สำหรับผู้ใหญ่อาการปฏิเสธไม่เป็นนี้อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก เพราะผู้ใหญ่รู้จักหลบเลี่ยงได้ตามสมควร และต่างก็โตพอที่จะรับรู้ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย แต่สำหรับวัยรุ่นแล้ว เป็นเรื่องยากมากๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะอาการใจอ่อนเวลาเพื่อนขอให้ช่วย ดังนั้นผู้ใหญ่จึงต้องเป็นคนให้คำแนะนำเรื่องการปฏิเสธให้เป็นแก่ลูกหลาน นี่เป็นอีกทักษะหนึ่งที่วัยรุ่นควรเรียนรู้ไม่ต่างจากวิชาการสามัญใดๆ เลยค่ะ
ในมุมผู้ใหญ่ต้องเข้าใจก่อนเลยว่า การที่ลูกหลานหรือพี่น้องของตัวเองไม่ค่อยกล้าปฏิเสธหรือขัดใจเพื่อน ไม่ใช่เพราะว่า "หัวอ่อน" ยอมเพื่อนไปเสียหมด แต่ต้องเข้าใจว่า วัยรุ่นวัยนี้ทุกคนให้ความสำคัญกับเพื่อนเป็นใหญ่ และจริงๆ ไม่ว่าใครก็ตามก็ต้องการรักษาน้ำใจเพื่อนทั้งนั้น วัยรุ่นกลัวการถูกเพื่อนทิ้ง กลัวการถูกตัดออกจากกลุ่มซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากในวัยรุ่น แต่ก็ต้องอธิบายให้วัยรุ่นรู้จัก "การชั่งน้ำหนักของผลดีและผลเสียของสิ่งที่จะตามมาด้วย" หากทำแล้วลำบากตัวเอง หรือทำให้คนอื่นเดือดร้อนอีกมาก มากกว่าที่เราจะได้ประโยชน์ ก็ไม่ใช่เรื่องควรทำ แต่ในขณะเดียวกัน หากเป็นเรื่องส่วนรวม เช่น ช่วยจัดห้องสมุดหลังเลิกเรียน แม้เราจะรู้สึกไม่ชอบ (ไม่ชอบทำงานบ้าน) แต่ก็ควรตอบรับไปทำ เพราะไม่ใช่เรื่องเสียหาย แถมยังได้เสียสละเพื่อส่วนรวมอีกด้วย
ส่วนในมุมของวัยรุ่นเองแล้ว ก็ต้องเข้าใจว่าสังคมเพื่อนฝูงเป็นสังคมที่ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การรักษามิตรภาพระหว่างเพื่อนมีหลายวิธี โดยไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างที่เพื่อนขอเสมอไปค่ะ การที่เพื่อนยอมรับฟังเหตุผลปฏิเสธของเพื่อนและยอมรับ ย่อมแสดงให้เห็นว่า เพื่อนคนนั้นเป็นคนใจกว้างที่ยอมรับฟังความคิดของผู้อื่น ไม่ใช่คนใจแคบที่จะต้องการให้คนอื่นทำตามเท่านั้นด้วย ถือว่าเป็นการพิสูจน์ใจเพื่อนได้อีกทางเลยค่ะ
และนอกจากการ ชั่งน้ำหนักผิดถูกของเรื่องที่ถูกขอให้ทำให้เป็นแล้ว สิ่งต่อมาคือ การต้องรู้จักการกล้าปฏิเสธให้เป็นค่ะ จะพูดไปตรงๆ ก็ดูจะตัดขาดเพื่อนได้ง่ายๆ เกินไปหน่อย หรือจะก้มหน้าก้มตารับทุกอย่างก็ลำบากเรา หรือจะหาเหตุผลร้อยแปดมาโกหก เกิดพลาดโกหกไม่เนียนอีกล่ะ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องพูดเหตุผลให้ชัดเจน แต่ก็อ่อนโยนค่ะ แม้จะโกรธอยู่ในใจก็ต้องระวังอารมณ์ค่ะ
เพื่อนชวนไปดูหนังหลังเรียนพิเศษ แต่เพราะต้องรีบกลับไปทำงานบ้านก่อนแม่กลับมา
|
" ฮืออออ เราก็อยากดูเรื่องนี้อะ แต่เรายังรีดผ้าค้างอยู่เลย แถมต้องทำให้เสร็จก่อนแม่กลับบ้านด้วย ถ้าไปดูหนังด้วย เรารีดผ้าไม่ทัน แม่ต้องว่าเราแน่นอน เราขอกลับบ้านก่อนนะ แล้วมาเล่าหนังให้เราฟังด้วยนะ"
|
เพื่อนขอลอกการบ้าน
| "ไหนอะ ตรงไหนที่ทำไม่ได้อะ เราช่วยอธิบายให้ได้นะ งั้นเดียวตอนเย็นเรามาทำการบ้านวันนี้พร้อมกันเลยสิ ดีไหม มา มา เราอธิบายให้ จะได้เข้าใจ และเอาไปทำสอบได้ด้วย ดีกว่าเขียนเหมือนกันเฉยๆ แต่เมื่อยมือเปล่าโดยที่ไม่เข้าใจนะเออ" |
บางเรื่องมันยากที่จะพูดปฏิเสธค่ะ แต่ก็จำเป็นต้องกล้าที่จะพูดความจริง เราจะได้ไม่ลำบากอึดอัดตนเอง ที่สำคัญการพูดออกมาจากใจนั้น ก็อย่าคิดถึงแต่ใจตัวเอง ลองคิดถึงใจผู้ฟังบ้าง ให้คิดก่อนว่า "ถ้าเราถูกพูดใส่แบบนั้น เราจะรู้สึกอย่างไร" ด้วยค่ะ และแน่นอนว่า เมื่อเราเรียนรู้ที่จะปฏิเสธคนอื่นได้แล้ว เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับการถูกปฏิเสธจากคนอื่นด้วย เป็นการให้เกียรติการตัดสินใจของกันและกันด้วยค่ะ





ทั้งๆที่รู้ว่า ก็เพื่อนเป็นของเพื่อนแบบนี้ จะให้ทำไง ปลงสิจ๊ะ 555+
59 ความคิดเห็น
เราเป็นคนที่ใจอ่อนมากเลยอะ โดยเฉพาะเวลาเพื่อนยืมมือถือ
เราเป็นพวกใจอ่อนมาก เพื่อนขอลอกการบ้านเราก็ให้ ที่จริงเราจะสอนเพื่อนนะแต่เพื่อนมันไม่เอาจะลอกอย่างเดียวแล้วเราก็ไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ เลยต้องให้ลอกไปตามระเบียบ
แต่ไม่รู้ทำไมเวลานึกถึงเรื่องนี้แล้วมันหงุดหงิดขึ้นมาทุกที
คือเรื่องลอกการบ้านอะ เราเป็นงี้
เพื่อน : ขอดูการบ้านหน่อยสิ
เรา: ไหนตรงไหนทำไม่ไ..
เพื่อน: โอ๊ย ไม่ต้องอธิบายยืดยาว เอามาดูเลย เดี๋ยวครูมา ยังไงมันก็ทำไม่ทันอยู่แล้ว
เรา: เงิบ
เราเป็นพวกใจๆมั้ง เวลาคบกันก็บอกอยู่แล้วว่า เออ กุตรงๆนะ
คนอื่นอาจไม่ชอบ แต่มันจะสบายทีหลังเวลาจะทำอะไร
อย่างเช่นเรื่องงาน ในมหาลัยงี้ ถ้าพูดด้วยเหตุผล(จริงๆ)ชนิดว่าคนในกลุ่มได้รับประโยชน์ทั้งหมด มันก็ยากที่จะค้าน ที่จะไม่เห็นด้วย เห้อะๆๆๆ
ส่วนกรณีเพื่อนชวนไปเที่ยว ไม่อยากไปก็บอกไปเลยว่าไม่อยากไป ไว้มื้อหน้าเอ็งอยากไปที่ข้าอยากไป ข้าจะเสนอตัวไปเอง แม้เอ็งไม่รับเชิญ 555+
มันอยู่ที่ว่าคบเพื่อนแบบไหนด้วยนะ บางคนคบเชิงอิงกลุ่ม บางคนคบเดี่ยวๆเอาสบายใจ
ถ้าเป็นคนเดี่ยวเชิงสบายใจแบบเลือกเอง ก็สบาย เพราะคบกันด้วยใจ เข้าใจกันได้ ประมาณว่า เพื่อนเป็นของเพื่อนแบบนี้ เพื่อนสนิทเราคนนึง เรารักม๊ากกก แบบว่าปิดเทอมเนี่ยคิดถึงมาก เพราะอยู่ด้วยแล้วสนุก แต่อีกฝ่ายดูไม่คิดถึงเหมือนที่เราคิดถึงเลย เราก็เลยชอบตัดพ้อว่า โอยยย เหงา แกไม่รักเราเลยยยย 555+
ทั้งๆที่รู้ว่า ก็เพื่อนเป็นของเพื่อนแบบนี้ จะให้ทำไง ปลงสิจ๊ะ 555+
ส่วนการคบเชิงอิงกลุ่ม ก็เหมือนคบแบบเซฟตี้ ให้มีงาน มีอิทธิพลเชิงกลุ่ม เห็นเชิงกลุ่มมีดราม่าบ้าง เหมือนประเด็นที่่ว่า พวกมุงอยากไปแต่กุไม่อยาก ถ้ากรณีเป็นแบบนี้ เราต้องหาจุดยืนของเราค่ะ ในกลุ่มสังเกต จะมีอยู่คนนึง อยู่ในตำแหน่งที่ กุไม่ตามใคร แล้วไง คนอื่นในกลุ่มเกรงใจกันหมด เพราะเขามีจุดยืนที่ชัดเจน อาจจะเป็นชนิดที่ว่า พอบอกว่าไม่ไป เพื่อนๆก็จะเข้าใจในทันที แถมไม่โกรธด้วยนะเออ 555+
อยู่ที่การวางตัวมากกว่านะเราว่า ถ้าคุณวางตัวให้ข่มไม่ได้ ก็ไม่มีใครทำอะไรคุณได้
คนสมัยนี้ติดคิดมาก ก็จะกลัวคนอื่นโกรธหรือไม่พอใจ
แต่เอาจริงๆ มีคนบอกเราว่า "ถ้าเพื่อนกันจริง เรื่องแค่นี้โกรธ ก็ไม่ต้องไปเรียกว่าเพื่อนหรอก"
"เพื่อนป่ะล่ะ ถ้าทำให้ไม่ได้ก็เลิกเป็นเพื่อนกัน"
เกียจคำนี้มากกกก
เราบอกตรงๆเลยถ้าไม่อยากทำ ไม่อยากไป
ก็ตอบว่า " ไม่ " งี้เลยอะ แล้วตอบไปว่าทำไมไม่อยาก
เพราะเพื่อนจะได้รู้แน่นอนไงว่าไม่ต้องรอไม่ต้องถามต่ออะไรให้มันยืดยาว
จะได้ไปชวนคนอื่นได้ด้วย แล้วเพื่อนเราก็ไม่ได้โกรธนะ
แต่ถ้าใครจะโกรธเพราะเรื่องแค่นี้ก็โกรธไปเลย (แต่ยังไม่เคยเจอนะ)
เช่นเดียวกันถ้าเราชวนเพื่อนไปไหน แล้วมีคนไม่อยากไปเราก็ชอบให้พูดตรงๆ อ่า
ไม่ต้องมาบอกว่า อุ๊ย ชั้นก็อยากไปนะ บลาๆๆๆๆๆๆ แล้วสุดท้ายไม่ไปเงี้ย =__=
แบบนี้มันน่าหงุดหงิดกว่า 555555555
เพราะเราไม่ชอบรอ ชอบเอาที่มันแน่ๆ ไปเลย
เรารู้สึกว่าการตอบตกลงหรือปฎิเสธตรงๆ มันเป็นการแสดงความจริงใจกับเพื่อนด้วยนะ
(คหสต นะคร้าบบบบบ TwT)
ปฏิเสธไปเลยจนหน้าสตั๊น อิอิ
เราเพิ่งย้ายโรงเรียนมาอ่ะ คำปฏิเสธแบบนุ่มนวลหรือแบบแข็งๆใช้มาหมดแล้ว
ไม่ได้ผลเลย! งานทุกอย่างโยนมาที่เรา เพราะเราเป็นเด็กใหม่ T T
อยากกลับโรงเรียนเก่า ฮืออออ
เรื่องขอลอกการบ้านอีกอย่าง พอเราจะอธิบายก็เมิน จนเราเบื่อ ต้องให้ในที่สุด เวลามีงานอ้างนู่นนี่ และสุดท้ายเราก็ทำคนเดียว
คนแบบนี้มีอยู่จริง และเป็นทั้งห้องด้วย น่าเบื่อมาก ชีวิตวัยเรียนอันแสนไม่น่าจดจำ T T
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆค่า
เพื่อนของยืมตัง - -
*เวลายืมช่างง่าย จะทวงคืนนี่ลำบากเหลือหลาย
มันลำบากมากเวลาเพื่อนขอยืมเงิน
เวลาเพื่อนชวนไปดูหนัง
เรา : ไม่มีตังค์อ่ะ //แล้วมันก็จะไปชวนคนอื่นเอง -0-
#บอกตรงๆ ใช้ได้กับเพื่อนบางคนและบางสถานการณ์
เพื่อนของลอกการบ้าน เราถามไปเลยว่า อ้าว แล้วอยู่ที่บ้านแกทำไรอยู่อ่ะ แล้วก็โยนการบ้านให้ =_= เราพูดคล้ายๆกับต่อว่าทางอ้อมจนมันไม่กล้าขอลอกอีกเลย แต่มันไปลอกเพื่อนสนิทเราแทน _._
จริงมากมาายเลยค่ะ
ชอบมาแบบ "ไปน้า น้าๆๆๆๆๆ" พอไม่ก็จะ "เอ้อ"
น่ารำคาญมาก แล้วคือ แค่เข้าห้องน้ำก็ยังจะให้พาไป
กระเพาะปัสสวะอยู่ติดกันหรือเจ้าค่ะ ปฏิเสธก็โกรธ
เลยตอกกลับเลย "แกเคยพาเขาไปป่ะล่ะ ??"
สำหรับผม ไม่ก็คือไม่ ไม่ต้องอธิบายยืดยาว ถ้าเรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจกัน แล้วมาโกรธมางอลกันด้วยเรื่องแค่นี้ ก็ไม่ง้อ โตๆกันแล้วมันไม่ใช่เรื่อง
ส่วนเรื่องลอกการบ้าน มัธยมอะให้ลอกไปเหอะชีวิตจริงไม่มีใครมานั่งอธิบายขนาดนั้นหรอก ลอกให้แต่ได้ส่ง บอกไป1รอบ ว่าเดี๋ยวทำข้อสอบไม่ได้หรอก ถ้าหลังจากนั้นยังขอลอกอีกก็แล้วแต่เถอะ บอกไปละเตือนไปละไม่เชื่อก็แล้วแต่
เพื่อน: เธอๆ ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนเราหน่อยจิ เราปวดฉี่ไม่ไหวล่ะ
เรา: ก็-เจ็บฉี่-ก็ไปฉี่ดิ ชวนกูทำไม กูไม่ได้เป็นท่อปัสาวะเดียวกับของ-หนิ
เพื่อน : เออ จำไว้เราจะสั่งให้พวกเพื่อนๆในห้องโกรธเธอให้หมดทุกคนเลย
เรา: โกรธก็โกรธไปดิ กูไม่แคร์เดี๋ยว-ก็รู้ใครจะโกรธใครกันแน่
ผลสรุป คือ ไม่มีใครโกรธใครขู่ไปงั้นๆแหละ
เพื่อนชอบมาขอให้เราช่วย พอเราไม่ช่วยก็บอกว่า "อย่างงี้เรียกว่าเพื่อนอ่อ"
เกลียดมากเลยเวลาเพื่อนพูดอย่างงี้เราก็เลยบอกไปเลยว่า
เลิกเป็นเพื่อนไปเลยดิพูดเเบบนี้
