ตามลักษณะพัฒนาการของอิริค อิริคสัน บอกว่าวัยรุ่นช่วงนี้อยู่ในช่วงการแสวงหาเอกลักษณ์ของตัวเอง และเพื่อที่จะค้นหา "ตัวตนของตนเอง" ก็จะตอบสนองต่อพฤติกรรมของคนใกล้ชิด และคนที่ใกล้ชิดกลุ่มใหญ่ของวัยรุ่นตอนนี้ คือ เพื่อนในโรงเรียนค่ะ ดังนั้นวัยนี้ก็จะมีความรู้สึกร่วมกับเพื่อนมาก อย่างเพื่อนลืมชวนไปห้องน้ำครั้งเดียวก็รู้สึกเป็นปัญหาแล้ว บางคนถึงขั้นพยายามทำตัวเลียนแบบตามเพื่อน/รุ่นพี่ที่เขาชอบเลยค่ะ ต่างกับวัยที่โตขึ้น ที่มักจะรู้สึกว่า "เออ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ ไม่จำเป็นต้องปรับตัวตามใคร"
ดังนั้น เด็กในวัยรุ่นตอนต้นนี้ ย่อมต้องการกลุ่มเพื่อนที่เข้ากันได้ และไม่ค่อยพร้อมที่จะแตกแยกไปจากบรรทัดฐานของสังคมตนเอง ไม่อยากทำอะไรให้กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้ตัวเองรู้สึกอาย เวลาจะทำอะไร ก็ต้องเฮกันไปทำทั้งกลุ่ม ดังนั้น หลายๆ คนจึงมีแนวโน้มว่าจะถูกเพื่อนแบน เพราะทำตัวเด่นกว่าคนอื่นทางใดทางหนึ่งโดยไม่รู้ ไม่ว่าจะเป็นในทางบวกหรือลบก็ตาม เช่น วี๊ดว๊ายกลัวโน้นนี่ (อาจจะกลัวจริงๆ แต่เพื่อนๆ มองว่าขี้เวอร์) พูดภาษาอังกฤษขั้นเทพ (เพื่อนมองว่าอยากโชว์พาว) ปากบอกไม่เก่งๆ แต่ Top ทุกวิชา เป็นผู้หญิงบุคลิกทอมบอยมีเพื่อนผู้ชายมากจนเพื่อนหมั่นไส้ เรียนเก่งครูชมครูใช้งานจนเพื่อนไม่ชอบ ชอบผู้หญิงคนเดียวกัน เกาะเพื่อนกิน ลอกงานแล้วไม่แบ่ง และอีกหลายอย่างที่ทำให้ถูกแบนค่ะ
ซึ่งเรื่องบางเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับค่านิยมด้วย อย่างคนไทยไม่สนิทใจในการพูดภาษาอังกฤษให้ได้สำเนียงอยู่แล้ว ดังนั้น ในสังคมโรงเรียนไทยจึงรู้สึกว่า "ไม่พอดี" สำหรับคนที่กล้าพูด ในขณะที่วัยเดียวกันในโรงเรียนนานาชาติ ก็ไม่สนใจเรื่องสำเนียงนี้เลย เพราะสังคมที่นั่นพูดภาษาอังกฤษอยู่แล้ว หรือการพูดถ่อมตัว ที่คนไทยต้องรู้จักแสดงกิริยาถ่อมตนให้พอดีๆ พูดจริงอย่างมั่นใจก็หาว่าขี้โอ่ขี้อวด พูดถ่อมตนมากไปก็ดูน่าหมั่นไส้
วัยรุ่นตอนนี้ ถ้าอยู่คนละกลุ่มเพื่อน ก็รู้สึกว่า...สไตล์เพื่อนต่างกลุ่มนั้นไม่เหมือนกัน ไม่อยากทำงานกับเพื่อนต่างกลุ่มเลย ส่วนใครในกลุ่มเดียวกันที่ทำตัวต่างออกไปก็ช่างน่าหมั่นไส้นัก ปฏิกิริยาและความรู้สึกเหล่านี้เป็นความรู้สึกที่ชัดเจนเฉพาะวัยนี้ ซึ่งผู้ใหญ่ และวัยรุ่นก็ต้องเข้าใจว่า จริงๆ ทุกคนแตกต่างกัน มาจากครอบครัวที่ต่างกัน ถูกเลี้ยงดูมาจากคนละครอบครัว เป็นไปไม่ได้ที่เราจะเหมือนกัน 100 เปอร์เซ็นต์
| เพราะฉะนั้น จงมองให้ชัดเจนว่าคนที่เรารู้สึกไม่ชอบใจ จริงๆ แล้วเขาเป็นคนอย่างที่เรารู้สึกหรือเปล่า ที่เขาวี้ดว้าย เพราะกลัวจริงๆ หรือเปล่า อย่างมัวแต่มองว่าคนอื่นเสแสร้ง หรือที่เพื่อนตั้งใจพูดภาษาอังกฤษ จริงๆ แล้วคือ เพราะชอบและต้องการฝึกฝนหรือไม่ อย่างกรณีภาษาอังกฤษนี่ ต้องบอกว่าเป็นความกล้า และน่าชื่นชมมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เราควรที่จะต้องชื่นชมในสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าใช้ความรู้สึก และแบนกันต่อๆ ไป จนทำให้คนอื่นทุกข์ใจค่ะ |
เป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่นช่วงนี้ ที่จะรู้สึกว่าถูกเพื่อนทิ้งได้อย่างรุนแรง
ส่วนใหญ่เวลาวัยรุ่นรู้สึกไม่พอใจใครอะไร ก็จะนำไปพูดกันเองในหมู่เพื่อนๆ แต่ไม่
| “เหมือนเป็นอุปาทานหมู่ แบนคนเดียวไม่ได้ ต้องแบนต่อๆ กันไป ทั้งที่บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าแบนเพื่อนคนนั้นทำไม...” |
ปัญหานี้ไม่ค่อยพบในคนโตๆ หรือคนที่รู้จักปรับตัวได้ดีแล้ว เพราะ เมื่อคนเราโตขึ้นก็จะมีความมั่นใจ เข้าใจตัวเองมากขึ้น และกล้าทำเรื่องๆ ที่เราสนใจต่างๆ โดยไม่ผูกมัดกลุ่มแล้วค่ะ แต่ถ้าใครเจอปัญหานี้แล้วไม่แก้ไข ก็อาจส่งผลให้กลายเป็นคนที่ไม่อยากเข้าสังคม กลัวการเริ่มต้นใหม่ได้ค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่พบเรื่องการถูกแบนในวัยโตๆ เลยนะคะ เพราะบางทีเรื่องจิตใจก็เข้าใจยาก บางคนก็รู้สึก "ไม่ชอบหน้า" แต่แรกเห็นก็มีค่ะ เพียงแต่ถ้าเราเข้าใจมากขึ้น หากเป็นผู้ใหญ่ก็อธิบายให้วัยรุ่นเข้าใจได้ หากเป็นวัยรุ่นเองก็รู้ว่าควรต้องปรับตัวอย่างไรให้พอดี และเลิกรู้สึกหมั่นไส้คนอื่นโดยไม่จำเป็นค่ะ
แหล่งข้อมูล, ภาพประกอบ:







149 ความคิดเห็น
ในกลุ่มหนูมีเพื่อนอยู่ 3 คน แต่มีคนนึงเค้าไม่ชอบหนู เพราะหนูไม่แบ่งงานให้ลอก,
สนิทกับเพื่อนผู้ชาย และก็มีแฟน พอเวลามีงานยากๆ คนนั้นเค้าก็มาทำเป็นพูดดี
และก็มาตีสนิทกับหนู แต่พอเวลามีงานกลุ่ม เค้าก็กันไม่ให้หนูเข้ากลุ่ม T^T
หนูก็เลยหาเพื่อนกลุ่มใหม่แทน เพราะถ้าอยู่ด้วยก็จะถูกเอาเปรียบ
เหมือนที่ คห. 2 พูดเลยค่ะ พวกที่แบนเราจะเป็นคนแรกที่มาขอลอกงาน
เพื่อนในกลุ่มเรายังมีความเกรงใจมากกว่าพวกนี้อีกอ่ะ ทำไมไม่ไปถามเพื่อนในกลุ่มของตัวเอง
(ไม่เข้าใจ มาถามเราทำไม???)
โดนเพื่อนเกือบทั้งห้องแบนเพราะทะเลาะกับเพื่อนสนิทแล้วเพื่อนสนิทดันเข้ากับเพื่อนคนอื่นง่ายกว่า...
เราไม่ชอบให้เพื่อนมาลอกการบ้าน (เพราะเราต้องการให้เขาทำเอง มันได้เยอะกว่าการลอก)
นี่คือสิ่งที่เราคิด
อาจานมักใช้งานเราเพราะเราเรียนอยู่แถวแรก
เวลามีสอบ เพื่อนจะบอกว่า 'เดี๋ยวกูนั่งข้าง-' เราก้อไม่ได้ว่าอะไร แต่พอเพื่อนถามเราก้อจะสายหัว. เพราะกลัวเราตอบผิด แล้วพาลทำให้เขาผิดไปด้วย
แต่เพื่อนมักคิดว่า เรากั๊ก ! เราไม่รู้ว่าที่เราทำแบบนั้น เราทำถูกรึเปล่า
เอาจริงๆการแบนก็ไม่ใช่เรื่องผิดนะคะ คือ ถ้าให้พูดให้กระจ่างการแบนคือการเอาคนๆหรือสิ่งที่ไม่พึงพอใจนั้นออกไปจากชีวิตของเรา ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่สน ไม่แคร์ (ไม่เชื่อไปหาใน Google สิ) และมันคือความคิดส่วนตัวของเราเฉยๆ แต่สิ่งที่เราพบบ่อยๆจากการโดนแบน คือ การได้รับความสนใจจากการนินทา -_- (ยิ่งเรื่องชีวิตเรานะ ได้รับความนิยมในการซักถามอย่างมากกก) การใส่ร้ายป้ายสี แต่งเรื่อง และขยายวงกว้างเป็นลัทธิแบบเชื้อโรค (สนใจเรื่องของคนที่เกลียดแล้วเอามาพูดๆ นี่คือการแบน?) เพราะ คนเราคิดอยู่ดีๆของตัวเองไม่ชอบ ชอบแบ่งปันความคิดไงคะ = ="
# คนแบบนี้ซักวันเขาก็ต้องเจอแบบเราค่ะ
// พึ่งรู้ว่าที่พิมพ์ไปมันยาวมาก
เคยโดนบ้างมั้ยคะ
แปลกนะ พวกที่ชอบแบนกันมักมีเพื่อนเยอะตลอด อะไรของพวกเธอ - -?
พอคบกะเพื่อนผู้ชายก็หาว่าเราแรดกัน ทั้งๆที่มันไว้ใจได้กว่าผู้หญิงอย่างพวกเธอๆอีก เฮ้ออออ
เคยโดนแบนตอน ม.ต้น มาครั้งนึง อยู่ดีๆเพื่อนก็ไม่พูดด้วย ตอนนั้นทำไรไม่ถูกเลยเงียบๆ ถอยออกมา
อาจเป็นเพราะเราเป็นคนเงียบๆ ด้วย และค่อนข้างมั่นว่าเราไม่ผิด
ตอนนั้นถือคติ "เราไม่สามารถบังคับหรือเปลี่ยนใจใครให้ทำตามใจเราได้"
..เกือบจะแอนตี้สังคมเหมือนกัน แต่เป็นคนเข้าใจโลกไปหมดเลย คือมองมุมเรา มองมุมเค้าว่าถ้าเราเป็นเค้าก็คงจะรู้สึกแบบนี้, คนมีหลายแบบ, โลกมีหลายด้านหลายมุมมอง..
มาเจออีกที่ตอน ม.ปลาย เกือบจะโดนแบนอีกเหมือนกัน
ระแคะระคายตอนที่เวลาไปไหนกลับมาเพื่อนจะเงียบ หรือหยุดคุยกลางคัน และมีเพื่อนคนนึงมาบอกว่าคนอื่นคิดว่าเราเป็นงี้นะ
เลยเอาความกล้าจากไหนไม่รู้ (อาจเพราะเป็นคนไม่ชอบให้คลุมเครือ และไม่อยากเหมือน ม.ต้น) เลยถามตรงๆไปเลยว่า ..เออ เราทำไรผิดป่าว? มองเราเป็นไง? อยากให้แก้ไขตรงไหนก็บอกนะ? เพราะก็รู้ตัวเองว่าเราไม่ใช่คนเพอร์เฟ็คต์
เคลียร์กันอยู่วันนึง บ่อน้ำตาแตกทั้งกลุ่มเลย รู้สึกโล่งใจมากที่ได้คุยกันวันนั้น ไม่อย่างงั้นคงคลุมเครือและไม่ได้คบกันถึงปัจจุบัน
เราก็โดนแบบนี้น้ะ เพราะว่า เวลามีการบ้านเราจะไม่ค่อยให้ใครลอก>สนิทกับเพื่อนผู้ชายที่มีเพื่อนชอบกันเกือบทั้งห้อง(แต่เราไม่ได้ชอบมัน)>มีแฟน จนไม่ค่อยมีใครพูดกับเรา แต่ว่า พอมีงานยากๆ ก็จะทำมาทำเป็นประจบ ขอเราลอก พูดดีกับเรามากๆ แต่พอลับหลังนี่ นินทากัน ฉอดๆเลย (ไอพวกที่นินทาด้วยกันนั่นแหละที่มาบอก)
แต่ต้องทน เพราะเหลืออีกแค่ปีเดียวเราก็จะออกจากโรงเรียนนั้นแล้ว (หวังว่าโรงเรียนใหม่คงมีเพื่อนที่ดีๆกว่านี้นะ)
ใครจะทำอะไรมันก็เรื่องของเค้า
เราก้อโดน เวลาจะไปไหนก้อไม่ชวนเหมือนแต่ก่อน แล้วพอเราไปพูดด้วยก้อเหมือนไปอยากคุยกับเรา รู้สึกโดดเดี่ยวมากตอนนี้ T^T
ขอบคุรมากเลยค่ะ
คือเป็นคนนึงนะที่กลัวเสียงฟ้าร้องแล้วก็แบบแก้ไม่หาย เพื่อนมันก็เลยจะแบนเราเพราะเราดัดจริต ดูงานแสดงพี่เค้าคนอื่นกรี๊ดตอนฉากหอมแก้มเงี้ย เราก็กรี๊ดมั่ง เพื่อนมันก็ด่าเราว่า กรี๊ดหาพ่อง? คือแบบจี๊ดมากกกก
ทีนี้ลองตั้งกระทู้ไป แล้วเราก็ลองทำตัวตามปรกติแบบถ้าใครอยากคุยด้วยก็คุยไม่อยากคุยด้วยก็ไม่คุย ปัญหาเรื่องฟ้าร้องก็ลองห้ามตัวเองแล้วก็เริ่มได้ผล เพื่อนก็เลยเริ่มกลับมาคุยกับเราเหมือนเดิม แต่ก็มีบางกลุ่มที่ยังแบนเราอยู่ แต่ก็นึกไว้เสมอว่า
"อย่างน้อยเราก็ยังมีเพื่อนที่เข้าใจเราอยู่"
ก็เลยไม่ซีเรียสอะไรแล้วค่ะ กระทู้ในเด็กดีช่วยได้มากจริงๆ ตอนนั้นจิตตกมาก แต่พอมีคนมาให้คำปรึกษาก็รู้สึกดีมากเลยค่ะ ยิ่งอ่านกระทู้นี้ด้วยรู้สึกดีมากเลย ขอบคุณมากนะคะ
เคยโดนเหมือนกัน
ในกลุ่มมี4คน
เราทำงานวิชาศิลปะเสร็จก่อนเพื่อนอีก3คน แล้วเราก็ไม่ได้ช่วยเค้าเพราะมันใกล้จะปิดเทอมมีงานต้องเคลียร์เยอะ3คนนั้นก็มาพูดว่าเราเห็นแก่ตัวไม่ช่วยงานเพื่อนคงเพราะหมั่นไส้ที่งานเราเหลือนิดเดียวแหละมั้งแล้วเราก็ไม่ค่อยได้ให้ใครลอกการบ้านเพราะเพื่อนชอบลอกแล้วทำสมุดเราหายจนต้องทำส่งใหม่บ่อยๆ ไปนินทาว่าร้ายเราให้เพื่อนคนอื่นแล้วก็บอกเพื่อนคนอื่นไม่ให้มาคุยกับเรา
แล้วตอนไปทัศนศึกษาเค้า3คนนั่งอยู่ข้างหลังเราบนรสบัส
พูดจาเสียดสีเราว่าเราด้วยถ้อยคำที่แรงๆจนเราต้องเอาผ้าห่มคลุมหัวแล้วแอบร้องไห้ในขณะที่เพื่อนคนอื่นสนุกสนานร้องคาราโอเกะกัน
เมื่อได้มเจอกับตัวมันเป็นอะไรที่แย่มากเลยนะ
เราเจอเหตุการณ์นี้เกือบ1ปี ตอนนี้กับเพื่อนๆกลุ่มนั้นก็เคลียร์แล้วแหละ แต่ไม่ใช่กลุ่มเพื่อนสนิทที่ไปไหนมาไหนด้วยกันเพราะเราได้เพื่อนกลุ่มใหม่แล้ว
จะว่าไปการถูกแบนก็มีทั้งข้อดีข้อเสียนะ
ข้อดีคือ ยามเราถูกแบนเราจะรู้ว่านิสัยที่แท้จริงของเพื่อนที่แบนเราออกมาเป็นยังไง ซึ่งพอเราโดนแบนออกมา
เราก็เห็นเพื่อนๆในมุมที่ต่างออกไป ซึ่งมันแย่มาก และรู้สึกดีใจนิดๆที่ไม่ต้องไปอยู่กลุ่มเดียวกับคนนิสัยแบบนั้น
ข้อเสียคือ เวลาทำงานกลุ่มจะลำบากมาก เวลามีกิจกรรมไรเพื่อนๆแม่งไม่ค่อยบอก เสียเวลาและความรู้สึกดีๆ
ที่ให้เพื่อนๆพวกนั้น
แต่คิดซะว่ามันคือบทเรียนที่ทำให้เรารู้จักอยู่คนเดียว แข็งแกร่งมากขึ้นแล้วกัน เราคิดงี้อ่ะ