"ป้อ" จากเด็ก ม.6 ที่แอดมิชชั่นติดคนสุดท้ายของคณะ สู่สอบได้ที่ 1 ของเอก

          สวัสดีครับ ใครที่ท้อและเหนื่อยกับชีวิต ม.6 อยู่ ต้องอ่านเรื่องนี้ให้จบนะครับ เป็นเรื่องราวของพี่คนหนึ่งที่เลือกคณะได้หวาดเสียวมากกกกกกกก จนแอดมิชชั่นติดเข้าไปเป็นคนสุดท้ายของคณะ จน 1 ปีผ่านไปเขาพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และวันนี้เขาสอบได้เป็นที่ 1 ของเอกครับ ไปรู้จักกับเขากันเลย
 

 

แนะนำตัวหน่อย
          สวัสดีค่ะ ชื่อป้อ ธนิดา กนกเลิศวงศ์  ถ้ายังจำกันได้เป็น 1 ใน 10 ผู้เข้ารอบโครงการ Brands' Admission reality 3 ค่ะ ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 แล้ว คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) สาขานิเทศศาสตร์ เอกการโฆษณา มหาวิทยาลัยศิลปากร ค่ะ ^+^

เล่าตอนเลือกคณะแอดมิชชั่นให้ฟังหน่อย ?
           ตอนนั้นจำได้ว่ามีข้อกำจัดเยอะมากกกก ทั้งคะแนนก็น้อยนิด คณะที่อยากจะเข้าก็มีแต่คะแนนสูงๆ ส่วนคณะที่คะแนนถึงก็ไม่ชอบ (ปัญหาระดับชาติมาก)  แถมต้องเป็นมหาวิทยาลัยในกรุงเทพอีกด้วย เพราะที่บ้านไม่อยากให้ไปอยู่หอ แล้วก็ไม่อยากให้เดินทางไกล เพราะเป็นห่วงว่าจะเหนื่อยแล้วเรียนไม่ไหว ก็เลยได้ 4 อันดับมาตามนี้ค่ะ

           อันดับ 1 นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ติดลบ 3,500) << มีคนห้ามเยอะมากว่าเปลืองอันดับเปล่าๆ แต่ใจมันไม่ยอม ขอให้ได้เลือกเถอะนะ 5555
           อันดับ 2 วารสารศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (ติดลบ 2,200) << ตอนนั้นคิดว่าถ้าติดจริง จะดันทุรังขอที่บ้านไปอยู่หอให้ได้
           อันดับ 3 ICT สาขานิเทศศาสตร์ ม.ศิลปากร (บวกมา 500) << เพิ่งมารู้ว่าคณะนี้เรียนที่บางรักเอาเกือบๆวันสุดท้ายของการเลือก 4 อันดับ
           อันดับ 4 ธุรกิจจีน ม.เกษตรศาสตร์ (คณะเปิดใหม่) << เรียนศิลป์จีนมา เลยไม่อยากทิ้ง เลยเอาไว้ลุ้นๆ อันดับสุดท้าย


           เรียกได้ว่าแหกทุกกฏของการเลือก 4 อันดับ พี่ลาเต้ เคยบอกว่าให้เลือก 2 อันดับคือ ความฝัน อีก 2 อันดับคือความจริง แต่ป้อเองคิดว่า ป้ออยากทำความฝันให้เป็นจริง เลยเลือกทั้ง 4 อันดับเป็นความฝันหมดเลย แล้วคิดสะว่า เอกชนคือความจริง 55555 ซึ่งทั้ง 4 อันดับป้อเลือกเฉพาะที่อยากเรียนจริงๆ ไม่เลือกคณะที่เราคะแนนถึงแล้วคิดว่าติดชัวร์ๆ แล้วสละสิทธิ์ มันเหมือนไปกันที่คนอื่น เอาที่เราอยากเรียนจริงๆดีกว่า

ตอนประกาศผลรู้สึกยังไง และรู้ได้ไงว่าติดไปลำดับสุดท้ายของคณะ ?
           ตอนประกาศตกใจ และตื่นเต้นมาก ลึกๆก็ยังแอบหวังจุฬาฯถึงแม้จะติดลบ 3500 ก็ตาม แต่แล้วความจริงก็ปรากฏ ติดอันดับ 3 นิเทศฯ ศิลปากร แถมหลุดอันดับ 4 ด้วย โชคช่วยเอาไว้สุดๆ พอไปดูคะแนนต่ำสุดในคณะก็ยิ่งตกใจ เพราะเราบวกมาแค่ 190 เรียกได้ว่า ถ้าทำข้อสอบ GAT ผิดไปอีกสักข้อสองข้อคงไม่มีที่เรียนซะแล้ว ซึ่งถือว่า นิเทศฯ ศิลปากรที่นี่ พ้นข้อจำกัดเราทุกอย่าง คือ เดินทางสะดวก อยู่ในกรุงเทพ ไม่ต้องอยู่หอ และยังเป็นนิเทศที่เราอยากเรียนด้วยใจจริงๆ อีกด้วย ปล.โชคดีอีกอย่างคือปีป้อเป็นปีสุดท้ายที่เรียนที่กรุงเทพด้วย เพราะตอนนี้ปี 1 ย้ายไปเรียนที่เพชรบุรีแล้ว
 

ตอนเข้าไปเรียนเป็นอย่างที่คิดไว้ไหม ?
            บอกตามตรงเลย เรียนยากกว่าที่คิดเยอะ ไม่ค่อยเหมือนอย่างที่คิดไว้ตอนแรกเท่าไร เคยแอบท้ออยากจะซิ่วหลายครั้งมาก ก็คิดว่า นี่ขนาดเราเลือกเรียนอันที่ตัวเองชอบแล้วยังท้ออยากซิ่วขนาดนี้ ถ้าเกิดตอนนั้นเราเลือกอันที่ตัวเองไม่ชอบจะเป็นยังไงนะ ตอนที่เข้าไปปี 1 เรียนแต่ทฤษฎีเยอะมาก ไม่มีปฏิบัติเลย เพราะตอนที่คิดไว้คือ นิเทศคงมีแต่ฝึกปฏิบัติเยอะๆๆ กลับตรงกันข้ามหมด เลยมีปรึกษารุ่นพี่ว่าทำไมเป็นแบบนี้ รุ่นพี่ก็บอกว่า ใจเย็นๆก่อนนะ นี่เพิ่งปี 1 เอง ปี 2 ปี 3 ค่อยได้ทำเยอะชัวร์ไม่ต้องห่วง

            แถมยังมีวิชาคอมพิวเตอร์กราฟฟิก กับวิชาดรออิ้ง ซึ่งนิเทศฯ ที่อื่นไม่มี ด้วยความเป็นศิลปากรจึงต้องเรียนรู้พวกศิลปะเป็นพื้นฐานบ้าง เพราะนิเทศก็คือศิลปะการสื่อสารนั่นเอง 2 วิขานี้ทำคนซิ่วออกไปเยอะมาก มันโหดร้ายจริง นึกว่าเรียนสถาปัตย์อะไรอย่างนั้นเลย อีกอย่างเพื่อนๆ ที่เข้ามาเรียนที่นี่ได้คะแนนแอดมิชชั่นเยอะกว่าเรามาก มีพื้นฐานมากกว่า เราจึงเรียนแบบกดดันมาก


เกรดตอนที่เข้าไปเรียนตั้งแต่ปี 1-2 เป็นยังไงบ้าง ?
            ตอนปี 1 ทั้ง 2 เทอมได้ 3.57 ตอนนั้นก็ดีใจมากๆ เพราะรุ่นพี่บอกว่าปี 1 ได้ 3.00 ก็เก่งแล้ว เราได้เกินคาดมาเยอะ เพราะอย่างที่บอกไป เราเข้าคณะนี้มาด้วยอันดับเกือบสุดท้าย ทำให้เราต้องขยันกว่าคนอื่นจากแต่ก่อนไม่ค่อยอ่านหนังสือสอบ พอขึ้นปี 1 ก็กลัวว่าจะสู้เพื่อนๆไม่ได้ เพื่อนเก่งกันมาก เลยนั่งทำสรุปทุกๆ วิชา แล้วก็มีไปติวกับเพื่อนๆ ตอนเรียนก็อัดเสียง นั่งจดแทบทุกคำพูดอาจารย์ (อยากลองเป็นเด็กเนิร์ดดู) สุดท้ายก็ได้เกรดที่เกินคาดไว้มากเลย

            พอขึ้นปี 2 มาได้มีโอกาสไปดูดวงมา หมอดูบอกว่าให้ระวังนะ เกรดจะตกมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ป้อเองตกใจมาก กังวล เพื่อนๆ ก็บอกอย่าคิดมาก แต่ทำไงได้ ป้อเป็นคนเชื่อเรื่องพวกนี้ซะด้วย หลังจากวันนั้นกลับบ้านมาอ่านหนังสือเลย 5555 ทั้งอ่านทั้งจดเยอะกว่าเดิม ป่วยหนักก็จะลากร่างกายไปนั่งเรียน เพราะกลัวเกรดตก สุดท้ายประกาศออกมา ได้มากกว่าเดิมอีก 3.79 ต้องขอบคุณหมอดูท่านนั้นจริงๆ ที่ทำให้มีแรงฮึดขนาดนี้ (หมอดูแถวสามย่าน5555)
 

รู้สึกยังไงที่ได้ที่ 1 ของสาขาเอกที่เรียน ?
            รู้สึกดีใจมากกกกกค่ะ  เราไม่คิดว่าเราจะทำได้ขนาดนี้ เพราะตอนที่เราตั้งใจเรียนตั้งใจทำอะไรหลายๆอย่าง เรากลัวแค่เกรดจะตกเพราะหมอดูทักแค่นั้นเองค่ะ 55555 อีกอย่างไม่เคยสอบได้ที่ 1 ด้วย ตอนอยู่มัธยมได้สูงสุดแค่ที่ 2 แม่เคยบอกว่า ตอนอนุบาล 1 ป้อสอบได้ที่ 1 แต่เราเองจำไม่ได้เลยถือว่าไม่เคยได้เลย 55555555 แถมตอนประถมก็สอบได้แต่ที่ 30+ เรียกได้ว่าห่างจากที่ 1 มานานมากกกก เกือบ 16 ปี

วิชาที่ชอบที่สุดในคณะ ?
             ขอยกมา 3 วิชาแล้วกันนะคะ วิชาแรก คือ วิชาการสื่อสารการตลาด เพราะเป็นคนชอบวางแผน เวลาจะทำอะไรไปเที่ยวไหนก็จะมีโปรแกรมในหัวตลอด ซึ่งเราคิดว่าดีนะ เวลาทำอะไรจะได้มีจุดหมายปลายทาง

             วิชาจิตวิทยาการสื่อสาร เพราะมันเป็นประโยชน์และสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี ทำให้เราใจเย็นลง สังเกตพฤติกรรมคนมากขึ้น รับรู้ความรู้สึกคนได้ไวขึ้นค่ะ (อยากเรียนจนสามารถอ่านใจคนได้เลย ) และ วิชาหลักการความคิดสร้างสรรค์ ฟังชื่อวิชาแล้วเหมือนง่าย แต่พอเรียนจริงๆ พระเจ้าช่วยกล้วยปิ้ง!! มันเป็นวิชาที่นาปธรรมสุดๆ ชอบเพราะเราได้แตะคำว่าการทำโฆษณาจริงๆ ได้คิดโฆษณาต่างๆแล้วเอามาให้อาจารย์วิจารย์ซึ่งช่วยได้มากจริงๆ ค่ะ


ทำไมถึงเลือกเรียนเอกโฆษณา ?
             ป้อเป็นคนชอบดูโฆษณาแต่เด็ก (ต่างจากหลายๆคนที่เจอโฆษณาแล้วเปลี่ยนช่อง) เวลาดูโฆษณาแล้วรู้สึกสนุก เหมือนดูหนังสั้นๆ เรื่องนึง แค่ 30 วิก็ขายของได้แล้ว ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด ก็เลยทึ้งว่าเค้าทำได้ไง ใช้เวลาแค่  30 วิแต่จูงใจเราให้อยากได้ขนาดนี้ ป้อว่ามันเหมือนเป็นเวทมนตร์สะกดใจคนดู เลยอยากจะเรียนวิชานี้ อีกอย่างไม่ต้องทำนานๆเหมือนภาพยนต์ด้วย เพราะคิดว่า ทำสั้นๆอะ ง่าย 555555 จริงๆแล้วไม่เลย TT
 

ฝากอะไรถึงน้องๆ ที่จะแอดมิชชั่นปีนี้หน่อย
             ขอให้น้องๆ ทุกคนสู้นะคะ เลือกในสิ่งที่เราชอบ เลือกด้วยหัวใจจริงๆ เชื่อว่าเราทำได้ เชื่อในสิ่งที่เราทำ แล้วความเชื่อเท่านั้นจะเป็นพลังนำไปสู่ความฝันที่เป็นจริงค่ะ ทำให้เต็มที่ ทุกอย่างไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ยิ่งยากยิ่งมีค่า จุดหมายปลายทายไม่สำคัญเท่าขณะเดินไปสู่จุดหมายนั้นเราพบเจออะไรมาบ้าง อย่าให้คำพูดของใครมาทำให้เสียกำลังใจ และอย่าตอบโต้พวกเขาเหล่านั้น แต่พิสูจน์ให้เขาเห็นว่า เราทำได้!!

            โอ้โห!! ทิ้งท้ายได้อย่างสวยงามมากๆ ครับ พี่ลาเต้ คงไม่ต้องบรรยายอะไรเพิ่มแล้ว แต่ขอกระทืบ Like ให้ประโยคนี้ครับ "อย่าให้คำพูดของใครมาทำให้เสียกำลังใจ และอย่าตอบโต้พวกเขาเหล่านั้น แต่พิสูจน์ให้เขาเห็นว่า เราทำได้!!" เห็นด้วยครับ ไฟท์ติ้งงงง
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Nunewa Member 19 ธ.ค. 56 16:51 น. 3

ขอบคุณมากกเลยค่ะ เข้ามาอ่านแล้วฮึดมากกก ยิ่งประโยคทิ้งท้าย โดนมากกกเลยค่ะ ^^

หนูสมัครมหาลัยๆนึงไป แล้วตอนเช้าก็มีอาจารย์มาถามว่า"สมัครคณะอะไรหรอ"

พอตอบไปว่า"คณะเภสัชค่ะ" อาจารย์ท่านนั้นถามกลับว่า"ได้เกรดเท่าไหร่เนี่ย" 

วันนั้นก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าค่ะ ความฝันมันอยู่ที่เกรดหรือว่าอยู่ที่ตัวเรา เกรดกำหนดอนาคตหรอคะ 

1
far far away 24 ม.ค. 57 03:22 น. 3-1
ไม่หรอกค่ะน้อง พี่ได้เกรดอันดับกลางๆของโรงเรียนตอนนี้พี่เรียนวิศวะอยู่ที่ม.อ. พี่ไดเกรดน้อยแต่สามารถเรียนได้ สู้ๆน่ะเป็นกำลังใจให้เยี่ยม
0
กำลังโหลด
artwong_ac 19 ธ.ค. 56 17:57 น. 6
พี่เป็นแรงบัลดาลใจให้ผมมากเลย ผมเองก็อยากเรียนนิเทศนี่หล่ะ ตอนนี้อยู่ ม.6ครับ สภาพลำบากเหมือนเด็กแอด57ทุกคน ผมเองก็เรียนไม่เก่งนะ แต่พยายามมากๆ เวลาเรียนก็จดทุกตัวอักษร ตั้งใจฟังมาก แม้ผลออกมาจะไม่ค่อยดี มีได้บ้างไม่ได้บ้าง มันก็ทำให้เศร้าหลายๆครั้ง เสียใจกับผลตัวเอง แต่ต้องเข้าใจว่าเราไม่เก่ง หัวเราได้เท่านี้ แต่ผมก็ไม่เคยหยุดพยายามนะ แล้วผมก็คิดว่า ผมจะเลือกสี่อันแบบพี่นี่หล่ะ เลือกตามใจที่ตัวเองต้องการครับ ขอบคุณสำหรับ ข้อความให้กำลังใจดีๆ จากบทความนี้ครับ ตอนนี้กำลังท้อๆเลย อ่านหนังสือไปสอบ7วิชาสามัญ ก็หวังจะติดรับตรงนิเทศจุฬามากก ไม่อยากลงไปเหนื่อยกับสนามแอดกลางกับคนทั้งประเทศ เด็ก57ทุกคน สู้ๆนะ เราจะเดินไปด้วยกัน ไม่ว่าผลออกมาเป็นยังไง ถ้าเราตั้งใจทำ ผลมันต้องออกมาดีอยู่เเล้ว ถามตัวเองว่าทำเต็มที่รึยัง แค่นั้นหล่ะ :)
0
กำลังโหลด
ZZentre Ben TimEr 20 ธ.ค. 56 03:40 น. 12
มันก็จริงเนาะเราก็เข้ามาที่ สหวิทยาการ ปรัชญา การเมืองเศรษฐศาสตร์ มธ ท่าพระจันทร์ มาได้ก็ที่ท้ายๆเช่นกันด้วยที่แบบเราเข้ามาที่แบบท้ายๆ ทำให้มันมีแรงผลักดันจริงน่ะ ไม่ใช่ว่าเราจะท้ายเสมอไปนิจริงไหม รร เราอาจจะไม่ดังเหมือนรร เพื่อนๆคะแนนไม่เลิศเรอเพอเฟค แต่พี่คอนเฟริมเลยว่าถ้าเรามมีกำลังมันแรงเรียนจดทุกคำตั้งใจเรียนแต่ล่ะวิชา เกียรตินิยมลอยมาจ้า พี่ก็เกรด3.61 ตกใจอยู่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก พี่ต้องขออบใจความขยันมากกว่า คนฉลาดแพ้คนขยัน ขยันจดเลคเชอร์ ขยันฟังอาจารย์ ขยันเข้าเรียน ส่งงาน ขยันๆๆ ติวๆ สอบเพื่อน มีชัยไปกว่่าครึ่งแล้ว
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

34 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
Nunewa Member 19 ธ.ค. 56 16:51 น. 3

ขอบคุณมากกเลยค่ะ เข้ามาอ่านแล้วฮึดมากกก ยิ่งประโยคทิ้งท้าย โดนมากกกเลยค่ะ ^^

หนูสมัครมหาลัยๆนึงไป แล้วตอนเช้าก็มีอาจารย์มาถามว่า"สมัครคณะอะไรหรอ"

พอตอบไปว่า"คณะเภสัชค่ะ" อาจารย์ท่านนั้นถามกลับว่า"ได้เกรดเท่าไหร่เนี่ย" 

วันนั้นก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าค่ะ ความฝันมันอยู่ที่เกรดหรือว่าอยู่ที่ตัวเรา เกรดกำหนดอนาคตหรอคะ 

