ดังนั้นความรุนแรงที่เราเห็น แม้เราไม่ได้เป็นคนทำหรือคนประสบ มันก็ยังเป็นเรื่องที่เราต้องพึงสงสัยต่อสังคมเราอยู่ดีค่ะ นี่คือเรื่องราวของ bullying หรือการกลั่นแกล้ง การรังแกกันค่ะ
เรื่อง bullying นี้ได้รับความสนใจมากๆ ตั้งแต่ช่วง 2 - 3 ปีก่อนแล้ว ตั้งแต่ที่ต่างประเทศมีข่าวนักเรียนนำปืนพ่อแม่มากราดยิงเพื่อน และมีวัยรุ่นบ้านเขาฆ่าตัวตายจำนวนมากขึ้น ทำให้คนหันมาสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคม ทำไมวัยรุ่นถึงได้ทำอะไรรุนแรงขนาดนี้ ซึ่งก็พบว่าสาเหตุแทบทั้งหมดมาจากกรณีการถูกกลั่นแกล้ง ไม่ใช่เพียงการท้าตีท้าต่อยนะคะ แค่คำพูด การพิมพ์ผ่านตัวหนังสือ หรือพฤติกรรมบางอย่าง หรือกระทั่งไม่ใช่คนแกล้ง ไม่ใช่คนเชียร์ แค่ยืนอยู่ในเหตุการณ์เฉยๆ ก็อาจอยู่ในวงจรการกลั่นแกล้งนี้ได้ค่ะ
| Ronin Shimizu เด็กชายอายุ 12 ปีฆ่าตัวตายเพราะถูกล้อ ด้วยเป็นด็กผู้ชอบเต้นและเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในทีมเชียร์ลีดเดอร์ เรื่องราวของ Ronin ได้กลายเป็นกระแสสังคมเมื่อไม่นานมานี้เอง (ปลายปี 57) มีการติดhashtagในทวิต #RIPRonin #RIPRoninShimizu ที่ทำให้คนตระหนักถึงการถูกรังแก สิทธิในความชอบ มีคนบอกว่านี่ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แต่เป็นการถูกฆ่า (จากการกลั่นแกล้ง) ต่างหาก |
bullying ถือว่าเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กและวัยรุ่นที่เกิดขึ้นจากรูปแบบพฤติกรรมต่างๆ และเกิดซ้ำๆ อาจมองว่าเกิดจากการพัฒนาการสู่ช่วงวัยรุ่นที่ฮอร์โมนหรือจิตใจไม่คงที่ ว้าวุ่น เอะอะ หาที่ลงไม่ได้จนเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวต่อผู้อื่นไปก็ได้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ (1)การกลั่นแกล้งทางร่างกาย ดักตบตีต่อยเพื่อน (2)การกลั่นแกล้งด้วยคำพูดหรือการเขียน อย่างล้อเลียนปมด้อย พูดจากเสียดสี ข่มขู่ ล้อเรื่องเพศ (ไอตุ๊ด เกย์เลว ทอมเถื่อน ฯลฯ) (3)การกลั่นแกล้งทางสังคม คือลักษณะการกีดกันออกจากสังคมตัวเอง อย่างเลิกคบ ไม่กินข้าวด้วย ไม่ยอมให้ทำรายงานกลุ่มเดียวกัน ปล่อยข่าวลือให้คนอื่นเข้าใจผิด ซึ่งการกลั่นแกล้งนี้เกิดได้ทุกที่ ไม่จำเพาะว่าต้องที่โรงเรียน หลังเลิกเรียน
bullying นี้ไม่จำเป็นว่าจะมีปัญหาแค่คนที่เป็นคนแกล้งและคนที่ถูกแกล้งนะคะ เพื่อนที่สนับสนุนการกลั่นแกล้ง คอยเชียร์ คนที่เข้าไปช่วยเอง หรือแม้กระทั่งคนที่อยู่เฉยๆ ในเหตุการณ์ ล้วนมีผลกระทบได้ค่ะ มีกรณีที่คนถูกแกล้งไม่ได้แค้นคนที่แกล้งตัวเอง แต่หันไปแค้นเพื่อนที่ยืนดูเฉยๆ เพราะคิดว่าเป็นเพื่อนกันแท้ๆ แต่กลับไม่ช่วยกันเลยแค้นและเจ็บใจกว่าคนที่มารังแกตัวเองอีกค่ะ ส่วนคนที่เข้าไปช่วย เป็นฮีโร่ก็จริงๆ ถ้าเป็นเรื่องรุนแรงทางร่างกายก็อาจเจ็บตัวไปด้วย หรือถูกเหมาว่าเป็นพวกก่อการทะเลาะไปอีกก็มี หรือแม้แต่กรณีคนที่อยู่นอกจอ นั่งดูคลิปวัยรุ่นตบตีกัน แล้วแชร์คลิปนั่นต่อๆ ไป แม้ในใจจะคิดว่าเพื่อเปิดเผยสังคมด้านมืดให้รับรู้ แต่เด็กที่อยู่ในคลิปล่ะคะ ทุกการแชร์ เข้าไปกระทบจิตใจทั้งสิ้น
หมายถึง เราจะไม่เรียกคนที่เป็นคนลงมือรังแกว่า "เด็กเกเร" "เด็กเลว" "เด็กชั่ว" หรือ "ขยะสังคม" ในขณะที่คนถูกแกล้ง ก็ไม่ควรถูกเรียกว่า "เหยื่อ" หรือ "คนอ่อนแอ" เพราะคำเหล่านี้ทั้งหมด มันฝังใจลงไปได้ง่ายๆ ยิ่งทำให้คนเรามีพฤติกรรมเป็นไปตามที่ถูกตราหน้า ยิ่งประชด ยิ่งคิดเห็นเป็นจริงเข้าไปมากกว่าเดิม เช่น
"เออ ในเมื่อทุกคนเห็นว่า(gu)เลว (gu)ก็จะเลวจริงๆ ให้ดู" หรือ "ก็เรามันอ่อนแอ ใครๆ ก็ชอบรังแกอยู่แล้ว เราก็ทำอะไรมากกว่าไปกว่านี้ไม่ได้หรอก เหยื่อก็เหยื่ออยู่วันยันค่ำนั่นแหละ" เป็นต้น ยิ่งเป็นการทำให้คนๆ นั้นหมดความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำลงค่ะ (low self-esteem)
ไม่ว่าคุณจะเป็นใครในเหตุการณ์การกลั่นแกล้งรังแก แต่ทุกคนในเหตุการณ์นั่นล้วนเป็นคนทุกข์ คนที่ได้รับผลกระทบทั้งนั้นค่ะ ดังนั้น อย่าทำร้ายใครค่ะ พยายามอย่าพูดทำร้ายจิตใจใคร อย่าทำให้ใครเดือนร้อน แต่ก็อย่าทำร้ายตัวเองด้วย ไม่มีใครดีที่สุด และร้ายที่สุด และเราก็ไม่รู้ว่าใครมีภูมิต้านทานกับปัญหามากแค่ไหน ลองสมมติว่าเราเป็นเขาดู และลองคิดว่าถ้าเราเป็นเขาคนนั้น เขาจะรู้สึกอย่างไร เราจะรู้สึกอย่างไร แล้วลองแก้ไขปัญหาตามที่เรารู้สึกและสมมตินั้นดูก่อนค่ะ
แหล่งข้อมูล, ภาพประกอบ:








44 ความคิดเห็น
พวกที่ชอบแกล้งคนอื่นประเภทพวกนี้ต้องจับไปดัดนิสัยให้หมดเลย
การที่พยายามสร้างภาพลักษณ์ "คู่จิ้น" ให้กับคนรอบข้างหรือเพื่อนของเราทั้งๆ ที่เขาไม่ชอบคือการกลั่นแกล้งแบบหนึ่งรึเปล่าครับ?
เข้าใจเลยค่ะ เราเองก็เคยโดนเพื่อนแกล้งเหมือนกัน ขอบอกก่อนว่าเรามีโรคประจำตัวแต่เกิดร่างกายไม่แข็งแรง พอเข้าโรงเรียนแม่ขอครูว่าอย่าตีเพราะเราไม่สมบูรณ์เหมือนเด็กคนอื่นๆ เลยทำให้ราดูแตกแยกจากคนอื่น (เราไม่คิดว่าเราเป็นคนพิเศษหรอกค่ะ ใจจริงเราไม่ได้อยากได้สิทธิพิเศษอะไร แค่อยากเป็นเหมือนคนอื่นๆ)
ตอนนั้นเราอยู่อนุบาลโดนเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งแกล้งบ่อยประจำ มีแค่เราคนเดียวนะที่โดนแกล้ง คนอื่นไม่มีใครโดน ตอนโดนแกล้งก็ไม่มีใครช่วย คนอื่นอาจจะหมันไส้เราที่เราไม่เคยโดนครูตีเลย เราเองก็ไม่ได้ไปบอกครูหรือแม่ค่ะ เพราะกลัวโดนแกล้งหนักกว่าเก่า
พอทนไม่ไหวเข้าเราก็เลยไม่ไปโรงเรียน บอกแม่ไปว่าขี้เกียจเรียนแล้ว แต่แม่ก็ซักถามจนเราต้องบอกไป แม่ก็ไปบอกครูว่าเราโดนแกล้ง ครูก็จัดการคนที่แกล้งเราแค่ตีไปสองทีเพราะเห็นเป็นแค่เด็ก
พอเงียบหายไปสักพักก็เริ่มโดนแกล้งใหม่ แต่ทีนี้เราป่วยต้องนอนโรงบาลเป็นเดือนเลยทำให้ขาดเรียน เรียนไม่ทันเพื่อน บวกกับที่เราไม่อยากเรียนเพราะโดนแกล้ง เลยทำให้ไม่ไปเรียนเลย ขาดเรียนตั้งแต่ป.3แล้วข้ามมาเรียนใหม่ตอนป.5 มาถึงตรงนี้เราก็เรียนไม่รู้เรื่องแล้วเลยบอกแม่ว่าไม่ไปเรียนแล้วได้ไหมไม่ไหว แม่ก็เลยให้หยุดเรียน
เราก็เลยอยู่แต่ที่บ้าน เหงาก็เหงานะ เลยพยายามไปหาเพื่อนที่เคยเล่นด้วยกัน เฉพาะเพื่อนที่สนิทๆกันก็มีไม่กี่คน เราเองก็เข้าหาคนอื่นไม่ค่อยเป็น ในกลุ่มเพื่อนมีประมาณ3-4คน กับเพื่อนผู้หญิงบางคนไม่รู้ทำไมบางครั้งพอมาเข้ากลุ่มกับเพื่อนเราก็ทำเป็นเหมือนว่าเราเป็นคนนอกทันที
บางครั้งเพื่อนๆก็นินทาลับหลังว่าเราทำอะไรเป็นสักอย่างไหม เราจะมีปัญญาทำอะไรสักอย่างได้ไหม ด้วยความที่เราหัวทื่อ ซื้อบื่อ ความคิดช้า เพื่อนว่าก็ตอกกลับไม่เป็น น้อยใจนิดๆแต่เราก็แสร้งทำเฉย เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แล้วมันก็ผ่านไป บอกตามตรงที่ว่ามาก็ถูกเราเองก็ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างจริงๆ
ตอนที่ครูเจอเราก็ถามเราว่าอยากเรียนต่อไหม (ตอนนั้นก็ประมาณป.5) เห็นคนที่ใส่ชุดนักเรียนแล้วรู้สึกยังไง ผ.อ.เองก็เคยถามค่ะว่าจะกลับมาเรียนต่อไหม ตอนนี้ยังเรียนได้ทันนะ ใจจริงในตอนนั้นเราอยากไปนะแต่กลัว เราในตอนนั้นทั้งขี้ขลาด ตาขาว ขี้กลัว ทั้งๆที่ไม่รู้ว่ากลัวอะไรแต่ก็กลัว เลยตอบอย่างที่เคยผ่านมาว่า ไม่ค่ะ
จนปัจจุบันถึงได้มานั่งนึกเสียใจว่าทำไมถึงไม่เรียนต่อ ทำไมถึงไม่ทำอะไรสักอย่างปล่อยให้เวลาผ่านมาอย่างว่างเปล่าได้ยังไงตั้งหลายปี เสียใจที่ทำไมเราถึงโง่ขนาดนี้ ใช้ความขี้ขลาดมาตัดสินอนาคตได้ยังไง
ตอนนี้เพิ่งมาคิดได้เลยอยากจะเริ่มใหม่ดู เราเริ่มเรียนใหม่จากสิ่งที่ชอบค่ะ ในวิชาทั้งหมดเราชอบภาษาเลยหัดเรียนภาษาญี่ปุ่นกับอังกฤษคู่กัน หัดเรียนแบบงูๆปลาๆเราซื้อหนังสือมาเรียนเองที่บ้าน
วิชาที่ไม่ชอบคือสังคม สุขศึกษา และพละ (พละเราออกกำลังกายหนักไม่ได้ค่ะ ครูเลยให้นั่งดูอยู่เฉยๆ ถูกแบ่งแยกกับคนอื่น เลยทำให้น้อยใจนิดหน่อย ที่เราไม่ได้ทำ ทำไม่ได้เหมือนเขา)
จะโทษคนอื่นก็ไม่ได้ พูดไปก็เหมือนเราทำตัวเอง ไม่รู้จักคิดถึงชีวิตตัวเอง เอาแต่พึ่งพ่อแม่ คิดว่าอยู่กับพ่อแม่แล้วจะดีเอง ไม่เคยคิดจะทำอะไร พอคิดได้ก็เกือบจะสายซะแล้ว ตอนนี้อยากจะทำอะไรเพื่อพ่อแม่บ้าง ถึงจะทำได้ไม่มากแต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำ
*สำคัญ* อยากจะบอกทุกว่า การกระทำและความคิดของคุณในวันนี้ล้วนส่งผลในวันหน้า จะทำอะไรให้คิดถึงตัวเองให้มากๆ แม้จะรู้สึกไม่ดีกับใครก็ขอให้คิดว่า เขาไม่ได้มาใช้ชีวิตร่วมกับเราตลอดไปสักหน่อย อนาคตของคุณ คุณต้องตัดสินเอง ไม่อย่างนั้นคุณต้องมานั่งเสียใจถึงอดีตเหมือนเราในวันนี้ เริ่มต้นตอนนี้ดีกว่าวันที่สายไป
ขอระบายมั่ง เราโดนตั้งเเต่อนุบาล 3 ยันม.2 เลย
ช่วงอ.3ก็แกล้งกันปกติอย่างล้อเรา ขโมยเครื่องเขียน สมุดการบ้าน หนังสือเรียน รองเท้าของเราทุกอย่างเลยตอนนั้นเป็นเเค่เด็กก็ไม่คิดมากเท่าไหร เเต่พอขึ้นป.1 มันเริ่มละพวก-ันเริ่มล้อ เริ่มแกล้งแรงขึ้น (ซวยสุดๆตอนเด็กๆดันอยู่โรงเรียนคนรวย) โดนทึ้งผม โดนขัดขาให้ตกบันได ขโมยของพวกเครื่องเรียนเรา เปิดกระโปรง พอป.2 (อันนี้แค้นมาก) เราก็เล่นกับเพื่อนตรงที่ศาลากลางสวนเราก็ไปเล่นที่ขอบที่นั่งเเล้วก็แกะเสาไว้แน่นเลย (กลัวตก) เเล้วพวกผู้ชายที่แกล้งก็มันก็มาเล่นกับเพื่อนเรา เล่นไปได้สักพักนึงเราเห็นมันหันมามองที่เราเเล้วก็เหมือนยิ้มๆหน่อยเเล้วก็มันไปพูดกับเพื่อนผู้หญิงที่มันเล่นด้วย พอพูดเสร็จ 2 คนนั้นก็วิ่งมาหาเราเเล้วก็ยืดแขนมาที่เรา สิ่งที่เรารู้สึกคือมือของ 2 คนนั้นมันมาสัมผัสที่ตัวเรา ภาพนั้นเป็นภาพสุดท้ายที่เราเห็นก่อนที่เราจะรู้ว่า โดนผลักตกลงมา หลังจากนั้นเราก็ร้องไห้อย่างเดียวเลยไม่รับรู้อะไรเลย ไม่มีคำขอโทษจากมันเลย (ตั้งเเต่ป.2จนตอนนี้ เกือบ10ปีละ-ันก็ยังไม่ขอโทษ)
พอเริ่มป.3-ป.5 เริ่มอารมณ์แรงประมาณว่า 'ใครที่แกล้ง(gu)อีกพวก-ึงต้องโดนหนักกว่า(gu)!' เริ่มพกคัดเตอร์ ฟุตเหล็ก หรืออะไรที่คมๆติดตัวตลอดเวลาเลย พอเริ่มโดนล้อ โดนแกล้งก็เอาออกมาเลยชี้หน้าเเล้วก็พูดเลย 'เอาเลย--ัส (gu)ไม่ใช่-เด็กขี้แยคนนั้นอีกเเล้ว ถ้า-ึงเเน่จริงพวก-ึงเข้ามาเลย -หน้า-ัวเมีย!!' เราพูดแบบเนี้ยมันก็จะไม่ค่อยแกล้งเรา พอป.6 อารมณ์แรงเริ่มลดลงเลยเปลี่ยนมาเป็นไม้ตีแทนนิสแทน ก็ยังโดนล้อ+แกล้งเหมือนเดิมเเต่ก็ใช้ไม้ไล่ฟาด-ันเลยสะใจสุดๆ ชีวิตก็เริ่มสงบดีช่วงนั่นกำลังติดนิยายพอดี เลยหนีไปสิงที่ห้องสมุดเเล้วเป็นที่ที่พวก-ันไม่ค่อยมาเลยลั้ลา~สุดๆ หลังจากที่ต้องร่วมหายใจกับพวก-ันมานาน (พอดีเราโดนล้อ+แกล้งทั้งที่บ้าน ที่โรงเรียนเเละที่เรียนพิเศษด้วย) หลังจากที่สงบสุขได้มันนานดันมีมารความสุขมาขัด - -* ซึ่งตรงนี้เราไม่ขอพิมพ์เพราะก็เหมือนกันกับข้างต้นโดนล้อ+แกล้งเหมือนเดิม ช่วงม.1-ม.2 ก็เหมือนกัน (ตอนขึ้นม.1เราย้ายโรงเรียน เลยดีใจสุดๆเลยว่าได้หลุดจากนรกนั้นสักที) ช่วงนั้นยังคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่เลยอาละวาทห้องเกือบเเตก -ันน่ารำคาญ+โมโหมากถึงมากที่สุด ก่อกวนได้ตลอดไม่ว่าเรจะทำอะไร-ันก็จะมากวน+ล้อ+แกล้งได้ตลอดเลย เลยฟิวส์ขาดกระโดดขึ้นโต๊ะชี้หน้าพวก-ันเลยเเล้วพูดว่า 'พวก-ึงจะแกล้ง(gu)อีกนานมั้ย --รกส่งมาเกิด $^%*))_()' อีกยาวเยียดเราด่าแรงมาก หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยกล้าหือกับเราเลยสบายสุดๆ
อ้อที่เราจำได้อีกอย่างหนึ่งช่วงประมาณป.4 ตอนนั้นเราไปเรียนพิเศษก็โดนล้อหนักเหมือนกัน พอตอนช่วงพักกลางวัน เราจำได้แม่นเลยว่ามีความคิดเดียวที่มันพลุ่งมาในหัวเราว่า 'ถ้ามันหายไปได้ละก็...' ในมือเราถือคัดเตอร์เตรียมแทงมันเลย เเต่มีครูมาเจอเราก่อนเราเลยไม่ได้ทำลงไป
เรายอมรับเลยว่าเราอารมณ์แรงมากเเต่เราทนไม่ไหวเเล้ว ต้องอยู่สภาพที่โดนล้อโดนแกล้ง ทั้งเพื่อนเมินไม่สนใจ ไม่ช่วย ไม่มีใครอยู่ข้างเราเลย ถ้าจะมีเพื่อนก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเพื่อนดีมั้ย เวลาที่เราอยากระบาย อยากร้องไห้ก็ไม่มีใครมาอยู่ข้างๆเราเลยแม้เเต่ครั้งเดียว รวมๆเเล้วก็ 8 ปี เคยคิดฆ่าตัวตาย เคยเอามีดมากรีดแขน เราไม่มีที่ระบายเลยพอบอกพ่อแม่เเล้วก็พี่ชายเรื่องโดนแกล้งก็ได้คำพูดว่า 'เเค่การแกล้งกันของเด็กหน่า อย่างไปคิดมาก' เด็กแกล้งกัน? ประทานโทษพ่อกับแม่ไม่ได้เป็นโดนเอง ไม่รู้หรอกว่ามันรู้สึกยังไง เวลาที่โดนเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน เห็นคนที่เราให้คำว่าเพื่อนเมินเฉยกับเรา ไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บเเค่ไหน
ได้ระบายสักที ถ้าอ่านก็ขอบคุณที่อ่านจบนะคะ
เคยเป็นเหมือนกัน ค่ะ
ง่ายๆสั้น คนที่ไม่เคยโดนล้อว่า
''ดำ'' ไม่มีวันเข้าใจ
เราก็โดนเหมือนกันตั้งแต่ ป.1 ขึ้น ม.1 ยังไม่เลิก พออยู่ ม.ปลายก็เบาลงบ้าง แต่ก็ยังมีอยู่ เรื่องพวกนี้มันมีผลกระทบกับนิสัยและจิตใจเราจริงๆนะ อาจจะทำให้เราทำประชดไปโดยไม่รู้ตัว เป็นปัจจัยอิทธิพลอย่างนึงต่อตัวเราจริงๆ เราเกลียดพวกชอบดูถูก และก็แกล้งเรามากๆ แต่ตอนนี้ไม่อยากนึกถึงมันอีกแล้ว... เราอยู่มหาลัย ปี 2 แล้วและเจอสังคมใหม่ๆที่ดีกว่า
ขอระบายด้วยคน(เห็นมาระบายกันเยอะ)ประมาณตอนป.3มั้ง(ยํ่าว่ามั้ง)คือเราก็เป็นเด็กประเภทที่ว่าย้ายบ้านบ่อยเลยทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อน พอเข้าโรงเรียนใหม่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น(เพราะช่วงนั้นไม่ค่อยได้คุยกับใคร)พอนานๆเข้าก็เริ่มคุยกับคนอื่นได้แล้วทีนี้พอคุยไปคุยมาก็เรื่อมโดนล้อแล้ว ไอเพื่อนที่บอกว่าเราเป็นเพื่อนกันนะมันยังล้อแต่เราก็ทนไว้ แล้วก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งป.6ที่มีเพื่อนสนิทเป็นคนแรกเป็นคนดีมากๆเลย ต่างจากพวกที่บอกว่าเราเป็นเพื่อนกันนะ ให้ตายยังไงมันก็ยังล้ออยู่ดี บ้างก็ล้อว่า ปญอ บ้าง ปัญญาอ่อน บ้าง ต่อมิอะไรบ้าง ทั้งๆในไจก็แค่อยากทำให้มีความสุขแค่นั้น แต่เราก็ยังเก็บแล้วไปร้องไห้ที่ๆไม่มีคนอยู่แทน พอใกล้วันจบการศึกษา คนในห้องที่มายืมของพอบอกไม่ให้ มันก็บอกว่านี่เราต้องจากกันแล้วนะทำอะไรเพื่อเพื่อนไม่ได้หรอ ตอนนั้นอยากบอกไปว่า เราเคยเป็นเพื่อนกันด้วยหรอ ตอนนั้นโครตอยากตะโกนเลยอ่ะ ด่าก็ไม่เคยด่า ไม่เคยพูดคำหยาบเลยสักคำ มันก็ยังหน้าด้านพูดได้เนอะ พอจบ ป.6 ก็ไมแคร์อะไรแล้ว พอขึ้นม.1 ก็ยังไม่มีอะไรก็เกิดขึ้นในช่วงแรกๆ แต่พอเทอม2มีงานกลุ่มเขามา ครูก็ให้พวกเราจับกลุ่มแสดง ตอนแรกเราก็มีกลุ่มแล้ว แต่ไม่นานคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มก็บอกว่า เรานับผิดให้ไปอยู่กลุ่มอื่นได้ไหม แล้วเราก็บอกกลุ่มนั้นแล้ว เราก็ตอบได้เพราะไม่อยากเถียง(ตามความเป็นจริงเราต้องอยู่กลุ่มนั้นแต่เพราะหัวหน้ากลุ่มดันไปเลือกคนที่ไม่มาอ่ะ แถมยังเลือกหลังเราอีกตามควาเป็นจริงเราต้องได้อยู่ดิ จริงป่ะ เรามาก่อนมันมาหลังอ่ะ)พอใกล้วันแสดงกลุ่มอื่นๆก็เตรียมการแสดงอย่างสงบสุข แต่พอเราไปอีกลุ่มหัวหน้ากลุ่มก็บอกว่าเราไม่รู้เรื่อง แล้วมันก็ไปถามอีกลุ่มก็มีเรื่องกันสะงั้น เลยตกลงว่าให้เราไปอยู่กลุ่มเดิม แต่พอถึงวันแสดงจริง ครูก็บอกให้ไปอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง แล้วก็ให้แสดงวันอื่น มันก็โทดเรา แล้วก็มีคนในกลุ่มไปบอกหัวหน้ากลุ่มว่า เราบอกกับมันว่าเราจะไม่ไปซ้อม หัวหน้ากลุ่มก็ถามว่า เราพูดจริงไหม เราก็บอกว่าไม่ ไอคนที่ไปบอกเหมือนจะไม่อยากให้เราอยู่ด้วยงั้นแหละ แต่การแสดงก็ผ่านไปอย่างราบรื่น แต่ในใจคิดว่า อยากเอามีดไปฟันมัน เอาเลื่อยไฟฟ้าไปทำให้มันกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วเอาไปโยนให้ปลากิน
ป.ล. ข้ามๆไปเถอะไม่ต้องอ่านหรอก
เห็นเขาระบาย เราระบายมั่ง -..-
ตอนอ.3(จำได้ดี) มีเพื่อนสองคนที่สนิทกัน คนแรกมันใส่ร้ายให้อีกคนฟังว่าเราพูดว่าคนที่สองโง่(เด็กๆโดนด่าแบบนี้ก็โกระกันเป็นธรรมดาแหละ) ตกเย็นเลยจ้า... คนที่ยุล็อคแขนเรา คนที่เข้าใจผิดหยิกท้องน้อยเราเยยยยยย เขียวม่วงกลับบ้านเลยจ้าาาาาา
อีกอันตอนป.3(เลข3นี่อาถรรพ์จังนิ) เพื่อนในห้องเราคนนึงที่นิสัยแบบ นิสัยแย่มากๆ มันโยนสมุดจดการบ้านให้เราแบบแป้นบาส เต็มๆหัว=_= นับจากวันนั้นไม่คุยกับมันอีกเลย และมองให้มันเป็นธาตุอากาศ ทำแบบนี้สามปีครึ่ง พอเราป.6 มันเลยเข้ามาคุยกับเราเอง เราวิน อุว่ะฮ่ะฮ่า
มันน่าโมโหมากๆ เลยหล่ะ บางที มัน แบบ -มากอ่ะ (ขอระบาย ปนไปด้วยนะ)
บางทีด่าทอเสียดสี ไม่ให้เกียรติเรา ตอนม.1 เคยมีคนเดินคร่อมหัวเลยด้วยซ้ำ แล้วชอบใช้เรา (พอดีพวกมันเห็นชอบเอ๋อๆไง) บางครั้งเราก็รู้สึกว่าเป็น ขี้ข้ามันอ่ะ แล้วมันแกล้ง เพื่อนสนิทผู้หญิง มันชอบเชียร์ แบบ อย่า......อย่าหยุด (มันน่าโมโหมากๆเลยแหล่ะ) แล้วบางที ผมกวนteenมัน มันกวนteen ผมแล้วมันก็ชอบเรียกคนที่แกล้ง ที่เราไม่ชอบอ่ะ มันน่าเฟลมากๆ
ผมว่าจะตั้งกระทู้ระบายอารมณ์ด้านนี้อยู่นะ
นับวันคนมันยิ่งแย่ไปจริงๆ
