"ลูกพลับ" ซิ่วมา 3 ปี เพื่อวันนี้ที่รอคอย วันที่สอบติดหมอ

            สวัสดีครับ รางวัลแด่คนช่างฝัน นั้นมีอยู่จริงครับ ถึงจะได้ช้าหน่อยแต่ก็ได้แน่นอน วันนี้ พี่ลาเต้ ขอเสนอเรื่องราวของน้องคนนึง "สอบ+ซิ่วมา 3 ปี เพื่อวันนี้ที่รอคอย" เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเธอได้รับข่าวดีว่าสอบติดหมอ หลังตามฝันมายาวนานถึง 3 ปี ไปติดตามเรื่องราวของเธอกันครับ

แนะนำตัวหน่อย ?
             สวัสดีค่า ชื่อลูกพลับค่ะ นางสาววิภาวี เวชวงศ์วาน หากยังจำกันได้ลูกพลับเป็นกัปตัน Brand's Admission Reality ปี 3 ตอนนี้เป็นนิสิตคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 1 และปีที่แล้วเป็นนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะนี้เป็นผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก คุณจีรวุฒิ หงสกุล

ตอนที่รู้ผลว่าสอบติดหมอ ทำอะไรอยู่ ?
             ขณะรู้ผลอยู่กับเพื่อนหมอ มศว คนหนึ่งที่สถานีรถไฟฟ้าอโศกค่ะ ตอนนั้นกำลังคิดกันอยู่ว่าจะไปไหนดี พอดีดูโทรศัพท์เห็นเพื่อนที่จิตวิทยาโทรมา เลยโทรกลับ เพื่อนบอกว่าผลออกละนะ รู้หรือยัง ? ส่งผลคะแนนไปให้ในไลน์อ่ะ พอดีตอนนั้นแบตใกล้จะหมดเลยบอกให้เพื่อนบอกคะแนนมา ตอนแรกที่เพื่อนบอกคะแนนต่ำสุดของ หมอ มศว และรู้ว่าคะแนนถึง มศว ไม่ถึง วชิระ ก็ยังมั่นใจไม่มากค่ะ เพราะกลัวเหมือนกันว่าจะคำนวนอะไรผิดไหม จะติดจริงเปล่า ก็เลยรีบวางสายแล้วไปหาชื่อในเว็บ พอเจอชื่อว่าติดคณะแพทยศาสตร์  มศว เท่านั้นแหละ พลับตะโกนลั่นสถานีเลย คนแถวนั้นก็หันมามองกัน คงสงสัยว่าเด็กคนนั้นมันเป็นอะไร 555

เห็นว่าสู้มาถึง 3 ปี เล่าให้ฟังหน่อย เกิดอะไรขึ้น ปีก่อนๆ เราพลาดเพราะอะไร ?
            พลับว่าที่พลับพลาด เพราะพลับเตรียมตัวมาไม่ดีค่ะ ยังไม่มากพอ และไม่คู่ควรที่จะติดจริงๆ ปีแรกที่สอบก็คือตอนอยู่ ม.6 ค่ะ ตอนนั้นพลับคิดว่าคนอื่นทำได้ เราก็ทำได้ แต่พลับเข้าใจผิด เพราะจริงๆ แล้วพลับไม่ได้มีความรู้อะไรเท่าไหร่เลย แถมยังทำกิจกรรมเยอะอีก แต่เป็นเรื่องเข้าใจได้นะคะ พลับเป็นเด็กไม่ค่อยตั้งใจเรียนในห้อง ชอบทำงานอื่นในคาบเรียนตลอด การบ้านชอบลอกเพื่อนไม่ค่อยทำเอง ไปเรียนพิเศษก็ไม่ค่อยได้ทำโจทย์ที่เป็นการบ้าน ตอนอยู่ ม.6 ความรู้พลับจึงไม่แน่น ตอนนั้นอ่านหนังสือติดต่อกันได้ไม่นานโดยเฉพาะเลข เพราะพลับไม่เคยเรียนพิเศษเลขเลย พออ่านเลขทีไรก็ท้อ และเลิกอ่านในที่สุด

            แต่ 1 สัปดาห์ก่อนสอบ 7 วิชาสามัญไม่รู้พลังมันมาจากไหน อ่านติดต่อกันได้ทั้งวัน แต่จะอ่านให้ตายยังไง มันก็ไม่ทันแล้ว เพราะเราเตรียมมาน้อยเกินไปจริงๆ หลังสอบ7วิชาเสร็จ พลับร้องไห้หนักมากๆ เพราะรู้ว่าทำไม่ได้ และเป็นไปไม่ได้เลย ผลปีนั้นออกมา เลขพลับไม่ผ่าน 30% วิชาที่ชูโรงที่สุดก็คือภาษาไทย ที่น้ำหนักการคิดคะแนนน้อยมากๆ คะแนนจาก 100% ในปีนั้นได้แค่ประมาณ 45.4% ซึ่งห่างไกลจากทันตะจุฬาฯที่อยากเข้าลิบลับ พลับจึงลองใหม่ในแอดมิชชั่น แต่คะแนนพลับก็ไม่ถึงทันตะทุกที่อยู่ดี สุดท้ายพลับติด คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

             ตอนแรกก็คิดนะคะว่าจะเรียนอยู่ที่สัตวฯ นี่แหละ แต่พอคิดทบทวนนานๆ เข้าก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ เพราะพลับเองไม่ค่อยชอบคลุกคลีกับสัตว์จริงๆ ก็เลยคิดว่า เราลองดูอีกสักปีก็คงไม่เสียหาย เพื่ออาชีพที่เราจะต้องอยู่กับมันตลอดชีวิตที่เหลือ พลับก็เลยอ่านหนังสืออีกครั้ง คราวนี้จริงจังมากขึ้น พลับไปเรียนเลขแบบจริงจัง เพราะเรียนกับคอม พลับจึงเรียนทั้งวันเท่าที่เขาจะอนุญาติให้ลงได้ ทำแบบนี้อยู่ประมาณไม่ถึง 1 เดือน ก็จบ 2 คอร์สใหญ่ๆ พลับตัดสินใจดรอปในเทอม 2 เพราะปีนั้นพลับมีโอกาสได้เป็นผู้นำเชียร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรุ่นที่ 69 ซึ่งต้องซ้อมหนักมาก และถ้าไม่ดรอปคงไม่มีเวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบทันตะเลย ตอนนั้นพลับคิดว่ามันเป็นโอกาส และประสบการณ์ที่ดีจึงไปคัดจากการเชิญชวนของพี่ลีดจุฬาฯ คนหนึ่ง และคิดว่าเรามีเวลาอ่านในช่วงเวลากลางวัน ส่วนตอนเย็นก็ไปซ้อม คราวนี้ก็น่าจะติด ไม่น่ามีปัญหา แต่สุดท้ายมันก็มีปัญหาค่ะ

             เพราะมันมีอะไรหลายอย่างที่เข้ามาอีกนอกจากการซ้อม รวมทั้งความเหนื่อยล้าที่บั่นทอนการอ่านหนังสือ ตอนสอบปีนั้นพลับก็ทำได้มากขึ้นนะคะ แต่มันก็ยังไม่มากพอ พลับรู้ตัวว่าพลับอ่านไม่ทันจริงๆ ทำข้อสอบเก่าไม่ได้ตามที่วางแผนไว้ เพราะเวลาที่เราวางไว้มันผิดหมดเลย ปีนั้นพลับได้คะแนน 54.67% ซึ่งบวกจากทันตะมช.ปีที่แล้วแค่จุดทศนิยมซึ่งสุดท้ายก็ไม่ติดอะไรเลย เพราะคะแนนปีนั้นดันขึ้นหมด - -"

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก Tanarat Nualnate

เพราะอะไรจึงตัดสินใจสอบอีกเป็นครั้งที่ 3
             พอซิ่วครั้งแรกไม่ติด พลับก็รอแอดใหม่ค่ะ ตอนนั้นลองคำนวนคะแนนแล้วปรากฏว่าถึงหมอรังสิตค่ะ ซึ่งพ่อบอกพ่อยอมสู้ค่าใช้จ่าย ตอนนั้นหัวใจพองโตมาก มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกค่ะ แต่แล้วยังไงรู้ไหมคะ? คำนวนคะแนนผิดค่าาาาา!!! (ชีวิตมืดเลย - -") สุดท้ายพลับซิ่วไปคณะจิตวิทยาค่ะ เพราะพลับชอบอ่านหนังสือจิตวิทยาที่เกี่ยวกับการพัฒนาตนเองค่ะ แต่พอเรียนๆ ไปพลับรู้สึกว่าเกิดมาทั้งทีก็อยากใช้ชีวิตให้คุ้มมากกว่านี้ และชอบความรู้สึกพองโตแบบตอนที่คำนวนคะแนนผิดว่าติดหมอรังสิตมาก

             พลับแอบไปนั่งเรียนกับเพื่อนสัตวฯ ก็รู้สึกว่าเราชอบที่จะเรียนหนักมากกว่าที่จะเรียนชิลๆ ไปเรื่อยๆ อยากรู้อยากทำในสิ่งที่คนทั่วไปทำไมได้ มันก็ดูแปลกๆ นะคะ คนอะไรอยากลำบาก 555 แต่พลับอยากใช้ชีวิตให้มีคุณค่า ไม่อยากใช้ชีวิตแบบธรรมดา ที่เกิด เรียน ทำงาน และจากไป พลับถามตัวเองว่า เราเกิดมาทำไม เพื่ออะไร จุดหมายของชีวิตคืออะไร (ใกล้จะไปบวชละค่า 555) สุดท้ายพลับก็ได้คำตอบ พลับอยากเป็นหมอ แต่จะไม่เป็นหมอที่เฝ้าแต่จะหาเงินจากความเจ็บป่วยของเพื่อนมนุษย์ แต่จะเป็นหมอที่กินอุดมการณ์ อาจจะดู

             โลกสวยเกินจริง แต่ก็คิดแบบนี้จริงๆ เพราะตายไปเงินสักบาทก็เอาไปไม่ได้ มีแต่ความดีงามของเรานั่นแหละที่จะคงอยู่บนโลกนี้ มนุษย์เกิดมาล้วนจะต้องแสวงหาความสุข ซึ่งพลับว่าความสุขจากการให้นั้นสุขใจมากกว่าสุขอยู่กับทรัพย์สินซะอีก ก็คิดอยู่ระหว่างแพทย์กับทันตแพทย์นะคะ แต่พ่อบอกว่าพลับเหมาะกับหมอมากกว่า และพ่อจะหันหลังให้กับอาชีพทันตแพทย์แล้วก็เลยเลือกที่จะเป็นแพทย์ค่ะ

              โลกสวยมามากพอละ 555 ต่อเลยนะคะ ปีนี้พลับตัดกิจกรรมออกจากชีวิตทั้งหมด พลับลงเรียนแค่ 10 กว่าหน่วยกิต ที่ส่วนใหญ่เรียนครึ่งวัน บางวันก็ไม่มีเรียน (ทั้งหมดเป็นวิชาคณะ วิชาเลือกถ้าสอบไม่ติดค่อยเรียนปีอื่นค่ะ) พลับอ่านหนังสือเยอะขึ้น และละเอียดขึ้นมาก อ่านวันละประมาณ 6-12 ชั่วโมง ทำโจทย์ครบ 15 พ.ศ. และจบหนังสือดังๆ ตามท้องตลาดไปหลายเล่ม คะแนนจากการทำข้อสอบชุดเดียวกับปีที่แล้วขึ้นมามากกว่า 10% ก่อนสอบนี่ก็รู้สึกโล่งละค่ะ คราวนี้เรารู้สึกว่าเตรียมตัวมาพอแล้ว เราพร้อมแล้ว และคงไม่มากไปกว่านี้อีกแล้ว ตอนสอบก็รู้สึกว่าทำได้ค่ะ แต่ก็มีมั่วบ้างนิดหน่อยในส่วนที่ไม่รู้จริงๆ ยกเว้นภาษาอังกฤษที่ทำไม่ทัน และรู้สึกแย่มากๆ เพราะตอนนั้นไม่มีสมาธิเลย แต่ก็เต็มที่ที่สุดแล้วค่ะ ^^

หากปีนี้ไม่ได้อีกจะสู้ต่อไหม ?
             จะไม่มีการสู้อีกแล้วค่ะ ถ้าไม่ติดก็จะทำใจยอมรับสภาพ และเรียนจิตวิทยาต่อค่ะ การซิ่วเนี่ยเป็นอะไรที่ต้องใช้พลังใจสูงมากๆ พลับเคยมองว่าถ้าปีแรกซิ่วไม่ติด ก็ไม่ควรเรียนแล้วแต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง คนเรามีปัญหาชีวิตที่แตกต่างกันค่ะ คนที่เค้าต่อสู้กับการซิ่วหลายๆ ปีจนติดกลับเป็นคนที่น่านับถือกว่าคนที่ติดแต่แรกบางคนเสียอีก เพราะความรู้เนี่ยเป็นสิ่งที่แต่ละคนก็มีโอกาสได้รับไม่เท่ากัน แต่แรงใจเป็นสิ่งที่จะต้องสร้างด้วยตนเอง คนที่ซิ่วหลายๆ ปีจนติดเขาคงจะต้องมีแรงใจและความมุ่งมั่นสูงมากจริงๆ ถึงทนกับความกดดันหลายๆ ปีติดกันได้

4 อันดับ กสพท.ที่เลือกไปปีนี้มีอะไรบ้าง ?
              อันดับ 1 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ
              อันดับ 2 คณะแพทยศาสตร์วชิระพยาบาล
              อันดับ 3 คณะแพทยศาสตร์ มศว
              อันดับ 4 คณะแพทยศาสตร์ ม.สยาม
              (เลือก ม.สยามไว้กันหลุดค่ะ แต่จริงๆ ก็กันขี้เกียจด้วย เพราะไม่อยากหลุดไปถึง ม.สยาม ค่าเทอมที่นี่แพง หนูสงสารพ่อ T^T)

ลูกพลับได้คะแนน กสพท.เท่าไหร่ ?
             7 วิชาสามัญได้ 41.965/70 วิชาเฉพาะได้ 22.569/30 รวม 64.5344 ต้องบอกว่าไม่ได้หรูมากสำหรับปีนี้ แต่ก็พอใจมากๆ แล้วค่ะ คะแนนพลับขึ้นมาปีละ 10% ซึ่งถือว่ามีพัฒนาการเป็น กราฟเส้นตรง สอบปีหน้าสงสัย 74 แน่ๆ 555 แต่ให้มันพอแค่นี้เถอะค่ะ อยากเรียนจริงๆแล้ว ><"

 

เทคนิคการจัด 4 อันดับ กสพท.ของลูกพลับเป็นยังไง ?
              เลือกตามคะแนนค่ะ คือเลือกให้มีการกระจายของคะแนน เป็นการกระจายความเสี่ยง ไม่ให้หลุดหมดด้วย อย่างของพลับจะเริ่มตั้งแต่คณะที่คะแนนสูงสุดคือหมอจุฬาฯ ที่เป็นสถาบันที่พลับรู้สึกผูกพันธ์ รองลงมาเป็นวชิระ ซึ่งคะแนนทิ้งมาจากจุฬาฯพอสมควร และที่เรียนอยู่ใกล้บ้านค่ะ จากนั้นเป็นมศว เพราะเป็นคณะที่ยังเดินทางไม่ลำบากมาก มีเพื่อนอยู่หลายคน  และคะแนนไม่สูงมากค่ะ ส่วนอันดับสุดท้ายเอา ม.สยามปิดท้าย เพราะเป็นคณะที่เพิ่งเข้าร่วมกับกสพท.เลยเดาว่าคะแนนน่าจะต่ำที่สุด และไม่น่าจะหลุด คือยังไงก็ขอให้ปีนี้ได้เรียนหมอพอแล้ว จะเรียนที่ไหนก็จบมาได้เป็นหมอเหมือนค่ะ ^^"

สิ่งที่กดดันที่สุดของพลับตอนซิ่ว คืออะไร ?
             กลัวว่าจะพลาดค่ะ แล้วก็กลัวว่าพ่อแม่พี่ และคนที่เชียร์เราอยู่จะผิดหวัง โดยเฉพาะช่วงใกล้ๆ ประกาศผลคะแนนนี่ลุ้นมากๆ ปีนี้พลับตั้งใจเต็มที่ ก็เลยกลัวว่ามันจะสูญเปล่าค่ะแต่ทุกคนที่รู้ว่าพลับซิ่วก็ให้กำลังใจเต็มที่นะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ :')

ฝากถึงน้องๆ ที่ไม่ติดหมอ และอยากจะซิ่วตามฝันในปีต่อๆ ไป
             ก่อนอื่นอยากให้คิดทบทวนดูให้ดีๆ ค่ะ ว่าเป้าหมายในชีวิตที่แท้จริงคืออะไร ในโลกนี้มีอาชีพต่างๆ อีกมากมาย หาว่าอาชีพอะไรที่เราคิดว่าเราชอบ ทน และรับข้อเสียของมันได้ ให้หาอาชีพที่เราคิดว่าเรารัก และทำได้ดี โดยที่ไม่มองว่าจะได้เงินเท่าไหร่ เพราะเมื่อเรารัก เราก็จะทำได้ดี และเงินก็จะตามมาเอง เมื่อเราได้คำตอบแล้ว ก็อย่าให้มันเป็นเพียงความฝัน จงตั้งให้มันเป็นเป้าหมายในชีวิต เพราะมันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงๆ ไม่ว่าจะกี่ปี ถ้าเกิดมันเป็นเป้าหมายที่ในชีวิตของเราจริงๆ มันก็คุ้มค่าที่จะแลกมาค่ะ และก็อย่าไปสนใจนะคะว่า คนอื่นเค้าจะพูดจะนินทาอะไรเรา แค่เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่เป็นสิ่งที่ดี และถูกต้องก็พอแล้วค่ะ

              เมื่อใดที่ใจรู้สึกท้อ ก็ให้นึกภาพว่าถ้าเราสอบติดแล้วจริงๆ ใจเราจะพองโตแค่ไหน คุณพ่อคุณแม่ และคนรอบๆ ตัวเราจะมีความสุขมากแค่ไหน คิดถึงเป้าหมายของเราทุกๆ วันมันจะทำให้เรารู้สึกว่าเราจะต้องอ่านหนังสือเพื่อที่จะทำให้ได้ รู้จักให้รางวัลกับชีวิตของตนเอง เพราะมันจะจูงใจเราได้มากขึ้น โดยเริ่มจากรางวัลชิ้นเล็กๆ ที่เป็นไปได้จริงๆ เช่น ถ้าทำข้อสอบชุดนี้จบ เราจะได้กินขนมที่เราชอบ พยายามให้กำลังใจตัวเองสม่ำเสมอว่าเราทำได้ ตั้งใจพยายามให้เต็มที่ค่ะ เพราะไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็จะได้ไม่เสียดาย เพราะรู้ว่าเราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว

               และสำหรับใครที่ใจกำลังท้อ หรือกำลังสับสน หาตัวเองไม่เจอ ถ้าว่างๆ อยู่พลับแนะนำให้ไปหาหนังสือจิตวิทยาเชิงพัฒนาการตัวเองมาอ่านดูนะคะ เช่น เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด (ของRando Kim) ทำสิ่งที่รักยังไงก็รุ่ง คิดอย่างแชมป์โลก (ของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี) อัจฉริยะสร้างสุข (ของหนูดี วริษา เรซ) ฯลฯ หนังสือเหล่านี้จะแนะนำวิธีในการพัฒนาตนเอง รวมถึงให้แรงบันดาลใจ และกำลังใจกับเราได้มากทีเดียวค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ

 

วอร์ม กร ฝ้าย และลูกพลับ 4 กัปตันแบรนด์แอดมิชชั่นเรียลลิตี้ปี 3

              อ่านบทความนี้แล้ว พี่ลาเต้ เข้าใจความรู้สึกของเด็กซิ่วเลยครับ ว่าความกดดันมันอภิมหาศาลขนาดไหน และเห็นด้วยสุดๆ กับประโยคที่ว่า "คนเรามีปัญหาชีวิตที่แตกต่างกันค่ะ" เอาเป็นว่าน้องคนไหนที่กำลังไล่ตามความฝันก็อย่าเพิ่งท้อไปนะครับ รางวัลแด่คนชั่งฝันรออยู่ ขอแค่น้องๆ ไม่ทิ้งมันเท่านั้นเอง สู้ๆ ครับ
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

กัปตันลูกพลับ Member 18 มี.ค. 57 01:03 น. 42

สวัสดีค่ะ ก่อนคืนก็ต้องขอบคุณทุกความเห็น ทุกเสียงตอบรับนะคะ วันนี้มีคนถามมาหลายคนค่ะ ว่าเตรียมตัวยังไง บอกก่อนเลยว่า พลับไม่ได้เก่งเหมือนเทพที่สถิตย์อยู่จุฬาฯ หรือศิริราชย์ พลับเป็นแค่คนที่มีเป้าหมายในชีวิตคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ใช่แนวทางที่เจ๋งที่สุดก็ได้ แต่ก็แชร์เผื่อบางคนอยากรู้กันค่ะ 

พลับเองเรียนพิเศษครั้งสุดท้ายตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่วนปีนี้ไม่ได้เรียนค่ะทำโจทย์อย่างเดียว เอาหล่ะ เรามาดูกันซิว่า การซิ่ว2ปี หรือสอบหมอ3ปี พลับทำอะไรมาบ้าง

ฟิสิกส์ >>ไม่ได้เรียนพิเศษค่ะ ตอนแรกๆงงกับฟิสิกส์มาก แต่พอทำโจทย์ไปเรื่อยๆจะพบว่า สูตรในฟิสิกส์มีไม่เยอะอย่างที่คิด บางเรื่องมันแค่เปลี่ยนตัวแปรให้เรางงเล่น แท้ที่จริงมันก็สูตรเดียวกันนั่นแหละ พลับนั่งกลับสูตรเล่นไปเรื่อยๆเพื่อหาว่าเชื่อมโยงกันยังไง ทำโจทย์แยกบทของสำนักพิมพ์Hi-ed ที่เขียนโดยอาจารย์ช่วง ตอนแรกทำข้อคี่อย่างเดียวทุกบท พอรู้สึกว่าไม่แม่นเลยก็เลยทำข้อคู่จนครบ แล้วก็ทำโจทย์15..จบไปรอบครึ่ง ทำตะลุยโจทย์เทพฟิสิกส์ไป2/3 แล้วก็เพิ่งมาเปิดเจอเฉลยฟิสิกส์7วิชาสามัญของIdeal Physicsซึ่งเฉลยไว้ดีและเข้าใจง่ายมาก (ตัวอย่างคลิป https://www.youtube.com/watch?v=w9ZpItDJNwg) แต่เพิ่งไปเจอตอนก่อนสอบไม่กี่วันเองค่ะ และตอนนั้น เหมือนฟิสิกส์ก็ยังงงๆอยู่บ้าง สุดท้ายได้คะแนนมาแค่ 48 คะแนน - -"

เคมี>>เรียนเคมีอ.อุ๊คอร์สของม.ปลายมาทุกคอร์สเลยค่ะยกเว้นคอร์สเอ็น คอร์สตะลุยโจทย์ก็ได้ไปเรียนรอบสด อาจารย์สอนเข้าใจง่ายดีค่ะ แต่ฝึกทำโจทย์10ชุดที่อยู่ในตะลุยโจทย์คงไม่พอ พลับทำผ่าข้อสอบเจาะโจทย์วิชาเคมีทั้งเล่ม เผยข้อสอบตอบโจทย์เคมีครึ่งเล่ม(ทั้งสองเล่มของครูกุ๊กค่ะทำ15..ครบ ได้คะแนนมา 68 คะแนน พลับว่าเคมีปีนี่ไม่ยากนะ แต่เก็บได้เท่านี้แหละ (ก็เพราะไม่ใช่เทพไง 555)

ชีวะ>>เรียนคอร์สเอ็นของBio-beam ค่ะ ซึ่งขาดเรียนเยอะมากด้วย(ช่วงนั้นโดดไปทำกีฬาสี - -) เรื่องเกี่ยวกับสัตว์นี่ว่าง ขาวสะอาดเชียว เลยไปยืมหนังสือของเพื่อนหมอคนนึง ซึ่ง....เข้าใจละว่าทำไมเขาติดตั้งแต่ปีแรก คือเขาตั้งใจเรียนและจดดีมาก ต่างจากพลับลิบลับ 555 นั่นแหละค่ะ ก็เอามาอ่าน อ่านจบ1บท ก็ทำโจทย์บทนั้นทันที ดูว่ายังไม่แม่นหรือปล่าว ถ้าไม่แม่นก็ทวนใหม่  ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ (คำเตือน:อย่าลืมถ่ายแบบฝึกหัดของที่เรียนพิเศษตอนที่ยังขาวสะอาดไว้นะคะ เผื่อเอามาทำอีกรอบ ไม่งั้นเวลาตอบก็เขียนไว้หน้าข้อ แต่ถ้าใครขยันลบ หรือคิดว่าทำรอบเดียวจบก็...ไม่ต้องปฏิบัติตามค่ะ:Pแล้วก็สำหรับวิชานี้ควรหาหนังสือสรุปดีๆไว้สักเล่มค่ะ เพื่อที่จะสรุปเอาทุกอย่างลงไปในนั้น(ถ้าเล่มนั้นๆมีเนื้อหาไม่ครบ) ตอนแรกพลับเลือกใช้พี่เต๊นท์ค่ะ จดมันทุกอย่างลงไป วาดรูปประกอบสวยงาม ตอนนี้พี่เต๊นพลับจึงเน่าและเยินมาก แต่พอมาปีนี้ พลับใช้หนังสือคอร์สCOMAของBio-beam ซึ่งเป็นหนังสือที่สรุปได้สั้นจริงๆ แต่ปีหลังเริ่มโปรขึ้นละค่ะ ก็เลยใช้เล่มนี้ตลอด เพื่อหาบางอย่างที่อยู่ดีๆก็ลืม โดยที่ไม่มีน้ำมีแต่เนื้อล้วนๆเลยค่ะ พลับทำ15พ.ศ.รอบครึ่ง ทำโจทย์ของคอร์สCOMAไปเกือบหมด(บางส่วนที่ซีร็อกไว้ดันหาย - -) และหนังสือที่อยากแนะนำคือ อ่านขาดชีววิทยาค่ะ เขาอ่านขาดจริงๆ ดักเราทุกมุม จนแบบ ถ้าไม่แน่นก็ตายค่าา สรุปแล้วชีวะได้คะแนน 67 คะแนน เกินคาดนิดหน่อย เพราะปีนี้แอบยากค่ะ = =

เลข>>ตอนแรกก็ไม่เรียนเลยนะ เพราะคิดว่าเรียนแบบที่เรียนพิเศษทั่วไปต้องไม่รู้เรื่องแน่เลย(คือเมื่อก่อนเป็นคนขี้สงสัยอ่ะค่ะ ชอบสงสัยอะไรที่คนทั่วไปไม่ส่งสัยกัน)คิดว่าจะหาคนสอนตัวต่อตัว ซึ่งพอเรียนแล้วก็ไม่รู้เรื่อง สุดท้ายตอนปี1รอบแรก พลับไปเรียนเลขที่Oplusค่ะ เรียนคอร์สAdmission2 กับคอร์สตะลุยโจทย์ เรียนแบบเร่งสปีดวันละเกือบ8ชั่วโมง ไม่ถึงเดือนก็จบ2คอร์สค่ะ ซึ่งเข้าใจเลขมากขึ้นจริงๆ แต่ก็ยังไม่แม่นค่ะ ก็ทำโจทย์ในบทที่เรายังไม่แม่น แล้วก็mix testที่เขามีมาให้ ทำsyntax กับvaccine ของพี่ณัฐ ไปเล่มละเกือบๆครึ่งเล่ม ทำเกือบครบ15พ.ศ. แล้วก็ทำตะลุยโจทย์คณิต พิชิตข้อสอบแพทย์(รัชพล ธนาภากรรัตนกุล) ทำไป4/5 ค่ะ ซึ่งคะแนนที่ออกมาก็ตามคาดค่ะ คือได้พอๆกับที่ทำในหนังสือตะลุยโจทย์คณิตเลย ได้ 52 คะแนนค่ะ (งี้แหละ ไม่ค่อยเก่งเลข ได้เท่านี้ก็หรูละ55)

อังกฤษ>>พลับเคยเรียนกับครูพี่แนนEnconceptค่ะ แต่จำไม่ได้ว่าคอร์สอะไรบ้าง ที่แน่ๆmemolodyที่เป็นmedleyนี่ช่วยได้เยอะเลย แล้วก็ท่องศัพท์4หน้าของครูสมศรีค่ะ พลับทำครบAx22 แล้วก็หนังสือภาษาอังกฤษ7วิชาของสำนักพิมพ์พ.ศ.ค่ะ ที่จริงช่วงหลังๆนี้ปกติพลับทำอังกฤษได้ดีนะ ปกติก็จะ65ขึ้นไปอย่างน้อยๆก็ไม่ต่ำกว่า60 แต่ตอนสอบ7วิชาครั้งล่าสุดก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร อยู่ดีๆก็ไม่มีสมาธิ แล้วก็รนเฉยเลย สุดท้ายทำได้แค่ 53.75 (มีอะไรมาดนใจเพื่อที่จะได้อยู่มศวปะเนี่ย 555)

ภาษาไทย>>เรียนคอร์สเทอร์โบ ของอาจารย์ปิง ดาว้องค่ะ บอกเลยว่าคอร์สนี้ต้องเรียนรอบสด เพราะมันสนุกมากกกกก!! นอกจากเรียนจะสนุกแล้ว ยังได้พักกว่า1ชั่วโมงทุกวันไปเดินเล่นหาอะไรกินที่เยาวราชอีกต่างหาก(ขอขอบคุณกัปตันกรเด็กย่านเยาวราชที่พาเที่ยวหาของอร่อยกินทุกวัน555)นอกเรื่องมาเยอะละ เอาเป็นว่าภาษาไทยเป็นอะไรที่ใช้เซ้นเพราะมีไวยากรณ์ที่ออกน้อยมาก ส่วนใหญ่จะจับใจความ เพราะฉะนั้น คนจับใจความเก่งๆก็ได้ไป แต่เรื่องจะหาอ่านไวยากรณ์ได้ที่ไหน ขอแนะนำmini Thai bookของดาว้องอีกเช่นเคยค่ะ อาจจะหาไม่ได้ตามท้องตลาด แต่ลองถามคนที่เรียนดาว้องดูน่าจะมีค่ะ วิชานี้ได้ 78 (พลาดด้วยความลังเลไป2ข้อ - -) 

สังคม>>เรียนจากคอร์สเทอร์โบเช่นกันค่ะ(ความจริงลงคอร์สเอ็นไว้นะคะ แต่ลูกพลับก็โดดอย่างสนุกสนานอีกตามเคย =w=) แล้วก็อ่านเพิ่มเติมหนังสือสรุปสังคมม.ปลาย ของพี่บอล เขียนดีนะคะ แต่พลับอ่านไม่ค่อยละเอียดมาก เน้นทำโจทย์ค่ะ ทำจนจบเล่มเลย แล้วก็ทำข้อสอบย้อนหลังอีกนิดหน่อย สรุปได้คะแนนสังคมมา 66 เกินคาดมากๆ (การติดตามข่าวสถานการณ์จะมีส่วนช่วยได้นิดหน่อยค่ะเรื่องความรู้รอบตัว)

ช่วงก่อนสอบไม่กี่อาทิตย์ พลับก็ตามค้นหาข้อสอบ7วิชาในอินเตอร์เน็ต ซึ่งพบว่า มันมีอยู่จริงค่ะ!!! มันคือข้อสอบจริงๆที่หลุดออกมา พลับทำข้อสอบเหล่านี้เป็นลำดับสุดท้าย คะแนนที่ออกมาติดประมาณวชิระค่ะ แต่นั่นแหละ ด้วยความกดดัน (ผสมอากาศร้อนๆ และฝุ่นจากการก่อสร้างที่ทำร้ายคนเป็นภูมิแพ้อย่างพลับในห้องสอบ) ก็ทำให้คะแนนลดลงจากคาดนิดหน่อย แต่เท่านี้ก็ดีใจแล้วค่ะ 555

หลายๆคนคงสงสัยว่า ก็ทำข้อสอบเยอะนะทำไมได้เท่านี้ บอกตามตรงว่าความรู้เดิมพลับไม่ค่อยแน่น (ผลแห่งกรรมของการเป็นเด็กไม่ตั้งใจเรียน-..-) แต่ถ้าจะเรียนพิเศษใหม่หมดเลย ก็คงจะเสียเวลามากไปหน่อย ก็เลยนั่งทำโจทย์ดีกว่า ตอนทำโจทย์ก็คะแนนประมาณนี้แหละค่ะ บวกลบนิดหน่อย สอบออกมาจึงเป็นแบบนี้ เคล็ดลับของการอ่านเองทำโจทย์เองคือ พอทำโจทย์เสร็จแล้วก็มาดูค่ะว่าเรื่องไหนที่ยังไม่แม่นหรือจำไม่ได้ ก็พยายามทำความเข้าใจกับมันซะ หาสมุดปล่าวๆสักเล่ม จดสิ่งที่ไม่รู้ลงไป แล้วเอาติดตัวไว้ค่ะ ไม่ว่าจะไปไหนก็เอาไปท่องด้วย วิธีนี้คือการอุดรอยรั่วค่ะ เพราะพอทำข้อสอบเสร็จเราก็จะเห็นรอยรั่ว ถ้าเราค่อยๆพยายามอุดมันไปเรื่อยๆ สุดท้ายรอยรั่วก็จะหมดไปค่ะ

วิธีที่พลับทำปีนี้ เน้นความถึกเป็นหลัก ทำข้อสอบเสร็จก็ตรวจและเอามาเขียนคำตอบลงในชุดคำถามเลย ตรงไหนพลาดก็วงตัวใหญ่ๆ เขียนตัวใหญ่ๆจะได้ไม่พลาดอีก โดยเฉพาะพวกคำนวนที่จะดูคำตอบจนเข้าใจแล้วค่อยมาแสดงวิธีทำในชุดคำถาม เรียกได้ว่าหนังสือนี่เละเลยจ้าา 

สุดท้ายนี้ อยากให้คนที่อยากจะเข้าคณะที่เป็นเป้าหมายให้ได้ ตั้งใจเรียนและเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆค่ะ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าข้างหน้าจะมีอะไรมาบั่นทอนการอ่านของเราไหม แต่แรกพลับก็ไม่ใช่เด็กที่ตั้งใจเรียนมากขนาดนั้น มัวแต่ทำกิจกรรม ซึ่งเป็นตัวอย่างที่"ไม่ดี" แต่พอเข้ามหาลัยมันเห็นสัจธรรมมากยิ่งขึ้นค่ะ เราปรับตัวมากขึ้น อ่านหนังสือได้มากขึ้น ขยันมากขึ้น จนถึงตอนนี้พลับชอบอ่านหนังสือมากต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ อ่านถึงตรงนี้แล้ว อะไรที่คิดว่าดีก็ลองเอาไปใช้ดูได้ค่ะ พลับเผยทั้งหมดของพลับแล้วจริงๆ เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่ดีก็อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง มันเป็นตัวอย่างที่ผิดค่ะ 555 (หลายคนคงผิดหวังสินะ พลับไม่ใช่เด็กดีตั้งใจเรียนแบบที่ทุกคนเข้าใจนะ หึหึหึ ;P) ขอให้ทุกคนโชคดี และประสบความสำเร็จในชีวิตค่ะ :') 

เชียร์ลีดเดอร์

ปล.ใครที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือมีปัญหาชีวิตจริงๆ แอดเฟสมาคุยกันได้ที่puffyplub แต่จะขอรับเฉพาะคนที่ทักอินบล็อคมาเพราะมีปัญหาก่อนนะคะ ถ้าตอบช้าอย่าโกรธกันนะ บางทีอาจจะยุ่งๆอยู่แต่จะพยายามตอบค่ะ^^   

ปล.2 ไม่ได้แนะนำนะว่าชีวิตนี้ทั้งชีวิตต้องซิ่วไปเรื่อยๆจนกว่าจะติด คืออยากให้ลองเปิดใจ แล้วใช้ใจนำทางว่าเป้าหมายในชีวิตคืออะไร มันอาจจะมีสิ่งอื่นที่เราทำได้ดีกว่านี้ก็ได้ เพราะฉะนั้นก่อนจะซิ่วคิดให้ดีๆ นึกถึงพ่อแม่ นึกถึงค่าใช้จ่าย นึกถึงเวลาที่เสียไป ถ้าเกิดมั่นใจจริงๆว่าทางนี้ที่ใช่ จึงก้าวเดินต่อ ถึงแม้ว่าจะล้มบาง ถอยหลังบ้าง แต่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้รสชาติแห่งชีวิต และบทเรียนของชีวิต ดีกว่ายืนอยู่กับที่เฉยๆเนอะ ^^" 

.

"อาชีพแพทย์นั้นมีเกียรติ แพทย์ที่ดีไม่ร่ำรวย แต่ไม่อดตาย ถ้าใครอยากร่ำรวยควรเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่แพทย์ อาชีพแพทย์ต้องยึดมั่นในอุดมคติ คือ เมตตา กรุณา" คำสอนของสมเด็จฯ พระบรมราชชนก ทรงสอนนิสิตเตรียมแพทย์ปริญญารุ่นที่ 2

1
่ีืjuneeeeeeeee 3 เม.ย. 57 23:09 น. 42-1
พี่ลูกพลับคะะ ชอบคุณมากๆนะคะสำหรับคำแนะนำ หนูกำลังจะซิ่วเป็นปีที่สองคะ อ่านบทความของพี่แล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ^ ^
0
กำลังโหลด

ยอดถูกใจสูงสุด

Pookkey Witchaya 17 มี.ค. 57 14:27 น. 5
หนูก็สอบไม่ติดหมอเหมือนกันค่ะพี่พลับ แล้วหนูก็คิดว่าจะซิ่วเหมือนกันค่ะ แต่พอมาเห็นบทความนี้ หนูมีกำลังใจขึ้นมากๆเลยค่ะ ขอบคุณค่ะที่ทำให้หนูมีแรงจูงใจขึ้นเยอะเลย
0
กำลังโหลด
Contrastic' Member 17 มี.ค. 57 17:40 น. 25

พี่ลูกพลับเก่งมากเลย แค่ตอนแรกที่สอบติดสัตวแพทย์ จุฬาก็ไม่ธรรมดาแล้วนะ 5555 ซิ่วเพื่อสิ่งที่รักเป็นอะไรที่คุ้มค่าค่ะ ไม่ต้องสนใจคำนินทาของคนอื่น ยินดีด้วยนะคะ

0
กำลังโหลด
dhsk Member 17 มี.ค. 57 16:07 น. 18

พี่เป็นไอดอลของผมเลย พี่เก่งมากปีนี้ผมก้ไม่ติดได้คะแนนน้อยมากๆ อยากซิ่วอยู่เหมือนกันอ่านเรื่องของพี่แล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย สู้สู้

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ไม่เก่งเเค่ติดหมอ 17 มี.ค. 57 17:04 น. 20
ซิ่วตั้ง3ปี เราสอบรอบเดียว ได้จุฬา 555+ เลือกอันดับเดียวซะด้วย Dek D นายก็เว่อร์ คนเก่งสุดๆนายไม่สัมภาษณ์ เอ้อ เรากาก ไม่ต้องสัมภาษณ์เราหรอกนะ :) จริงๆ 3 ปีเอาไปเรียนอย่างอื่น ป่านนี้คงได้ทำงานเเล้ว บ้าป่าววะ
17
เบื่อพวก- 17 มี.ค. 57 17:25 น. 20-1
ผมก็ไม่ได้เชื่อหรอกนะครับว่าคุณติดจุฬาเขาบอกว่าคนที่คุยมากๆ(แบบนี้)คือคนที่ไม่ได้อย่างหวังและจะบอกเอาไว้อย่างนะครับความคิดคนเราไม่เหมือนกันการสอบติดหรือไม่ติดอยู่ที่จังหวะและโอกาศและความพยายาม คนที่เขาอยากเป็นหมอจริงๆถึงต้องซิ่วอีก10ปีเขาก็ยังมีไฟไม่เหมือนคนแบบคุณหรอก
0
กำลังโหลด

71 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
wmoon 17 มี.ค. 57 14:25 น. 4
ยินดีกับพี่ด้วยนะคะ ปีนี้หนูพลาด ขาดเยอะเชียว กะว่าจะสอบใหม่อยู่เหมือนกันปีหน้า แต่มันก็รู้สึกท้อๆอยู่บ้าง ทำให้ไม่เต็มที่เหมือนแต่ก่อนตอนเริ่มสอบใหม่ๆ และตอนนี้ก็กดดันมากเหมือนยังหาตัวเองไม่เจอ ว่าอยากทำอะไรกันแน่ แต่พอมาอ่านบทความของพี่ก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่างเลยละ มันทำให้มีกำลังใจขึ้นน่ะ ขอบคุณมากๆนะ ขอให้พี่ได้เป็นแพทย์ที่ดีนะคะ สู้ๆ
0
กำลังโหลด
Pookkey Witchaya 17 มี.ค. 57 14:27 น. 5
หนูก็สอบไม่ติดหมอเหมือนกันค่ะพี่พลับ แล้วหนูก็คิดว่าจะซิ่วเหมือนกันค่ะ แต่พอมาเห็นบทความนี้ หนูมีกำลังใจขึ้นมากๆเลยค่ะ ขอบคุณค่ะที่ทำให้หนูมีแรงจูงใจขึ้นเยอะเลย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Kuromi Member 17 มี.ค. 57 14:29 น. 8

กำลังคิดจะทำแบบพี่อยู่เลย 5555 แต่ว่าซิ่ว นี่ ได้กี่แบบ(ของทันตะ) อ่ะค่ะ หมายถึง ทั้งแอดกะ กสพท. เลยรึป่าว??? แล้วซิ่วได้กี่ครั้งอ่ะคะ???

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ฺboatilove 17 มี.ค. 57 14:38 น. 10
พี่เป็นคนที่สุดยอดมากๆ ผมซิ่ว มาหนึ่งปี ไม่ติดไฟในการซิ่วอีกปีก้อหายไปเเทบไม่เหลือเลย มันกดดันจิงๆ - - #ยินดีด้วยครับ
0
กำลังโหลด
ผ่านมาาาาา 17 มี.ค. 57 14:42 น. 11
พี่พลับเก่งมากกก ไม่ท้อเลย ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว ดีใจด้วยค่ะ นี่ก็ซิ่วเหมือนกัน จะพยายามค่าาา
0
กำลังโหลด
My_KrisHan Member 17 มี.ค. 57 14:55 น. 12

หนูก็ซิ่วเหมือนกันคะ ตอนนี้มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ตอนแรกออกมานี่คนมองแปลกๆ กดดันสุดๆ ยินดีด้วยนะคะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
dhsk Member 17 มี.ค. 57 16:07 น. 18

พี่เป็นไอดอลของผมเลย พี่เก่งมากปีนี้ผมก้ไม่ติดได้คะแนนน้อยมากๆ อยากซิ่วอยู่เหมือนกันอ่านเรื่องของพี่แล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย สู้สู้

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ไม่เก่งเเค่ติดหมอ 17 มี.ค. 57 17:04 น. 20
ซิ่วตั้ง3ปี เราสอบรอบเดียว ได้จุฬา 555+ เลือกอันดับเดียวซะด้วย Dek D นายก็เว่อร์ คนเก่งสุดๆนายไม่สัมภาษณ์ เอ้อ เรากาก ไม่ต้องสัมภาษณ์เราหรอกนะ :) จริงๆ 3 ปีเอาไปเรียนอย่างอื่น ป่านนี้คงได้ทำงานเเล้ว บ้าป่าววะ
17
เบื่อพวก- 17 มี.ค. 57 17:25 น. 20-1
ผมก็ไม่ได้เชื่อหรอกนะครับว่าคุณติดจุฬาเขาบอกว่าคนที่คุยมากๆ(แบบนี้)คือคนที่ไม่ได้อย่างหวังและจะบอกเอาไว้อย่างนะครับความคิดคนเราไม่เหมือนกันการสอบติดหรือไม่ติดอยู่ที่จังหวะและโอกาศและความพยายาม คนที่เขาอยากเป็นหมอจริงๆถึงต้องซิ่วอีก10ปีเขาก็ยังมีไฟไม่เหมือนคนแบบคุณหรอก
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด