ดร.สมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการนำผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มาเป็นองค์ประกอบคิดคำนวณเป็นคะแนนเฉลี่ยรายกลุ่มสาระตลอดหลักสูตร ม.ปลาย(GPA) ของนักเรียนว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังรอผลการทดลองของคณะทำงานจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นำคะแนน O-NET และคะแนน GPA ของนักเรียนที่จบปีการศึกษา 2549 ไปหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และนำมาเข้าสมการ เพื่อมาคิดคำนวณออกเป็นคะแนน GPA ของนักเรียน เพื่อดูว่าหากนำมาปรับตามสูตรดังกล่าวแล้วจะมีนักเรียนที่ผ่าน และไม่ผ่านจำนวนเท่าใด ก่อนนำมาทดลองใช้ในปีการศึกษา 2551 และเริ่มใช้จริงในปีการศึกษา 2552 อย่างไรก็ตามถึงแม้นักเรียนจะยอมเข้าสอบ O-NET ทั้ง 8 วิชา แต่ในการนำคะแนน O-NET มาคำนวณในปี 2551 ยังคงจะนำมาคิดเพียง 5 วิชาหลัก และในอนาคตจะเพิ่มเป็น 8 วิชา ทั้งนี้เพราะเด็กบางคนอาจทำคะแนน 3 วิชาที่เหลือได้ดีซึ่งจะทำให้มีคะแนนเฉลี่ย GPA สูงขึ้นตามไปด้วย

 
 

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สพฐ.กำลังเร่งศึกษาเพื่อทำการทบทวนปรับหน่วยการเรียนในตารางเรียนของเด็กในปีการศึกษา 2551 ใหม่ เพราะจากการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (NT) ที่ผ่านมาพบว่าเด็กทำคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษได้ต่ำ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเวลาเรียนในชั้นเรียนน้อย ดังนั้นอาจจะต้องปรับตารางเรียนโดยให้มีเวลาเรียนในวิชาแกนหลักมากขึ้น ส่วนวิชาทางด้านศิลปะอาจให้มีเวลาเรียนในชั้นเรียนน้อยลง เพราะสามารถทำกิจกรรมนอกชั้นเรียนได้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องปรับระบบหน่วยกิต หรือหน่วยการเรียน จากเดิมที่กำหนดว่านักเรียนที่จบหลักสูตรในแต่ละช่วงชั้นต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 1 นั้น ก็จะปรับเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 1.5 เนื่องจากการกำหนดแค่ 1 ทำให้เด็กไม่ตั้งใจเรียน อย่างไรก็ตามการเพิ่มเกณฑ์การจบนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือว่าจะเริ่มใช้ในปีการศึกษาใด แต่จะต้องขยับสูงขึ้นแน่ ๆ เพราะขณะนี้ได้รับอนุมัติจาก รมว.ศึกษาธิการแล้ว และในอนาคตอาจจะปรับเพิ่มเป็น 2 ได้

 

“การปรับบริบทในการจัดการเรียนการสอนนั้น สพฐ.ต้องดูผลการศึกษา วิจัยการจัดการศึกษาของประเทศอื่น ๆ ด้วย เช่น ญี่ปุ่น และอังกฤษ เป็นต้น ซึ่งตอนนี้หลายประเทศมีข้อมูลว่าเด็กผู้หญิงมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าเด็กผู้ชายซึ่งก็เหมือนกับประเทศไทย ดังนั้นอาจจะหมายความว่าหลักสูตรและกิจกรรมที่เราจัดให้เด็กนั้น อาจจะเหมาะกับเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย จึงทำให้เด็กผู้หญิงเรียนรู้ได้ดีกว่า” ดร.สมเกียรติ กล่าว

ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
85244 26 ส.ค. 50 15:36 น. 4
สั่งแต่ชิ้นงาน ใครทำสวยๆก็ได้คะแนนดี ใครเก่งวาดรูปประดับตกแต่งก็คะแนนเก็บดี ใครฉลาดแต่ทำชิ้นงานไม่สวยนี่ซวย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
princess love prince Member 30 ส.ค. 50 18:42 น. 6

เอาเข้าไปเถอะ อยากรู้ว่าทำไมนักเรียนไม่เข้าใจยังไงไม่ได้ตรงไหนด้วยการตัดสินใจด้วยตัวเอง
ทำไมไม่มาถามนักเรียนล่ะ ไปเอาความคิดอะไรกับคนที่ไม่ได้มานั่งเรียนด้วย 
การศึกษาที่เราเรียนอยู่ตอนนี้กับตอนนั้นมันไม่เหมือนกันนะ 
เจริญจริงๆการศึกษาไทย

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด