สวัสดีจ้า... แหม่ ผ่านมาอาทิตย์นึงแล้ว แต่ความมันส์ของการเม้าท์ 7 วิชาสามัญยังไม่หยุด เพราะนี่เป็นการสอบสนามแรกที่ทำเอาเด็ก ม.6 เงิบไปหลายวิชา แต่ที่จะมันส์กว่าใครจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก น้องๆ ที่จะเข้าแพทย์และทันตแพทย์ที่สมัครสอบ กสพท.ไว้ เพราะ 7 วิชาสามัญเป็นองค์ประกอบสำคัญของ กสพท. โดยต้องใช้ถึง 70% เลยทีเดียว แถมยังมีเกณฑ์ขั้นต่ำอีกด้วย!! ณ จุดนี้ก็ขอให้ได้คะแนนเยอะๆ สมความตั้งใจนะคะ (พนมมือรับพรกันด้วยค่า อิอิ)
และหลังจากสอบ 7 วิชาสามัญไปแล้ว ยังมีอีก 1 สนามที่รอน้องๆ กสพท.อยู่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบ 30% ที่เหลือ นั่นก็คือ การสอบวิชาเฉพาะแพทย์ ซึ่งเป็นปีแรกที่สอบวิชาเฉพาะหลังวันสอบ 7 วิชาสามัญ ก็หวังว่าน้องๆ จะได้เตรียมตัวกันมากขึ้นนะ และวันนี้พี่มิ้นท์ชวนพี่เอ๋ยหรือกัปตันเอ๋ย และพี่มิ้น จากคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล พร้อมด้วยพี่นัท จากคณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ มาพูดคุยเกี่ยวกับการสอบวิชาเฉพาะแพทย์ให้ฟัง ถ้าพร้อมแล้วไปดูพร้อมๆ กันเลยจ้า
Dek-D.com : แนะนำตัวให้น้องๆ รู้จักกันก่อนเลยจ้า
พี่เอ๋ย : สวัสดีค่ะ ชื่อเอ๋ยหรือกัปตันเอ๋ย BAR4 ณัฐพร สุทธิสว่างวงศ์ ตอนนี้เรียนอยู่คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล ปี1 ค่าาาา
พี่มิ้น : ชื่อ นส.ธันยพร เปรมกุศลชัย ปีที่ 1 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ค่ะ
พี่นัท : ชื่อ ณัฐธิดา กฤชวิศรุต คณะแพทยศาสตร์ มช. ปี1 ค่ะ
พี่เอ๋ย : สวัสดีค่ะ ชื่อเอ๋ยหรือกัปตันเอ๋ย BAR4 ณัฐพร สุทธิสว่างวงศ์ ตอนนี้เรียนอยู่คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล ปี1 ค่าาาา
พี่มิ้น : ชื่อ นส.ธันยพร เปรมกุศลชัย ปีที่ 1 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ค่ะ
พี่นัท : ชื่อ ณัฐธิดา กฤชวิศรุต คณะแพทยศาสตร์ มช. ปี1 ค่ะ
Dek-D.com : ผ่านมา 1 ปีแล้วยังจำความรู้สึกในวันสอบได้มั้ย เป็นยังไงบ้าง
พี่เอ๋ย : ยังจำได้ดีค่ะ วันสอบตอนนั้นตื่นเต้นมาก เพราะเป็นสนามที่เราหวังไว้มากที่สุด และเป็นสนามที่ควรจะเก็บคะแนนให้ได้เยอะๆ ก็รวบรวมสมาธิแล้วตั้งใจทำให้เต็มที่
พี่มิ้น : ผ่านมา 1 ปี จำได้ว่าก่อนสอบค่อนข้างกังวลนิดนึง ตื่นเต้นด้วย 555 แบบไม่รู้ว่าข้อสอบจะเป็นแบบไหน เพราะเพิ่งได้สอบเป็นครั้งแรก
พี่นัท : จำได้ค่ะ ตื่นเต้นมากกกก เพราะเป็นสนามที่ถือได้ว่าสำคัญที่สุดในชีวิตตอนนั้นก็ว่าได้ ก็เครียดๆ แอบกดดัน ตอนเช้าก่อนสอบก็ขอพรพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่เลยยย
พี่เอ๋ย : ยังจำได้ดีค่ะ วันสอบตอนนั้นตื่นเต้นมาก เพราะเป็นสนามที่เราหวังไว้มากที่สุด และเป็นสนามที่ควรจะเก็บคะแนนให้ได้เยอะๆ ก็รวบรวมสมาธิแล้วตั้งใจทำให้เต็มที่
พี่มิ้น : ผ่านมา 1 ปี จำได้ว่าก่อนสอบค่อนข้างกังวลนิดนึง ตื่นเต้นด้วย 555 แบบไม่รู้ว่าข้อสอบจะเป็นแบบไหน เพราะเพิ่งได้สอบเป็นครั้งแรก
พี่นัท : จำได้ค่ะ ตื่นเต้นมากกกก เพราะเป็นสนามที่ถือได้ว่าสำคัญที่สุดในชีวิตตอนนั้นก็ว่าได้ ก็เครียดๆ แอบกดดัน ตอนเช้าก่อนสอบก็ขอพรพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่เลยยย
Dek-D.com : ลักษณะข้อสอบวิชาเฉพาะแพทย์เป็นยังไงบ้างคะ
พี่เอ๋ย : ลักษณะโดยทั่วไปก็จะเหมือนกับหนังสือที่สามารถหาซื้อทำโจทย์ได้ มี 3 ฉบับ
1. ไอคิว
2. จริยธรรม
3. เชื่อมโยง
มีพักระหว่างสอบจริยธรรมเสร็จเพราะตอนนั้นช่วงพักกลางวันพอดีค่ะ
พี่มิ้น : ตอนสอบก็จะเจอข้อสอบไอคิวก่อนค่ะ จากนั้นตามด้วยพาร์ทจริยธรรมละก็ส่วนเชื่อมโยงจะอยู่ส่วนสุดท้าย ซึ่งส่วนเชื่อมโยงคล้ายกับแกทภาษาไทยค่ะ
พี่นัท : สำหรับข้อสอบไหวพริบ อันนี้ถ้าทำข้อสอบเก่าๆ มาก็พอทำได้นะคะ แต่เหมือนจะเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ ด้วย ที่สำคัญคือต้องบริหารจัดการเวลาดีๆ เพราะพี่ทำไม่ทันแบบเป๊ะเกินไม่ได้ทวนเลย ส่วนอันที่สองสอบคุณธรรม อันนี้ยากมากกกกก ต้องคิดอย่างดี ถึงตอนนี้พี่ยังไม่รู้เลยว่าต้องตอบแบบไหนถึงจะโดนใจกรรมการ 55555 ก็ให้คิดถึงความเป็นหมอให้มากๆ คิดแบบนี้น่าจะพอทำได้อยู่ค่ะ ส่วนอันที่สามเหมือนแกทเชื่อมโยง แต่ตอนพี่สอบไม่มีขีดตัวเน้นให้ ต้องขีดเองแต่ไม่ยาก อย่าคิดซับซ้อน ดูคำดีๆ บางคำอาจมีความหมายเหมือนกันแต่เราคิดไม่ถึง ลองร่างคร่าวๆ แล้วโยงๆ ดู แปลภาษาสัญลักษณ์เป็นภาษาพูด ว่ามันไม่ทะแม่งๆ ใช่ไหม?
พี่เอ๋ย : ลักษณะโดยทั่วไปก็จะเหมือนกับหนังสือที่สามารถหาซื้อทำโจทย์ได้ มี 3 ฉบับ
1. ไอคิว
2. จริยธรรม
3. เชื่อมโยง
มีพักระหว่างสอบจริยธรรมเสร็จเพราะตอนนั้นช่วงพักกลางวันพอดีค่ะ
พี่มิ้น : ตอนสอบก็จะเจอข้อสอบไอคิวก่อนค่ะ จากนั้นตามด้วยพาร์ทจริยธรรมละก็ส่วนเชื่อมโยงจะอยู่ส่วนสุดท้าย ซึ่งส่วนเชื่อมโยงคล้ายกับแกทภาษาไทยค่ะ
พี่นัท : สำหรับข้อสอบไหวพริบ อันนี้ถ้าทำข้อสอบเก่าๆ มาก็พอทำได้นะคะ แต่เหมือนจะเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ ด้วย ที่สำคัญคือต้องบริหารจัดการเวลาดีๆ เพราะพี่ทำไม่ทันแบบเป๊ะเกินไม่ได้ทวนเลย ส่วนอันที่สองสอบคุณธรรม อันนี้ยากมากกกกก ต้องคิดอย่างดี ถึงตอนนี้พี่ยังไม่รู้เลยว่าต้องตอบแบบไหนถึงจะโดนใจกรรมการ 55555 ก็ให้คิดถึงความเป็นหมอให้มากๆ คิดแบบนี้น่าจะพอทำได้อยู่ค่ะ ส่วนอันที่สามเหมือนแกทเชื่อมโยง แต่ตอนพี่สอบไม่มีขีดตัวเน้นให้ ต้องขีดเองแต่ไม่ยาก อย่าคิดซับซ้อน ดูคำดีๆ บางคำอาจมีความหมายเหมือนกันแต่เราคิดไม่ถึง ลองร่างคร่าวๆ แล้วโยงๆ ดู แปลภาษาสัญลักษณ์เป็นภาษาพูด ว่ามันไม่ทะแม่งๆ ใช่ไหม?
Dek-D.com : ในความรู้สึกของน้องๆ ทั้ง 3 คนที่ผ่านสนามสอบมาแล้ว วิชาไหนยากสุด วิชาไหนง่ายสุด แฉมาเลย
พี่เอ๋ย : วิชาที่ยากที่สุดคงเป็นจริยธรรม เพราะตกมีนด้วย คะแนนเน่ามาก 55555 วิชานี้ไม่ค่อยเหมาะกับคนคิดเยอะๆ อย่างเรา เพราะฉะนั้นถ้าจะทำพาร์ทนี้ต้องยึดความเป็นจริง ไม่ต้องตอบนางเอกไปหรือตอบจากความคิดของเราจริงๆไป ต้องประยุกต์บ้างว่า "ถ้าเป็นแพทย์" ส่วนวิชาที่ง่ายที่สุดคงเป็นเชื่อมโยงค่ะ เพราะผ่านข้อสอบแกทมาแล้ว แนวไม่ได้ต่างกันมาก และสามารถเก็บเต็มได้ง่ายที่สุด คนที่ได้เต็มก็มีเยอะด้วยนะ
พี่มิ้น : สำหรับมิ้น ถามว่าวิชาไหนยากสุดง่ายสุดมันตอบค่อนข้างยากนะ ส่วนตัวแล้วคิดว่าในส่วนของไอคิวน่าจะยากสุด เพราะมันต้องวัดเชาว์นเรานิดนึงบวกกับต้องคิดเร็วด้วย ส่วนที่ง่ายสุดและควรทำให้ได้คือส่วนของเชื่อมโยงเพราะส่วนนี้จะเปนตัวฉุดคะแนนเราขึ้นมาได้เยอะเลย
พี่นัท : วิชาที่ยากสุดนี่ยกให้วิชาคุณธรรม เพราะมันไม่มีอะไรตัดสินความดีได้อย่างชัดเจน ส่วนวิชาที่ง่ายที่สุดก็เชื่อมโยงเพราะชอบ จริงๆ เขาไม่ขีดเน้นมาให้จะทำให้ข้อสอบง่ายขึ้นนะ เพราะจะไม่ซับซ้อนอะค่ะ
พี่เอ๋ย : วิชาที่ยากที่สุดคงเป็นจริยธรรม เพราะตกมีนด้วย คะแนนเน่ามาก 55555 วิชานี้ไม่ค่อยเหมาะกับคนคิดเยอะๆ อย่างเรา เพราะฉะนั้นถ้าจะทำพาร์ทนี้ต้องยึดความเป็นจริง ไม่ต้องตอบนางเอกไปหรือตอบจากความคิดของเราจริงๆไป ต้องประยุกต์บ้างว่า "ถ้าเป็นแพทย์" ส่วนวิชาที่ง่ายที่สุดคงเป็นเชื่อมโยงค่ะ เพราะผ่านข้อสอบแกทมาแล้ว แนวไม่ได้ต่างกันมาก และสามารถเก็บเต็มได้ง่ายที่สุด คนที่ได้เต็มก็มีเยอะด้วยนะ
พี่มิ้น : สำหรับมิ้น ถามว่าวิชาไหนยากสุดง่ายสุดมันตอบค่อนข้างยากนะ ส่วนตัวแล้วคิดว่าในส่วนของไอคิวน่าจะยากสุด เพราะมันต้องวัดเชาว์นเรานิดนึงบวกกับต้องคิดเร็วด้วย ส่วนที่ง่ายสุดและควรทำให้ได้คือส่วนของเชื่อมโยงเพราะส่วนนี้จะเปนตัวฉุดคะแนนเราขึ้นมาได้เยอะเลย
พี่นัท : วิชาที่ยากสุดนี่ยกให้วิชาคุณธรรม เพราะมันไม่มีอะไรตัดสินความดีได้อย่างชัดเจน ส่วนวิชาที่ง่ายที่สุดก็เชื่อมโยงเพราะชอบ จริงๆ เขาไม่ขีดเน้นมาให้จะทำให้ข้อสอบง่ายขึ้นนะ เพราะจะไม่ซับซ้อนอะค่ะ
Dek-D.com : ทำข้อสอบแล้วคล้ายๆ กับที่เราอ่านมาบ้างมั้ยคะ
พี่เอ๋ย : จะบอกว่าเหมือนเลยก็ได้ค่ะ ไม่ใช่ว่าก๊อบโจทย์มาลงนะคะ แต่หมายถึงวิธี แนวคิด หลักที่ใช้ในการแก้ปัญหาก็จะเหมือนๆกัน คือถ้าทำโจทย์มาเยอะพอสมควร (สัก 2-3 เล่ม) ก็จะเก็บคะแนนความถนัดแพทย์ได้ไม่ยากค่ะ
พี่มิ้น : พอเจอข้อสอบจริงๆ ในส่วนของวัดไอคิวก็พอมีบ้าง แต่ส่วนจริยธรรมไม่ค่อยเหมือน ส่วนเชื่อมโยงก้จะต่างกับแกทไทยตรงที่เค้าจะไม่ทำตัวหนาตรงคำศัพท์ให้ซึ่งเราต้องหาเอาเองค่ะ
พี่นัท : สำหรับนัทก็คล้ายกับเพื่อนๆ ค่ะ คือเป็นแนวเดิม มีพลิกแพลงบ้างแต่ไม่พลิกขั้วค่ะ
พี่เอ๋ย : จะบอกว่าเหมือนเลยก็ได้ค่ะ ไม่ใช่ว่าก๊อบโจทย์มาลงนะคะ แต่หมายถึงวิธี แนวคิด หลักที่ใช้ในการแก้ปัญหาก็จะเหมือนๆกัน คือถ้าทำโจทย์มาเยอะพอสมควร (สัก 2-3 เล่ม) ก็จะเก็บคะแนนความถนัดแพทย์ได้ไม่ยากค่ะ
พี่มิ้น : พอเจอข้อสอบจริงๆ ในส่วนของวัดไอคิวก็พอมีบ้าง แต่ส่วนจริยธรรมไม่ค่อยเหมือน ส่วนเชื่อมโยงก้จะต่างกับแกทไทยตรงที่เค้าจะไม่ทำตัวหนาตรงคำศัพท์ให้ซึ่งเราต้องหาเอาเองค่ะ
พี่นัท : สำหรับนัทก็คล้ายกับเพื่อนๆ ค่ะ คือเป็นแนวเดิม มีพลิกแพลงบ้างแต่ไม่พลิกขั้วค่ะ
Dek-D.com : ตอนประกาศคะแนนเป็นยังไงบ้าง แล้วกลัวมั้ยที่ต้องลุ้น O-NET อีก
พี่เอ๋ย : ตอนประกาศ ตอนแรกแอบผิดหวังเล็กน้อยเพราะหวังไว้มากกว่านี้ค่ะ คะแนนที่ได้คร่าวๆ คือ 20.7 พอมานั่งคิดไปคิดมาก็เลิกผิดหวังเพราะมีนทั้งหมดอยู่ประมาณ 16 ค่ะ ซึ่งเราก็เกินมาพอสมควร ได้พาร์ทไอคิว 65 จริยธรรม 41 และเชื่อมโยง 100 เต็มค่ะ สำหรับ ONET กลัวมากๆ กลัวที่สุดแล้ว เหมือนสอบเสร็จแต่ยังไม่สุด ต้องมารอประกาศอีก T_T
พี่มิ้น : ตอนประกาศคะแนนตื่นเต้นมากค่ะ 555 แต่คะแนนออกมาก็ค่อนข้างพอใจทีเดียว มิ้นได้ 20.8 ค่ะ
พี่นัท : บอกได้คำเดียวว่าตอนประกาศผลตื่นเต้นมากกกก เพราะมันเป็นคะแนนส่วนแรกที่เราจะเก็บสะสมไว้ได้ มันเป็นส่วนที่ทำคะแนนง่ายกว่าข้อสอบ 7 วิชาด้วยแหละ คะแนนขึ้นง่าย แล้วยิ่งสอบก่อนก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย คะแนนก็ใกล้เคียงกับเพื่อนๆ ได้มา 20.9 จ้าาา
ส่วนโอเน็ตนี่กลัวมากก เพราะเป็นด่านสุดท้ายแล้ว คือกว่าจะได้เรียนหมอนี่ยากจริงๆ ขั้นตอนเยอะ เหนื่อยกว่าคณะอื่นๆ ตั้งแต่สอบเข้าเลยยย กลัวพลาดเหมือนกันเพราะไม่ใช่ว่าจะเคยผ่านทุกคน แต่ถ้าน้องได้หมอหรือหมอฟันแล้ว โอเน็ตจะเป็นเพียงสนามสอบเล็กๆ ไม่ยากมากหรอกแต่ต้องรอบคอบ ห้ามทิ้ง อย่าชะล่าใจ
พี่เอ๋ย : ตอนประกาศ ตอนแรกแอบผิดหวังเล็กน้อยเพราะหวังไว้มากกว่านี้ค่ะ คะแนนที่ได้คร่าวๆ คือ 20.7 พอมานั่งคิดไปคิดมาก็เลิกผิดหวังเพราะมีนทั้งหมดอยู่ประมาณ 16 ค่ะ ซึ่งเราก็เกินมาพอสมควร ได้พาร์ทไอคิว 65 จริยธรรม 41 และเชื่อมโยง 100 เต็มค่ะ สำหรับ ONET กลัวมากๆ กลัวที่สุดแล้ว เหมือนสอบเสร็จแต่ยังไม่สุด ต้องมารอประกาศอีก T_T
พี่มิ้น : ตอนประกาศคะแนนตื่นเต้นมากค่ะ 555 แต่คะแนนออกมาก็ค่อนข้างพอใจทีเดียว มิ้นได้ 20.8 ค่ะ
พี่นัท : บอกได้คำเดียวว่าตอนประกาศผลตื่นเต้นมากกกก เพราะมันเป็นคะแนนส่วนแรกที่เราจะเก็บสะสมไว้ได้ มันเป็นส่วนที่ทำคะแนนง่ายกว่าข้อสอบ 7 วิชาด้วยแหละ คะแนนขึ้นง่าย แล้วยิ่งสอบก่อนก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย คะแนนก็ใกล้เคียงกับเพื่อนๆ ได้มา 20.9 จ้าาา
ส่วนโอเน็ตนี่กลัวมากก เพราะเป็นด่านสุดท้ายแล้ว คือกว่าจะได้เรียนหมอนี่ยากจริงๆ ขั้นตอนเยอะ เหนื่อยกว่าคณะอื่นๆ ตั้งแต่สอบเข้าเลยยย กลัวพลาดเหมือนกันเพราะไม่ใช่ว่าจะเคยผ่านทุกคน แต่ถ้าน้องได้หมอหรือหมอฟันแล้ว โอเน็ตจะเป็นเพียงสนามสอบเล็กๆ ไม่ยากมากหรอกแต่ต้องรอบคอบ ห้ามทิ้ง อย่าชะล่าใจ
Dek-D.com : แล้วน้องเอ๋ย น้องมิ้น น้องนัท ตรียมตัวมานานขนาดไหนก่อนลงสนามสอบนี้
พี่เอ๋ย : สำหรับความถนัดแพทย์ ปีพี่สอบตอนเดือนพฤศจิกายน เตรียมตัวประมาณ 1 เดือนค่ะ ก็คือเริ่มทยอยทำโจทย์ตั้งแต่ ตุลาคม วิชานี้สำหรับพี่ต้องเตรียมตัวใกล้ๆ สอบ เพราะไม่ใช่วิชาที่ใช้ความจำ แต่วัดทักษะมากกว่า
พี่มิ้น : เตรียมตัวมานานมั้ย ก็พอสมควร ประมาณเดือนถึงสองเดือนก่อนสอบค่ะ
พี่นัท : เตรียมตัวจริงๆ ก็ตอนกรกฎาค่ะ เริ่มอ่านชีวะก่อนแล้วรู้สึกว่ามันผิดพลาด เพราะอ่านมาแล้วก็ลืมต้องอ่านใหม่ T^T
Dek-D.com : มองย้อนกลับไปวันที่ตัวเองสอบ มีอะไรที่ผิดพลาดแล้วอยากฝากเตือนน้องๆ บ้าง
พี่เอ๋ย : สิ่งที่ผิดพลาดก็คงเป็นพาร์ทจริยธรรมที่ได้บอกไปแล้วว่า อย่าคิดเยอะ ให้คิดว่าถ้าเราเป็นหมอเราจะทำยังไง ไม่ต้องตอบโอเวอร์จนเกินไป แต่ตอบให้อยู่ในความเป็นจริง แล้วอีกเรื่องคือการแบ่งเวลาทำข้อสอบ ต้องแบ่งเวลาให้ดีมากๆ
พาร์ทไอคิว --> ทำไม่ทัน เพราะคิดเยอะมาก เพราะฉะนั้นเจอข้อไหนที่คิดว่าคิดนาน เช่น พวกอนุกรม ควรข้ามไปก่อนเลย หาแนวที่เราถนัดทำก่อนดีกว่า เพราะมีข้อที่มองแล้วตอบได้เลยเยอะพอสมควร
พาร์ทจริยธรรม --> เวลาเหลือเฟือ เพราะฉะนั้นคิดไปเรื่อยๆ ค่ะ แต่อย่าเพิ่งเบื่ออ่านนะ เพราะมีแต่ตัวหนังสือเต็มไปหมด (อย่างกะข้อสอบวิชาภาษาไทย -_-)
พาร์ทเชื่อมโยง --> อันนี้เวลาก็เหลือเฟือ เอาเวลาที่เหลือค่อยๆ ทวน แต่ไม่ต้องมานั่งย้ำคิดวิตกเติมนู่น ลบนี่ จนคำตอบมันขาดหรือเกิน จะทำให้เสียคะแนนไปโดยไร้ประโยชน์นะคะ
พี่นัท : สิ่งที่ผิดพลาดในวันนั้นคือทำช้าาาา ตอนไหวพริบ ให้ตั้งสติดีๆ ข้อไหนทำไม่ได้มั่วเลยเพราะไม่มีโอกาสกลับมาทวนหรอก ให้รอบคอบมากๆ
พี่เอ๋ย : สิ่งที่ผิดพลาดก็คงเป็นพาร์ทจริยธรรมที่ได้บอกไปแล้วว่า อย่าคิดเยอะ ให้คิดว่าถ้าเราเป็นหมอเราจะทำยังไง ไม่ต้องตอบโอเวอร์จนเกินไป แต่ตอบให้อยู่ในความเป็นจริง แล้วอีกเรื่องคือการแบ่งเวลาทำข้อสอบ ต้องแบ่งเวลาให้ดีมากๆ
พาร์ทไอคิว --> ทำไม่ทัน เพราะคิดเยอะมาก เพราะฉะนั้นเจอข้อไหนที่คิดว่าคิดนาน เช่น พวกอนุกรม ควรข้ามไปก่อนเลย หาแนวที่เราถนัดทำก่อนดีกว่า เพราะมีข้อที่มองแล้วตอบได้เลยเยอะพอสมควร
พาร์ทจริยธรรม --> เวลาเหลือเฟือ เพราะฉะนั้นคิดไปเรื่อยๆ ค่ะ แต่อย่าเพิ่งเบื่ออ่านนะ เพราะมีแต่ตัวหนังสือเต็มไปหมด (อย่างกะข้อสอบวิชาภาษาไทย -_-)
พาร์ทเชื่อมโยง --> อันนี้เวลาก็เหลือเฟือ เอาเวลาที่เหลือค่อยๆ ทวน แต่ไม่ต้องมานั่งย้ำคิดวิตกเติมนู่น ลบนี่ จนคำตอบมันขาดหรือเกิน จะทำให้เสียคะแนนไปโดยไร้ประโยชน์นะคะ
พี่นัท : สิ่งที่ผิดพลาดในวันนั้นคือทำช้าาาา ตอนไหวพริบ ให้ตั้งสติดีๆ ข้อไหนทำไม่ได้มั่วเลยเพราะไม่มีโอกาสกลับมาทวนหรอก ให้รอบคอบมากๆ
Dek-D.com : เป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่จะสอบ กสพท. วันที่ 1 ก.พ. นี้หน่อยจ้า
พี่เอ๋ย : พอได้รู้ว่ารุ่นนี้สอบความถนัดแพทย์หลังสอบ 7 วิชา ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะพอเราสอบข้อสอบหลักไปแล้ว จะทำให้รู้ว่าเราทำได้มากหรือน้อยแค่ไหน พอประมาณตัวเองได้แล้ว ก็มาแก้ไขเก็บคะแนนในส่วนนี้ เพราะเชื่อว่า เก็บไม่ยากค่ะ และไม่ต้องกังวลว่าไม่เคยผ่านสนามสอบแกทมาก่อนจะทำเชื่อมโยงได้ไหม เพราะหลายๆ คนคงเตรียมตัวทำข้อสอบในส่วนนี้มามากพอแล้ว ข้อสอบจริงก็ไม่ต่างจากโจทย์เก่าๆ ที่ใช้แนวคิดเหมือนกัน ก็อยากให้ทุกคนเก็บคะแนนในส่วนนี้ได้เยอะๆ ตั้งใจทำดีๆ เพราะไม่ยากอย่างที่คิด อย่ากลัวไปก่อนน้า และขอให้คะแนนเป็นไปตามที่หวังทุกคนนะคะ
พี่มิ้น : ในตอนสอบอยากให้น้องมีสติมากๆ ยิ่งตอนข้อสอบในส่วนหลังน้องอาจจะเบลอๆ ได้ ขออวยพรให้น้องที่สอบในปีนี้ทุกคนทำข้อสอบได้อ่านมาออกตรงทุกคนเลย มีสติกับการทำข้อสอบมากๆนะ ตั้งใจและอดทนให้มากไฟต์ติ้งๆ
พี่นัท : ก็ขอให้น้องๆ ทุกคนสมหวังกับสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ ถ้าน้องเต็มที่กับมันแล้ว มันก็ไม่ยากที่จะสำเร็จ แต่พี่ขอเตือนว่าสิ่งที่ง่ายที่สุดของการเปนหมอคือการสอบเข้า นะคะ
พี่เอ๋ย : พอได้รู้ว่ารุ่นนี้สอบความถนัดแพทย์หลังสอบ 7 วิชา ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะพอเราสอบข้อสอบหลักไปแล้ว จะทำให้รู้ว่าเราทำได้มากหรือน้อยแค่ไหน พอประมาณตัวเองได้แล้ว ก็มาแก้ไขเก็บคะแนนในส่วนนี้ เพราะเชื่อว่า เก็บไม่ยากค่ะ และไม่ต้องกังวลว่าไม่เคยผ่านสนามสอบแกทมาก่อนจะทำเชื่อมโยงได้ไหม เพราะหลายๆ คนคงเตรียมตัวทำข้อสอบในส่วนนี้มามากพอแล้ว ข้อสอบจริงก็ไม่ต่างจากโจทย์เก่าๆ ที่ใช้แนวคิดเหมือนกัน ก็อยากให้ทุกคนเก็บคะแนนในส่วนนี้ได้เยอะๆ ตั้งใจทำดีๆ เพราะไม่ยากอย่างที่คิด อย่ากลัวไปก่อนน้า และขอให้คะแนนเป็นไปตามที่หวังทุกคนนะคะ
พี่มิ้น : ในตอนสอบอยากให้น้องมีสติมากๆ ยิ่งตอนข้อสอบในส่วนหลังน้องอาจจะเบลอๆ ได้ ขออวยพรให้น้องที่สอบในปีนี้ทุกคนทำข้อสอบได้อ่านมาออกตรงทุกคนเลย มีสติกับการทำข้อสอบมากๆนะ ตั้งใจและอดทนให้มากไฟต์ติ้งๆ
พี่นัท : ก็ขอให้น้องๆ ทุกคนสมหวังกับสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ ถ้าน้องเต็มที่กับมันแล้ว มันก็ไม่ยากที่จะสำเร็จ แต่พี่ขอเตือนว่าสิ่งที่ง่ายที่สุดของการเปนหมอคือการสอบเข้า นะคะ
พอพี่เอ๋ย พี่มิ้น และพี่นัท สอบ กสพท.ผ่านจนได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยในฝันกันแล้วดูมีความสุขมากๆ ถ้าน้องๆ อยากอิ่มเอมเปรมใจแบบนี้บ้าง ก็เตรียมตัวมาให้ดีนะคะ ยังมีเวลาอีกเกือบ 1 เดือน
และเท่าที่พี่มิ้นท์จับใจความการสัมภาษณ์ครั้งนี้ได้ พี่ๆ ทั้ง 3 พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "พาร์ทเชื่อมโยง" เป็นพาร์ทที่ง่ายและทำแต้มได้เยอะที่สุด คล้ายกับแกทภาษาไทย ดังนั้นถ้าซ้อมแกทภาษาไทยมาเยอะๆ คะแนนส่วนนี้คงไม่หลุดมือไปไหน และอย่าลืมพกสติเข้าห้องสอบด้วย จะได้ทำข้อสอบได้เต็มที่ 100%... พี่มิ้นท์ก็ขอให้น้องๆ ชาว Dek-D.com ที่สอบ กสพท. 1 ก.พ.57 นี้โชคดีเช่นกันจ้า
และเท่าที่พี่มิ้นท์จับใจความการสัมภาษณ์ครั้งนี้ได้ พี่ๆ ทั้ง 3 พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "พาร์ทเชื่อมโยง" เป็นพาร์ทที่ง่ายและทำแต้มได้เยอะที่สุด คล้ายกับแกทภาษาไทย ดังนั้นถ้าซ้อมแกทภาษาไทยมาเยอะๆ คะแนนส่วนนี้คงไม่หลุดมือไปไหน และอย่าลืมพกสติเข้าห้องสอบด้วย จะได้ทำข้อสอบได้เต็มที่ 100%... พี่มิ้นท์ก็ขอให้น้องๆ ชาว Dek-D.com ที่สอบ กสพท. 1 ก.พ.57 นี้โชคดีเช่นกันจ้า





14 ความคิดเห็น
โห พวกพี่เจ๋งมากอ่าาาา 20 อัพกันทุกคนเลยยยย หนูจะทำให้ได้บ้างๆๆๆ
ขอบคุณที่มาแนะแนวทางและเป็นกำลังใจให้นะคะ
พี่ๆอ่านเล่มไหนกันบ้างคะ
น้องรอปีหน้า แต่จะกล้าไปสอบรึเปล่า อันนี้ก็อีกเรีอง T^T
อุ๊ย!! ตื่นเต้นจุงเบย
Fighting!!!! my idool.
อยากเป็นรุ่นน้องพวกพี่ๆจัง