ศ.ดร.เปี่ยมศักดิ์ เมนะเศวต คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยได้นำข้อมูลผลการระดมความคิดเห็นของคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาการพัฒนาเด็ก เยาวชน ผู้มีความสามารถ พิเศษ ในคณะกรรมาธิการกิจการเด็กและเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและความมั่นคงของมนุษย์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีที่อาจารย์สายวิทยาศาสตร์ห่วงใยการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อคณะวิทยาศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมีการจัดสอบคัดเลือกโดยใช้แบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ที่มีการนำวิชาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยารวมไว้เป็นกลุ่มสาระเดียวกัน จนส่งผลให้คะแนนวิทยาศาสตร์ของนิสิต นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ลดต่ำลง ประกอบกับผลงานวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ที่ชี้ชัดว่านิสิตชั้นปีที่ 1 ที่ผ่านการคัดเลือกมาจากระบบแอด  มิชชั่น มีอัตราส่วนการสอบไม่ผ่าน หรือ ต้องถอนรายวิชาค่อนข้างสูงมาหารือ พร้อมทั้งการทำวิจัยเปรียบเทียบ 1 ภาคการศึกษา ระหว่างคะแนนของนิสิตชั้นปีที่ 1 ที่ผ่านระบบเอนทรานซ์  ซึ่งมีการแยกข้อสอบฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา กับนิสิตชั้นปีที่ 1 ที่ผ่านระบบแอดมิชชั่น ซึ่งใช้ข้อสอบ A-NET เพื่อดูความแตกต่าง พบว่าคะแนนเฉลี่ยลดลงจริง แต่ไม่มีนัยยะสำคัญ ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาวิจัยอีก 1 ภาคเรียน โดยจะทำการวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ของทุกมหาวิทยาลัย เพื่อดูภาพรวมทั้งหมด เพราะหากจะดูเฉพาะคณะวิทยาศาสตร์ ของจุฬาฯ เพียงแห่งเดียวคงไม่สามารถสรุปอะไรได้  ซึ่งคาดว่าในเดือนตุลาคมนี้จะสามารถสรุปผลงานวิจัยได้

 
 

ประธานที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ แห่งประเทศไทย กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ฯ เห็น ตรงกันว่า ควรแยกการสอบวิชาวิทยาศาสตร์ ในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย และให้เพิ่มเวลาในการสอบมากขึ้น โดยตนได้เสนอข้อสรุปนี้ต่อที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) แล้ว ซึ่ง ทปอ.ก็เห็นด้วยกับหลักการที่จะให้แยกสอบแต่ละวิชาแล้ว  แต่ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนองค์ประกอบแอดมิชชั่นได้ หากเปลี่ยนก็ต้องรอดำเนินการในปี 2553 ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบและค่าน้ำหนักในการคัดเลือก แต่ทั้งนี้ถ้าผลวิจัยยืนยันว่าคะแนนวิทยาศาสตร์ของนิสิตนักศึกษาปี 1 ลดลงจริง ก็จะผลักดันให้ ทปอ.ปรับเปลี่ยนวิธีการสอบวิทยาศาสตร์โดยเร็วที่สุดอาจจะก่อนปี 2553 ดังนั้นเราต้องรอผลการวิจัยก่อน เพื่อมาสนับสนุนแนวคิดการแยกสอบวิทยาศาสตร์ออกเป็น 3 วิชา

 

            ด้าน ดร.อุมา สุคนธมาน ประธานคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาการพัฒนาเด็ก เยาวชน ผู้มีความสามารถพิเศษฯ กล่าวว่า อนุ กมธ.จะรอว่าที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ฯต้องการให้ช่วยอะไรบ้าง เพราะเราก็เป็นห่วงเรื่องนี้เช่นกัน

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

4 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
678678 11 ส.ค. 50 08:36 น. 2
ถ้าเกิดเดือนตุลานี้สรุปผลได้ แล้วจะแยกปีนี้เลยปะ อยากให้แยกมากๆๆๆๆๆๆๆ อยากให้ใช้ % วิทยาสตร์เยอะกว่านี้ ในคณะพวกๆวิทย์ๆ ทั้งหลาย ตอนนี้ % คะแนนวิทยาศาสตร์ แทบไม่ต่างะไรกับไทยสังคมลย แถมจะน้อยกว่าด้วยซ้ำ ทั้งๆที่คณะนั้นเน้นทางวิทย์มากกว่าไทยสังคม - -*
0
กำลังโหลด
Dr.Nu Member 11 ส.ค. 50 20:58 น. 3

อยากให้แยกมากๆ

อ่านฟิสิก  เคมี  ชีวะแทบตาย

แต่ 3 วิชานี้รวมกันเท่าอ่านไทยหรือสังคมวิชาเดียว

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด