10 ข้อคิด :) ที่อยากให้เด็กแอดมิชชั่นได้อ่านก่อนเลือกคณะ

       ผ่านสงกรานต์มาหมาดๆ ตัวอาจชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ แต่จิตใจ ม.6 หลายคนกำลังห่อเหี่ยว เพราะจะต้องเลือกคณะในแอดมิชชั่นกลางในไม่ช้านี้แล้ว พี่ๆ เว็บเด็กดีผ่านแอดมิชชั่นมาหมดทุกคน ขอบอกว่าไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกค่ะ ยังไงซะก็ต้องผ่านมันมาได้ ห่วงสุขภาพตัวเองดีกว่า อย่าไปคิดมาก เพราะมีแต่จะทำให้เครียดเปล่าๆ

       นอกจากเรื่องสุขภาพที่อยากให้น้องๆ ดูแลตัวเองแล้ว พี่มิ้นท์ยังมีข้อคิดแอดมิชชั่นที่หยิบยกมาฝาก หวังว่าช่วยให้น้องๆ มีกำลังใจและมีแนวทางในการเลือกคณะมากขึ้นนะ

 

 
           1. คณะที่ดีที่สุดสำหรับคนอื่น อาจไม่ใช่คณะที่ดีที่สุดสำหรับเรา ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเลือกคณะเด่นดังที่คนส่วนใหญ่อยากเข้า เพราะวันนึงถ้าเราเข้าไปแล้ว อาจไม่มีความสุขก็ได้ ตรงกันข้าม บางคนทิ้งคณะที่หลายคนใฝ่ฝันเพื่อไปเลือกคณะที่เล็กกว่าทั้งๆ ที่คะแนนสูง สุดท้ายเขาก็ได้ผลลัพธ์ว่า สิ่งที่เขาเลือกนั้นมีความสุขที่สุดแล้ว

          
2. สถาบันเป็นแค่ค่านิยม ไม่มีที่ไหนหรอก ที่เปิดสอนแต่ไม่ให้ความรู้ เลือกคณะทั้งที ให้ความสนใจกับคณะที่ชอบดีกว่า เพราะได้เรียนสิ่งที่ตัวเองชอบแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็มีความสุขที่ได้เรียน ที่สำคัญพออยู่ในวัยทำงานแล้ว เรื่องสถาบันที่จบแทบไม่ได้พูดถึงกันเลย นี่ไม่ได้โลกสวยนะ ไม่เชื่อลองถามพี่ๆ ในวัยทำงานสิว่าสังคมที่อยู่ถามกันหรือเปล่าว่าจบที่ไหนมา

         
  3.  แอดมิชชั่นเป็นแค่ก้าวเล็กๆ ที่พิสูจน์ความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเรา ใครที่ยังคิดว่าผู้ใหญ่มองว่าเรายังเด็ก ก็ใช้โอกาสนี้พิสูจน์ความตั้งใจ และความคิดในการวางอนาคตของเราดูค่ะ นอกจากนี้แอดมิชชั่นยังฝึกการปล่อยวาง การแก้เครียด ซึ่งในอนาคตยังมีอีกหลายสถานการณ์ที่เตรียมพร้อมรอให้น้องๆ รับมือ

         
  4. ช่วงแอดมิชชั่นอย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็น อย่าเชื่อทุกอย่างที่คนเค้าพูดกัน ถ้ายังไม่เจอแหล่งข่าวที่แท้จริง หรือ มีหลักฐานมายืนยันแน่ชัด เพราะช่วงนี้เป็นช่วงอ่อนไหว ใครๆ ก็อยากสมหวังกับคณะที่เลือก จึงมีหลายคนพยายามปล่อยข่าวแง่ลบออกมา เช่น คณะนี้รับน้อยลงนะ คณะนี้เกรดต่ำกว่าสามเข้าไม่ได้นะ คณะนี้เพิ่งประกาศงดรับ ฯลฯ ใครไม่กรองข่าวให้ดีก่อน เชื่อจนสนิทใจ ก็มีผลต่อการแอดมิชชั่นของเราค่ะ
 

 

           5. ความสำเร็จของเรา แม้จะเล็กน้อย แต่ถ้าสำเร็จมาได้ด้วยมือเราก็ย่อมภูมิใจมากกว่าได้เพราะโชค เชื่อว่าหลายคนหาที่พึ่งทางใจกันตลอดเดือนนี้ แต่อย่าลืมว่าขอพรจากพระแล้ว ก็อย่าลืมลงมือทำด้วย คิดดี ทำดี ตั้งใจทำ ผลสำเร็จก็เกิดขึ้นได้เองค่ะ

         
  6. เลือกคณะจงเลือกด้วยจิตใจแน่วแน่ ไม่จำเป็นต้องตามเพื่อน เพราะเพื่อนกัน ไม่ต้องเรียนด้วยกันก็เป็นเพื่อนกันได้ เข้าไปเรียนในมหาลัย มีคนเป็นพัน เราจะไม่มีเพื่อนใหม่เลยเหรอ? ดังนั้นไม่ต้องวิตกจริตเรื่องเพื่อนจนเกินเหตุ ยังไงเราก็มีเพื่อนค่ะ ทำหน้าที่เลือกคณะของเราให้เต็มที่ที่สุด

         
  7. กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกำลังใจจากพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน ครูอาจารย์ อย่าอายที่จะเดินเข้าไปพูดคุยกับคนเหล่านั้นในวันที่ท้อแท้ เพราะเขาพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเรา ทางที่ง่ายที่สุดสำหรับน้องๆ ก็คือ เพื่อน จงทำตัวเป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟังที่ดี เพราะเมื่อเราได้พูดแล้ว ก็ต้องมีคนอยากพูดด้วยเช่นกัน เพื่อนกันมักจะเข้าใจกัน เป็นกำลังใจให้กัน จะได้ไม่ต้องเดินเหงาในเส้นทางนี้คนเดียว แต่ยังไงก็อย่าลืมว่ามีกำลังใจกองโตจากที่บ้านอีกนะคะ
 

 

           8. แอดมิชชั่นไม่ติด ไม่ใช่ความล้มเหลวของชีวิต แต่คนที่ไม่กล้าแม้แต่จะสู้กับความฝันตัวเองต่างหาก คือ คนที่ทำผิดต่อความฝันตัวเอง

         
  9. อย่าดูถูกตัวเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่ดูถูกตัวเอง เท่ากับเราไม่เห็นคุณค่าและความสามารถในตัวเอง เมื่อนั้นเราจะไม่มีเรี่ยวแรงในการต่อสู้อะไรสักอย่างค่ะ จงเชื่อว่าเราทำได้ แม้จะมีคะแนนสู้คนอื่นไม่ได้ แต่ถ้าเรามีวิธีในการเลือก เราก็แอดมิชชั่นติดและมีที่เรียนดีๆ ได้เช่นกัน ที่ผ่านมามีหลายคนที่ได้คะแนนหมื่นนิดๆ ดูแล้วไม่น่าจะสู้ที่ไหนไหว แต่สุดท้ายเขาเลือกในเส้นทางที่เขาสู้ไหว ก็แอดมิชชั่นติดให้พ่อแม่ภูมิใจได้

        
10. หากน้องๆ แอดมิชชั่นสำเร็จแล้ว อย่ามัวแต่เลี้ยงฉลองกับเพื่อน ป่าวประกาศจนเพื่อนเฮกันเต็มไทม์ไลน์จนลืมให้ความสำคัญกับบุพการีของเรานะคะ ท่านยังรอชื่นชมยินดีกับน้องๆ อยู่เหมือนกัน สุดท้ายอย่าลืมตอบแทนพระคุณของท่านด้วย เพราะความสำเร็จที่ได้มาเป็นบุญคุณของพ่อแม่ไม่มากก็น้อย

         เป็นข้อคิด 10 ข้อที่อยากฝากให้เด็กแอดฯ ได้อ่านกันในช่วงเลือกคณะ และอย่าลืมเรื่องที่พี่มิ้นท์ย้ำเสมอว่าสุขภาพสำคัญที่สุด เหนื่อยนักก็พักก่อน พร้อมเมื่อไหร่ค่อยลุย เพราะร่างกายพร้อม จิตใจของเราก็จะพร้อมไปด้วยค่ะ สุดท้ายนี้ ขอให้น้องๆ โชคดี ได้เรียนคณะที่รักในสถาบันที่ใช่ เลือกอันไหนติดอันนั้นค่ะ^^
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

ปากกาขนไก่ Member 19 เม.ย. 58 00:44 น. 4

สถาบันไม่ใช่แค่ค่านิยม แต่มันสะท้อนความจริงเรื่องความกระจุกด้านความเจริญ
ไม่แนะนำให้น้องๆเลือกคณะนี้ของที่ไหนก็ได้
เราควรจะไปตามทางที่เราฝัน เราก็ควรจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง
อย่างเช่น ธรณีวิทยา ...ถ้าเราเลือกเพราะเราชอบเรื่องภัยพิบัติ เราก็ต้องดูว่าความพร้อม ทั้งอาจารย์ เครื่องมือ หรือcase นั้นอยู่ที่ไหน เราก็ไปที่นั่น
ยอมรับว่าแต่ละที่มีอาจารย์ที่คุณภาพเหมือนกัน
แต่มันไม่ได้หมายความว่า อาจารย์ทุกคนมีความรู้เหมือนกัน

ฉะนั้นหาข้อมูลให้ดี เดี๋ยวพอถึงเวลาจะมาโทษว่าบริษัทรับแต่คนม.นั้น ไม่รับม.นี้บ้าง

ลองศึกษาดูว่าทำไมเขาถึงไม่รับสาขาเดียวกันจากทุกมหาวิทยาลัย

0
กำลังโหลด
sehunmin Member 19 เม.ย. 58 10:26 น. 5

เครียดมากๆเลยค้ะ

ที่บ้านไม่เข้าใจเราด้วย ชอบเอาคนอื่นมาเปรียบเทียบ

ไม่มีกำลังใจเรยค้ะ เสียใจเสียใจเสียใจเสียใจเสียใจ

1
เด็กแอด 58 19 พ.ค. 58 14:27 น. 5-1
สู้ๆนะ ไม่ว่าทางบ้านจะเอาเราไปเปรียบเทียบกับใครก็ช่าง เขาไม่ใช่เราซะหน่อย ไม่มีใครรู้ใจเราเท่าตัวเอง เราเลือกที่ที่เราเรียนได้แล้วมีความสุขก็พอ ดีกว่าเลือกที่พ่อแม่หวังไว้เเต่เรียนไปก็มีแต่กดดัน ไม่มีความสุข แต่เราก็ต้องตั้งใจทำด้วยนะ พิสูจน์ให้ทางบ้านเห็นด้วยว่าที่เราเลือกมาไม่ได้ไม่มีประโยชน์ สู้ๆ ขอให้ผ่านไปได้ ^^
0
กำลังโหลด
Tiggy's Mom 24 เม.ย. 58 10:44 น. 8
ดิฉันเป็นผู้บริหารของกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งค่ะ ขอแชร์ความเห็นจากประสบการณ์นะคะ สำหรับบางคณะหรือสาขาวิชา สถาบันมีผลมากนะคะต่อการรับเข้าทำงาน เพราะเขาโดดเด่นหรือเฉพาะทางด้านน้้นๆ จริงๆ เช่น วิศวะแหล่งน้ำต้อง มก. หรือโลจิสติกส์ต้อง ม.บูรพา เรียกว่าถ้าบัณฑิตที่มีคุณสมบัติอื่นๆ พอๆ กัน องค์กรเขาก็เลือกที่สถาบันก่อนน่ะแหละค่ะ แล้วหลายกรณีที่เขาเลือกสถาบัน ก็ไม่ใช่ว่าต้องเป็น จฬ มธ. มก.เพราะติดหรูอะไรหรอกนะคะ แต่เขาเลือกตามประสบการณ์ว่า บัณฑิตจากสถาบันเหล่านี้เรียนรู้งานได้เร็ว ทำงานได้จริง ไม่เป็นภาระให้เขามากนัก ส่วนสาขาอื่นๆ อย่างบัญชี บริหาร การตลาด สำหรับองค์กรที่ดิฉันดูแล อันนี้เราดูเกรด บุคลิก E.Q. ความคล่องตัว ความคิดสร้างสรร คุณสมบัติเหล่านี้จะมาก่อนสถาบันค่ะ ( เราเคย reject บัณฑิตมหาลัยเก่าแก่มาแล้วหลายราย เพราะเขาแสดงความไร้วุฒืภาวะค่ะ) HR ของเรา เคยไม่รับคนที่ perfect มากๆ เพราะเหตุผลง่ายๆ ว่า เกรดสูง ดูดีมาก แต่คงทำงานไม่นาน เพราะตั้งใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศ อันนี้โชว์หรูมากก็อดทำงานเหมือนกัน ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเลือกคณะวิชาของสถาบันที่เด่นๆ เฉพาะทางไว้บ้าง แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ หรือสำหรับหลานๆ ที่เรียนสถาบันอื่นๆ ไปแล้ว ก็อย่าไปจิตตก เราต้องพยายามชดเชยด้วยผลการเรียน การทำกิจกรรม ปรับปรุงบุคลิกตัวเองให้ดูดี กระตือรือร้น อย่าปล่อยให้เรื่องสถาบันมาปิดกั้นโอกาสที่เราจะพัฒนาตัวเองค่ะ บอกได้เลยว่า หลังจากเข้าทำงานไปแล้ว ได้พิสูจน์คุณสมบัติและฝีมือกันจะจะ องค์กรทั่วไป ไม่มีใครเขามานั่งยึดติดสถาบันกันหรอกค่ะ
0
กำลังโหลด
ความฝัน 20 เม.ย. 58 02:27 น. 6
ไม่เคยคิดเลยว่าการแอดมันจะเครียดแบบนี้ คิดมาตลอดว่าตัวเองจะติดรับตรง แต่พอไม่ได้ มันก็รู้สึกแย่จนพูดไม่ออก ได้รู้ถึงความผิดหวังครั้งแรก เพราะการไม่เคยผิดหวังทำให้เราไม่พยายามที่จะเตรียมตัว คิดว่าอะไรๆมันจะง่ายเหมือนตอนเด็กๆ เพื่อนในกลุ่มก็แทบจะมีที่เรียนกันหมดแล้ว รู้สึกท้อเวลาที่ต้องมานั้งคำนวณคะแนนตัวเอง คณะมหาลัยที่อยากได้ก็แทบจะสิ้นหวัง รู้ตัวเองนะว่าคะแนนไม่ดีก็ควรจะเลือกที่ที่คะแนนถึง แต่บางที่ก็อยากให้พ่อแม่ดีใจที่ได้มหาลัยดีๆ สำหรับตัวเองจะมหาลัยไหนก็ได้ แต่คนอื่นกลับมาทำซะเป็นเรื่องของตัวเองพูดให้เข้านู่นเข้านี้ เหนื่อยจังเนอะเด็กแอด (ขอระบายนิดนึงเก็บกดมาก)
2
sehunmin Member 21 เม.ย. 58 19:59 น. 6-1
เราก็เหมืินกัน ไม่ติดรับตรงเรยเพื่อนในกลุ่มมีเราคนเดียวไม่มีที่เรียน เรานอนยังฝันว่าต้องจัดอันดับยังไงให้ติด เทอยังมีเรา น้ะ สู้ๆๆ
0
กำลังโหลด
little A 18 เม.ย. 58 18:29 น. 3
เป็นไปได้ไหมคะที่หนูจะติดคณะนี้ มหา'ลัยนี้ ซึ่งปีที่แล้วคะแนนต่ำสุดเขามากกว่าคะแนนที่เรามีอยู่ตอนนี้อ่าค่าาา เสียใจ เสียใจเสียใจ
2
กำลังโหลด

11 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
little A 18 เม.ย. 58 18:29 น. 3
เป็นไปได้ไหมคะที่หนูจะติดคณะนี้ มหา'ลัยนี้ ซึ่งปีที่แล้วคะแนนต่ำสุดเขามากกว่าคะแนนที่เรามีอยู่ตอนนี้อ่าค่าาา เสียใจ เสียใจเสียใจ
2
กำลังโหลด
ปากกาขนไก่ Member 19 เม.ย. 58 00:44 น. 4

สถาบันไม่ใช่แค่ค่านิยม แต่มันสะท้อนความจริงเรื่องความกระจุกด้านความเจริญ
ไม่แนะนำให้น้องๆเลือกคณะนี้ของที่ไหนก็ได้
เราควรจะไปตามทางที่เราฝัน เราก็ควรจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง
อย่างเช่น ธรณีวิทยา ...ถ้าเราเลือกเพราะเราชอบเรื่องภัยพิบัติ เราก็ต้องดูว่าความพร้อม ทั้งอาจารย์ เครื่องมือ หรือcase นั้นอยู่ที่ไหน เราก็ไปที่นั่น
ยอมรับว่าแต่ละที่มีอาจารย์ที่คุณภาพเหมือนกัน
แต่มันไม่ได้หมายความว่า อาจารย์ทุกคนมีความรู้เหมือนกัน

ฉะนั้นหาข้อมูลให้ดี เดี๋ยวพอถึงเวลาจะมาโทษว่าบริษัทรับแต่คนม.นั้น ไม่รับม.นี้บ้าง

ลองศึกษาดูว่าทำไมเขาถึงไม่รับสาขาเดียวกันจากทุกมหาวิทยาลัย

0
กำลังโหลด
sehunmin Member 19 เม.ย. 58 10:26 น. 5

เครียดมากๆเลยค้ะ

ที่บ้านไม่เข้าใจเราด้วย ชอบเอาคนอื่นมาเปรียบเทียบ

ไม่มีกำลังใจเรยค้ะ เสียใจเสียใจเสียใจเสียใจเสียใจ

1
เด็กแอด 58 19 พ.ค. 58 14:27 น. 5-1
สู้ๆนะ ไม่ว่าทางบ้านจะเอาเราไปเปรียบเทียบกับใครก็ช่าง เขาไม่ใช่เราซะหน่อย ไม่มีใครรู้ใจเราเท่าตัวเอง เราเลือกที่ที่เราเรียนได้แล้วมีความสุขก็พอ ดีกว่าเลือกที่พ่อแม่หวังไว้เเต่เรียนไปก็มีแต่กดดัน ไม่มีความสุข แต่เราก็ต้องตั้งใจทำด้วยนะ พิสูจน์ให้ทางบ้านเห็นด้วยว่าที่เราเลือกมาไม่ได้ไม่มีประโยชน์ สู้ๆ ขอให้ผ่านไปได้ ^^
0
กำลังโหลด
ความฝัน 20 เม.ย. 58 02:27 น. 6
ไม่เคยคิดเลยว่าการแอดมันจะเครียดแบบนี้ คิดมาตลอดว่าตัวเองจะติดรับตรง แต่พอไม่ได้ มันก็รู้สึกแย่จนพูดไม่ออก ได้รู้ถึงความผิดหวังครั้งแรก เพราะการไม่เคยผิดหวังทำให้เราไม่พยายามที่จะเตรียมตัว คิดว่าอะไรๆมันจะง่ายเหมือนตอนเด็กๆ เพื่อนในกลุ่มก็แทบจะมีที่เรียนกันหมดแล้ว รู้สึกท้อเวลาที่ต้องมานั้งคำนวณคะแนนตัวเอง คณะมหาลัยที่อยากได้ก็แทบจะสิ้นหวัง รู้ตัวเองนะว่าคะแนนไม่ดีก็ควรจะเลือกที่ที่คะแนนถึง แต่บางที่ก็อยากให้พ่อแม่ดีใจที่ได้มหาลัยดีๆ สำหรับตัวเองจะมหาลัยไหนก็ได้ แต่คนอื่นกลับมาทำซะเป็นเรื่องของตัวเองพูดให้เข้านู่นเข้านี้ เหนื่อยจังเนอะเด็กแอด (ขอระบายนิดนึงเก็บกดมาก)
2
sehunmin Member 21 เม.ย. 58 19:59 น. 6-1
เราก็เหมืินกัน ไม่ติดรับตรงเรยเพื่อนในกลุ่มมีเราคนเดียวไม่มีที่เรียน เรานอนยังฝันว่าต้องจัดอันดับยังไงให้ติด เทอยังมีเรา น้ะ สู้ๆๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Tiggy's Mom 24 เม.ย. 58 10:44 น. 8
ดิฉันเป็นผู้บริหารของกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งค่ะ ขอแชร์ความเห็นจากประสบการณ์นะคะ สำหรับบางคณะหรือสาขาวิชา สถาบันมีผลมากนะคะต่อการรับเข้าทำงาน เพราะเขาโดดเด่นหรือเฉพาะทางด้านน้้นๆ จริงๆ เช่น วิศวะแหล่งน้ำต้อง มก. หรือโลจิสติกส์ต้อง ม.บูรพา เรียกว่าถ้าบัณฑิตที่มีคุณสมบัติอื่นๆ พอๆ กัน องค์กรเขาก็เลือกที่สถาบันก่อนน่ะแหละค่ะ แล้วหลายกรณีที่เขาเลือกสถาบัน ก็ไม่ใช่ว่าต้องเป็น จฬ มธ. มก.เพราะติดหรูอะไรหรอกนะคะ แต่เขาเลือกตามประสบการณ์ว่า บัณฑิตจากสถาบันเหล่านี้เรียนรู้งานได้เร็ว ทำงานได้จริง ไม่เป็นภาระให้เขามากนัก ส่วนสาขาอื่นๆ อย่างบัญชี บริหาร การตลาด สำหรับองค์กรที่ดิฉันดูแล อันนี้เราดูเกรด บุคลิก E.Q. ความคล่องตัว ความคิดสร้างสรร คุณสมบัติเหล่านี้จะมาก่อนสถาบันค่ะ ( เราเคย reject บัณฑิตมหาลัยเก่าแก่มาแล้วหลายราย เพราะเขาแสดงความไร้วุฒืภาวะค่ะ) HR ของเรา เคยไม่รับคนที่ perfect มากๆ เพราะเหตุผลง่ายๆ ว่า เกรดสูง ดูดีมาก แต่คงทำงานไม่นาน เพราะตั้งใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศ อันนี้โชว์หรูมากก็อดทำงานเหมือนกัน ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเลือกคณะวิชาของสถาบันที่เด่นๆ เฉพาะทางไว้บ้าง แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ หรือสำหรับหลานๆ ที่เรียนสถาบันอื่นๆ ไปแล้ว ก็อย่าไปจิตตก เราต้องพยายามชดเชยด้วยผลการเรียน การทำกิจกรรม ปรับปรุงบุคลิกตัวเองให้ดูดี กระตือรือร้น อย่าปล่อยให้เรื่องสถาบันมาปิดกั้นโอกาสที่เราจะพัฒนาตัวเองค่ะ บอกได้เลยว่า หลังจากเข้าทำงานไปแล้ว ได้พิสูจน์คุณสมบัติและฝีมือกันจะจะ องค์กรทั่วไป ไม่มีใครเขามานั่งยึดติดสถาบันกันหรอกค่ะ
0
กำลังโหลด
prapat 28 เม.ย. 58 17:19 น. 9
เป็นคนนึงที่รอแอดคะ เคยหวังกับรับตรง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เลยทำให้รู้สึกท้อเหมือนกันคะ เอาจริงๆก็คือ ถ้าไม่ติดแอดอีกก็คงไป ม.ราม เลยคะ เพราะทุกมหาลัยก็สอนเหมือนๆกัน แต่แค่มหาลัยนั้นเขามีชื่อ เลยทำให้คนอยากเข้า เราก็อยากเข้ามหาลัยดังๆนะ เรามีคณะในฝันเหมือนทุกๆคน แต่คะแนนมันไม่ถึงนี่นา ทำไงได้หละเนาะ ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อ ทำวันนี้ให้ดี เลือกคณะดีๆเพื่อจะได้แอดติด5555 ไม่ติดก็ค่อยว่ากัน อยากให้เพื่อนๆอย่าท้อ สู้ไปด้วยกันนะ #dek58
0
กำลังโหลด
Mg Sp 28 เม.ย. 58 20:51 น. 10
เป็นเด็กซิ็วอ่ะชอบวาดรูป ถนัดร้องเพลง แต่ที่บ้านไม่สนับสนุนTT ลังเลมากกับการแอดครั้งนี้ เพื่อเค้าหรือเพื่อตัวเรา ~_~?
2
กำลังโหลด
ชานมเย็น Member 10 พ.ค. 58 22:50 น. 11

เหมือนสื่อพยายามจะทำให้เด็กเครียดน้อยลง แต่ถ้าจริง ๆ แล้ว ไม่ว่าสถาบันจะมีผลหรือไม่มีผลต่องาน แต่เลือกสถาบันดัง ๆ ดี ๆ ไว้ก่อน ก็ดีไม่ใช่เหรอครับ จะได้เป็นแรงกระตุ้นให้เราทะเยอทะยานด้วย แต่ก็ควรเผื่อใจไว้บ้างเหมือนกันครับ เวลาไม่ติดสถาบันเด่น ๆ จะได้ไม่ต้องเสียใจปางตาย

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด