สวัสดีค่ะ อยู่ ม.6 การสอบมันเยอะจนน่าปวดหัว ยิ่งใครเริ่มสอบตรงตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ไปบ้างแล้ว ก็คงได้เจอรูปแบบการสอบที่หลากหลายจนเรางงเลยทีเดียว วันนี้พี่มิ้นท์จึงรวบรวมรูปแบบข้อสอบรับตรงมาฝากน้องๆ เผื่อใครที่ยังไม่เคยสอบ จะได้ไม่โอดโอยกันภายหลังค่ะ
รูปแบบข้อสอบสำหรับเด็กแอดมิชชั่นที่คัดเลือกมานี้ เป็นรูปแบบที่น้องๆ น่าจะเคยเจอกันไปบ้างแล้วค่ะ แต่บางรูปแบบก็อาจจะยังไม่เคยเจอกับตัวเอง ก็ควรรู้เอาไว้ก่อนค่ะ เกิดวันใดวันนึงเจอขึ้นมาจะได้ทำข้อสอบได้อย่างเต็มที่ หรือเอาไปบอกต่อน้องๆ ปีอื่นได้ค่ะ
รูปแบบข้อสอบสำหรับเด็กแอดมิชชั่นที่คัดเลือกมานี้ เป็นรูปแบบที่น้องๆ น่าจะเคยเจอกันไปบ้างแล้วค่ะ แต่บางรูปแบบก็อาจจะยังไม่เคยเจอกับตัวเอง ก็ควรรู้เอาไว้ก่อนค่ะ เกิดวันใดวันนึงเจอขึ้นมาจะได้ทำข้อสอบได้อย่างเต็มที่ หรือเอาไปบอกต่อน้องๆ ปีอื่นได้ค่ะ
1. ข้อสอบปรนัย หรือ สอบข้อเขียน
อ่านระเบียบการหลายฉบับ มักเจอคำว่า "สอบข้อเขียน" เป็นตัวหลอก ไม่ต้องกังวลใจไป สอบข้อเขียนในที่นี้ไม่ใช่ ข้อสอบอัตนัยที่ให้เราเขียนยืดยาวแน่ๆ สำหรับระเบียบการรับตรงนั้น สอบข้อเขียน ก็คือ ข้อสอบช้อยส์ธรรมดานี่เอง ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน เข้าไปสอบก็จะมีกระดาษคำถามและกระดาษคำตอบให้เราฝนเหมือนการสอบทั่วๆ ไป
แต่การสอบปรนัย ที่ต้องระวังคือ แต่ละสนามสอบอาจมีรูปแบบสอบไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างการสอบที่ได้เจอแน่ๆ ก็คือ O-NET เช่น
- ข้อสอบปรนัย หลายคำตอบ ก็คือ ในข้อนั้นมีคำตอบมากกว่า 1 ข้อ ต้องตอบให้ครบถึงจะได้คะแนน
- ข้อสอบมากกว่า 4 ตัวเลือก แบบนี้ก็จะตอบถูกยากขึ้น
วิธีการเตรียมตัวสอบ : ดูว่าคณะนั้นสอบวิชาไหนบ้าง แล้วฝึกทำโจทย์เยอะๆ ให้ชินกับแนวคำถามและแนวคำตอบของวิชานั้นๆ และสำหรับข้อสอบปรนัย ต้องฝึกวิธีตัดช้อยส์ให้เป็นด้วยนะ
2. ข้อสอบอัตนัย
ถ้าเจอคำว่า "ข้อสอบอัตนัย" แบบนี้สิของข้อเขียนของจริง คิดและตอบโดยไม่มีช้อยส์ เหมือนกับวิชาคณิตศาสตร์ ต้องคิดเลขแล้วเติมคำตอบลงไปเองนั่นเอง แต่บอกข่าวดีให้ค่ะว่า ข้อสอบอัตนัยเจอไม่บ่อย (อาจจะตรวจให้คะแนนยาก ก็เลยไม่ค่อยนิยม) แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีนะคะ ยกตัวอย่างรับตรงที่มีการสอบอัตนัย เช่น รับตรง ม.ธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส มีข้อสอบอัตนัย 20%
ถ้าเจอคำว่า "ข้อสอบอัตนัย" แบบนี้สิของข้อเขียนของจริง คิดและตอบโดยไม่มีช้อยส์ เหมือนกับวิชาคณิตศาสตร์ ต้องคิดเลขแล้วเติมคำตอบลงไปเองนั่นเอง แต่บอกข่าวดีให้ค่ะว่า ข้อสอบอัตนัยเจอไม่บ่อย (อาจจะตรวจให้คะแนนยาก ก็เลยไม่ค่อยนิยม) แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีนะคะ ยกตัวอย่างรับตรงที่มีการสอบอัตนัย เช่น รับตรง ม.ธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส มีข้อสอบอัตนัย 20%
วิธีการเตรียมตัวสอบ : เมื่อนึกถึงข้อสอบอัตนัย น้องๆ อาจจะชินกับข้อสอบโรงเรียนให้เขียนเป็นหน้า แต่สำหรับการสอบรับตรง อัตนัยไม่จำเป็นต้องยาวเป็นหน้าๆ แบบนั้นค่ะ เพราะมีตั้งแต่การเติมคำสั้นๆ การจับคู่ การตอบคำถามสั้นๆ ไปจนถึงตอบแบบระบุจำนวนบรรทัด ฉะนั้นการเตรียมตัวสำหรับการอัตนัยก็คงไม่มีอะไรนอกจากอ่านหนังสือค่ะ แต่แนะนำเรื่องการตอบคำถาม อย่าใส่น้ำเยอะ ตอบเน้นๆ ตรงประเด็น จะถูกใจคนตรวจมากกว่า และเขียนด้วยลายมือบรรจงค่ะ (เรื่องลายมือสำคัญเหมือนกันนะ)
3. ทดสอบความสามารถพิเศษ เช่น ดนตรี กีฬา การแสดง
ใครมีความสามารถพิเศษและยื่นเข้าโควตาประเภทนี้ก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลยค่ะว่าต้องงัดเอาความสามารถออกมาโชว์ เพื่อขอสิทธิ์ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งรับตรงที่เป็นโควตาความสามารถพิเศษ จะค่อนข้างสบายหน่อย เพราะส่วนใหญ่ไม่ต้องสอบข้อเขียน แต่เน้นสอบปฏิบัติต่อหน้าคณะกรรมการ ใครเลือกโควตากีฬา ก็ต้องวัดทักษะด้านกีฬาแข่งกับคนอื่นๆ โควตาดนตรีนาฏศิลป์ ก็มีวัดทักษะด้านดนตรี นาฏศิลป์ด้วย โควตาศิลปะ ก็จะมีวัดทักษะด้านศิลปะ ขีดๆ เขียนๆ เป็นต้น
ยกตัวอย่างรับตรงประเภททดสอบความสามารถพิเศษ เช่น รับตรง ม.ธรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการละคอน มีสอบปฏิบัติการแสดง (Audition) น้ำหนักถึง 30% เลยทีเดียว
ใครมีความสามารถพิเศษและยื่นเข้าโควตาประเภทนี้ก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลยค่ะว่าต้องงัดเอาความสามารถออกมาโชว์ เพื่อขอสิทธิ์ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งรับตรงที่เป็นโควตาความสามารถพิเศษ จะค่อนข้างสบายหน่อย เพราะส่วนใหญ่ไม่ต้องสอบข้อเขียน แต่เน้นสอบปฏิบัติต่อหน้าคณะกรรมการ ใครเลือกโควตากีฬา ก็ต้องวัดทักษะด้านกีฬาแข่งกับคนอื่นๆ โควตาดนตรีนาฏศิลป์ ก็มีวัดทักษะด้านดนตรี นาฏศิลป์ด้วย โควตาศิลปะ ก็จะมีวัดทักษะด้านศิลปะ ขีดๆ เขียนๆ เป็นต้น
ยกตัวอย่างรับตรงประเภททดสอบความสามารถพิเศษ เช่น รับตรง ม.ธรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการละคอน มีสอบปฏิบัติการแสดง (Audition) น้ำหนักถึง 30% เลยทีเดียว
วิธีการเตรียมตัวสอบ : พี่มิ้นท์คิดว่าน้องๆ ที่เลือกสอบโควตาเหล่านี้ต้องมีความสามารถพอตัวอยู่แล้วล่ะ ดังนั้นวันสอบก็แค่พกความมั่นใจ แล้วแสดงความสามารถให้เต็มที่ค่ะ เท่านี้ก็ช่วยให้เราทำคะแนนได้ดีขึ้น นอกจากนี้การเตรียม Portfolio ที่แสดงความสามารถของเราก็เป็นสิ่งสำคัญ เอาเกียรติบัตรที่มี ผลงานที่เคยทำ ใส่พอร์ตเตรียมตัวรอวันสัมภาษณ์ได้เลย
4. เรียงความ
นอกจากมีข้อสอบอัตนัยแล้ว รับตรงบางประเภทมีสอบการเขียนเรียงความ หรือ ใช้เรียงความเป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือก ในสนามสอบจะมีคำถามหรือโจทย์ให้เราเขียนแสดงความคิดเห็นลงไป การสอบแบบนี้คนที่มีทักษะด้านการเขียนอาจจะได้เปรียบหน่อย ส่วนคนที่เขียนอะไรยาวๆ ไม่ค่อยได้ก็อย่าเพิ่งกลัว เริ่มฝึกวันนี้ก็ยังทันนะคะ ยกตัวอย่างรับตรงใช้วิธีการเขียนเรียงความ เช่น รับตรงคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ มีการสอบเขียนเรียงความ(สำหรับคนที่สอบความรู้ทั่วไปทางรัฐศาสตร์ได้คะแนนสูงสุดจำนวนสาขาละ 100 คน)
นอกจากมีข้อสอบอัตนัยแล้ว รับตรงบางประเภทมีสอบการเขียนเรียงความ หรือ ใช้เรียงความเป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือก ในสนามสอบจะมีคำถามหรือโจทย์ให้เราเขียนแสดงความคิดเห็นลงไป การสอบแบบนี้คนที่มีทักษะด้านการเขียนอาจจะได้เปรียบหน่อย ส่วนคนที่เขียนอะไรยาวๆ ไม่ค่อยได้ก็อย่าเพิ่งกลัว เริ่มฝึกวันนี้ก็ยังทันนะคะ ยกตัวอย่างรับตรงใช้วิธีการเขียนเรียงความ เช่น รับตรงคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ มีการสอบเขียนเรียงความ(สำหรับคนที่สอบความรู้ทั่วไปทางรัฐศาสตร์ได้คะแนนสูงสุดจำนวนสาขาละ 100 คน)
วิธีการเตรียมตัวสอบ : การเตรียมตัวสอบที่ดีที่สุด สำหรับการสอบแบบเรียงความ คือ การติดตามข่าวเยอะๆ ค่ะ เพราะเมื่อเรามีความรู้รอบตัวเยอะ รู้สถานการณ์รอบๆ ตัว ก็จะเอามาช่วยในการเขียนได้ และยังแสดงออกว่าเรามีความรู้รอบตัวอีกด้วย และเมื่ออยู่ในห้องแล้ว ทันทีที่อ่านโจทย์จบ อย่าเพิ่งด่วนเขียนอะไรลงไป เพราะถ้าเขียนโดยไม่วางแผน อาจจะเขียนได้ไม่ครบประเด็น เขียนไม่เต็มบรรทัด หรือเขียนวกไปวนมาได้ ดังนั้นให้ลิสต์ประเด็นที่เราจะเขียนลงกระดาษก่อนค่ะ เพื่อดูว่าเราจะเชื่อมโยงการเขียนนั้นยังไง จะช่วยให้เขียนง่ายขึ้นมากๆ คอนเฟิร์ม!!
5. ข้อสอบเพิ่มเติม เช่น Cu-Science
ทั้ง 4 ข้อที่พี่มิ้นท์พูดมาทั้งหมด เป็นรับตรงที่ทางคณะจัดสอบให้ แค่เราสมัครก็มีสิทธิ์สอบทันที แต่รับตรงบางโครงการจะใช้วิธียื่นคะแนน ซึ่งน้องๆ จะต้องตามสอบเพิ่มเติมเอง เช่น รับตรงที่ใช้คะแนน GAT PAT เราก็ต้องไปสอบกับทาง สทศ. แล้วเอาคะแนนมายื่นคัดเลือก แต่น้องๆ รู้มั้ยคะว่าไม่ได้มีแค่ GAT PAT, 7 วิชาสามัญนะ เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มีวิธีให้เราไปสอบอย่างอื่นแล้วมายื่นคะแนนเหมือนกัน
อย่าเพิ่งงงค่ะ พี่มิ้นท์ขอยกตัวอย่าง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ของ ม.ธรรมศาสตร์ ก็จะต้องไปสอบ SMART-I ของศูนย์ทดสอบทักษะด้านการจัดการ ม.ธรรมศาสตร์ ที่เปิดสอบปีละ 12 รอบ เพื่อเอาคะแนนมายื่นรับตรงคณะพาณิชยฯ ของ ม.ธรรมศาสตร์ นั่นเอง หมายความว่าถ้าไม่มีคะแนนนี้ก็สอบไม่ได้ ดูรายละเอียดการสอบ SMART-I เพิ่มเติม คลิกที่นี่
หรืออีกตัวอย่าง ก็คือ รับตรงคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เราสามารถเลือกได้ว่าจะใช้คะแนน 7 วิชาสามัญ หรือ คะแนน CU-SCIENCE ถ้าเลือกใช้ 7 วิชาสามัญก็ต้องไปสอบกับ สทศ. แต่ถ้าเลือกใช้ CU-SCIENCE ก็ต้องไปสมัครสอบที่ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดสอบปีละ 8 รอบ ดูรายละเอียดกำหนดการสอบ CU-SCIENCE เพิ่มเติม คลิกที่นี่
วิธีเตรียมตัวสอบ : เหมือนการเตรียมตัวสอบทั่วไป คือ ฝึกทำโจทย์ ดูข้อสอบเก่าเยอะๆ แต่ที่จะแนะนำคือ ให้น้องๆ ฝึกความรับผิดชอบค่ะ เพราะเราไมได้มีหน้าที่แค่สมัครสอบรับตรงอย่างเดียว แต่ต้องตามสมัครสอบอื่นๆ เพื่อเอาคะแนนมายื่นอีกด้วย ซึ่งการสอบพวกนี้จะเปิดรับเป็นช่วงๆ หากไม่ติดตามข่าวให้ดี อาจทำให้พลาดการสอบ จนไม่มีคะแนนไปยื่นได้ค่ะ
เห็นรูปแบบการสอบที่เยอะแยะจนปวดหัวตาลายแบบนี้ก็อย่าเพิ่งท้อนะคะ พี่มิ้นท์เอามาบอกเพื่อให้เตรียมตัวกันล่วงหน้า เพราะตอนนี้รับตรงเริ่มทยอยออกมากันเยอะทีเดียว เท่าที่ดูเกณฑ์การพิจารณาคะแนนก็ไปคนละทิศละทาง เตรียมตัวผิดทางก็เท่ากับเดินผิดแผนนะ โอกาสรับตรงมีเยอะ แต่รับตรงที่เราอยากได้จริงๆ อาจมีไม่เยอะ ฉะนั้นทำให้เต็มที่ จะได้ภูมิใจกับความสำเร็จของตัวเองค่ะ








เรียงความรัฐศาสตร์ 
11 ความคิดเห็น
ขอบคุณค่า ที่เหลือเราก็เตรียมตัว ><
อัตนัย-เรียงความฝึกไว้ไม่เสียหายหรอกครับ บางทีเรียนมหาลัยไปเรื่อยๆแล้วจำนวนข้อปรนัยแทบจะไม่มีมีแต่อัตนัยยาวๆทั้งนั้นเลย.....
ช่วยได้เยอะเลยค่ะ จะได้เตรียมตัวกันไว้แต่เนิ่นๆ
ต้องเตรียมไว้สะแล้วเรา ขอบคุณค่ะช่วยได้เยอะเลยยย
ขอบคุณมากๆเลยยย ตอนนี้อยู่ม.5 กำลังเตรียมตัวเลย กลัวมากๆ
อิอิอิอิอิอิ