สวัสดีครับ ในช่วงสถานการณ์บ้านเมืองอ่อนไหว อาชีพผู้ประกาศเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ทำงานกันหนักมาก เรียกได้ว่าเมื่อไหร่ที่มีเหตุการณ์ด่วน ผู้ประกาศต้องมาทันที ว่าแล้ววันนี้ พี่ลาเต้ จะพาน้องๆ ชาวเด็กดีไปตามติด "อาชีพผู้ประกาศข่าว ในเหตุการณ์ม๊อบ" อาชีพที่น้องๆ หลายคนใฝ่ฝัน และมองว่า... "ดูดีจัง นั่งแต่งหน้าสวยหล่อ คอยรายงานข่าว ออกไปไหนก็มีคนรู้จัก มีคนชื่นชอบและเชื่อถือ" แท้จริงแล้วอาชีพนี้เป็นอย่างไร ไปดูกันเลยครับ
ในโอกาสนี้ พี่ลาเต้ ขอต้อนรับ พี่หญิง พรวดี ลาทนาดี ผู้ประกาศสาวแห่งสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตผู้ประกาศข่าวในเหตุการณ์ม๊อบการเมืองให้น้องๆ ได้ติดตาม ซึ่งต้องขอบอกก่อนว่าสถานีโทรทัศน์ที่ พี่หญิง ทำหน้าที่ผู้ประกาศอยู่นี้ เป็นช่องที่ให้เวลากับรายการพิเศษเกาะติดข่าวสถานการณ์เยอะมากๆ ถึงขนาดรื้อผังรายการปกติ และปรับเป็นรายการพิเศษทันที ผู้ประกาศบางท่านนั่งรายงานข่าวบนหน้าจอยาวนานถึง 6-7 ชั่วโมงต่อวันกันเลยทีเดียว ว้าววว น่าสนุกซะแล้ว พวกพี่ๆ เขาจะทำงานกันยังไงนะ ไปดูกันเลย
การเมืองแบบนี้ ใน 1 วันของอาชีพผู้ประกาศข่าว พี่หญิง ต้องทำอะไรบ้างครับ ?
เมื่อมีวิกฤตการณ์ทางการเมืองอย่างในครั้งนี้ พี่ได้รับผิดชอบรายการพิเศษ ทางออกประเทศไทยค่ะ จัดคู่กับพิธีกรอีกท่าน คือ คุณวราวิทย์ ฉิมมณี (ซึ่งจัดคู่กันช่วงเช้า ในรายการวันใหม่ ไทยพีบีเอส ทุกวันจันทร์ถึงพุธ 6.30-7.30 น. อยู่แล้ว) สำหรับทางออกประเทศไทย เป็นรายการพิเศษที่ทางไทยพีบีเอสจัดขึ้นเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการหาทางออกให้กับความขัดแย้งทางการเมืองนอกเหนือจากการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไป ซึ่งเป็นบทบาทโดยตรงของสื่อสาธารณะอย่างไทยพีบีเอสค่ะ ความถี่ของรายการในแต่ละวันจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์เป็นหลัก พี่รับผิดชอบตั้งแต่เช้าหลังจบรายการวันใหม่ฯ จนถึงประมาณบ่ายสี่โมงเย็น จากนั้นจะมีพิธีกรอีกหลายท่านมารับช่วงต่อ
ก่อนจะเข้ารายการ ผู้ประกาศต้องเตรียมอะไรบ้างครับ ? (นอกจากเตรียมแต่งหน้า)
ก่อนจะเข้ารายการพิเศษ มีสิ่งที่ต้องทำเยอะมากค่ะ รวมถึงระหว่างมีรายการพิเศษด้วย นั้นคือ มอนิเตอร์ข่าว หรือเหตุการณ์ ร่วมกับทีมงานค่ะ ทีมงานจะประกอบไปด้วย บรรณาธิการหลักของรายการ, บรรณาธิการจากแต่ละโต๊ะข่าว, โปรดิวเซอร์ และเพื่อนๆ พี่ๆ นักข่าวในภาคสนาม คือพิธีกรต้องติดตามสถานการณ์จากสื่อต่างๆ กลั่นกรองร่วมกับบรรณาธิการ ว่าอะไรคือเรื่องสำคัญของแก่นแท้ข่าวนั้นๆ เพื่อรายงานได้อย่างถูกต้อง สร้างมุมมองข่าวที่เหมาะสมแก่คนดู และไม่เติมเชื้อไฟในสถานการณ์
ซึ่งเป้าหมายสำคัญ คือการหาทางออกให้กับประเทศ จึงมีการโทรศัพท์สัมภาษณ์สดแหล่งข่าว รวมถึงเชิญมาคุยสดในสตูดิโอ ซึ่งคงได้เห็นกันแล้วว่าเป็นบุคคลที่เชี่ยวชาญในหลายด้าน ซึ่งพิธีกรก็ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อให้เกิดวิจารณญาณในขณะสัมภาษณ์ ซึ่งมีผลให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายบนหน้าจอที่เรารับผิดชอบ ที่สำคัญคือ การคิดวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ทั้งตัวพิธีกรและทีมงาน ซึ่งจะช่วยให้หน้าจอออกมามีประโยชน์กับคนดูมากที่สุดค่ะ
พี่เองได้มีโอกาสไปรายงานภาคสนามอยู่บ้าง จึงทำให้เข้าใจธรรมชาติของการชุมนุม และเป็นพื้นฐานในการทำงานข่าวการชุมนุมได้ในระดับหนึ่ง คือพูดง่ายๆ นอกจากเราที่อยู่ในสตูดิโอ ยังมีเพื่อนพี่น้องนักข่าว ทีมงานออกอากาศ ทำงานในสนามอยู่อีกมาก การที่เราจะพูดอะไรควรที่จะเป็นเนื้อหาที่ผ่านการตรวจสอบ ไม่มีเจตนาเอนเอียง เพื่อให้ทีมงานในสนามทำงานได้ปกติ ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายจากคำพูดของเรา เพราะสิ่งหนึ่งที่ต้องตระหนักให้มาก คือ ต้องไม่สร้างความเข้าใจผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการทำข่าวในสถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้
มีเหตุการณ์ความตื่นเต้น ในขณะทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวการเมือง ไหมครับ ?
ต้องบอกน้องๆ ว่าพี่เองไม่ได้เติบโตมาในสายข่าวการเมืองโดยตรง เริ่มต้นจากการทำข่าวเศรษฐกิจ แต่ก็ได้มีโอกาสทำข่าวการเมืองมาบ้าง แต่ประสบการณ์ตรงมาอยู่ที่เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2553 และจนถึงครั้งนี้มาตรงกับเวรที่อ่านข่าวพอดี จึงได้มีโอกาสรับผิดชอบ พี่ไม่เคยตื่นเต้นในเหตุการณ์ประเภทนี้เลยสักครั้ง เพราะทุกครั้งที่ีเห็นภาพ เราจะสะเทือนใจ แต่ความสะเทือนใจไม่ใช่สิ่งที่จะพูดออกมาได้
ยกตัวอย่าง เหตุการณ์ที่มีการผลักดันกันระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ในปี 2553 ระหว่างที่พี่อ่านข่าวภาคเที่ยง หางตาพี่เหลือบเห็นภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากจอ line feed (คือช่องทางฝีดภาพของผู้สื่อข่าวที่ทยอยส่งเข้ามาในสถานีอยู่แล้ว) แต่ด้วยปากเรายังอ่านข่าวปกติอยู่ จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ไหน สักพักก็มีคำสั่งจากบรรณาธิการผ่านหูฟังผู้ประกาศ (ปกติผู้ประกาศข่าวจะได้รับการสื่อสารจากห้องออกอากาศผ่านหูฟัง คล้ายกับหูฟังวิทยุเคลื่อนที่ หรือวอร์น่ะค่ะ) ว่าเกิดการปะทะกัน จึงอยากให้เราพูดตามภาพ
แต่ ณ เวลานั้นเรารู้ว่าอารมณ์จากภาพมันรุนแรง เราจึงต้องคิดและกลั่นกรองทุกคำพูดทันทีในเวลานั้น เพราะเป็นเหตุด่วนไม่มีสคริปต์ พี่เองเลือกใช้คำว่า ผลักดัน โดยไม่ใช้การปะทะ เพราะจากการซักซ้อมทำความเข้าใจจากกองบรรณาธิการก่อนหน้านั้นให้ผู้ประกาศต้องระวังคำพูดที่รุนแรงกว่าเหตุให้มากๆ และเราจะไม่ระบุว่า ฝ่ายใดเริ่มก่อน เพื่อป้องกันการยั่วยุ เหตุการณ์นั่นถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรก ที่นั่งดำเนินรายการนานหลายชั่วโมง และเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นในหลายจุด มีความสูญเสียเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ
พี่หญิงคิดว่า 3 สิ่งที่ผู้ประกาศข่าว เหตุการณ์การเมืองควรมี คืออะไรครับ ?
