ช่วงเข้ามหาวิทยาลัยน้องๆ ต้องเริ่มไกลจากบ้านแล้ว หลายคนต้องย้ายจากบ้านมาอยู่หอเพราะเดินทางไป-กลับไม่สะดวก เช่น อยู่เหนือมาสอบติดกรุงเทพฯ ส่วนน้องจากกรุงเทพฯ ติดภาคใต้ ภาคอีสาน ฯลฯ ต้องออกจากบ้านมาอยู่ไกลๆ แบบนี้ บางคนถึงจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอจะต้องไปจริงๆ ก็แอบหวั่นไม่ได้ใช่มั้ยล่ะคะ
ต้องบอกน้องๆ ก่อนเลยว่าการอยู่หอไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะ มันทำให้เราสะดวกขึ้นหลายอย่างค่ะ ช่วงแรกคิดถึงบ้านบ้าง เหงาๆ บ้างแต่ไม่นานจะปรับตัวได้ ขออย่างเดียวให้เข้มแข็ง และต้องเปิดใจเพื่อปรับตัวรับกับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งเพื่อนใหม่ ห้องเรียนใหม่ อาจารย์ใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ๆ สุดท้ายถ้าน้องทำได้ จะกล้าพูดเลยว่าช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นช่วงที่สนุกที่สุดในชีวิต
เกริ่นมานานเข้าเรื่องดีกว่า เนื่องจากมีน้องๆ หลายคนสอบติดมหาวิทยาลัยที่อยู่คนละจังหวัดหรือคนละภูมิภาคเลย อาจจะวิตกว่าจะอยู่ได้มั้ย จะดูแลตัวเองได้มั้ย วันนี้พี่มิ้นท์เลยมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการปรับตัวเมื่อไปอยู่ต่างถิ่นมาฝาก ถูกใจข้อไหนนำไปใช้ได้เลยนะ
นี่แหละชีวิตนักศึกษาที่(อาจ)เกิดขึ้นกับทุกคน
- นอนดึกขึ้น มีหลายสาเหตุคือ เล่นเน็ตจนดึก อ่านหนังสือจนดึก ทำงานจนดึก ดูซีรีย์จนดึก
- อิสระ ไม่มีใครมาบังคับเราแล้ว ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเองล้วนๆ
- กิจกรรมเยอะ ยิ่งเป็นเฟรชชี่ ยิ่งมีกิจกรรมตลอดทั้งปี แบ่งเวลาให้ดีๆ นะตัวเอง
- ไม่ค่อยมี "การบ้าน" แต่จะเป็น "งาน" มากกว่า
- เรียนวันนึงไม่กี่วิชา แต่เรียนนาน เช่น วิชาละ 3 ชั่วโมง (มัธยม เรียนวิชาละ 50 นาที)
- ยิ่งเรียนสูง วิชาเรียนยิ่งน้อยลง ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าเห็นรุ่นพี่มีเรียนสัปดาห์ละ 3 วัน บางวันก็ไม่มีเรียน
- อาจารย์จะสอนแอดว๊านซ์ขึ้น ในบางวิชาเรียนเป็นร้อยๆ คน(เรียนกับคณะอื่น) อ.จะสอนไวมาก ต้องตั้งใจฟังให้ดี จดเลคเชอร์ให้ทัน
- สอบบางคณะไม่มีกากบาทแล้วนะ อาจารย์จะให้กระดาษมา 1 ปึกพร้อมกับโจทย์ 2 ข้อ!! สู้โว้ย
- มีค่ายและชมรมเยอะแยะมากมาย สนใจอะไรให้เข้าร่วมให้เต็มที่ ได้ประสบการณ์ดีๆ มากมาย
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อต้องไปเรียนที่ต่างจังหวัด
>> อาหารการกิน ในแต่ละภูมิภาคมีอาหารพื้นเมืองแตกต่างกันค่ะ อาหารบางอย่างหาไม่ได้ในจังหวัดของเรา ดังนั้นถ้าน้องๆ ได้เข้าไปเรียนแล้วและมีโอกาสไปเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวหรือเข้าไปในชุมชน ลองให้เพื่อนที่เป็นเจ้าถิ่นแนะนำเมนูเด็ดๆ ฝึกกินไว้บ้างก็ดีนะคะ
แต่ถ้าน้องๆ มีอาหารที่กินแล้วแพ้ก็ควรระวังนิดนึงค่ะ เวลาเจออาหารที่ไม่รู้จัก สอบถามเขาหน่อยก็ดีว่าทำมาจากอะไร เผื่อเป็นของที่เรากินไม่ได้ ส่วนของกินทั่วไปเชื่อว่าทุกมหาวิทยาลัยมีเยอะไม่แพ้กัน โดยเฉพาะหน้า/หลังมหาวิทยาลัย อาจจะเป็นขุมทรัพย์อาหารชั้นดีเลยทีเดียว
>> ฤดูกาล อุณหภูมิแต่ในแต่ละพื้นที่ก็ไม่ได้เท่ากันเสมอไป บางที่ร้อนมาก บางที่ร้อนน้อย ลองตรวจสอบดูด้วยว่าจังหวัดที่เราไปพื้นฐานอุณหภูมิเป็นแบบไหน อย่างภาคเหนือหน้าหนาวจะหนาวกว่าทุกภาค ส่วนหน้าร้อนก็ร้อนจัดเหมือนกัน ภาคใต้เน้นไปทางฝนตก ทีนี้น้องๆ ก็ต้องมาจัดของเตรียมตัวกันหน่อย ร่ม เสื้อกันหนาว ผ้าห่มหนาๆ ฯลฯ การไปต่างถิ่น ถ้าไม่ชินกับอากาศ ปรับตัวไม่ทัน จะไม่สบายได้นะคะ หรือถ้าใครขี้เกียจหอบไป จะซื้อเอาดาบหน้าในจังหวัดนั้นๆ ก็ได้
นอกจากนี้ที่คล้ายๆ กันทุกมหาวิทยาลัย คือ แดดกลางวันเปรี้ยงมากค่ะ แทบจะไหม้ลงตรงนั้นเลย ส่วนกลางคืนก็ยุงชุม ไปหาก็อย่าลืมเตรียมครีมกันแดด หมวก ยากันยุงไปด้วยนะ
>> การเดินทางภายในจังหวัด สไตล์การใช้ชีวิตในหลายๆ มหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่จะมีมอเตอร์ไซด์กันค่ะ โดยเฉพาะในจังหวัดที่ไม่ค่อยมีรถสาธารณะ บางทีก็ขับเข้าเมืองกันเลยทีเดียว แต่สำหรับผู้หญิงจะให้มาขับมอเตอร์ไซด์อาจจะอันตรายไปหน่อย จริงๆ แล้วในแต่ละเมืองน่าจะมีรถบริการอยู่ค่ะ เช่น รถตู้ รถสองแถว รถบัส ตรงนี้อาจจะต้องทำการบ้านศึกษากันหน่อยนะ ว่ามีไปไหนบ้าง รถออกกี่โมง จะได้เดินทางสบายขึ้นค่ะ
>> เน้นเที่ยวแบบธรรมชาติ ข้อดีข้อนึงของต่างจังหวัดคือความเรียบง่าย ไม่วุ่นวายค่ะ ประเภทห้าง 5-6 ที่ตั้งติดๆ กันแทบจะไม่มีให้เห็นเลย น้องๆ คนไหนที่อยากช้อปปิ้ง เดินห้างชิวๆ อาจจะต้องนั่งรถเข้าเมืองสักหน่อย ถ้าให้แนะนำ พี่มิ้นท์ว่าเปลี่ยนฟีลมาเที่ยวสถานที่ท่องเทีย่วของจังหวัดนั้นๆ ดีกว่านะ เพื่อนพี่มิ้นท์แอดฯติดแม่ฟ้าหลวง เห็นช่วงหน้าหนาวเที่ยวภูเขา เที่ยวดอยทุกเดือน ได้แต่อิจฉาค่ะ บอกตรงๆ T^T
สิ่งที่ต้องคำนึงเมื่อต้องไปเรียนที่ กทม.
>> ค่าครองชีพสูง ปกติถ้าอยู่ในมหาวิทยาลัย ร้านข้าวราคาปกติ 20-30 บาท(ไม่แน่ใจว่าราคาปรับหรือยังนะ) แต่ถ้าออกมานอกรั้วมหาวิทยาลัยเมื่อไหร่ ข้าว 1 จานจะตกอยู่ที่จานละ 30 บาทขึ้นไป บางทีก็ 40-50 บาทเลยนะคะ นี่อาจจะไม่รวมค่าน้ำ/น้ำแข็งด้วย รวมถึงค่าครองชีพอื่น ค่ารถ หรือของกินอื่นๆ ยิ่งอยู่ในพื้นที่ที่คนเยอะ+เจริญ ยิ่งของแพงค่ะ เช่น มะม่วงผลไม้รถเข็นบางที่ 15 บาท แต่ไปอีกที่นึงอาจจะเจอลูกละ 20 บาทได้ ลองคำนวณดูให้ดีว่าในแต่ละวันใช้จ่ายอะไรบ้าง อย่างละเท่าไหร่และเดือนนึงจะใช้เท่าไหร่
>> การเดินทางใน กทม. ศึกษาเส้นทางให้ดี กทม.เป็นเมืองที่การจราจรวุ่นวายที่สุดค่ะ มีทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ รถไฟฟ้า ตุ๊กตุ๊ก รถไฟใต้ดิน รถตู้ โดยเฉพาะรถเมล์มีเป็นร้อยๆ สาย แต่ละสายก็วิ่งเส้นทางไม่ค่อยจะซ้ำกัน เชื่อว่าน้องๆ ที่มาจากต่างจังหวัดต้องงงแน่นอน (คนกรุงเทพฯ ยังหลงอยู่บ่อยๆ) ยิ่งแถบอนุสาวรีย์ เป็นแหล่งต่อรถที่เวียนหัวมากๆ เลย สิ่งที่จะช่วยน้องๆ ได้ คือ การช่างสังเกตและใช้ปากให้เป็นประโยชน์ค่ะ อยากไปที่ไหนถ้าไม่รู้ทางให้สอบถามจากคนแถวๆ นั้นก็ได้ ประมาณ 1 เดือนน้องๆ น่าจะคล่องขึ้นและรู้จักพื้นที่รอบๆ มากขึ้น
เว็บไซต์สำหรับตรวจสอบสายรถเมล์ >> www.bmta.co.th
เว็บไซต์ BTS >> www.bts.co.th
เว็บไซต์ MRT >> www.bangkokmetro.co.th
>> เผื่อเวลาเดินทาง ไม่ว่าจะไปไหนก็ตาม หากเดินทางด้วยรถเมล์ เผื่อเวลาไว้ด้วยนะคะ เช่น นัดเพื่อนเที่ยง ใช้เวลาเดินทาง 15 นาที น้องๆ อาจจะต้องออกตั้งแต่ 11.20 น. เป็นต้น เผื่อเวลาไปเลยครึ่งชั่วโมง เหตุผลหลักๆ คือ กรุงเทพฯ รถติดมากค่ะ กลางวันวันธรรมดาก็ยังติด ไม่รู้ว่าติดอะไรกัน เสาร์-อาทิตย์ก็ยังติดค่ะ T^T โดยเฉพาะย่านศูนย์การค้า เหตุผลต่อไปคือ เผื่อเวลารอรถเมล์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ (เวลาเราจะขึ้นสายไหน สายนั้นจะไม่มาเสมอ) หรือเจอรถเมล์คนแน่น ถ้าไม่อยากเบียดก็ต้องรอคันต่อไป หรือ รถเมล์จอดแช่ป้าย
>> แหล่งช้อปปิ้งเยอะ อดใจไว้หน่อย นอกจากกรุงเทพฯ จะมีห้างเยอะแล้ว ยังมีแหล่งรวมวัยรุ่น ขายของอีกหลายที่ ร้านอาหารทั่วเมือง นี่ยังไม่นับตลาดนัดหน้าห้างที่มีเกือบทุกห้าง ฉะนั้นถ้าน้องๆ ได้เงินเดือนจากที่บ้านมาแล้ว บริหารเงินในกระเป๋าให้ดีๆ นะคะ เงินส่วนไหนที่ไว้ใช้จ่ายจำเป็นแบ่งออกมาเลย อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนเบียดเบียนค่ากินของเรา รวมถึงไม่ควรใช้จ่ายจนพ่อแม่เดือดร้อนนะคะ
พี่มิ้นท์ยังได้สัมภาษณ์น้องๆ ที่ต้องเรียนไกลบ้านด้วย ไปดูกันค่ะว่าเพื่อนๆ มีวิธีเตรียมตัวยังไงกันบ้าง
จาก ร.ร.บุรีรัมย์พิทยาคม จ.บุรีรัมย์ ติดสาขาเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ ม.เกษตรศาสตร์
พี่มิ้นท์ : พอรู้ว่าติดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เตรียมตัวยังไงบ้าง
น้องมายด์ : ก็ตอนแรกคิดเรื่องการสัมภาษณ์ก่อนเลยย จะไปยังไง ไปอยู่ที่ไหน ต้องรีบบอกพ่อแม่อะไรแบบนี้ก่อน แล้วทีนี้ก็คุยกันกับเพื่อนที่ติดม.เกษตรเหมือนกันค่ะ ก็เลยได้ไปสัมภาษณ์ด้วยกันเลย ส่วนตอนนี้ก็ต้องรีบเข้ามาหาหอค่ะ กลัวเต็ม
พี่มิ้นท์ : จะเอาอะไรมาหอบ้างคะ
น้องมายด์ : พวกปัจจัย 4 ที่จำเป็นค่ะ เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว นอกจากนี้ก็จะพกของกินจากบ้านไว้กินตอนอยู่หอด้วยค่ะ เพราะกลัวคิดถึงบ้าน 55
พี่มิ้นท์ : แล้วถ้าคิดถึงบ้านขึ้นมา จะทำยังไงคะ
น้องมายด์ : คิดถึงเมื่อไหร่ก็โทรหาที่บ้านเลยค่ะ แต่ถ้าไม่ติดอะไรก็มีแพลนว่าจะกลับบ้าน หนูเป็นคนติดบ้านมาก นี่กะว่าถ้ามีวันหยุดและไม่มีช่วงสอบก็จะกลับบ้านเลย ใช้เวลานั่งรถประมาณ 5 ชั่วโมงค่ะ
พี่มิ้นท์ : ฝากอะไรถึงเพื่อนๆ ที่ต้องไปเรียนไกลบ้านหน่อยจ้า
น้องมายด์ : ก็อยากให้เตรียมตัวไว้ค่ะ รีบหาหอหาที่อยู่อะไรแบบนี้ไว้ก่อน พ่อแม่จะได้สบายใจว่าอย่างน้อยเราก็มีที่พักแล้ว แล้วก็ถ้าหากคิดถึงบ้านก็ถ้าว่าง ไม่ติดสอบไม่ติดอะไรก็กลับไปบ้านได้ หรือถ้าเป็นช่วงสอบไม่ว่างอะไรแบบนี้ก็โทรหาพ่อแม่เอา หรือใครที่คิดถึงกับข้าวที่บ้านอะไรแบบนี้อย่าลืมพกมาไว้ที่หอนะคะ 5555
จาก ร.ร.ตรอนตรีสินธุ์ จ.อุตรดิตถ์ ติดคณะวิทยาศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ
พี่มิ้นท์ : สอบได้มหาวิทยาลัยที่อยู่ไกลมากแบบนี้ ที่บ้านให้มาหรอคะ
น้องพลอย : ที่บ้านอยากให้มาเรียนที่กรุงเทพอยู่แล้วค่ะ พอดีมีญาติอยู่กรุงเทพเหมือนกัน แต่บ้านญาติก็ไกลจาก มศว อยู่ค่ะ
พี่มิ้นท์ : พอรู้ว่าติด มศว มีวิธีการเตรียมตัวเข้ามาเรียนใน กทม ยังไงบ้างคะ
น้องพลอย : ของพลอยเรียนคณะวิทยาศาตร์ค่ะ เรียนที่ประสานมิตร วิธีเตรียมตัวอย่างแรกเลยก็ต้องดูหอก่อนเลยค่ะ เพราะที่ประสานมิตรหอในไม่มี แล้วก็ศึกษาวิธีเดินทางค่ะ เพราะด้วยความที่เราอยู่ต่างจังหวัด การเดินมาเข้า กทม ก็ยังไม่เป็นเท่าไหร่รถเมย์ที่นี้ก็มีหลายสายเหลือเกิน พอเราได้ที่อยู่ รู้วิธีเดินทางแล้ว ที่บ้านก็จะสบายใจไปด้วยค่ะ เตรียมตัวเก็บของที่บ้าน บอกลาแม่ ญาติ แล้วมาเรียนได้เลย
พี่มิ้นท์ : ถ้าได้เข้ามาเรียนแล้ว ต้องปรับตัวจากเดิมยังไงบ้างคะ
น้องพลอย : คงจะต้องปรับตัวหลายอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อนๆ แล้วก็สังคม พลอยก็คงต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น ต้องมีความรับผิดชอบสูงมาก ต้องรู้จักหน้าที่ของเราเลย เพราะอย่างที่รู้ๆกันค่ะ ว่าในกรุงเทพเป็นเมืองแห่งแสงสี มีแหล่งท่องเที่ยว มีสิ่งยั่วยุต่างๆ ดังนั้นเราก็ต้องประคองตัวเองให้อยู่รอด และปรับตัวกับมันให้ได้ค่ะ
จาก ร.ร.สวนกุหลาบ กทม. ติดคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่
พี่มิ้นท์ : ตั้งแต่รู้ว่าติด ม.เชียงใหม่ วางแผนไว้หรือยังว่าจะใช้ชีวิตที่เชียงใหม่ยังไงบ้าง
น้องพี : ตอนแรกไม่ได้เตรียมตัวไว้เลยครับ เพราะคณะทันตะที่เลือกไปเนี่ย คะแนนบวกนิดๆ ก็เลยไม่ได้หวัง แต่พอผลออกมาว่าได้แล้วต้องไปเชียงใหม่เนี่ย เริ่มต้นเลยก็ศึกษาวิธีเดินทางครับ อย่างเชียงใหม่ก็ 3 ทาง เครื่องบน รถไฟ รถทัวร์ครับ และก็เช็คราคาและเวลาเดินทางต่างๆ วิธีการจอง เวลาที่ใช้ในการเดินทาง จากนั้นก็มาดูรายละเอียดเรื่องหอพัก ว่าราคาเท่าไร จองยังไง สุ่มรูมเมทหรือป่าว ประมานนี้ครับ และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ไปสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่มาแล้ว ก็เลยใช้โอกาสนี้เดินสำรวจทั่วเมืองเลย ว่าเดินทางยังไง หอนอกเป็นยังไงบ้าง
พี่มิ้นท์ : เดินทางไกลขนาดนี้ จะเตรียมอะไรไปหอบ้างคะ
น้องพี : เรื่องเตรียมของเข้าหอก็คงจะเป็นเครื่องแต่งกาย ชุดๆ ทั่วไป และก็พวกเครื่องอาบน้ำ ส่วนพวกอุปกรณ์บันเทิง โน้ตบุ้ค กีต้าร์ อื่นๆ คงจะคิดก่อนอ่าครับ
พี่มิ้นท์ : สิ่งที่กลัวที่สุด ที่ต้องห่างจากบ้านคืออะไร
น้องพี : กลัวสุดคงจะเป็นเรื่องการเดินทาง เพราะเป็นสถานที่แปลกใหม่สำหรับเราเลย แต่สำหรับเรื่องที่พักคงไม่กังวลมากเพราะว่าเรื่องนี้ก็จัดการเรียบร้อยแล้ว และก็คิดว่า คงจะคิดถึงบ้านและกรุงเทพมากแน่ๆเลย
พี่มิ้นท์ : รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยให้คำแนะนำอะไรบ้างมั้ยเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย
น้องพี : รุ่นพี่ก็ได้คุยตอนสัมภาษณ์ครับ ก็แนะนำเกี่ยวกับเรื่องกิจกรรมต่างๆในมหาลัย บอกให้เข้าร่วมกิจกรรมเยอะๆจะได้รู้จักเพื่อนเยอะๆมีสังคมกว้างๆ เวลาทำอะไรจะได้สะดวกๆ เพราะมีเพื่อนเยอะช่วยเหลือกันได้ง่าย และก็มีการเล่าถึงการเรียนการสอนในคณะ เรื่องหอ การเดินทางทั้งในและนอกมหาลัย สุดท้ายก็แอบแนะนำสถานที่เที่ยว สถานที่โดดด้วยนะ 555
พี่มิ้นท์ : แนะนำเพื่อนๆ ที่จะต้องจากกรุงเทพไปเรียนต่างจังหวัดหน่อย ว่าเตรียมตัวยังไงดี
น้องพี : บางคนอาจจะกล้าๆ กลัวๆ ก็อยากให้ทุกคนวางแผนเตรียมพร้อมครับ เพราะว่าที่เกิดความรู้สึกกลัว เป็นเพราะเราไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไร กลัวเจอปัญหาแบบว่าหลงทาง ไม่มีเพื่อน ที่พักไม่มี เป็นต้น ถ้าเป็นแบบนี้ก็แก้ปัญหาไปทีละจุดเลยครับ กลัวหลงทางก็ศึกษาเส้นทางเลย นั่งรถอะไรยังไง กลัวไม่มีเพื่อนก็หาเฟสคณะเลย ไล่แอดทุกคนชวนคุย กลัวไม่มีที่พักก็หาเลยครับ แถวๆ มหาลัยมีที่พักที่ไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็แก้เลยครับ แล้วจะไม่มีคำว่ากลัว พร้อมรับสิ่งใหม่ๆเพื่อนใหม่ๆ และสังคมใหม่ๆได้อย่างมีความสุขครับผม :D
ได้ฟังความเห็นของเพื่อนๆ แล้ว หวังว่าเด็กแอดฯ 56 ที่ต้องไปเรียนไกลบ้านคงจะสบายใจขึ้นนะคะ ซึ่งทั้งน้องมายด์ น้องพลอยและน้องพีก็ต้องเดินทางไปเรียนไกลบ้านด้วยเหมือนกัน แต่ก็วางแผนไว้เรียบร้อย น่าชื่นชมมากๆ
สุดท้าย ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ รุ่น 56 อีกครั้งนะคะ มาถึงตอนนี้ไม่ว่าจะได้เรียนที่ไหน ก็ขอให้น้องๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ ของชีวิตเฟรชชี่มาให้ได้มากที่สุด มีโอกาสกลับมาบ้านก็อย่าลืมเล่าเรื่องสนุกๆ ในมหาวิทยาลัยให้พ่อแม่ฟังนะ ท่านจะได้รู้ว่าเราสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้แล้ว ขอให้มีความสุขทุกคนค่ะ
เด็กแอดฯ 56 แวะบอกกันหน่อยว่าอยู่จังหวัดไหนและต้องไปเรียนที่ไหนกันบ้าง^^





จากนราธิวาส สู่ นครศรีธรรมราช
นั่งรถไฟไทย 11ชม.ครึ่ง
เช้าตรู่ยันค่ำ!!
30 ความคิดเห็น
ไกลยิ่งกว่าา = =
ไปครั้งแรกงง หมึน อึน หลง --*
#อยู่ที่ไหนไม่เท่าอยู่บ้านเราเอง จิงมั้ย
นั่งรถ 10 ชั่วโมงเอง 5555
จากกรุงเทพ สอบตรงติด ม.แม่ฟ้าหลวง
:))
สุพรรณ ไป นครปฐม
ไม่ไกลมาก

