แนะนำตัวหน่อย ?
สวัสดีค่า ชื่อลูกพลับค่ะ นางสาววิภาวี เวชวงศ์วาน หากยังจำกันได้ลูกพลับเป็นกัปตัน Brand's Admission Reality ปี 3 ตอนนี้เป็นนิสิตคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 1 และปีที่แล้วเป็นนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะนี้เป็นผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ
ตอนที่รู้ผลว่าสอบติดหมอ ทำอะไรอยู่ ?
ขณะรู้ผลอยู่กับเพื่อนหมอ มศว คนหนึ่งที่สถานีรถไฟฟ้าอโศกค่ะ ตอนนั้นกำลังคิดกันอยู่ว่าจะไปไหนดี พอดีดูโทรศัพท์เห็นเพื่อนที่จิตวิทยาโทรมา เลยโทรกลับ เพื่อนบอกว่าผลออกละนะ รู้หรือยัง ? ส่งผลคะแนนไปให้ในไลน์อ่ะ พอดีตอนนั้นแบตใกล้จะหมดเลยบอกให้เพื่อนบอกคะแนนมา ตอนแรกที่เพื่อนบอกคะแนนต่ำสุดของ หมอ มศว และรู้ว่าคะแนนถึง มศว ไม่ถึง วชิระ ก็ยังมั่นใจไม่มากค่ะ เพราะกลัวเหมือนกันว่าจะคำนวนอะไรผิดไหม จะติดจริงเปล่า ก็เลยรีบวางสายแล้วไปหาชื่อในเว็บ พอเจอชื่อว่าติดคณะแพทยศาสตร์ มศว เท่านั้นแหละ พลับตะโกนลั่นสถานีเลย คนแถวนั้นก็หันมามองกัน คงสงสัยว่าเด็กคนนั้นมันเป็นอะไร 555
เห็นว่าสู้มาถึง 3 ปี เล่าให้ฟังหน่อย เกิดอะไรขึ้น ปีก่อนๆ เราพลาดเพราะอะไร ?
พลับว่าที่พลับพลาด เพราะพลับเตรียมตัวมาไม่ดีค่ะ ยังไม่มากพอ และไม่คู่ควรที่จะติดจริงๆ ปีแรกที่สอบก็คือตอนอยู่ ม.6 ค่ะ ตอนนั้นพลับคิดว่าคนอื่นทำได้ เราก็ทำได้ แต่พลับเข้าใจผิด เพราะจริงๆ แล้วพลับไม่ได้มีความรู้อะไรเท่าไหร่เลย แถมยังทำกิจกรรมเยอะอีก แต่เป็นเรื่องเข้าใจได้นะคะ พลับเป็นเด็กไม่ค่อยตั้งใจเรียนในห้อง ชอบทำงานอื่นในคาบเรียนตลอด การบ้านชอบลอกเพื่อนไม่ค่อยทำเอง ไปเรียนพิเศษก็ไม่ค่อยได้ทำโจทย์ที่เป็นการบ้าน ตอนอยู่ ม.6 ความรู้พลับจึงไม่แน่น ตอนนั้นอ่านหนังสือติดต่อกันได้ไม่นานโดยเฉพาะเลข เพราะพลับไม่เคยเรียนพิเศษเลขเลย พออ่านเลขทีไรก็ท้อ และเลิกอ่านในที่สุด
แต่ 1 สัปดาห์ก่อนสอบ 7 วิชาสามัญไม่รู้พลังมันมาจากไหน อ่านติดต่อกันได้ทั้งวัน แต่จะอ่านให้ตายยังไง มันก็ไม่ทันแล้ว เพราะเราเตรียมมาน้อยเกินไปจริงๆ หลังสอบ7วิชาเสร็จ พลับร้องไห้หนักมากๆ เพราะรู้ว่าทำไม่ได้ และเป็นไปไม่ได้เลย ผลปีนั้นออกมา เลขพลับไม่ผ่าน 30% วิชาที่ชูโรงที่สุดก็คือภาษาไทย ที่น้ำหนักการคิดคะแนนน้อยมากๆ คะแนนจาก 100% ในปีนั้นได้แค่ประมาณ 45.4% ซึ่งห่างไกลจากทันตะจุฬาฯที่อยากเข้าลิบลับ พลับจึงลองใหม่ในแอดมิชชั่น แต่คะแนนพลับก็ไม่ถึงทันตะทุกที่อยู่ดี สุดท้ายพลับติด คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ตอนแรกก็คิดนะคะว่าจะเรียนอยู่ที่สัตวฯ นี่แหละ แต่พอคิดทบทวนนานๆ เข้าก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ เพราะพลับเองไม่ค่อยชอบคลุกคลีกับสัตว์จริงๆ ก็เลยคิดว่า เราลองดูอีกสักปีก็คงไม่เสียหาย เพื่ออาชีพที่เราจะต้องอยู่กับมันตลอดชีวิตที่เหลือ พลับก็เลยอ่านหนังสืออีกครั้ง คราวนี้จริงจังมากขึ้น พลับไปเรียนเลขแบบจริงจัง เพราะเรียนกับคอม พลับจึงเรียนทั้งวันเท่าที่เขาจะอนุญาติให้ลงได้ ทำแบบนี้อยู่ประมาณไม่ถึง 1 เดือน ก็จบ 2 คอร์สใหญ่ๆ พลับตัดสินใจดรอปในเทอม 2 เพราะปีนั้นพลับมีโอกาสได้เป็นผู้นำเชียร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรุ่นที่ 69 ซึ่งต้องซ้อมหนักมาก และถ้าไม่ดรอปคงไม่มีเวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบทันตะเลย ตอนนั้นพลับคิดว่ามันเป็นโอกาส และประสบการณ์ที่ดีจึงไปคัดจากการเชิญชวนของพี่ลีดจุฬาฯ คนหนึ่ง และคิดว่าเรามีเวลาอ่านในช่วงเวลากลางวัน ส่วนตอนเย็นก็ไปซ้อม คราวนี้ก็น่าจะติด ไม่น่ามีปัญหา แต่สุดท้ายมันก็มีปัญหาค่ะ
เพราะมันมีอะไรหลายอย่างที่เข้ามาอีกนอกจากการซ้อม รวมทั้งความเหนื่อยล้าที่บั่นทอนการอ่านหนังสือ ตอนสอบปีนั้นพลับก็ทำได้มากขึ้นนะคะ แต่มันก็ยังไม่มากพอ พลับรู้ตัวว่าพลับอ่านไม่ทันจริงๆ ทำข้อสอบเก่าไม่ได้ตามที่วางแผนไว้ เพราะเวลาที่เราวางไว้มันผิดหมดเลย ปีนั้นพลับได้คะแนน 54.67% ซึ่งบวกจากทันตะมช.ปีที่แล้วแค่จุดทศนิยมซึ่งสุดท้ายก็ไม่ติดอะไรเลย เพราะคะแนนปีนั้นดันขึ้นหมด - -"
เพราะอะไรจึงตัดสินใจสอบอีกเป็นครั้งที่ 3
พอซิ่วครั้งแรกไม่ติด พลับก็รอแอดใหม่ค่ะ ตอนนั้นลองคำนวนคะแนนแล้วปรากฏว่าถึงหมอรังสิตค่ะ ซึ่งพ่อบอกพ่อยอมสู้ค่าใช้จ่าย ตอนนั้นหัวใจพองโตมาก มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกค่ะ แต่แล้วยังไงรู้ไหมคะ? คำนวนคะแนนผิดค่าาาาา!!! (ชีวิตมืดเลย - -") สุดท้ายพลับซิ่วไปคณะจิตวิทยาค่ะ เพราะพลับชอบอ่านหนังสือจิตวิทยาที่เกี่ยวกับการพัฒนาตนเองค่ะ แต่พอเรียนๆ ไปพลับรู้สึกว่าเกิดมาทั้งทีก็อยากใช้ชีวิตให้คุ้มมากกว่านี้ และชอบความรู้สึกพองโตแบบตอนที่คำนวนคะแนนผิดว่าติดหมอรังสิตมาก
พลับแอบไปนั่งเรียนกับเพื่อนสัตวฯ ก็รู้สึกว่าเราชอบที่จะเรียนหนักมากกว่าที่จะเรียนชิลๆ ไปเรื่อยๆ อยากรู้อยากทำในสิ่งที่คนทั่วไปทำไมได้ มันก็ดูแปลกๆ นะคะ คนอะไรอยากลำบาก 555 แต่พลับอยากใช้ชีวิตให้มีคุณค่า ไม่อยากใช้ชีวิตแบบธรรมดา ที่เกิด เรียน ทำงาน และจากไป พลับถามตัวเองว่า เราเกิดมาทำไม เพื่ออะไร จุดหมายของชีวิตคืออะไร (ใกล้จะไปบวชละค่า 555) สุดท้ายพลับก็ได้คำตอบ พลับอยากเป็นหมอ แต่จะไม่เป็นหมอที่เฝ้าแต่จะหาเงินจากความเจ็บป่วยของเพื่อนมนุษย์ แต่จะเป็นหมอที่กินอุดมการณ์ อาจจะดู
โลกสวยเกินจริง แต่ก็คิดแบบนี้จริงๆ เพราะตายไปเงินสักบาทก็เอาไปไม่ได้ มีแต่ความดีงามของเรานั่นแหละที่จะคงอยู่บนโลกนี้ มนุษย์เกิดมาล้วนจะต้องแสวงหาความสุข ซึ่งพลับว่าความสุขจากการให้นั้นสุขใจมากกว่าสุขอยู่กับทรัพย์สินซะอีก ก็คิดอยู่ระหว่างแพทย์กับทันตแพทย์นะคะ แต่พ่อบอกว่าพลับเหมาะกับหมอมากกว่า และพ่อจะหันหลังให้กับอาชีพทันตแพทย์แล้วก็เลยเลือกที่จะเป็นแพทย์ค่ะ
โลกสวยมามากพอละ 555 ต่อเลยนะคะ ปีนี้พลับตัดกิจกรรมออกจากชีวิตทั้งหมด พลับลงเรียนแค่ 10 กว่าหน่วยกิต ที่ส่วนใหญ่เรียนครึ่งวัน บางวันก็ไม่มีเรียน (ทั้งหมดเป็นวิชาคณะ วิชาเลือกถ้าสอบไม่ติดค่อยเรียนปีอื่นค่ะ) พลับอ่านหนังสือเยอะขึ้น และละเอียดขึ้นมาก อ่านวันละประมาณ 6-12 ชั่วโมง ทำโจทย์ครบ 15 พ.ศ. และจบหนังสือดังๆ ตามท้องตลาดไปหลายเล่ม คะแนนจากการทำข้อสอบชุดเดียวกับปีที่แล้วขึ้นมามากกว่า 10% ก่อนสอบนี่ก็รู้สึกโล่งละค่ะ คราวนี้เรารู้สึกว่าเตรียมตัวมาพอแล้ว เราพร้อมแล้ว และคงไม่มากไปกว่านี้อีกแล้ว ตอนสอบก็รู้สึกว่าทำได้ค่ะ แต่ก็มีมั่วบ้างนิดหน่อยในส่วนที่ไม่รู้จริงๆ ยกเว้นภาษาอังกฤษที่ทำไม่ทัน และรู้สึกแย่มากๆ เพราะตอนนั้นไม่มีสมาธิเลย แต่ก็เต็มที่ที่สุดแล้วค่ะ ^^
หากปีนี้ไม่ได้อีกจะสู้ต่อไหม ?
จะไม่มีการสู้อีกแล้วค่ะ ถ้าไม่ติดก็จะทำใจยอมรับสภาพ และเรียนจิตวิทยาต่อค่ะ การซิ่วเนี่ยเป็นอะไรที่ต้องใช้พลังใจสูงมากๆ พลับเคยมองว่าถ้าปีแรกซิ่วไม่ติด ก็ไม่ควรเรียนแล้วแต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง คนเรามีปัญหาชีวิตที่แตกต่างกันค่ะ คนที่เค้าต่อสู้กับการซิ่วหลายๆ ปีจนติดกลับเป็นคนที่น่านับถือกว่าคนที่ติดแต่แรกบางคนเสียอีก เพราะความรู้เนี่ยเป็นสิ่งที่แต่ละคนก็มีโอกาสได้รับไม่เท่ากัน แต่แรงใจเป็นสิ่งที่จะต้องสร้างด้วยตนเอง คนที่ซิ่วหลายๆ ปีจนติดเขาคงจะต้องมีแรงใจและความมุ่งมั่นสูงมากจริงๆ ถึงทนกับความกดดันหลายๆ ปีติดกันได้
4 อันดับ กสพท.ที่เลือกไปปีนี้มีอะไรบ้าง ?
อันดับ 1 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ
อันดับ 2 คณะแพทยศาสตร์วชิระพยาบาล
อันดับ 3 คณะแพทยศาสตร์ มศว
อันดับ 4 คณะแพทยศาสตร์ ม.สยาม
(เลือก ม.สยามไว้กันหลุดค่ะ แต่จริงๆ ก็กันขี้เกียจด้วย เพราะไม่อยากหลุดไปถึง ม.สยาม ค่าเทอมที่นี่แพง หนูสงสารพ่อ T^T)
ลูกพลับได้คะแนน กสพท.เท่าไหร่ ?
7 วิชาสามัญได้ 41.965/70 วิชาเฉพาะได้ 22.569/30 รวม 64.5344 ต้องบอกว่าไม่ได้หรูมากสำหรับปีนี้ แต่ก็พอใจมากๆ แล้วค่ะ คะแนนพลับขึ้นมาปีละ 10% ซึ่งถือว่ามีพัฒนาการเป็น กราฟเส้นตรง สอบปีหน้าสงสัย 74 แน่ๆ 555 แต่ให้มันพอแค่นี้เถอะค่ะ อยากเรียนจริงๆแล้ว ><"
เทคนิคการจัด 4 อันดับ กสพท.ของลูกพลับเป็นยังไง ?
เลือกตามคะแนนค่ะ คือเลือกให้มีการกระจายของคะแนน เป็นการกระจายความเสี่ยง ไม่ให้หลุดหมดด้วย อย่างของพลับจะเริ่มตั้งแต่คณะที่คะแนนสูงสุดคือหมอจุฬาฯ ที่เป็นสถาบันที่พลับรู้สึกผูกพันธ์ รองลงมาเป็นวชิระ ซึ่งคะแนนทิ้งมาจากจุฬาฯพอสมควร และที่เรียนอยู่ใกล้บ้านค่ะ จากนั้นเป็นมศว เพราะเป็นคณะที่ยังเดินทางไม่ลำบากมาก มีเพื่อนอยู่หลายคน และคะแนนไม่สูงมากค่ะ ส่วนอันดับสุดท้ายเอา ม.สยามปิดท้าย เพราะเป็นคณะที่เพิ่งเข้าร่วมกับกสพท.เลยเดาว่าคะแนนน่าจะต่ำที่สุด และไม่น่าจะหลุด คือยังไงก็ขอให้ปีนี้ได้เรียนหมอพอแล้ว จะเรียนที่ไหนก็จบมาได้เป็นหมอเหมือนค่ะ ^^"
สิ่งที่กดดันที่สุดของพลับตอนซิ่ว คืออะไร ?
กลัวว่าจะพลาดค่ะ แล้วก็กลัวว่าพ่อแม่พี่ และคนที่เชียร์เราอยู่จะผิดหวัง โดยเฉพาะช่วงใกล้ๆ ประกาศผลคะแนนนี่ลุ้นมากๆ ปีนี้พลับตั้งใจเต็มที่ ก็เลยกลัวว่ามันจะสูญเปล่าค่ะแต่ทุกคนที่รู้ว่าพลับซิ่วก็ให้กำลังใจเต็มที่นะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ :')
ฝากถึงน้องๆ ที่ไม่ติดหมอ และอยากจะซิ่วตามฝันในปีต่อๆ ไป
ก่อนอื่นอยากให้คิดทบทวนดูให้ดีๆ ค่ะ ว่าเป้าหมายในชีวิตที่แท้จริงคืออะไร ในโลกนี้มีอาชีพต่างๆ อีกมากมาย หาว่าอาชีพอะไรที่เราคิดว่าเราชอบ ทน และรับข้อเสียของมันได้ ให้หาอาชีพที่เราคิดว่าเรารัก และทำได้ดี โดยที่ไม่มองว่าจะได้เงินเท่าไหร่ เพราะเมื่อเรารัก เราก็จะทำได้ดี และเงินก็จะตามมาเอง เมื่อเราได้คำตอบแล้ว ก็อย่าให้มันเป็นเพียงความฝัน จงตั้งให้มันเป็นเป้าหมายในชีวิต เพราะมันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงๆ ไม่ว่าจะกี่ปี ถ้าเกิดมันเป็นเป้าหมายที่ในชีวิตของเราจริงๆ มันก็คุ้มค่าที่จะแลกมาค่ะ และก็อย่าไปสนใจนะคะว่า คนอื่นเค้าจะพูดจะนินทาอะไรเรา แค่เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่เป็นสิ่งที่ดี และถูกต้องก็พอแล้วค่ะ
เมื่อใดที่ใจรู้สึกท้อ ก็ให้นึกภาพว่าถ้าเราสอบติดแล้วจริงๆ ใจเราจะพองโตแค่ไหน คุณพ่อคุณแม่ และคนรอบๆ ตัวเราจะมีความสุขมากแค่ไหน คิดถึงเป้าหมายของเราทุกๆ วันมันจะทำให้เรารู้สึกว่าเราจะต้องอ่านหนังสือเพื่อที่จะทำให้ได้ รู้จักให้รางวัลกับชีวิตของตนเอง เพราะมันจะจูงใจเราได้มากขึ้น โดยเริ่มจากรางวัลชิ้นเล็กๆ ที่เป็นไปได้จริงๆ เช่น ถ้าทำข้อสอบชุดนี้จบ เราจะได้กินขนมที่เราชอบ พยายามให้กำลังใจตัวเองสม่ำเสมอว่าเราทำได้ ตั้งใจพยายามให้เต็มที่ค่ะ เพราะไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็จะได้ไม่เสียดาย เพราะรู้ว่าเราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว
และสำหรับใครที่ใจกำลังท้อ หรือกำลังสับสน หาตัวเองไม่เจอ ถ้าว่างๆ อยู่พลับแนะนำให้ไปหาหนังสือจิตวิทยาเชิงพัฒนาการตัวเองมาอ่านดูนะคะ เช่น เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด (ของRando Kim) ทำสิ่งที่รักยังไงก็รุ่ง คิดอย่างแชมป์โลก (ของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี) อัจฉริยะสร้างสุข (ของหนูดี วริษา เรซ) ฯลฯ หนังสือเหล่านี้จะแนะนำวิธีในการพัฒนาตนเอง รวมถึงให้แรงบันดาลใจ และกำลังใจกับเราได้มากทีเดียวค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ
อ่านบทความนี้แล้ว พี่ลาเต้ เข้าใจความรู้สึกของเด็กซิ่วเลยครับ ว่าความกดดันมันอภิมหาศาลขนาดไหน และเห็นด้วยสุดๆ กับประโยคที่ว่า "คนเรามีปัญหาชีวิตที่แตกต่างกันค่ะ" เอาเป็นว่าน้องคนไหนที่กำลังไล่ตามความฝันก็อย่าเพิ่งท้อไปนะครับ รางวัลแด่คนชั่งฝันรออยู่ ขอแค่น้องๆ ไม่ทิ้งมันเท่านั้นเอง สู้ๆ ครับ






71 ความคิดเห็น
นับถือในความพยายามของพี่เค้าเลย
สุดยอดค่ะ
มีความพยายามมาก
เราก็ต้องทำให้ได้เหมือนกัน
พี่ลูกพลับเก่งมากๆ สู้นะค้าาาา ><
กำลังคิดจะทำแบบพี่อยู่เลย 5555 แต่ว่าซิ่ว นี่ ได้กี่แบบ(ของทันตะ) อ่ะค่ะ หมายถึง ทั้งแอดกะ กสพท. เลยรึป่าว??? แล้วซิ่วได้กี่ครั้งอ่ะคะ???
ยินดีด้วยนะค่ะพี่ลูกพลับ
หนูก็ซิ่วเหมือนกันคะ ตอนนี้มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ตอนแรกออกมานี่คนมองแปลกๆ กดดันสุดๆ ยินดีด้วยนะคะ
ขอบคุณนะค่ะ หนูมีกำลังใจขึ้นเยอะ หนูจะทำให้ได้ค่ะ ^^
พี่เป็นไอดอลของผมเลย พี่เก่งมากปีนี้ผมก้ไม่ติดได้คะแนนน้อยมากๆ อยากซิ่วอยู่เหมือนกันอ่านเรื่องของพี่แล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย
ซิ่วเป็นปีที่3 อืมม..เราว่าพี่เค้าความพยายาม และมีอุดมการณ์อยู่สูงมากเลยนะ ^^