8 วิธีแก้จิตตกช่วงรอผลแอดมิชชั่น (ใครเป็น อ่านด่วน!!)

            วัสดีค่าเด็กแอดมิชชั่นปี 56... แม้ว่าสอท.ปิดระบบเลือกคณะไปนานแล้ว แต่ควันหลงแอดมิชชั่นที่แอบติดมากับน้องๆ ยังมีอยู่ หนึ่งในนั้นก็คืออาการจิตตก ที่แม้ว่าจะยื่นคะแนนไปเรียบร้อย แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ก็ยังมีน้องๆ บางส่วนเข้ามาถามเรื่อยๆ ว่าเลือกคณะแบบนี้โอเคหรือยัง ประมาณว่าต้องการความมั่นใจจนถึงวินาทีสุดท้ายเลยทีเดียว

             อาการแบบนี้เด็กแอดฯ เป็นกันทุกรุ่นค่ะ ธรรมดาหน่อยก็แค่กังวล อยากรู้ผลเร็วๆ แต่ใครที่อาการหนักนี่อาจถึงขั้นกินข้าวไมได้ นอนไม่หลับเลยทีเดียว ใครที่เป็นขนาดนี้ระวังโรคเครียดถามหานะ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เวลาว่างกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อเครียด พี่มิ้นท์มีแนวทางแก้อาการจิตตกช่วงรอผลแอดมิชชั่นมาฝาก เด็กแอดฯ ห้ามพลาดเลยทีเดียว

 
   
>> นัดรวมกลุ่มกับแกงค์เพื่อน
            เมื่อประกาศแอดมิชชั่นแล้ว เวลาที่น้องๆ จะได้นัดเจอเพื่อนๆ ก็มีน้อยลงหรืออาจจะไม่มีเลยนะคะ เพราะต่างคนต่างมีกิจกรรมในมหาวิทยาลัยรออยู่เพียบ ฉะนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่สุดที่น้องๆ จะนัดรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ม.ปลาย ไปเที่ยว ไปทะเล ไปพักผ่อนกันให้เต็มที่ ถ่ายรูปรั่วๆ เกรียนๆ เก็บไว้ดูเป็นที่ระลึกก็ดีค่ะ ซึ่งการถ่ายรูปเกรียนๆ รั่วๆ แบบนี้เป็นการคลายเครียดทางตรงเลย สาเหตุที่พี่มิ้นท์แนะนำให้ออกมาเที่ยวกับเพื่อนๆ แก้จิตตกก็เพราะว่า การที่เราได้อยู่กับคนที่สนิท ทำให้เราอุ่นใจ สนุกสนาน เป็นตัวของตัวเองค่ะ พูดง่ายๆ ว่าสบายใจนั่นแหละค่ะ

            นอกจากนี้ในช่วง ม.6 หลายคนตั้งหน้าตั้งตาเตรียมตัวสอบ จนลืมให้เวลากับเพื่อนๆ เรื่องที่คุยก็มักเป็นแต่เรื่องเรียน เช่น ไปสอบตรงที่ไหนมาบ้าง ติววิชานี้เป็นยังไงบ้าง สอบข้อนี้ทำได้มั้ย ฯลฯ มีแต่เรื่องเครียดๆ จนอาจลืมไปว่าเราไม่ได้คุยสนุกเฮฮาปาร์ตี้เหมือนตอนอยู่ ม.อื่นๆ เลย ดังนั้นเมื่อน้องๆ มารวมตัวกับเพื่อนแล้วก็อย่าลืมคุยเรื่องทั่วไป สอบถามสารทุกข์สุกดิบ คุยเรื่องเก่าๆ ที่เราละเลยกับเพื่อนๆ ไปบ้าง จะได้หายคิดถึงกัน

 
   >> ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ
            น้องๆ แต่ละคนคงมีกิจกรรมที่ชื่นชอบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอ่านการ์ตูน ร้องเพลง ฟังเพลง ถ่ายรูป หรือบางคนฝันอยากจะหัดทำอะไรซักอย่าง เช่น เล่นเปียโน กีตาร์ เรียนเต้น ให้เอาเวลาที่จิตตกไปทำกิจกรรมเหล่านี้ซะ เพราะถ้าหากเราสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะสิ่งที่เราชอบ เราจะทำมันออกมาได้ดีมากค่ะ และสมาธิที่เกิดขึ้นระหว่างทำกิจกรรมเหล่านั้นจะทำให้เราคลายความวิตกกังวลเรื่องแอดมิชชั่นไปได้ด้วย ดีกว่านั่งเครียด คิดถึงแต่เรื่องผลแอดเพียงอย่างเดียว

    
>> หันมาดูแลตัวเอง
            ให้ลองนึกไปว่า 1 ปีที่ผ่านมาเราปล่อยให้สารรูปของเราโทรมขนาดไหน สิวบุก หน้าดำ ตาคล้ำ หัวฟู อ้วนฉุ ขี้ไคลเขรอะ ฯลฯ นี่ก็ได้เวลาแล้วที่น้องๆ จะหันมาดูแลร่างกายหลังใช้งานหนักมาเป็นปี อีก 1 อาทิตย์กว่าๆ ผลแอดมิชชั่นจะออก และอีกเป็นเดือนกว่าจะเปิดเทอม  ไม่มีช่วงไหนเหมาะเท่าช่วงนี้อีกแล้ว เริ่มต้นจากการส่องกระจกก่อนเลย ถามตัวเองว่าอยากเอาหน้าตาหมองๆ แบบนี้เข้าไปเจอเพื่อนใหม่ในมหาวิทยาลัยหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือไม่ ต้องเริ่มลงมือตัวเองตั้งแต่วันนี้

            สาวๆ อาจใช้เวลาว่างอยู่บ้าน ขัดตัว ทำสปา สรรหาครีมที่คิดว่าทำให้เราสวยที่สุดมาใช้ หรือพอกตัวแบบธรรมชาติก็ได้ ผลไม้ในตู้เย็นมีสรรพคุณบำรุงผิวมากมายเลย เช่น กล้วย มะเขือเทศ มะละกอ แตงกวา จะกินจะพอกก็ตามความต้องการเลย ส่วนหนุ่มๆ ก็หันไปออกกำลังกาย จะว่ายน้ำ เล่นบาส หรือเตะบอล(ระวังคนเข้าใจผิดนะ 555) หรืออาจจะหันมาบำรุงผิวแบบสาวๆ ก็ได้เช่นกัน รับรองว่าวิธีนี้เพลินมากกก แก้จิตตกได้ดีทีเดียว และยังสวยหล่อรับเปิดเทอมด้วย

     
>> หาของกินอร่อยๆ ตามใจปาก
           ใครที่กลัวอ้วนขอให้ข้ามข้อนี้ไปเลย เพราะเกรงว่ากลัวอ้วนแล้วมากินตามใจปากจะยิ่งเพิ่มความเครียดเรื่องใหม่เข้าไปอีก ส่วนใครที่ไม่กลัวอ้วน แต่ชอบที่หาความสุขด้านการกินขอให้เต็มที่ไปเลยค่ะ ลองเปิดอินเทอร์เน็ตหาร้านที่น่ากินในราคาที่ไม่แพงมากหรือร้านที่เล็งมานาน เช่น บุฟเฟ่ต์ ไอศครีม ฯลฯ แล้วชวนเพื่อนๆ ไปนั่งทานด้วยกัน ก็จะยิ่งเพิ่มบรรยากาศการผ่อนคลายค่ะ

           น้องๆ รู้มั้ยคะว่า "การกิน" เป็นวิธีลดความเครียดที่ดีวิธีนึงเลย เพราะเราได้ปลดปล่อยความรู้สึกไปกับอาหารที่เรากิน และอาหารบางประเภทก็มีคุณสมบัติที่ช่วยลดความเครียดได้ด้วย เช่น ช็อกโกแลต   นม  ชาเขียว อัลมอนต์ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม "กินตามใจปาก" ก็ขอให้อยู่แค่ภายในช่วงนี้ก็พอนะคะ เพราะถ้าตามใจปากตลอดชีวิต เกรงว่ากระเป๋าจะแฟ่บแล้วเครียดหนักกว่าเดิมได้

     
>> นึกถึงคนที่แอบรัก
           ข้อนี้ออกหากำลังใจแบบคาวาอี้ puppy love นิดนึง แน่นอนว่าเวลาเรานึกถึงคนที่เราชอบ  เราจะมีความสุขทุกครั้งและกำลังใจจะมาเองโดยอัตโนมัติ ดังนั้นเวลาที่น้องๆ รู้สึกจิตตก กลัวแอดไม่ติด กลัวคะแนนไม่ถึง ให้ลองเปลี่ยนภาพในสมองจากกระดาษใบสมัครเป็นหน้าของเธอหรือเขาคนนั้นดู รับรองว่าน้องๆ จะเลิกคิดเรื่องแอดมิชชั่นไปช่วงเวลานึงเลย อิอิ

    
>> นึกถึงแอดมิชชั่นเมื่อไหร่ ให้หลับ
           น้องๆ คงรู้สึกอย่างเดียวกันว่าช่วงที่เราเครียดๆ เรื่องแอดมิชชั่น ถ้าแอบเผลอไปคิดเรื่องเดิมเข้าไปอีกก็จะยิ่งเพิ่มความเครียด และผลทีได้คือ เมื่อคิดเรื่องนั้นไปแล้วก็เหมือนติดกับดัก ไม่สามารถออกจากวังวนความคิดนั้นได้ หากน้องๆ ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดตัวเองไปสู่เรื่องอื่นได้  พี่มิ้นท์ขอให้น้องๆ เข้าสู่โหมดหลับ ปิดสวิตซ์ตัวเองไปเลยค่ะ บางทีน้องๆ อาจพักผ่อนน้อยเกินไป ความเครียดจึงเกิดขึ้นได้ง่าย ดังนั้นการได้พาตัวเองไปพักผ่อนด้วยการนอน เป็นการชาร์จพลังให้กับร่างกาย ตื่นมาจะได้สดชื่นค่ะ

           จำไว้นะคะ ถ้าเครียดจนไม่รู้จะแก้ไขยังไง ให้นอนหลับพักสมองไปเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องคิดอะไรอีก ตื่นมาค่อยว่ากันใหม่


     >> งดคุยเรื่องแอดมิชชั่น
           ผลแอดมิชชั่นที่ออกช้าทำให้จิตใจว้าวุ่น ระหว่างรอก็ยังเจอการไซโคจากคนอื่น ต่างคนต่างพูดถึงคะแนน และตัวน้องๆ เองก็อดไม่ได้ที่จะเอาคะแนนไปเทียบกับคนอื่น และคิดเองเออเองว่าเยอะกว่าเราเราต้องไม่ติดแน่ๆ  ในเมื่อรู้ต้นเหตุว่า "แอดมิชชั่น" คือเรื่องที่ทำให้ชีวิตช่วงนี้ไม่มีความสุข ก็อย่าไปคิดหรือคุยเรื่องแอดมิชชั่นทั้งกับเพื่อน พ่อแม่ หรือในโซเชียลมีเดีย เป็นการตัดปัญหาที่ดีที่สุด ใช้ชีวิตตามสบาย พักผ่อนให้เยอะๆ จะได้ไม่กดดันตัวเองจนเกินไปนะคะ

     >> ปล่อยวาง (แล้วเตรียมตัวสัมภาษณ์ดีกว่า)
            จริงๆ ข้อนี้น่าจะเป็นอันดับแรกๆ ที่ควรทำเลยก็ว่าได้ ในเมื่อน้องๆ เลือกคณะไปแล้ว ตัดสินใจไปแล้ว ณ ตอนนี้ก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เพราะระบบรับสมัครปิดแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้สิ่งที่ทำได้ก็คือ ยอมรับมันเพียงอย่างเดียวค่ะ ดังนั้นควรรู้จักปล่อยวางเสียบ้าง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด หากคิดแบบนี้ได้ชีวิตจะสุขสงบขึ้นค่ะ อีกอย่างพี่มิ้นท์เชื่อว่าน้องๆ ได้ตัดสินใจและทบทวนมาเป็นอย่างดีแล้ว รอฟังข่าวดีใจน่าจะถูกต้องกว่านะ เอาเวลาจิตตกมาเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ เตรียมหาคำตอบเจ๋งๆ ไปตอบอาจารย์ดีกว่าค่ะว่าทำไมเราถึงอยากเรียนคณะนี้

           สรุปแล้ว วิธีในข้อนี้ออกแนวปลงๆ ใช้หลักธรรมะเข้าช่วย อย่าไปยึดติดกับอะไรที่ผ่านไปแล้ว และอย่าคิดถึงเรื่องที่ยังมาไม่ถึงให้มากนัก อยู่กับ "ปัจจุบัน" ดีที่สุดค่ะ
    

           น้องๆ คงรู้สึกแบบเดียวกันว่า ช่วงรอผลแอดมิชชั่น เวลามันผ่านไปช้ากว่าปกติ อยากจะบอกว่าเวลามันก็เดินตามปกติค่ะ ความรู้สึกของเราต่างหากที่เก็บมาคิดว่ามันผ่านไปช้าหรือเร็ว เราเหนื่อยกันมาทั้งปี ให้รางวัลตัวเองด้วยการไม่เครียด พักผ่อนบ้างจะดีกว่านะคะ  เก็บแรงไว้ดีใจตอนฟังผลว่าแอดมิชชั่นติดดีกว่า และทั้ง 8 วิธีนี้น้องๆ อยากเลือกคลายเครียดด้วยวิธีไหนก็นำไปใช้ได้เลยค่าา

            
ขอให้ชาว Dek-D.com ได้ฟังข่าวดี แอดมิชชั่นติดอันดับ 1 กันถ้วนหน้าค่ะ สาธุ _/|\_

เด็กดีดอทคอม :: ว้าว!! เครื่องตรวจจับรอยยิ้ม...แบบนี้ก็มีด้วย

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

43 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
นิติ ธรรมศาสตร์ 4 พ.ค. 56 06:55 น. 2
กินอย่างเดยวครับ น้ำหนักขึ้น สี่กิโล คิดถึงแอดมิชชั่นผมก้อไปออกกำลังกายกับเพื่อนครับ มองสาวๆๆๆที่มาวิ่ง สวยจิง ที่ พระนาชวังสนามจันทร์ครับ นครปฐมนะ ถ้าครัยแอดติด ศิลปากรอย่าลืมมาวิ่งนะครับ อิิอิ แต่ตอนนี้เริ่มเครียดแล้วเพราะว่ามันใกล้วันประกาศ วิ่งก้อเลยไม่ไปวิ่ง มันวิ่งไม่ออกแล้วครับ
0
กำลังโหลด
นิติ ธรรมศาสตร์ 4 พ.ค. 56 06:55 น. 3
กินอย่างเดยวครับ น้ำหนักขึ้น สี่กิโล คิดถึงแอดมิชชั่นผมก้อไปออกกำลังกายกับเพื่อนครับ มองสาวๆๆๆที่มาวิ่ง สวยจิง ที่ พระนาชวังสนามจันทร์ครับ นครปฐมนะ ถ้าครัยแอดติด ศิลปากรอย่าลืมมาวิ่งนะครับ อิิอิ แต่ตอนนี้เริ่มเครียดแล้วเพราะว่ามันใกล้วันประกาศ วิ่งก้อเลยไม่ไปวิ่ง มันวิ่งไม่ออกแล้วครับ
0
กำลังโหลด
DreamI'Un Member 4 พ.ค. 56 10:23 น. 4
นอนไม่หลับบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง 55555   


#ไม่หลุดก็พอใจแล้ว แต่ถ้าได้อันดับ 1 จะดีใจมาก 555 



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 พฤษภาคม 2556 / 18:35
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Imperial_Puppy Member 4 พ.ค. 56 11:41 น. 7
กำลังลุ้นๆๆ... เป็นกำลังใจให้เพื่อนอยู่ รู้สึกว่าจะตื่นเต้นจนเพื่อนบอกว่า "ฉันนะ.. ไม่ใช่แก" 55
- ก็เค้าอยากให้เพื่อนได้เรียนด้วยกันนี่นา สาธุๆๆ ขอให้เพื่อนฉันแอดติดด้วยเถอะ
- เปิดเทอมมาจะได้เจอเพื่อนกลุ่มเดียวกัน อย่างน้อยก็2คน อยู่กันอีก5ปี สุดๆไปเล้ย 555
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
★.Moji Member 4 พ.ค. 56 11:44 น. 9
หางานทำค่ะ อาจช่วยกิจการที่บ้านหรือไปช่วยงานญาติ คนรู้จัก สำหรับใครที่เลือกคณะที่เปิดเทอมตามอาเซียนก็ไปสมัครงานพาร์ทไทม์ทำเลย นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองได้แล้ว ยังทำให้รู้คุณค่าของเงิน ที่สำคัญคือมันทำให้เราลืมวันลืมคืนลืมเวลาไปเลย -_- อีกอย่างคือความเหนื่อยมันทำให้เราไม่มีเวลาคิดให้จิตตก ถึงเวลาพักผ่อน นอนหลับ ไปทำงานเจอสังคมใหม่ๆ แม้จะหนีไม่พ้นคำถามเรื่องเกี่ยวกับแอดมิชชั่นจากญาติ คนรู้จัก ว่าติดที่ไหนอะไรยังไง แต่การทำงานมันก็ช่วยให้เราหายจิตตกได้(บ้าง)จริงๆนะ ลองดูค่ะ (:
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ต่อไปนี้จะไม่เจอกันแล้ว 4 พ.ค. 56 14:44 น. 14
พี่มิ้นน เข้าใจผิดแล้ว ที่ว่า นึกถึงคนที่แอบชอบแล้วจะหาย"จิตตก" น่ะ T^T

มันจิตตกยิ่งกว่าเดิมอีก T^T

เรียน ม.ปลายมาด้วยกัน ก็ไม่ได้คุยกันเลยก็ว่าได้

แถม ต่อไปนี้จะไม่ได้เจอหน้ากันแล้ว ไม่มีข้ออ้างเหมือนเวลาเรียน ที่จะได้คุยกับคนนั้น เรื่องงาน เรื่องเรียน(แม้เพียงนิดเดียว) มันเป็นเรื่องน่าคิดตรงไหน

ต่อไปนี้จะไม่เจอกันแล้ว
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
lll-MiNt-lll Columnist 4 พ.ค. 56 16:11 น. 16
@ คห.14
โอ้วว อย่าเพิ่งร้องไห้ น้ำตาท่วมบทความแล้วค่าา ><!!
เรื่องแบบนี้อย่าเพิ่งคิดมากค่ะ น้องรู้ได้ยังไงคะว่าจะไม่ได้เจอกันอีก โลกเหมือนจะใหญ่นะคะ แต่ความจริงมันกลมนิดเดียว ดีไม่ดีอาจได้เรียนที่เดียวกันอีกก็ได้
ปล.การนึกถึงคนที่แอบรักถ้าเรามัวแต่คิดถึงมุมที่มันเศร้ามันก็เศร้าสิ มุมดีๆ น่าจดจำมีอีกตั้งเยอะ เป็นกำลังใจให้จ้าา 
0
กำลังโหลด
confide Member 4 พ.ค. 56 20:54 น. 17
อื้ออ สดชื่นๆๆๆ ปลงกับมันเนอะ เราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วจิงๆ เตรียมตัวรับข่าวความสำเร็จของเราจะดีกว่า
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แวะมา 5 พ.ค. 56 08:02 น. 19
สู้ๆนะคะทุกคนพี่เป็นกำลังใจให้ เรื่องadmission ไม่ใช่เรื่องเดียวของชีวิต คนเราก็สามารถประสบความสำเร็จ
ได้อีกมากไม่ใช่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด