3
แนวโน้มคะแนนแอดมิชชั่นปี 56 (ครบทุกกลุ่มคณะ)
เปิดเทศกาล แนะกันให้ติดชัวร์มาได้แค่ 3 วัน รู้เลยว่า น้องๆ ม.6 ตื่นตัวกับการแอดมิชชั่นครั้งนี้มากกกกกก!! สำหรับตอนที่ 3 ในวันนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่น้องๆ อยากรู้มากที่สุด ณ วินาทีนี้ ก็คือ แนวโน้มคะแนนแอดมิชชั่นปี 2556 ว่าสาขาไหนคะแนนจะลดหรือจะเพิ่มบ้าง
ซึ่งหลังจากที่ได้ไปนั่งดูคะแนน GAT PAT O-NET ทีละตัวก็พอจะได้แนวโน้มคร่าวๆ ของปีนี้มา มีทั้งแนวโน้มของคณะที่ขึ้น และแนวโน้มของคณะที่คะแนนลดลงด้วย
ระหว่างนี้มีสถิติคะแนน GAT PAT มาให้ดูด้วย ให้พักทำใจซักแป๊บ
จากสถิติ GAT PAT ปี 56 เมื่อเทียบกับปี 2555 จะเห็นว่าวิชาที่ Mean วิชา GAT ขึ้นมาพอสมควรเลย ซึ่ง GAT เป็นองค์ประกอบของทุกคณะ อีกปัจจัยนึงก็คือ O-NET ที่ถึงแม้ว่าคะแนนไม่หนีจากปีก่อนเท่าไหร่ แต่หลายวิชาก็เพิ่มขึ้น
สำหรับ PAT อื่นๆ มีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ PAT3 ก้าวกระโดดขึ้นมาก และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่คะแนน PAT4 ดิ่งลงเหว!! เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้ว มาดูแนวโน้มแต่ละคณะกันต่อเลย
กลุ่มที่ 1 กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ
- คณะสัตวแพทย์ สหเวช สาธารณสุข เทคนิคการแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา กลุ่มนี้ใช้สัดส่วน O-NET 30% GAT 20% และ PAT2 30% คาดว่าแนวโน้มจะคะแนนสูงขึ้นเล็กน้อยไม่เกิน 300 คะแนนค่ะ เพราะองค์ประกอบแอดมิชชั่นของกลุ่มนี้ขึ้นหมดเลย
- คณะทันตแพทยศาสตร์ และ พยาบาล กลุ่มนี้ใช้สัดส่วน O-NET 30% GAT 30% PAT2 20% กลุ่มนี้ก็คาดว่าคะแนนลดลงเล็กน้อย เพราะเป็นคณะที่แข่งขันกันสูง และที่ผ่านมาคะแนนของทันตะฯ พยาบาลก็ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว
- คณะเภสัชฯ บอกตรงๆ ว่าเป็นคณะที่เดาแนวโน้มได้ยากมากทีเดียว เพราะปีนี้มีการปรับสัดส่วน PAT2 จาก 30% เป็น 40% น่าจะทำให้คะแนนลดลง เพราะใช้เยอะ และข้อสอบก็ยากด้วย แต่ไม่ขอฟันธงค่ะว่าจะลดได้มากน้อยแค่ไหน เพราะโดยรวมค่า Mean ทั้ง O-NET, GAT เพิ่มขึ้นทุกวิชา รวมทั้ง PAT2 ก็เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ อาจถัวๆ จากที่คิดว่าจะลดลงเยอะ กลายเป็นลดลงนิดเดียวก็เป็นได้ แต่ในอีกแง่นึงถ้าน้องๆ คำนวณแล้วได้คะแนนน้อยกว่าต่ำสุดของปีที่แล้วเยอะ ไม่กล้าเลือกจนหนีไปเลือกคณะอื่นกันหมด ก็อาจทำให้คะแนนลดลงได้เยอะค่ะ
กลุ่มที่ 2 กลุ่มวิทยาศาสตร์กายภาพ
- คณะวิทยาศาสตร์ ใช้สัดส่วน O-NET 30%, GAT10%, PAT1 10%, และ PAT2 30% คณะกลุ่มวิทยาศาสตร์ใช้สัดส่วน PAT2 ถึง 30% คะแนนมีสิทธิ์ลดลงได้ค่ะ แต่อย่างไรก็ตามผลของคะแนน GAT และ O-NET เพิ่มขึ้น ก็อย่าชะล่าใจจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีปัจจัยในเรื่องสาขาอีกนะคะ เพราะคณะวิทยาศาสตร์มีเป็นสิบๆ สาขาเลย ความสนใจของน้องๆ อาจแตกต่างกัน การไหลเทไปเลือกสาขาใดสาขานึงก็มีผลทำให้คะแนน เพิ่มขึ้นหรือลดลง มากน้อยกว่านี้ก็ได้ค่ะ
- คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้สัดส่วน O-NET 30% GAT 10% PAT1 20% และ PAT2 20% ในสาขานี้ได้ประโยชน์จากคะแนน PAT2 ที่เพิ่มขึ้น แต่พี่มิ้นท์มองว่าคณะนี้ไม่ได้บูมมากเท่าไหร่ บวกกับใช้ PAT1 มากกว่าคณะวิทยาศาสตร์ คะแนนจึงมีแนวโน้มไม่ต่างจากเดิมหรือลงเล็กน้อย คือ บวก/ลบ ไม่น่าเกิน 500 คะแนน
กลุ่มที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์
ใช้สัดส่วน O-NET 30% GAT15% PAT2 15% และ PAT3 20% เกริ่นมาต้นเรื่องแล้วว่าวิศวะฯ ปีนี้น่าจับตามองเพราะค่าเฉลี่ย PAT3 รอบนี้สูงสุดตั้งแต่เคยสอบ PAT3 มา และ PAT3 ก็ดันเป็น PAT เฉพาะทางที่คนอยากเรียนวิศวะฯ เลือกสอบไว้ ดังนั้นเชื่อว่าหลายคนกำลังกุมคะแนน PAT3 ไว้สูงพอสมควร
จากผลคะแนนที่ออกมาเช่นนี้ บอกได้เลยว่าแนวโน้มกลุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์สูงขึ้นแน่นอนประมาณ 500-1,000 คะแนนค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและสาขาด้วยค่ะ
กลุ่มที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
เห็นทุกคณะที่พูดมาแนวโน้มคะแนนสูงขึ้นกันหมดเลย ก็มีคณะสถาปัตย์นี่แหละค่ะที่มีแนวโน้มว่าคะแนนจะลงให้อุ่นใจ เพราะ Mean PAT4 ปีนี้ ตกลงฮวบอย่างกับตกลิฟท์ แถมคณะสถาปัตย์ต้องใช้ PAT4 ถึง 40% ดังนั้นแนวโน้มในกลุ่มนี้มีทิศทางลงแน่นอน ประมาณ 500-1,000 คะแนน หรืออาจจะมากกว่านี้ค่ะ
กลุ่มที่ 5 คณะเกษตร คณะวนศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร
สัดส่วนที่ใช้ คือ O-NET 30% GAT 10% PAT1 10% และ PAT2 30% เป็นอีกคณะที่ปรับสัดส่วนจากปีที่แล้วที่ใช้ GAT 20% PAT 1 10% PAT 2 20% ดังนั้นจะเห็นว่าลด GAT ไปเพิ่มเป็น PAT2 แทน ดังนั้นแนวโน้มของกลุ่มคณะนี้ก็น่าจะลดลงเล็กน้อย
กลุ่มที่ 6 กลุ่มคณะบริหาร เศรษฐศาสตร์ การท่องเที่ยว
- คณะบริหาร คณะพาณิชยศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ ใช้สัดส่วน O-NET 30% GAT 30% PAT1 20% ถือว่า GAT และ O-NET ช่วยชีวิตไว้มาก และถึงค่ามีนคะแนน PAT1 ทั่วประเทศจะลดลง แต่เชื่อว่าน้องๆ ที่มุ่งมั่นจะเรียนสายนี้ต้องได้คะแนน PAT1 พอตัว ดังนั้นแนวโน้มคะแนนสายขึ้นอยู่ในทิศทางขาขึ้นค่ะ ประมาณ 300 - 500 คะแนน
- คณะการท่องเที่ยวและโรงแรม คณะนี้มีวิธีการยื่น 2 แบบ คือ แบบที่ใช้ GAT ล้วน 50% คะแนนขึ้นแน่นอน ประมาณ 300-500 คะแนน เนื่องจากเป็นคณะที่น่าจะมาแรง และด้วยคะแนน GAT ที่ได้เยอะกันถ้วนหน้า ทำให้น้องๆ เทมาเลือกรูปแบบนี้กันเยอะแทนรูปแบบที่ใช้ GAT 40% และ PAT 7 10% พูดง่ายๆ คือ เมื่อคิดคะแนนออกมา คะแนนรูปแบบที่ 1 ได้เยอะกว่ารูปแบบที่ 2 ก็เลยหันไปเลือกรูปแบบแรกกันเยอะจนทำให้คะแนนสูงขึ้น
กลุ่มที่ 7 กลุ่มครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ พลศึกษา สุขศึกษา
กลุ่มนี้มีเกณฑ์การใช้สัดส่วน 2 แบบ ซึ่งปรับจากปีที่แล้ว
โดยรูปแบบที่ 1 ใช้ O-NET 30% GAT 20% และ PAT5 30% สำหรับสัดส่วนนี้เน้นหนักไปที่ PAT5 และ PAT5 ก็เซอร์ไพร์สเรา คะแนนลดลงไปเยอะพอสมควร ดังนั้นใครอยากเป็นครู ปีนี้ดีใจได้คะแนนน่าจะลดลงประมาณ 100-500 คะแนนในการเลือกรูปแบบนี้
รูปแบบที่ 2 ใช้ O-NET 30% GAT 10% PAT5 20% และ PAT อื่นๆ เช่น PAT1-2, PAT7 การยื่นคณะครุฯ รูปแบบนี้ก็ลดลงเหมือนกันค่ะ เพราะ PAT5 ยังเป็นสัดส่วนที่สำคัญอยู่ ส่วน PAT ที่มาช่วยก็ไม่รู้ว่าจะช่วยให้เยอะขึ้นหรือน้อยลงกันแน่
สรุปแล้ว คณะครุศาสตร์ ไม่ว่าจะยื่นรูปแบบไหน มีแนวโน้มคะแนนลดลงค่ะ แต่อยากให้น้องๆ ระวังนิดนึง เวลาดูในระเบียบการให้ดูด้วยว่า การยื่นรูปแบบต่างกัน เค้าแยกจำนวนรับหรือเปล่า เช่น
รูปแบบ 1 รับ 20 คน, รูปแบบ 2 รับ 30 คน หรือ รับรูปแบบ 1 และ 2 รวมกัน 50 คน
สังเกตดูดีๆ ว่า จำนวนรับเท่ากัน แต่ผลที่ออกมามันต่างกันนะ การรับแยกจะเป็นการรับเฉพาะคนที่เลือกรูปแบบเดียวกับเราทั้งหมด แต่ถ้ารับรวมนั่นหมายความว่า คนที่ยื่นคะแนนเข้ามา สามารถเลือกรูปแบบใดเข้ามาก็ได้ ใครได้คะแนนสูงกว่าก็จะติดไป ถ้าเป็นแบบหลังก็จะแข่งขันกันสูงหน่อยค่ะ
กลุ่มที่ 8 คณะศิลปกรรมศาสตร์
มีการปรับส่วนแอดมิชชั่นด้วยเช่นกัน ในปี 56 มีสัดส่วน คือ O-NET 30% GAT 10% และ PAT 4 หรือ 6 อีก 40% ถ้าหากคณะที่กำหนดให้เลือกใช้ PAT4 แนวโน้มคะแนนจะลงค่อนข้างเยอะคล้ายสถาปัตย์ มีสิทธิ์ลงเป็น 1,000 คะแนนเลย เพราะ PAT4 ดิ่งน่ากลัวมาก แต่สำหรับสาขาที่ใช้ PAT6 ยื่น ค่อนข้างทรงตัวค่ะ ขึ้นก็ขึ้นแค่นิดเดียว หรือถ้าลงก็ลงไม่เยอะ
กลุ่มที่ 9 กลุ่มคณะนิเทศศาสตร์ มนุษยศาสตร์ อักษรศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมฯ
กลุ่มคณะนี้มีรูปแบบการรับถึง 3 รูปแบบ แต่ 2 ใน 3 รูปแบบมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วน ดังนี้
พื้นฐานวิทยาศาสตร์ ใช้สัดส่วน O-NET 30% GAT 30% และ PAT1 20% (จากเดิมที่ใช้ PAT1 แค่ 10% เอง) ดังนั้นแนวโน้มของการยื่นคะแนนในพื้นฐานวิทยาศาสตร์ลงแน่นอน เพราะน้ำหนัก PAT1 เยอะขึ้น แล้วคะแนน PAT1 ของน้องๆ ก็ดีๆ ทั้งนั้นน!! คาดว่าลงประมาณ 500 คะแนนขึ้นไป
พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 1 ใช้สัดส่วน O-NET 30% GAT 50% ใครว่าปีที่แล้วคะแนนสูงแล้ว ปีนี้น่าจะสูงขึ้นได้อีก เพราะ Mean GAT และ O-NET สูงขึ้น และปกติน้องๆ ก็มักจะเลือกรูปแบบนี้กันเยอะ เพราะเป็นคะแนนที่ดีที่สุด ดังนั้นใครอยากเลือกรูปแบบนี้ เผื่อๆ ไว้ 500 คะแนน+ ได้เลยนะ
พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 2 ใช้สัดส่วน O-NET 30% GAT 30% และ PAT7 20% การยื่นคะแนนในรูปแบบนี้มีแนวโน้มลดลงค่ะ อาจลงถึงพันในบางกลุ่มคณะ เพราะ PAT7 ลดลงเกือบทุกภาษา ให้ระวังเรื่องจำนวนรับด้วยนะคะว่ารับรวมกับพื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 1 หรือไม่ ถ้ารับรวมคิดว่าอาจจะสู้คนใช้ GAT ล้วนไม่ได้ค่ะ
ขอเสริมนิดนึงค่ะ สำหรับคณะ/สาขานิเทศศาสตร์ให้ระวังเพิ่มเติม จากกรณีสาขานิเทศศาสตร์ ม.ศิลปากร เหลือรับรอบแอดมิชชั่นกลางประมาณ 180 คน ซึ่งลดลงจากปีที่แล้วเยอะ (แต่ก็ดีกว่างดรับ) ดังนั้นจำนวนที่นั่งในคณะ/สาขานิเทศศาสตร์ทั่วประเทศลดลง อาจทำให้คะแนนอาจสูงขึ้นได้ค่ะ
ขอหมายเหตุตัวโตๆ ว่า ขอให้น้องๆ ใช้วิจารณญานในการอ่านด้วยนะคะ เพราะ ไม่มีใครที่จะรู้อนาคตที่แท้จริงได้ว่ามันจะขึ้นหรือลงมากน้อยแค่ไหน แม้กระทั่ง สอท.ที่เป็นหน่วยงานรับสมัครแอดมิชชั่นก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ทั้งหมดนี้ พี่ๆ ทีมงาน Dek-D.com วิเคราะห์โดยดูจากคะแนน GAT PAT และ O-NET เท่านั้น มีสิทธิ์คลาดเคลื่อนได้ค่ะ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้แนวโน้มคะแนนขึ้นหรือลงยังมีอีกหลายอย่าง เช่น
- จำนวนรับ ถ้าปีนี้รับเยอะกว่าปีที่แล้ว ก็ช่วยให้คะแนนลงได้ เพราะฐานคะแนนเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้ารับน้อยลงอีก ก็อาจทำให้คะแนนสูงขึ้นไปอีกก็ได้
- คณะมาแรง ต้องยอมรับเลยว่าน้องๆ รุ่นใหม่ เวลาเลือกคณะมักจะมองยาวไปถึงอนาคต ไม่อยากตกงาน อยากก้าวหน้าไวๆ ดังนั้นคณะยอดฮิตที่มีงานรองรับแน่นอน ก็ทำให้การแข่งขันสูงด้วย โดยเฉพาะปีหลังๆ กระแสอาเซียนมาแรงมาก กลุ่มอาชีพที่ทำงานได้เสรีในอาเซียนน่าจะมีน้องๆ เลือกเยอะขึ้น และถ้ามีคนแห่ไปเลือกเยอะก็ส่งผลให้คะแนนสูงขึ้นด้วย น้องๆ สามารถเข้าไปดูสถิติผู้สมัครในแต่ละปีได้ที่ www.cuas.or.th ค่ะ
- การเลือกคณะของน้องๆ มี ผลมากทีเดียว แถมยังควบคุมไม่ได้อีกด้วย เพราะไม่มีใครรู้ว่า คะแนนของคนอื่นเป็นยังไง จะมีกี่คนที่เลือกคณะเดียวกับเรา และคนที่เลือกคณะเดียวกับเราได้คะแนนเท่าไหร่กันบ้าง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าในการจัดอันดับ น้องๆ ควรดูคณะให้ดีๆ จ้า
หมดแล้วทั้ง 9 กลุ่มคณะ แอบเหนื่อยเหมือนกัน และก็แอบเครียดแทนน้องๆ ปีนี้ด้วยที่หลายคณะปรับสัดส่วน การดูคะแนนจึงลำบากขึ้น จะให้เทียบของเก่า 100% ก็ไม่ค่อยได้ แต่ก็ขอให้ใจเย็นๆ เชื่อมั่นใจตัวเองเข้าไว้เยอะนะคะ และถ้าอยากมีตัวช่วยดีๆ สามารถติดตามบทความแอดมิชชั่นในเทศกาลแนะกันให้ติดชัวร์ทั้ง 20 ตอนได้ที www.dek-d.com/admission ค่ะ ใครพลาดตอนไหนกลับไปดูกันเลย
ติดตามแนะกันให้ติดชัวร์ ตอนต่างๆ คลิกที่นี่
- คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
- คณะรัฐศาสตร์/สังคมศาสตร์
- คณะแพทยศาสตร์
- คณะนิเทศศาสตร์/วารสารศาสตร์
- คณะเกษตรศาสตร์/ประมง
- คณะสัตวแพทยศาสตร์
- คณะอักษรศาสตร์/มนุษยศาสตร์
- คณะทันตแพทยศาสตร์
- คณะพยาบาลศาสตร์
- คณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์
- คณะเภสัชศาสตร์
- คณะจิตวิทยา
- คณะศิลปกรรมศาสตร์
- คณะวิทยาศาสตร์
- คณะวิศวกรรมศาสตร์
- คณะเศรษฐศาสตร์
- คณะนิติศาสตร์
- รวมพลเด็กซิ่ว
- คณะสหเวชฯ/สาธารณสุขศาสตร์
- คณะพาณิชยฯ/บัญชี/บริหาร
- โปรแกรมคำนวณคะแนน 56








28 ความคิดเห็น
ตามความเห็นเรานะ
กลุ่มคณะทางสายศิลป์ที่ใช้ แกท50% ถ้าอยู่ในม.ดังๆ เช่น ฬ หรือ มธ.คะแนนลดแน่นอนค่ะ
ดูจากช่วงคะแนนคนที่ได้200+มีน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมาทั้ง2รอบเลย
แต่ถ้าอยู่ในม.อื่นๆที่คะแนนไม่สูงมาก คะแนนจะพุ่งขึ้นเลยค่ะ เพราะค่าเฉลี่ยแกทที่สูงขึ้นมันมาจากคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในช่วงคะแนนกลางๆเยอะ แล้วคะแนนอาจจะไม่ถึงพวกม.ดัง เลยเลือกที่อื่นที่คะแนนต่ำกว่ากันเยอะค่ะ
ส่วนคณะที่เปลี่ยนแปลงส่วนจากแพท40%แกท10% เป็นแกท30%แพท10%
คะแนนน่าจะลดลงประมาณ1000-2500
เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ แอดมิชชั่นอะไรก็เกิดขึ้นได้^^
เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปีที่แล้วต่ำมากเลยนะครับ ปีนี้น่าจะบวกขึ้นมาเท่าไรครับ
คะแนนก็ยังลดอีก รับน้อยลงด้วย
โห๊กกก อยากได้้อันดับหนึ่งไม่ก็สองง TT
เราว่าเศรษฐซาสตร์ มธ มีแนวโน้มคะแนนขึ้นสูงแบบพุงๆเลยอะ
เพราะปีที่แล้วรอบตรงเข้าไปไม่ถึง50คน ทำให้รอบแอดรับเยอะมากกก เลยส่งผลถึงคะแนนให้ตํ่าลง
ปีนี้รอบตรงรับเข้าไป222 เหลือที่ให้แอด 88
เราก็ว่าคะแนนน่าจะขึ้นเยอะ
จำนวนรับปีนี้ 150 แน่นอนครับ เพราะปี 54 รับตรง 233 คน แอดก็ยัง 150
แต่คนเลือกน่าจะเยอะ ถ้าคะแนนอยู่ประมาณปี 54 ก็ดี
ถ้าดูจากคะแนน ไม่ดูโอเน็ตมันเพิ่มแน่ครับ