพทไป 4 รอบหรอครับ
แบบนี้จะถือว่ามีคะแนน o-net ครบไหมครับ
แต่ถึงสอบครบวิชา แต่คะแนนรวมมา ไม่ถึงตาม % ที่กำหนดก็ไม่ได้อยุ่ดี ใช่ไหมครับ
ถ้าสมมตเราไปสอบไม่ทันหรือไม่ได้ไปสอบ
มีการ โทรตามไหมค่ะ