สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกทุกวันพฤหัสเช่นเคย ^^ สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้ มาจากน้องคนนึงซึ่งเป็นแฟนพันธุ์ตัวจริงแท้คอลัมน์เรียนต่อนอก ซึ่งน้องเค้าได้มีโอกาสไปเยือนต่างประเทศครั้งแรกที่ "เดนมาร์ก" และอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ในต่างแดนบ้าง ถึงจะไม่ใช่เรื่องราวของนักเรียนนอก แต่อ่านได้ชิลๆ สนุกแน่นอนจ้า
สวัสดีครับ ชื่อ "บัส" ดบัสวิน อุดาการ ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนวมราชานุสรณ์ จ.นครนายก ปีนี้ขึ้นม.3 แล้ว เวลาเร็วมาก!!! บัสติดตามเด็ดดีมานานมากแล้ว ชอบบอร์ดเด็กนอกเพราะว่าอยากไปเมืองนอกมาก ซื้อหนังสือคู่มือเรียนต่อนอกของเด็กดีมาอ่านจนได้มาเที่ยว แล้วก็เลยลองเขียนส่งมา อยากจะส่งเพื่อโชคดีได้ลงคอลัมน์เด็กนอกบ้าง
วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ 1 เดือน ณ เดนมาร์ก ทริปนี้ไม่เรียนครับ เที่ยวอย่างเดี่ยว มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ถึงบัสจะไม่ใช่นักเรียนนอก แต่อยากจะเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง พอดีมีญาติอยู่ที่เดนมาร์กครับเลยได้ไป
สิ่งที่ต้องทำก็คือ "วีซ่า" มีหลายคนกังวลและกลัวว่า วีซ่ายุโรปจะยากมั้ย วีซ่าต้องทำยังไง? ต้องมีอะไรบ้าง? บัสทำวีซ่าเยี่ยมเยียนเพราะมีญาติที่นั่น อย่างแรกที่ต้องมีเลยก็คือ หนังสือเดินทาง มันก็ต้องมีสิ ไม่มีก็ไปไม่ได้ 555 อย่างที่สองคือ แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ VFS Denmark ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องวีซ่าเดนมาร์กก่อนส่งไปให้สถานทูต พร้อมติดรูปถ่าย
อันที่สามคือ statement หรือหลักฐานทางการเงิน อันนี้สำคัญมากจริงๆ นะ บัสใช้ statement ไป 20,000 บาท (ของเด็ก สำหรับวีซ่าเยี่ยมเยี่ยน) แต่สำหรับผู้ใหญ่ต้องใช้ 40,000 บาท ครับ อย่างที่สี่คือ จดหมายเชิญ จากผู้ที่เราจะไปอยู่ด้วยครับ มีแบบออนไลน์ด้วยนะครับ ดูได้ที่เว็บไซต์ VFS Denmark เช่นกัน
อย่างที่ห้า ตั๋วเครื่องบิน ที่จองไว้แล้ว แต่อย่าเพิ่งซื้อนะครับ จองไว้เฉยๆ รอให้วีซ่าผ่านก่อนแล้วค่อยซื้อ อย่างที่หก ทะเบียนบ้านของผู้ที่เชิญ ในกฎระเบียบที่ VFS จะมีบอกครับว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง แต่ตอนนั้นที่บัสไปยื่นขอวีซ่า ทาง VFS บอกว่าขอตั๋วที่คอนเฟิร์มแล้ว ช่วยส่งมาทางเมล์ บัสก็ส่งให้ทางเมล์ เลยแอบแนบ Family Tree ไปด้วยว่าเรารู้จักกันคนเชิญอย่างไร บัสทำตั้งแต่รุ่นตาทวดยายทวดกันเลยที่เดียว 555 จากนั้นก็รอผลวีซ่า 15 วันครับ ไม่มีสัมภาษณ์อะไรนะครับ
หลังจากรอผลวีซ่ามานาน ผลวีซ่าออกแล้ว!! ฮะ อะไรนะ วีซ่าออกแล้ว!!!! ออกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 มันคือวันแห่งความรัก ตัวลอยทั้งวัน สุดท้ายก็ได้มา
สำหรับวันเดินทางคือวันที่ 22 มีนาคม 2556 การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า TG952 เดินทางจากนครนายกสู่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลาขึ้นเครื่อง เที่ยง 12.20 แต่บัสถึงสนามบิน เที่ยงตรงเป๊ะ!!! ดีนะเช็คอินทางเน็ตแล้ว เลยมาโหลดกระเป๋าอย่างเดียว โหลดเสร็จ พูดกลับตัวเองว่า “เตรียมตัววิ่งนะ” ลาแม่ รักแม่นะ ตรวจกระเป๋าเสร็จ ผ่านที่ตรวจผู้โดยสารขาออก คนเยอะมากจริงๆ
พอเดินเข้าไปต่อแถว ปรากฏใกล้เวลาเครื่องออกแล้ว แล้วมีมาดามคนหนึ่งอยู่หน้าสุด ท่าทางน่าจะใจดี บัสก็เลยใช้ภาษาอังกฤษแบบงูๆ ปลาๆ พูดไปว่า Hi Madame Im late แล้วอะ can I go first ได้ปะ ? เราก็โชว์ตั๋วให้เขาดู เขาก็ให้ไป ใจดีมาก เราแทบจะกราบเลยแหละ พอผ่านไปได้ บอกกับตัวเองว่า “ได้เวลาวิ่งแล้วนะ” อ๊า ผ่านมาได้ด้วยดี 555
เครื่องบินถึงเดนมาร์ก 6 โมงเย็น (ช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง) มองออกมาข้างนอกกระจกบนเครื่อง มันคือหิมะ !!!! น้ำตาไหล เวอร์ปะ? เมื่อมาถึงบ้านญาติ สิ่งแรกที่ทำคือจับหิมะกิน 5555 จากนั้นก็นอนยันเช้า เพราะเหนื่อยมาก ส่วนเรื่องปรับเวลาไม่ได้นี่ไม่มีปัญหาเลย
|
วันต่อมา ที่เที่ยวที่แรกคือ รูปปั้นเงือกน้อย Little mermaid คนที่สั่งให้สร้างเค้าชอบเงือกน้อยผจญภัยมาก เลยสร้างเอาไว้ ใครมาเดนมาร์กต้องไปที่นี่
ข้อดีคือที่เที่ยวเขาอยู่ติดกันหมดเลย สามารถที่จะเดินเที่ยวได้เลย นอกจากนั้นก็มีท่าเรือชื่อดัง Nyhavn สีสันหลากหลาย สวยมาก นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันที่นี่ อีกที่ที่พลาดไม่ได้คือถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในโลกหรือ stroget เพราะเคยอ่านในเด็กดีเนี่ยแหละ!!! มีร้านช้อปเยอะมาก ใครชอบช้อปปิ้งห้ามพลาด คนที่นี่นิยมปั่นจักรยานมาก สำหรับคนเดนมาร์กที่ได้เจอ นิสัยดีทุกคน เรายิ้มให้เขา เขาก็ยิ้มตอบพร้อมกับคำพูดว่า Hi รู้สึกว่าประทับใจมาก ฮิฮิฮิ แต่เวลาถ้าเราทำผิดกฏ คนเดนมาร์กจะตะโกนด่าเลยนะ บัสเคยไปเดินบนทางจักรยาน มีคนตะโกนด่าเลย 5555 |
การมาที่นี่ เราเลยทำตัวแบบหลุดโลกมั่ง ทำอะไรแปลกๆ บ้าง อยู่ไทยเหมือนจะเป็นคนขี้อายนะ พอมาที่เดนมาร์ก ปล่อยตัวสุดเหวี่ยง เอาโทรศัพท์มาอัดวีดิโอ เดินพูดคนเดียว เดินเต้น ร้องเพลง ไม่อายแล้วววว อีกอย่างที่สังเกตเห็นคือที่นี่ไม่มีหมาจรจัดเลย เวลาใครเอาหมาไปเดินเล่น ก็ต้องมีถุงคอยเก็บอึไปด้วย
มาถึงเรื่องการกิน เราก็จะซื้อของมาทำที่บ้านกันซะมากกว่าเพราะว่ามันถูก พอดีมีห้างใกล้บ้านชื่อว่า FAXTA มันเป็นห้าง เล็กๆ ซึ่งก่อนจะไปซื้อของทุกครั้ง เราต้องเตรียมถุงไปด้วย เพราะว่าถุงที่นี่ต้องซื้อ ไม่เหมือนบ้านเรา ช่วยลดโลกร้อนดีจัง อยากให้ไทยเป็นแบบนี้บ้าง แล้วบัสก็เห็นทุกคนเต็มใจที่จะถือถุงไปด้วย พอเลือกของเสร็จ ก็จ่ายเงิน แล้วเงินทอนล่ะ ??? บัสถามไปอย่างไม่อายว่า Where is my money ? แล้วเขาก็ชี้ไปที่เครื่องเล็กๆ ข้าง เราหันไปมอง แล้วมีเงินไหลลงมา หน้าแตก
เพล่ง!!! ก็คนไม่รู้อ่า 555
เมนูที่ห้ามพลาดคือ Frikadeller ทำมาจากหมูบด แล้วเอาปันให้เป็นก้อน แล้วเอามาทอด อย่างที่สองคือ Flaeskesteg อันนี้อร่อยมากกกกก ทำจากหมูอบ กินกับผักดองและซอสที่ทำจากเห็ดมาบิยอง ตรงหนังจะกรอบมากกกกกก
Frikadeller
Flaeskesteg
นี่ก็เหลือไม่อีกกี่วันแล้วที่จะต้องกลับไทย นับว่าเป็นประสบการณ์อะไรที่เยอะแยะมากมายตั้งแต่ที่สนามบิน พอมาอยู่นี่ก็ต้องดูแลตัวเอง ถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีโอกาสไปต่างประเทศที่ไหน ขอแนะนำว่าให้ไปนะ เพราะว่ามันสอนให้เราได้รู้อะไรหลายอย่างมากจริงๆ ถึงจะเป็นเวลาสั้นๆ แต่มันทำให้เราได้กล้ามากขึ้น ไม่อายที่จะพูด สุดท้ายนี้ใครมีโอกาสมาเดนมาร์ก ขอให้มาเถอะ ถึงจะเป็นประเทศเล็กๆ เล็กแต่อบอุ่นนะจ๊ะ Nice to meet you Denmark!!!
เห็นด้วยกับน้องบัสแรงๆ เลยว่า ถ้ามีโอกาสไปเมืองนอก นั่นคือโอกาสที่ดีค่ะ มันคือการเปิดหูเปิดตาและเจอประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น้องไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียนแน่ๆ บางคนชอบพูดว่า "จะไปเมืองนอกน่ะ เที่ยวเมืองไทยครบแล้วเหรอ?" .... ไม่เห็นจะเกี่ยวเลยเนาะ การจะอ่านหนังสือภาษาต่างประเทศ เราก็ไม่เห็นจำเป็นต้องอ่านหนังสือภาษาไทยครบทุกเล่มก่อนเลยเหมือนกัน ...... ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันเพื่อนๆ แบบนี้บ้าง ก็เขียนมาได้ที่ pay@dek-d.com เลยค่ะ รออ่านอยู่นะ!

Twitter: @paydekd
30 ความคิดเห็น
ตอนสอบเอเอฟเอส คนเลือกประเทศนี้เยอะมาก
เมืองโคนม เดนมาร์ก ^_^ ถ้ามีโอกาสนะ สักวัน...
เพราะจากการเล่าเรื่องของน้อง พี่ว่าน้องดูมีความคิดเหมือนผู้ใหญ่ เล่าสนุกมาก ให้ข้อคิด เหมือนได้ไปเที่ยวเลย .. เดนมาร์กดูน่าอยู่ อบอุ่นจริงๆ แต่พี่ยังไม่เคยไปยุโรปเลย หวังว่าซักวันจะได้ไป อิอิ
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าสนุกๆนะคะ
น้องมีโอกาสได้ไปแล้ว ก็เก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีๆละกันเนอะ :)
พี่บัส หล่อ มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก