นอกจากเรื่องสุขภาพที่อยากให้น้องๆ ดูแลตัวเองแล้ว พี่มิ้นท์ยังมีข้อคิดแอดมิชชั่นที่หยิบยกมาฝาก หวังว่าช่วยให้น้องๆ มีกำลังใจและมีแนวทางในการเลือกคณะมากขึ้นนะ
2. สถาบันเป็นแค่ค่านิยม ไม่มีที่ไหนหรอก ที่เปิดสอนแต่ไม่ให้ความรู้ เลือกคณะทั้งที ให้ความสนใจกับคณะที่ชอบดีกว่า เพราะได้เรียนสิ่งที่ตัวเองชอบแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็มีความสุขที่ได้เรียน ที่สำคัญพออยู่ในวัยทำงานแล้ว เรื่องสถาบันที่จบแทบไม่ได้พูดถึงกันเลย นี่ไม่ได้โลกสวยนะ ไม่เชื่อลองถามพี่ๆ ในวัยทำงานสิว่าสังคมที่อยู่ถามกันหรือเปล่าว่าจบที่ไหนมา
3. แอดมิชชั่นเป็นแค่ก้าวเล็กๆ ที่พิสูจน์ความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเรา ใครที่ยังคิดว่าผู้ใหญ่มองว่าเรายังเด็ก ก็ใช้โอกาสนี้พิสูจน์ความตั้งใจ และความคิดในการวางอนาคตของเราดูค่ะ นอกจากนี้แอดมิชชั่นยังฝึกการปล่อยวาง การแก้เครียด ซึ่งในอนาคตยังมีอีกหลายสถานการณ์ที่เตรียมพร้อมรอให้น้องๆ รับมือ
4. ช่วงแอดมิชชั่นอย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็น อย่าเชื่อทุกอย่างที่คนเค้าพูดกัน ถ้ายังไม่เจอแหล่งข่าวที่แท้จริง หรือ มีหลักฐานมายืนยันแน่ชัด เพราะช่วงนี้เป็นช่วงอ่อนไหว ใครๆ ก็อยากสมหวังกับคณะที่เลือก จึงมีหลายคนพยายามปล่อยข่าวแง่ลบออกมา เช่น คณะนี้รับน้อยลงนะ คณะนี้เกรดต่ำกว่าสามเข้าไม่ได้นะ คณะนี้เพิ่งประกาศงดรับ ฯลฯ ใครไม่กรองข่าวให้ดีก่อน เชื่อจนสนิทใจ ก็มีผลต่อการแอดมิชชั่นของเราค่ะ
5. ความสำเร็จของเรา แม้จะเล็กน้อย แต่ถ้าสำเร็จมาได้ด้วยมือเราก็ย่อมภูมิใจมากกว่าได้เพราะโชค เชื่อว่าหลายคนหาที่พึ่งทางใจกันตลอดเดือนนี้ แต่อย่าลืมว่าขอพรจากพระแล้ว ก็อย่าลืมลงมือทำด้วย คิดดี ทำดี ตั้งใจทำ ผลสำเร็จก็เกิดขึ้นได้เองค่ะ
6. เลือกคณะจงเลือกด้วยจิตใจแน่วแน่ ไม่จำเป็นต้องตามเพื่อน เพราะเพื่อนกัน ไม่ต้องเรียนด้วยกันก็เป็นเพื่อนกันได้ เข้าไปเรียนในมหาลัย มีคนเป็นพัน เราจะไม่มีเพื่อนใหม่เลยเหรอ? ดังนั้นไม่ต้องวิตกจริตเรื่องเพื่อนจนเกินเหตุ ยังไงเราก็มีเพื่อนค่ะ ทำหน้าที่เลือกคณะของเราให้เต็มที่ที่สุด
7. กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกำลังใจจากพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน ครูอาจารย์ อย่าอายที่จะเดินเข้าไปพูดคุยกับคนเหล่านั้นในวันที่ท้อแท้ เพราะเขาพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเรา ทางที่ง่ายที่สุดสำหรับน้องๆ ก็คือ เพื่อน จงทำตัวเป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟังที่ดี เพราะเมื่อเราได้พูดแล้ว ก็ต้องมีคนอยากพูดด้วยเช่นกัน เพื่อนกันมักจะเข้าใจกัน เป็นกำลังใจให้กัน จะได้ไม่ต้องเดินเหงาในเส้นทางนี้คนเดียว แต่ยังไงก็อย่าลืมว่ามีกำลังใจกองโตจากที่บ้านอีกนะคะ
8. แอดมิชชั่นไม่ติด ไม่ใช่ความล้มเหลวของชีวิต แต่คนที่ไม่กล้าแม้แต่จะสู้กับความฝันตัวเองต่างหาก คือ คนที่ทำผิดต่อความฝันตัวเอง
9. อย่าดูถูกตัวเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่ดูถูกตัวเอง เท่ากับเราไม่เห็นคุณค่าและความสามารถในตัวเอง เมื่อนั้นเราจะไม่มีเรี่ยวแรงในการต่อสู้อะไรสักอย่างค่ะ จงเชื่อว่าเราทำได้ แม้จะมีคะแนนสู้คนอื่นไม่ได้ แต่ถ้าเรามีวิธีในการเลือก เราก็แอดมิชชั่นติดและมีที่เรียนดีๆ ได้เช่นกัน ที่ผ่านมามีหลายคนที่ได้คะแนนหมื่นนิดๆ ดูแล้วไม่น่าจะสู้ที่ไหนไหว แต่สุดท้ายเขาเลือกในเส้นทางที่เขาสู้ไหว ก็แอดมิชชั่นติดให้พ่อแม่ภูมิใจได้
10. หากน้องๆ แอดมิชชั่นสำเร็จแล้ว อย่ามัวแต่เลี้ยงฉลองกับเพื่อน ป่าวประกาศจนเพื่อนเฮกันเต็มไทม์ไลน์จนลืมให้ความสำคัญกับบุพการีของเรานะคะ ท่านยังรอชื่นชมยินดีกับน้องๆ อยู่เหมือนกัน สุดท้ายอย่าลืมตอบแทนพระคุณของท่านด้วย เพราะความสำเร็จที่ได้มาเป็นบุญคุณของพ่อแม่ไม่มากก็น้อย
เป็นข้อคิด 10 ข้อที่อยากฝากให้เด็กแอดฯ ได้อ่านกันในช่วงเลือกคณะ และอย่าลืมเรื่องที่พี่มิ้นท์ย้ำเสมอว่าสุขภาพสำคัญที่สุด เหนื่อยนักก็พักก่อน พร้อมเมื่อไหร่ค่อยลุย เพราะร่างกายพร้อม จิตใจของเราก็จะพร้อมไปด้วยค่ะ สุดท้ายนี้ ขอให้น้องๆ โชคดี ได้เรียนคณะที่รักในสถาบันที่ใช่ เลือกอันไหนติดอันนั้นค่ะ^^





11 ความคิดเห็น
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่าาาาา
สถาบันไม่ใช่แค่ค่านิยม แต่มันสะท้อนความจริงเรื่องความกระจุกด้านความเจริญ
ไม่แนะนำให้น้องๆเลือกคณะนี้ของที่ไหนก็ได้
เราควรจะไปตามทางที่เราฝัน เราก็ควรจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง
อย่างเช่น ธรณีวิทยา ...ถ้าเราเลือกเพราะเราชอบเรื่องภัยพิบัติ เราก็ต้องดูว่าความพร้อม ทั้งอาจารย์ เครื่องมือ หรือcase นั้นอยู่ที่ไหน เราก็ไปที่นั่น
ยอมรับว่าแต่ละที่มีอาจารย์ที่คุณภาพเหมือนกัน
แต่มันไม่ได้หมายความว่า อาจารย์ทุกคนมีความรู้เหมือนกัน
ฉะนั้นหาข้อมูลให้ดี เดี๋ยวพอถึงเวลาจะมาโทษว่าบริษัทรับแต่คนม.นั้น ไม่รับม.นี้บ้าง
ลองศึกษาดูว่าทำไมเขาถึงไม่รับสาขาเดียวกันจากทุกมหาวิทยาลัย
เครียดมากๆเลยค้ะ
ที่บ้านไม่เข้าใจเราด้วย ชอบเอาคนอื่นมาเปรียบเทียบ
ไม่มีกำลังใจเรยค้ะ




เหมือนสื่อพยายามจะทำให้เด็กเครียดน้อยลง แต่ถ้าจริง ๆ แล้ว ไม่ว่าสถาบันจะมีผลหรือไม่มีผลต่องาน แต่เลือกสถาบันดัง ๆ ดี ๆ ไว้ก่อน ก็ดีไม่ใช่เหรอครับ จะได้เป็นแรงกระตุ้นให้เราทะเยอทะยานด้วย แต่ก็ควรเผื่อใจไว้บ้างเหมือนกันครับ เวลาไม่ติดสถาบันเด่น ๆ จะได้ไม่ต้องเสียใจปางตาย