1
far far away 24 ม.ค. 57 03:22 น. 3-1
ไม่หรอกค่ะน้อง พี่ได้เกรดอันดับกลางๆของโรงเรียนตอนนี้พี่เรียนวิศวะอยู่ที่ม.อ. พี่ไดเกรดน้อยแต่สามารถเรียนได้ สู้ๆน่ะเป็นกำลังใจให้เยี่ยม
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
artwong_ac 19 ธ.ค. 56 17:57 น. 6
พี่เป็นแรงบัลดาลใจให้ผมมากเลย ผมเองก็อยากเรียนนิเทศนี่หล่ะ ตอนนี้อยู่ ม.6ครับ สภาพลำบากเหมือนเด็กแอด57ทุกคน ผมเองก็เรียนไม่เก่งนะ แต่พยายามมากๆ เวลาเรียนก็จดทุกตัวอักษร ตั้งใจฟังมาก แม้ผลออกมาจะไม่ค่อยดี มีได้บ้างไม่ได้บ้าง มันก็ทำให้เศร้าหลายๆครั้ง เสียใจกับผลตัวเอง แต่ต้องเข้าใจว่าเราไม่เก่ง หัวเราได้เท่านี้ แต่ผมก็ไม่เคยหยุดพยายามนะ แล้วผมก็คิดว่า ผมจะเลือกสี่อันแบบพี่นี่หล่ะ เลือกตามใจที่ตัวเองต้องการครับ ขอบคุณสำหรับ ข้อความให้กำลังใจดีๆ จากบทความนี้ครับ ตอนนี้กำลังท้อๆเลย อ่านหนังสือไปสอบ7วิชาสามัญ ก็หวังจะติดรับตรงนิเทศจุฬามากก ไม่อยากลงไปเหนื่อยกับสนามแอดกลางกับคนทั้งประเทศ เด็ก57ทุกคน สู้ๆนะ เราจะเดินไปด้วยกัน ไม่ว่าผลออกมาเป็นยังไง ถ้าเราตั้งใจทำ ผลมันต้องออกมาดีอยู่เเล้ว ถามตัวเองว่าทำเต็มที่รึยัง แค่นั้นหล่ะ :)
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Kullapat Krabuansang 19 ธ.ค. 56 19:16 น. 8
ผมก็คนสุดท้ายของ คณะวิทยาศาสตร์ สาขาพันธุศาสตร์ เลือกอันดับหนึ่ง เมื่อตอนแอด ปี 54 มันก็จริงน่ะครับถึงจะเข้ามาได้ที่โหลว แต่ก็ไม่ได้น้อยหน้าใครในภาคน่ะครับ มันอยู่ที่การปรับตัวอ่ะครับ ตอนนี้ปี 3 แว้ว เกรดก็ 3 ขึ้นไม่ได้ดีเลิสเลอแต่ถ้าประเมินตัวเองจาก ม.ปลาย ก็ถือว่าพัฒนาไปเยอะอ่ะครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ZZentre Ben TimEr 20 ธ.ค. 56 03:40 น. 12
มันก็จริงเนาะเราก็เข้ามาที่ สหวิทยาการ ปรัชญา การเมืองเศรษฐศาสตร์ มธ ท่าพระจันทร์ มาได้ก็ที่ท้ายๆเช่นกันด้วยที่แบบเราเข้ามาที่แบบท้ายๆ ทำให้มันมีแรงผลักดันจริงน่ะ ไม่ใช่ว่าเราจะท้ายเสมอไปนิจริงไหม รร เราอาจจะไม่ดังเหมือนรร เพื่อนๆคะแนนไม่เลิศเรอเพอเฟค แต่พี่คอนเฟริมเลยว่าถ้าเรามมีกำลังมันแรงเรียนจดทุกคำตั้งใจเรียนแต่ล่ะวิชา เกียรตินิยมลอยมาจ้า พี่ก็เกรด3.61 ตกใจอยู่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก พี่ต้องขออบใจความขยันมากกว่า คนฉลาดแพ้คนขยัน ขยันจดเลคเชอร์ ขยันฟังอาจารย์ ขยันเข้าเรียน ส่งงาน ขยันๆๆ ติวๆ สอบเพื่อน มีชัยไปกว่่าครึ่งแล้ว
0
กำลังโหลด
-3- Konni Shiwa ^0^ Member 20 ธ.ค. 56 13:57 น. 13

เราเข้ามาปีหนึ่งเกรดไม่ได้ขี้เหร่นะ แต่ยิ่งเรียนยิ่งดิ่งลงราวกับ Exponential ทุกวันนี้ดึงขึ้นลำบากสุดๆ ไม่รู้จะหากำลังใจให้หตังเองยังไง นอกจากทำมันไปเรื่อนๆ เสียใจฮือฮือ

0
กำลังโหลด
this is an ... 20 ธ.ค. 56 14:09 น. 14
ถ้าในเอกคนเรียนจะน้อยกว่า ปัจจัยอื่นๆ มีส่วนทำให้ไม่แปลกที่จะเป็นที่1 ของเอก จริงๆ เทียบกับทั้งคณะจะชัดเจนกว่่านะ บางอย่างมันมีอะไรมากกว่านั้น
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยเจ้าของ

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด