จากกรณีที่กลุ่มอาจารย์สายวิทยาศาสตร์ได้แสดงความเป็นห่วงการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อด้วยระบบกลางหรือ แอดมิชชั่นในสายวิทยาศาสตร์ที่มีการนำวิชาแกนหลักของกลุ่มวิทยาศาสตร์ ได้แก่ เคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์ มารวมเป็นกลุ่มสาระเดียวกันโดยไม่แยกเป็นรายวิชาจึงทำให้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกอาจมีพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่ดีพอ ซึ่งในปัจจุบันผู้ที่เข้าคณะวิทยาศาสตร์ก็มีแนวโน้มคะแนนเฉลี่ยลดต่ำลง และมีการขอย้ายคณะมากขึ้นนั้น  รศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สุรนารี (มทส.) กล่าวว่า เท่าที่ตนได้คุยกับอาจารย์สายวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่รู้สึกห่วงใยเรื่องดังกล่าวจริง เพราะระบบแอดมิชชั่นมีการนำวิชาแกนหลักของกลุ่มวิทยาศาสตร์ มารวมเป็นกลุ่มสาระเดียวกันและยังให้คะแนนเทียบเท่ากับกลุ่มสาระวิชาภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ หรือคณิตศาสตร์ ทั้งที่จริง ๆ แล้วจะนำมาเทียบกันไม่ได้ เพราะความลุ่มลึกของแต่ละสาขาวิชาต่างกัน

 
 

รศ.ดร.ประสาท กล่าวต่อไปว่า ในช่วง 2 ปีที่ยังต้องใช้องค์ประกอบการคัดเลือกแบบเดิม ตนเห็นว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องทำคือการปรับพื้นฐานความรู้ให้แก่เด็ก โดยอาจจะจัดชั้นสอนเสริมให้แก่เด็กปี 1 โดยเฉพาะวิชาฟิสิกส์ ส่วนประเด็นที่ว่าการรวมวิชาแกนหลักของกลุ่มวิทยาศาสตร์ทำให้ได้เด็กที่มีพื้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่แน่นพอจนทำให้เกิดการขอย้ายคณะมากขึ้นนั้น ตนเห็นว่าอาจจะมีความสัมพันธ์กันอยู่บ้าง แต่คงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุด เพราะกระบวนการคัดเลือกก็ใช้มาตรฐานเดียวกัน ดังนั้นเมื่อใครผ่านการคัดเลือกเข้ามาได้ก็ต้องถือว่ามีศักยภาพดี เพียงแต่ว่ามหาวิทยาลัยต้องมาช่วยดูด้วยว่าเด็กอ่อนวิชาไหนก็ต้องช่วยเติมเต็มให้

 

ด้าน ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า โดยส่วนตัวมองว่าระบบแอดมิชชั่นดีอยู่แล้ว เพราะช่วยให้เด็กได้เรียนในสาขาที่ต้องการมากขึ้น ส่วนการที่จะให้กลับไปสอบเหมือนเดิมที่ให้ค่าน้ำหนักแต่ละวิชา ได้แก่ เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ เต็ม 100 คะแนน ก็คงทำไม่ได้ เพราะเราได้ประกาศให้เด็กทราบแล้วว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรและการจะเปลี่ยนแปลงอะไรจะต้องประกาศล่วงหน้า 3 ปี ซึ่ง ทปอ.ก็จะปรับเปลี่ยนองค์ประกอบการคัดเลือกของระบบแอดมิชชั่นในปี 2553 อยู่แล้ว

ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

7 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
.............. 4 ส.ค. 50 16:47 น. 2
คห. บนคิดได้ไงอะ แยกอะดีแล้ว คะแนนมันต่ำลงไม่เห็นหรอ ถ้าไม่แยกก็เท่ากับว่าเปิดโอกาสให้พวกเก่ง ไทย สังคม อังกิด ไปเรียนคณะวิทยาศาสตร์ มากว่า พวกที่เก่ง ฟิสิก เคมี ชีวะดิ คิดดีๆนะ ฟิสิก เคมี ชีวะ ยากมั้ย สมมติคนนึงเก่ง 3 วิชานี้ แต่ 3 วิชานี้รวมกันได้แค่ 100 คะแนน แต่อีกคนเก่ง ไทย สังคม อังกิด 3 วิชานี้รวมกัน 300 คะแนน ไหนจาโอเนตอีก แต่วิทยาศาสตร์ เอเนตก็โอเนตเนื้อหาก็ออกไม่เหมือนกันอีก - -* ก็ถือว่าเปนคนละวิชาไป ก็เท่ากับว่า คนเก่งไทย สังคม อังกิด ได้เข้าไปเรียนคณวิทย์ เหอะๆ สรุป เราเชียร์ให้แยกกกกกกกกก
0
กำลังโหลด
น้องแนว 4 ส.ค. 50 19:36 น. 3
นั้นดิ คห1 คิดด้ายงัย ! เสียเปรียบจะตาย อ่านฟิสิก เคมี ชีวะ แทบแย่ ! รวมกัน 100 คะแนน แยกชุดเหอะ
0
กำลังโหลด
ดักดาน 4 ส.ค. 50 20:43 น. 4
อ๋อ ไม่เเยกฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เพราะต้องบอกก่อนล่วงหน้า 3 ปี อ้าว??? เเล้ว ที่สอบสุขศึกษา ศิลปะ อะไรพวกนี้ ไม่ต้องบอกก่อน * 3 ปี * หรือค่ะ? ประเทศไทยเจริญเเน่ ฟันธง!
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เขขข 2 ก.ย. 50 21:14 น. 8
บอกว่าต้องวางแผนและประกาศล่วงหน้าก่อน 3 ปี แล้ววทำไมเพิ่งมาบอกว่า โอเนตต้องตรงกับปีการศึกษาที่จบล่ะ สอบได้ครั้งเดียวพอรับได้แต่กรณีนี้น่าวิตกมาก
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด