สวัสดีค่ะ^^ เดินไปถิ่นเรียนพิเศษเดี๋ยวนี้เริ่มได้ยินน้อง ม.6 พูดถึงรับตรงหนาหูขึ้น โดยเฉพาะรับตรง มศว ที่เปิดรับสมัครไปเมื่อต้นสัปดาห์ (28 พ.ค.) ซึ่งรับสูงถึง 2,901 ที่นั่ง หลายคนกระตือรือร้นสมัครไปบ้างแล้ว บางคนกำลังรอรับตรงของสถาบันอื่นๆ อยู่ อดใจรออีกนิดนะคะ เดี๋ยวจะเริ่มทยอยออกมากันแล้วค่ะ
แต่ก่อนที่โครงการรับตรงต่างๆ จะออกมา พี่มิ้นท์ขอเตรียมความพร้อมให้กับน้องๆ เด็กแอดฯ 57 ด้วยคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรับตรงและแอดมิชชั่นให้รู้กันก่อน ที่ผ่านมาค่อนข้างมีปัญหามาก เพราะรายละเอียดในระเบียบการค่อนข้างเยอะ อ่านเข้าใจยาก ศัพท์ทางการ หลายคนอ่านแล้วไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดไปอีกแบบนึงก็มี ซึ่งทั้ง 10 คำที่พี่มิ้นท์สรุปมาอธิบายนี้ เจอได้ในระเบียบการทุกฉบับตั้งแต่รับตรงไปจนถึงแอดมิชชั่นกลางเลยค่ะ ทำสมองให้โล่งๆ แล้วไปเช็คพร้อมกันว่าเข้าใจถูก/ผิดกี่คำ
- โควตา/ รับตรง/ สอบตรง
เมื่อมีโครงการรับตรงออกมา จะมีคำใดคำหนึ่งจาก 3 คำนี้จั่วหัวอยู่ เช่น โครงการรับตรงทั่วประเทศ, โควตาภาคเหนือ 17 จังหวัด ฯลฯ ทั้ง 3 คำนี้แม้จะมีชื่อเรียกต่างกัน แต่ความหมายเหมือนกัน คือ การคัดเลือกนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยดำเนินการรับสมัครเอง
โดย "รับตรง" กับ "สอบตรง" จะเหมือนกันเลย คือ การรับสมัครนักเรียนจากทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยจะจัดสอบเองก็ได้ หรือใช้วิธียื่นคะแนนก็ได้ ไม่ค่อยมีเงื่อนไขพิสดาร เช่น รับตรงทั่วประเทศ มศว, รับตรง ม.ธรรมศาสตร์
แต่ "โควตา" เป็นการรับตรงรูปแบบหนึ่งที่จะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเฉพาะน้องๆ บางกลุ่ม เช่น จำกัดภูมิลำเนา, เกรด, คุณสมบัติพิเศษเฉพาะด้าน ฯลฯ เช่น โควตาภาคเหนือ ของ ม.เชียงใหม่ จะรับเฉพาะน้องๆ ที่เรียนอยู่ในภาคเหนือเท่านั้น ภาคอื่นสมัครไม่ได้ หรือ โควตานักกีฬา ผู้ที่จะสมัครได้ก็ต้องเป็นนักกีฬาของโรงเรียนหรือได้รับรางวัลด้านกีฬาตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
- แอดมิชชั่นกลาง
แอดมิชชั่นกลางเป็นระบบการรับนักศึกษาส่วนกลางที่ดำเนินการโดย สอท.(สมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย) สำหรับปี 57 ช่วงแอดมิชชั่นกลางจะไปอยู่ในเดือนมิถุนายน แอดมิชชั่นกลางจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อระบบรับตรงเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลานั้นใครที่ยังไม่มีที่เรียนก็จะต้องเข้ามาสนามแอดมิชชั่นกลางทุกคนค่ะ
ระบบแอดมิชชั่นกลางสามารถเลือกได้ 4 อันดับ(มหาวิทยาลัยใด คณะใดก็ได้) ใช้วิธียื่นคะแนน ไม่ต้องไปสอบที่มหาวิทยาลัยนะคะ โดยผลคะแนนที่ใช้คือ O-NET, GAT-PAT, GPAX น้องๆ จะมีคะแนนเหล่านี้ได้ก็ต่อเมื่อไปสมัครสอบกับ สทศ.ตามช่วงเวลาที่กำหนด การสมัครสอบ GAT-PAT รุ่น 47 สมัครได้ 2 ครั้งคือ รอบแรกเดือน ต.ค.56 และรอบที่สองเดือน ม.ค.57 ค่ะ
- เกณฑ์ขั้นต่ำ
เกณฑ์ขั้นต่ำ คือ เกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดว่าผู้สมัครจะต้องทำได้ตามที่กำหนดจึงจะสามารถสมัครได้ อาจจะมาเป็นรูปแบบเปอร์เซ็น(%) หรือคะแนนก็ได้ เช่น รับตรงโครงการหนึ่ง กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ PAT1=30% หมายความว่าถ้าอยากสมัครโครงการนี้ ต้องมีคะแนน PAT1 อย่างน้อย 30% หรือ 90 คะแนนขึ้นไป ถ้าได้ไม่ถึง 90 คะแนนก็สมัครไม่ได้นะคะ (ต่อให้ได้ 89 คะแนน ก็สมัครไม่ได้ ไม่ผ่านคุณสมบัติค่ะ)
เกณฑ์ขั้นต่ำนี้ เจอได้บ่อยมากถึงมากที่สุด ทั้งรับตรงและแอดมิชชั่นกลางเลยนะคะ จะสมัครโครงการไหนก็อ่านให้ละเอียดก่อนว่ากำหนดไว้ไหม จะได้ไม่เสียสิทธิ์

ตัวอย่างนี้มาจากระเบียบการ กสพท.ปี 56 จะเห็นว่าส่วนของ 7 วิชาสามัญกำหนดให้มากกว่าร้อยละ 30% ถ้าไม่ได้ตามนี้ก็จะไม่ผ่าน กสพท.ค่ะ
- เคลียริ่งเฮาส์
ตอนนี้ยังไม่ได้ยิน แต่เดี๋ยวสักพักมาแน่ค่ะ "เคลียริ่งเฮาส์" เป็นชื่อระบบสำหรับยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาในระบบรับตรง คำนี้เกี่ยวข้องกับทั้ง "รับตรง" และ "แอดมิชชั่น" เลยค่ะ คือ หลังจากที่น้องๆ สอบติดรับตรงแล้ว จะกี่ที่ก็ตาม หลังจากยืนยันสิทธิ์กับทางมหาวิทยาลัยแล้ว น้องๆ ยังต้องเข้าระบบเคลียริ่งเฮาส์เพื่อยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนเพียง 1 มหาวิทยาลัยกับทาง สอท.อีกครั้ง เพื่อที่ สอท.จะตัดสิทธิ์แอดมิชชั่นกลางเรานั่นเอง แต่ถ้าหากสละสิทธิ์รับตรงก็จะกลับมาแอดมิชชั่นได้ตามเดิม ส่วนใครที่สอบไม่ติดในระบบรับตรงก็ไม่ต้องทำอะไรกับเคลียริ่งเฮาส์ค่ะ
สำหรับปีนี้ รายชื่อมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมเคลียริ่งเฮาส์ยังไม่ประกาศออกมานะคะ ถ้าประกาศออกมาเมื่อไหร่ จะแวะมาบอกอีกครั้งจ้า
- สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
หากเจอคำว่า "กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6" ก็คือน้องๆ ที่เรียนอยู่ ม.6 ปีนี้นั่นเอง และถ้าเจอคำว่า "สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6" ด้วย เด็กซิ่วเฮได้เลย เพราะเจอคำนี้เมื่อไหร่ แสดงว่าน้องๆ เด็กซิ่วสามารถสมัครได้โดยใช้เกรด 6 เทอมที่จบ ม.ปลายมาสมัครค่ะ แต่ถ้าไม่เจอคำนี้ก็ต้องยอมรับแต่โดยดีว่าโครงการนั้นๆ รับแต่น้อง ม.6 เท่านั้น
อีกคำนึงที่เจอได้บ่อยคือ "เทียบเท่า" ก็คือ น้องๆ ที่มีวุฒิเทียบเท่า ม.6 ได้แก่ น้องๆ สายอาชีพ ปวช. กศน. เป็นต้น คณะไหนที่เขียนว่ารับวุฒิเทียบเท่าด้วย สายอาชีพเข้าไปสมัครได้เลยค่ะ
- 7 วิชาสามัญ
ใครที่คิดจะลองสนามสอบรับตรง นอกจากสอบ GAT PAT แล้ว ควรรู้จัก "7 วิชาสามัญ" ไว้ด้วย เพราะบางมหาวิทยาลัยจะใช้คะแนน 7 วิชาสามัญเป็นองค์ประกอบในการรับเข้าศึกษา ข้อดีของข้อสอบ 7 วิชาสามัญก็คือ สอบแค่ครั้งเดียว สามารถยื่นคะแนนได้หลายมหาวิทยาลัย (คล้ายกับ GAT PAT)
7 วิชาสามัญเป็นข้อสอบกลางที่จัดสอบโดย สทศ.ค่ะ มีทั้งหมด 7 วิชา คือ ภาษาไทย สังคมฯ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ เคมีและชีววิทยา ส่วนจะรู้ได้ยังไงว่าต้องใช้ 7 วิชาสามัญหรือเปล่า และต้องสอบกี่วิชา ก็ดูได้จากระเบียบการรับตรงของโครงการนั้นเลย

ตัวอย่างนี้มาจากรับตรง(ปกติ) จุฬาฯ ปี 56 ค่ะ มีมาให้เป็นตารางเลยว่าใช้คะแนนอะไรบ้าง
อย่างคณะครุฯ ใช้ทั้ง GAT PAT และ 7 วิชาสามัญ ซึ่งวิชาสามัญจะระบุมาเลยว่าใช้เฉพาะภาษาอังกฤษ
- สอบข้อเขียน
เชื่อว่าพอน้องๆ เห็นคำนี้ต้องเงิบแน่นอน อาจถึงขั้นไม่กล้าสมัครสอบเลยทีเดียว เพราะเด็กไทยกลัวการสอบข้อเขียนมาก แต่พี่มิ้นท์ขอนั่งยันนอนยันเลยว่า สอบข้อเขียนในที่นี้ ไม่ใช่ข้อสอบบรรยายค่ะ เป็นข้อสอบช้อยส์ ให้ฝนดินสอ 2B ลงกระดาษคำตอบนี่แหละ เย่ๆ
แต่สำหรับในบางคณะที่เป็นคณะเฉพาะทางจริงๆ เช่น คณะทางศิลปะ เช่น ศิลปกรรม สถาปัตย์ อาจจะต้องมีสอบวาดภาพ ระบายสีกันไป เป็นข้อสอบเขียนของแท้ค่ะ
- คะแนนเฉลี่ยสะสม
"มีคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ไม่ต่ำกว่า 2.50" คะแนนเฉลี่ยสะสมในที่นี้ก็คือ GPAX ที่คิดรวมเกรดทั้ง 4 เทอมนั่นเอง ไม่ใช่เกรดที่ได้ในแต่ละเทอมนะคะ ส่วนวิธีคิด คือ การเอาหน่วยกิตของวิชาคูณกับเกรดที่ได้ (ทำแบบนี้ทุกวิชาตามจำนวนเทอมที่กำหนด) แล้วหารด้วยหน่วยกิตทั้งหมด เอ่อ..หลายคนอาจจะงง แนะนำให้วิ่งไปที่ห้องวิชาการขอใบ ปพ.มาดูค่ะ สะดวกกว่าเยอะเลย
- คะแนนเฉลี่ยกลุ่มสาระวิชา
ถ้ามีคำว่าเฉลี่ยสะสมให้น้องๆ เข้าใจไว้เลยว่ามันคือการรวมคะแนนแล้วมาเฉลี่ย ถ้าน้องๆ เจอคุณสมบัติกำหนดมาว่า
"มีคะแนนเฉลี่ยสะสมกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-5 ไม่ต่ำกว่า 2.50"
จึงหมายถึงการคิดคะแนนเฉลี่ยเฉพาะวิชากลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ทั้งคณิตหลักและคณิตเสริม ตั้งแต่ ม.4-5 เราจะเรียกตรงนี้ว่า GPA กลุ่มสาระวิชาค่ะ ในใบ ปพ. ก็มีแยกให้ทุกกลุ่มสาระด้วยนะ
- สำเนา
คำง่ายๆ ที่หลายคนเผลอค่ะ สำเนาคือเอกสารที่เราถ่ายเอกสารจากต้นฉบับ เช่น ถ้าระบุว่าใช้สำเนาทะเบียนบ้าน หมายความว่าให้น้องๆ นำทะเบียนบ้านไปถ่ายเอกสารที่ร้าน จะได้กระดาษ A4 1 ใบ แล้วนำใบนั้นไปใช้ค่ะ ส่วนต้นฉบับเก็บไว้ที่ตัว ส่วนใหญ่เกือบทุกที่จะใช้สำเนาทั้งนั้นค่ะ จะมีแค่บางที่ที่อาจจะขอต้นฉบับพวกผลคะแนนหรือใบรับรองการเป็นนักเรียน
ปีก่อนๆ คนที่ไม่เข้าใจส่งทะเบียนบ้านตัวจริงเป็นเล่มๆ ไปให้มหาวิทยาลัยก็มีนะคะ ทางนั้นส่งกลับแทบไม่ทัน!! (ส่งไปทั้งเล่มแบบนั้น ถ้าจะใช้ขึ้นมาทำยังไงล่ะเนี่ย)
สิ่งที่เด็กแอดฯ ต้องปรับตัวมากๆ เลย คือ ต้องอ่านให้ช้าลง ฝึกจับใจความให้มากขึ้น ถ้าทำได้จะช่วยลดข้อผิดพลาดต่างๆ ได้เยอะ เช่น ไม่ต้องสมัครใหม่หลายรอบ ไม่ต้องเสียค่าสมัครสอบเยอะโดยไม่จำเป็น เป็นผลดีกับตัวน้องๆ ทั้งนั้นเลยนะ ระเบียบการใช้ภาษาทางการก็จริง แต่ถ้าตั้งสติก่อนอ่านรอบเดียวก็เข้าใจแล้วค่ะ
เอาล่ะค่ะ ใครอ่านระเบียบการแล้วเจอคำไหนที่ยังสงสัยอยู่ ฝากคำถามไว้ในบทความนี้ได้เลย จะมาอธิบายให้ฟังค่า^^
เด็กแอดมิชชั่น 57 สมัครรับข่าวแอดมิชชั่นผ่าน SMS ได้แล้ววันนี้ !!
แจ้งน้องๆ ที่สมัครรับข่าวแอดฯผ่าน SMS ในเดือน พ.ค.-มิ.ย. นี้ รอพบ SMS เด็ดๆ ดังนี้
- เกาะติดผลแอดมิชชั่น 57 ของเด็ก ม.6 ทั้งประเทศ 
- อัพเดทไว!! ข่าวรับตรงหลังแอดมิชชั่น 57 ของทุกสถาบัน
- ตามติดข่าววงใน ทุกเหตุการณ์เรื่องสอบตรง และแอดมิชชั่นที่เด็กรุ่น 57 ต้องรู้!!
- รวมงานติวฟรีของทุกคณะ ทุกมหาวิทยาลัย ที่เด็ก ม.6 ไม่ควรพลาด 
(อยากรับข่าว SMS บ้าง มาอ่านวิธีสมัคร คลิกที่นี่ เลย)




15 ความคิดเห็น
พอร์ต
คือ
แฟ้มสะสมผลงานของตัวเราที่เอาไว้นำเสนอตอนถูกสัมภาษณ์ แม้จะถูกเมิน แต่ก็จำเป็นต้องตั้งใจทำ
อิอิ
เก็ตและ ข้อเขียนคืออะไร