สวัสดีค่ะน้องๆ... ขึ้น ม.6 มาจะครบ 1 เทอม หลายคนคงรู้ลึก รู้จริงแล้วว่า เป็นเด็ก ม.6 มันไม่ง่ายเลย ไหนจะต้องตั้งใจเรียนกว่าเดิมเพื่อทำเกรดดีๆ ไหนจะมีกิจกรรมไม่เว้นแต่ละวัน แถมยังต้องเดินพาเหรดสอบทั่วประเทศอีก โอ้โห..เห็นแล้วเหนื่อยแทนค่ะ แต่ยังไงก็ต้องสู้ ม.6 มีครั้งเดียวในชีวิต ทำให้มันเต็มที่สุดแรงเกิดไปเลย รุ่นพี่ผ่านจุดนั้นมาได้ น้องๆ ก็ต้องผ่านได้ค่ะ
นอกจากจะต้องเหนื่อยกายจากการเรียน การทำการบ้าน อ่านหนังสือไม่เว้นแต่ละวันแล้ว หลายคนยังโดนพิษจากคำพูดของคนรอบข้าง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รุนแรงปางตาย แต่มันทำให้เราเสียใจและหมดกำลังใจ บางคนถึงขั้นเครียดเลยทีเดียว วันนี้พี่มิ้นท์จะมาแฉว่า เด็ก ม.6 เจ็บปวดกับคำไหนมากที่สุด มาดูกันว่าถ้าโดนคำพูดแบบนี้้บ้าง น้องๆ จะรู้สึกยังไง
"สอบติดที่ไหนหรือยัง"
เป็นคำถามเบสิคที่หลุดออกจากปากใครก็ได้ ทั้งเพื่อน ครูประจำชั้น ครูประจำวิชา ผอ. ภารโรง ยามหน้าหมู่บ้าน ฯลฯ ใครไม่เคยโดนถามขอบอกว่าเชยสุดๆ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อย เมื่อได้ยินช่วงเปิดเทอมแรกยังไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ เพราะคนอื่นก็ยังไม่มีที่เรียน มหาวิทยาลัยก็ยังไม่เปิดสอบ แต่พอเริ่มปิดเทอมหนึ่งเข้าเทอมสอง โดนคำถามนี้เข้าไปเดินๆ อยู่อาจล้มพับได้ เพราะมันกดดันจริงๆ ค่ะ บางคนไม่ได้คิดจะสอบตรง แต่พอเห็นเพื่อนมีที่เรียนกันหมด ก็ใจหวิวๆ กลัวไม่มีที่เรียน บวกกับโดนคำถามกดดันว่า "สอบติดที่ไหนหรือยัง" สุดท้ายต้องไปสอบบ้าง
นอกจากนี้ น้องๆ อาจจะถูกถามประโยคนี้ในรูปแบบเปรียบเทียบ เช่น "หนูสอบติดที่ไหนหรือยัง เนี่ยลูกป้าติด xxx แล้วนะ" ขอบอกว่าโดนพูดใส่หูแบบนี้ชีช้ำหนักกว่าเดิม เฮ้อ...ชีวิตเด็ก ม.6
"สอบไม่ติดอีกแล้วหรอ"
คำถามนี้เจ็บปวดสุดๆ เนื่องจากว่าหลายคนชอบเดินสายสอบตรง ที่ไหนเปิดสอบก็สมัครมันทุกที แต่กฎของการสอบรับตรงเกือบทุกที่คือ มีคนสอบติด ก็ต้องมีคนสอบไม่ติด ซึ่งคนสอบไม่ติดจะมีเยอะกว่า เพราะรับตรงคัดคนที่พร้อมกว่าเข้าไปเรียน(ทั้งความรู้และคุณสมบัติ) ดังนั้นเราต้องทำใจไว้ส่วนนึงว่าสอบตรงไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แต่สิ่งที่จะทำใจไม่ได้สุดๆ คือ หลังรู้ผลว่าสอบไม่ติด อาจเจอคำพูดปวดตับว่า "สอบไม่ติดอีกแล้วหรอ" เชื่อว่าคนที่เจอคำถามนี้เข้าไป แทบจะเกลียดคนถามไปเลยนะ เป็นใครใครก็ช็อคค่ะ เอาเป็นว่าวิธีแก้ง่ายนิดเดียว ถ้าสอบตรงหลายที่ก็ไม่ต้องบอกคนอื่นค่ะว่าสอบที่ไหนบ้าง สอบติดแล้วค่อยมาบอก 55555
"คณะนี้มีแต่คนเก่งๆ นะ"
อื้อหืออ!! คำพูดนี้ไม่รู้ว่าเป็นประโยคบอกเล่าหรือเป็นประโยคฆ่าเรากันแน่ เคยมั้ยคะที่เวลาเราบอกใครก็ตามว่าอยากเรียนคณะนี้ๆ แล้วคู่สนทนาจะตอบกลับมาไวปานสายฟ้าฟาดว่า "แต่คณะนี้มีแต่คนเก่งๆ นะ" เท่านั้นไม่พออาจตามมาด้วย "จะเรียนไหวหรอ" เรียกว่าพูดซะตอบกลับไม่ถูกเลย ใครเจอคำถามนี้เข้าไปคงรู้สึกไม่ดีเพราะเหมือนโดนดูถูกต่อหน้า ส่วนคนที่กำลังตั้งใจอ่านหนังสือก็หมดกำลังใจได้ง่ายๆ เลย เอาเป็นว่าถ้าน้องๆ เจอคำพูดนี้เข้ามา สวนกลับไปเลยว่า "เราว่าเราก็เก่งพอจะเข้าคณะนี้ได้นะ" มั่นปะ^^
"ทำไมต้องอยากเข้าคณะเดียวกับเราด้วยล่ะ"
อันนี้เป็นเรื่องจริงที่มีน้องๆ ปีที่แล้วมาแชร์กันในเว็บบอร์ด Dek-d.com ค่ะ ทีแรกที่อ่านพี่มิ้นท์ก็อึ้งนะคะว่าการแข่งขันมันรุนแรงขนาดที่ทำให้เพื่อนกันต้องโกรธกันเลยเหรอ เรื่องของเรื่องคือ น้องที่อยู่ห้องเดียวกันดันมาผิดใจกันเพราะอยากเข้าคณะเดียวกัน จากเป็นเพื่อนก็เลยกลายเป็นคู่แข่งไปซะงั้น
พี่มิ้นท์มั่นใจว่าถ้าได้ยินคำพูดแนวๆ นี้คงรู้สึกกดดันมากแน่ๆ เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนต้องการอะไรหรือรู้สึกกับเรายังไง แต่ที่สำคัญที่สุด อย่าเผลอไปถามเพื่อนด้วยคำพูดแบบนี้นะคะ คนฟังเขารู้สึกไม่ดีค่ะ
"เราอ่านหนังสือจบไปสามรอบแล้วนะ"
เพราะชีวิตจริงโหดร้ายกว่าที่คิดค่ะ บางคนเจอพ่อแม่กดดันเรื่องคณะเรียน จึงอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยการสอบติดคณะที่ตั้งใจให้ติดอันดับ 1 ทุกวันก็นั่งอ่านหนังสือ ทำโจทย์ ท่องศัพท์อย่างหนัก แต่จู่ๆ เพื่อนรักของเราอาจเผลอพูดความจริง(หรือเปล่าไม่รู้) ว่าอ่านเตรียมสอบจบไป 3 รอบแล้ว พูดแบบนี้มันขัดขากันชัดๆ
คำพูดแบบนี้ไม่ได้มีเฉพาะการสอบแอดมิชชั่นเท่านั้นนะ แต่หมายถึงการสอบทุกอย่าง ทั้งปลายภาค กลางภาค สอบตรงต่างๆ ได้ยินเมื่อไหร่รับรองกดดันและรู้สึกเฟลเบาๆ แน่นอน ยิ่งถ้าเราเองยังอ่านไม่จบซักรอบ คงอยากลงไปนอนดิ้นทันทีที่ได้ยินเลยล่ะค่ะ
"ได้ GAT PAT เท่าไหร่อะเธอ"
การประกาศคะแนนสอบ GAT PAT และ O-NET จะประกาศทางเว็บไซต์ ไม่ได้แปะบอร์ดหรือบอกคะแนนกลางห้องเรียนเหมือนสอบที่โรงเรียน ฉะนั้นถ้าอยากรู้คะแนนของคนอื่นก็ต้องถามด้วยปาก ถ้าคะแนนเราดีก็ยืดอกบอกคะแนนอย่างภูมิใจ แต่ถ้าคะแนนออกมาดันเน่าเฟะจนหนอนใกล้จะขึ้น คำถามที่ว่า "ได้คะแนนเท่าไหร่อะเธอ" คงเป็นคำถามต้องห้าม ฟังแล้วแสลงหูเด็ก ม.6 ทุกคนแน่นอน ดังนั้นถ้าอยากรู้คะแนนเพื่อนๆ ลองหยั่งเชิงถามไปก่อนว่า คะแนนเป็นยังไงบ้าง ถ้าโอเคเพื่อนจะตอบเราเอง อย่าไปล้วงตับถามคะแนนเป็นตัวเลขเลยค่ะ เผื่อเพื่อนบางคนไม่สะดวกตอบ
"เรียนคณะนี้ไป จบไปจะทำอะไรกิน"
สังคมไทยติดอยู่กับค่านิยมที่อยากให้ลูกเรียนคณะดังๆ เด่นๆ จบแล้วมีงานทำมั่นคง แต่ความจริงแล้วทุกคณะทุกหลักสูตรที่ก่อกำเนิดขึ้นมีงานรองรับทั้งหมดอยู่แล้วค่ะ แต่บางทีพ่อแม่เราไม่ค่อยเข้าใจ เมื่อโดนถามมากๆ ว่า คณะที่เราอยากเรียน "เรียนแล้วจบไปทำอะไรกิน" น้องๆ อาจจะรู้สึกกดดันต่อความคาดหวังของพ่อแม่ จนต้องทะเลาะกัน สำหรับคนที่ไม่ได้หาข้อมูลมาก่อนอาจรู้สึกกดดันเป็นพิเศษ จนไขว้เขวตอนเลือกคณะได้
พี่มิ้นท์มองว่าแม้คำถามนี้จะเป็นคำถามชวนเครียด แต่ถ้าน้องๆ หาข้อมูลเกี่ยวกับคณะนั้นเยอะๆ ต้องเรียนอะไร จบไปทำอะไรได้บ้าง รับรองว่าจะช่วยลดความดราม่าลงได้เยอะเลยค่ะ
คำพูดแม้ดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่พี่มิ้นท์ขอบอกว่ามันสำคัญมากนะคะ คนบางคนพูดไม่คิดจนต้องทำให้อีกฝ่ายเครียดและเสียกำลังใจ คนพูดอย่างหนึ่ง คนคิดคิดอีกอย่างหนึ่ง ยิ่งในช่วงที่ต้องการกำลังใจที่สุดอย่างช่วงสอบแอดมิชชั่น จะอ่อนไหวได้ง่ายกว่าปกติด้วย เอาเป็นว่าใครกำลังท้อแท้เพราะโดนมรสุมคำพูดแทงใจดำ ให้มาที่เว็บ Dek-D.com ที่นี่ยังมีเพื่อนๆ และพี่ๆ คอยให้กำลังใจอยู่เพียบเลยน้า^^
และนาทีนี้้น้องๆ คงอยากระบายกันแล้วใช่มั้ยว่าเคยเจอคำพูดอะไรกันมาบ้าง จัดเต็มกันมาได้เลยค่ะ!!
แจ้งน้องๆ ที่สมัครรับข่าวแอดฯผ่าน SMS ในเดือน ส.ค.-ก.ย. นี้ รอพบ SMS เด็ดๆ ดังนี้
- เกาะติดผลแอดมิชชั่น 57 ของเด็ก ม.6 ทั้งประเทศ 
- อัพเดทไว!! ข่าวรับตรงหลังแอดมิชชั่น 57 ของทุกสถาบัน
- ตามติดข่าววงใน ทุกเหตุการณ์เรื่องสอบตรง และแอดมิชชั่นที่เด็กรุ่น 57 ต้องรู้!!
- รวมงานติวฟรีของทุกคณะ ทุกมหาวิทยาลัย ที่เด็ก ม.6 ไม่ควรพลาด 
(อยากรับข่าว SMS บ้าง มาอ่านวิธีสมัคร คลิกที่นี่ เลย)




ผ่านมา4เดือน ในขณะที่เพื่อนๆพี่ต่างก็มีที่เรียนกันหมดแล้ว ระหว่างที่พี่นั่งเขียนรายงานอยู่ มีผู้ชายคนหนึ่งมาถามว่า "ติดที่ไหนจ๊ะหนู" พี่ก็ตอบไปว่า "ยังไม่ติดครับ กำลังรอสมัครม.ราชภัฏโคราชอยู่ (ตอนนั้นพี่อยากเรียนราชภัฏเพราะแม่พี่อยากให้เรียนแถมใกล้บ้านด้วยเลยว่าจะลองไปสอบดู)" ผู้ชายคนนั้นก็มองเราแบบทำนองว่า"นี่มันใช้สมองหรือส้นเท้าคิดนี่"แล้วเขาก็เดินไป ตอนนั้นเรารู้สึกเหมือนอยากไปต่อยหน้าเขามาก

99 ความคิดเห็น
เกลียดมาก คำพูดนี้
อันนี้เราว่ากดดันสุดๆ อีกอันเลยนะ
เพราะสำหรับเรานี้ไม่ได้เก่งวาดรูปหรือมีผลงานเลยนะ
แต่สุดท้ายเพิ่งรู้ว่าอยากเข้าออกแบบแฟชั่น
พอโดนคำนี้เราจุกอะ ได้แต่ตอบไปว่า "อ้อพอมีค่ะ"
เพราะเราไม่อยากได้ยินคำว่า "แล้วจะสู้เขาได้เหรอ" ตามมา
แต่เราคิดจะเข้าคณะที่เราโคตรจะหวังสูงไปหน่อย และยังอยู่แค่ม.4 เลยยังไม่มีอะไรกดดันเท่าไร ส่วนใหญ่จะเป็น "คณะนี้มีแต่คนเก่งๆ แต่ถ้าเธอพยายามก็ได้อยู่แล้ว" หรือไม่ก็ "คณะนี้มันยากไปไหม เอานิติดีกว่า เหมาะกับลูกมากกว่า" (อันนี้พ่อพูด) เจ็บเลยยยย
ตัดกำลังใจกันเห็นๆ - -;;
คำนี้ก็เครียดนะ TT
เกือบได้ต่อยตีคนเพราะคำนี้ละ...
อันนี้เครียดจริงจัง
สบายใจ
เช่นว่า คณะนี้เรียนหนัก เราจะไหวเหรอ แบบนี้กดดันสุดๆ
นี่พี่สาวเราพูด
#เจ็บเจียนตาย
โดนมาหมดละ ชิน -..-
เรื่องเล่าส่วนตัว ... มีอีลุงเพื่อนพ่อคนหนึ่งถามว่าเราจะเข้าอะไร เราบอกไปว่าจะเข้า..... แกบอกว่า คณะนี้มีแต่คนเก่งๆทั้งนั้นแหละ พร้อมสายตามองมาทางเราแบบว่า - -* แกยังเสริมอีกว่าลูกแกยังไม่ติดเลย
คือหนูจะบอกลุงว่าหนูกับลูกลุงคนละคนกันนะ และอีกอย่างหนูไม่ได้บอกนะว่าหนูเก่งเว่อร์สอบติดชัวร์ แต่หนูจะทำมันให้ดีที่สุดค่ะลุง ถ้าวันนั้นหนูสอบติดหนูโทรหาลุงคนแรกเลยค่ะ -- 555555
ไม่มีไร ข้ามเราไปเถอะ - -
ไม่รู้นะคะว่าเจตนาแค่พูดแซวเล่นๆ หรือจริงจัง แต่เราที่เป้นคนฟังเจ็บมาก
"ไม่ติดหรอก" พอฟังเสร็จแบบหันไปมองหน้าครูเลย ครูเขาจบมาจากมหาวิทยาลัยที่เราอยากเข้าด้วย
คนอื่นพูดไม่เท่านี้ นี่ครู เจ็บและจุกมากกับคำนี่
"จะต่อคณะอะไรหล่ะลูก"
ใจนึง กูจะบอกอะไรดี บอกที่กูอยากได้จริงๆดีมั้ย
ก็ตอบไป คณะแพทย์ครับ
อีกใจนึง ถ้ากูไม่ติดหล่ะ เครียดดด
ละก็ไม่ติดจริงๆ 55555 ทุกวันนี้
คนรู้จักยังเรียกเป็นไงหมอ...(ชื่อเล่นเรา)
อิชั้นเครียด ไม่ได้หมอแล้ว
โปรดสงสาร อย่าทำร้ายจิตใจเลย 55555