อย่างแรกเลยคือ ความใฝ่รู้ เพราะข่าวการเมืองนั้นลุ่มลึก แหล่งข่าวมีมาก ทั้งข่าวลวงข่าวจริงที่หวังผลทางการเมือง เราต้องหาข้อมูลให้มากๆ หากพูดตามที่คนอื่นเขียนให้ทุกอย่าง เราอาจพลาดได้ค่ะ 2.สติข้อมูลที่มีในสมอง และการมีสติรับเหตุการณ์เฉพาะหน้าจะทำให้เราด้นสดได้เมื่อไม่มีสคริปต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมาก ไหวพริบและวิจารณญาณต้องมีเช่นกัน 3.การเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งจะทำให้เรามีกรอบในการทำงานที่ถูกต้องค่ะ
อยากให้ พี่หญิง ฝากถึงน้องๆ ที่มีความฝันอยากเป็นผู้ประกาศข่าว
สิ่งที่อยากฝากคือ พี่อยากให้ว่าที่ผู้ประกาศข่าว จงเชื่อมั่นในการเริ่มต้นจากการเป็นผู้สื่อข่าว เพราะการเป็นผู้สื่อข่าวที่ดี จะทำให้เรารู้จักสร้างกระบวนการคิด กลั่นกรองเนื้อหาและเรียบเรียงเนื้อหาได้ และจะเป็นจุดต่างจากคนที่อ่านดี อ่านเก่ง เพราะคุณคือคนที่คิดต่างอย่างสร้างสรรค์ได้ ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่มีฝันอยากเป็นผู้ประกาศข่าวทุกคนค่ะ
โอ้โห อ่านประสบการณ์ที่ พี่หญิง เล่าให้ฟังแล้ว หากเป็น พี่ลาเต้ คงจิตหลุดพูดผิดพูดถูกจนผู้ชมรำคาญเปลี่ยนช่องหนีไปแล้วแน่ๆ T T อาชีพผู้ประกาศไม่ใช่แค่พูดได้อย่างเดียวแต่ต้องพูดเป็นด้วย น้องคนไหนที่อยากทำงานด้านนี้ ฝึกพูดหน้าชั้นเรียน หรือหน้าเสาธงไว้เลยนะครับ ที่สำคัญอ่านข่าวเยอะๆ สุดท้ายนี้ พี่ลาเต้ ต้องขอขอบคุณ พี่หญิง พรวดี ลาทนาดี ที่มาแบ่งปันประสบการณ์ในวันนี้คร้าบ
ลาเต้ลิขิต: ชาวเด็กดีอยากเป็นผู้ประกาศ ข่าวประเภทไหน มาบอกกันหน่อยเร็วๆ







18 ความคิดเห็น
ผมก็อยากเป็น ชอบพูดเหมือนกันครับ
แต่บางทีผมก็พูดมากเกินไป ซึ่งเป็นข้อเสียอย่างมาก 5555
แต่หลังๆ เริ่มระวังคำพูดคำจาให้พอดีมีสาระ
ขอชื่นชมพี่มากเลยครับ ที่ทำหน้าที่นักข่าวได้ดีจริงๆ
และขอชื่นชม TPBS ที่นำเสนอข่าวอย่างเป็นกลางเสมอมา
อยากเป็นนักข่าวเกมกับไอที
อยากให้เว็บเด็กดีไปสัมภาษณ์อนุวัต เฟื่องทองแดง นักข่าวช่อง 7 บ้างจังเลย
เขา คือ ฮีโร่ของลูกพ่อขุนราม
ชื่นชมนักข่าวภาคสนามทุกๆคนครับ
ชักอยากสอบเอาใบผู้ประกาศซะแล้วสิ อิอิ
หนูก็อยากเป็นผู้ประกาศข่าวเหมือนกันค่ะ
ทุกวันนี้ข่าวการเมือง การหยุดเรียน เราต้องตามจากสื่อต่างๆด้วยเพื่อประกอบการพิจารณา...ซึ่งข่าวที่ทุกคนต้องการคือข่าวที่เป็นกลาง ขอชื่นชมสถานีโทรทัศน์ทุกช่องและสื่อทุกๆช่องทางที่นำเสนอเหตุการณ์ตลอดมาอย่างเที่ยงตรง เที่ยงธรรม เที่ยงแท้ และเป็นกลาง ขอชื่นชมด้วยใจจริงค่ะ
อยากเป็นผู้ประกาศข่าวการเมืองค่ะ เพราะต้องคิดวิเคราะห์แยกแยะเยอะน่าจะทำให้เรามีเหตุผลมากขึ้นด้วย
ปล.นักข่าวที่เราชอบคือพี่เอม(นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์) พี่เค้าดูเป็นคนมีเหตุผลดีแล้วก็เป็นรุ่นพี่โรงเรียนเราด้วย

เราชอบข่าวช่อง TPBS นะ รายการหรือแม้แต่ละครซีรีย์ของเขาก็ของดีทั้งนั้น
อยากให้เว็บเด็กดีสัมภาษณ์พี่ผู้ประกาศข่าวเรื่องเส้นทางสู่ผู้ประกาศข่าวมากคะ
ขอขอบคุณที่ให้คำอธิบายนะค่ะ
ขอขอบคุณที่ให้คำอธิบายนะค่ะ
อยากเป็นผู้ประกาศข่าวบันเทิงค่ะ