ประธาน สคศท. แนะเลิกใช้จีแพ็กซ์เหตุทำให้เด็กเครียด เสนอปรับเกรดจบให้สอดคล้องกับวัดผลโรงเรียนรับกับองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ปี 2553

 
 

รศ.ดร.พฤทธิ์ศิริบรรณพิทักษ์ คณบดีครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย(สคศท.)  เปิดเผยถึงความคืบหน้าการคิดสูตรที่จะนำคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ตมาถ่วงดุลกับคะแนนเฉลี่ยสะสมรายกลุ่มสาระ (จีพีเอ) ของโรงเรียน เพื่อพิจารณาจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานว่า ขณะนี้อาจารย์ที่รับไปคิดสูตรกำลังคิดสูตรที่ถ่วงดุลอยู่ โดยเริ่มใช้ปีการศึกษา 2552 เพื่อนำไปใช้ในระบบแอดมิชชั่นส์ปี2553 ทำให้นักเรียนและผู้ปกครองผ่อนคลายความเครียดลงได้มาก

 

ทั้งนี้เมื่อกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นำคะแนนโอเน็ตมาถ่วงดุลกับจีพีเอ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จึงต้องปรับองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ปี 2553 ใหม่ด้วย เพราะองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ปี 2553 ที่ ทปอ.ประกาศไว้มี3 องค์ประกอบ คือผลการเรียนเฉลี่ยสะสม ม.ปลาย (จีแพ็กซ์) โอเน็ตและแบบทดสอบวัดความถนัด (Aptitude Test) ซึ่งองค์ประกอบจะแยกโอเน็ตและจีพีเอจากกัน แต่ศธ.จะให้นำองค์ประกอบทั้งสองส่วนมาถ่วงดุลกัน ทปอ.ต้องปรับองค์ประกอบที่ใช้คัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ให้สอดคล้องกับการวัดผลของโรงเรียน ซึ่งยังไม่มีใครร้องต่อ ทปอ

 

รศ.ดร.พฤทธิ์กล่าวอีกว่า ถ้านำโอเน็ต และจีพีเอมาถ่วงดุลกัน ต่อไปการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยนั้นควรเลิกนำจีแพ็กซ์มาใช้ เพราะทำให้เด็กเครียดมากเพราะคะแนนจีแพ็กซ์เพียง .01 มีความหมายต่อการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยมาก ควรหามาตรการอื่นทำให้เด็กขยันเรียนและไม่เครียด ที่ผ่านมาเสนอ รมว.ศึกษาธิการ ให้เปลี่ยนวิธีการตัดสินการสอบได้ใหม่ ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ เห็นด้วยในหลักการเด็กที่จะจบต้องได้เกรดอย่างน้อย 1.50 ระยะยาว2.00 จากปัจจุบันได้คะแนนสอบทุกวิชารวมแล้ว 1.00 ถึงจะผ่าน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ต่ำมากและยังมีเกรดเฟ้อเข้ามาอีก ถ้าเป็นไปได้อาจจะปรับวิธีการตัดสินการสอบได้ในปี 2552

             การเข้ามหาวิทยาลัยเราต้องการเด็กจบม.ปลาย ที่มีคุณภาพ ที่ไม่จำเป็นได้เกรด 4 ทุกวิชาเพียงแค่สอบผ่านทุกวิชา และได้เกรดอย่างต่ำ1.5 ที่สำคัญเกรดรวมต้องได้อย่างต่ำ1.5 และไม่ควรที่จะนำคะแนนจีแพ็กซ์มาคิดในการเข้ามหาวิทยาลัยควรจะนำคะแนนบางวิชาที่ต้องเรียนในคณะนั้นๆ มาคิดก็พอแล้ว ซึ่งการกำหนดเช่นนี้ทำให้เด็กไม่ต้องมาขยันเรียนทั้ง 8 กลุ่มสาระจนเครียดตาย ถ้าทำได้ความเครียดจะลดลงและระบบการศึกษาจะดีขึ้น รศ.ดร.พฤทธิ์ กล่าว

ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

64 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
mws 25 ส.ค. 50 15:27 น. 4
ปัจจุบัน เสียเงินกับเรียนพิเศษเทอมล่ะเกือบหมื่นบาท ก็เพราะ GPAX เนี่ยล่ะ เพราะกลัวเกรดตก แล้วมันจะฉุดคะแนนลง!!!
0
กำลังโหลด
..0..0 25 ส.ค. 50 16:28 น. 5
เห็นด้วยค่ะที่เปลี่ยนคิดมากเรื่องนี้เหมือนกัน กลัวจะไม่จบขอสอบก้อท่าจะยากซะด้วย และคิดว่าคงมีอีกหลายคนที่คิดมากเหมือนกัน เปนบ่อเกิดแห่งการฆ่าตัวตายได้ด้วยนะค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
พิมมี้ค่ะ Member 25 ส.ค. 50 16:46 น. 7
ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ดีสิค่ะ ตอนนี้เราอยู่ม.3คุณครูก็บอกว่าจะมีการวัดเกรดเหมือนกัน
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เซ็งเป็ด 25 ส.ค. 50 18:01 น. 9
ก็เครียดจริงอ่ะแหละ... ระบบการศึกษาเปลี่ยน เด็กก็ตามไม่ทันสิคุณ -*- ยิ่งสอบ 8 สาระ - - เพื่ออะไรง่ะ???
0
กำลังโหลด
โรส 25 ส.ค. 50 18:02 น. 10
ก่อนที่ผู้ใหญ่จะคิดจัดการกับระบบการศึกษาในรูปแบบใดก็ตาม คุณควรถามความคิดเห็นของเด็กบ้าง ไม่ใช่ว่าคุณทำโดยไม่ปรึกษาเด็กเลย ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามความคิดเห็น การให้ข้อมูลกับทางโรงเรียน เพื่อนำไปให้ข้อมูลกับเด็กในการตัดสินใจในการใช้ระบบดังกล่าว เพราะมันคือทางเลือกและอนาคตของพวกเขา ถูกที่ว่า การเอ็นไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตคนเรา แต่มันก็สำคัญพอที่จะทำให้เขาเสียศูนย์ และขาดความมั่นใจได้เหมือนกัน รวมไปถึงผลพวงด้านการประกอบสัมมาอาชีพในอนาคตอีกด้วย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
หมีพูห์_pooh Member 25 ส.ค. 50 18:21 น. 12
เห็นด้วยมากเลย

แต่เราจะเอ็นปี  52 แล้ว

ยอมรับนะ...ทุกวันนี้เครียดโครต ๆ 

มัวแต่ห่วงเรื่องเกรด...เรื่องคะแนน  จนทำให้เรื่องแล้วไม่ค่อยได้อะไรเลยอ่ะ

เพราะอะไรที่ไม่ใช่คะแนนก้ไม่อยากรับรู้เลย

น่าจะเปลี่ยนให้เร็วที่สุดนะคะ......

เพราะว่าจะไม่เกิดการแข่งขันกันมากเกินไปด้วย......


ปล. น่าจะแก้ไขตั้งนานแล้ว....เปลี่ยนปี 52  เลยก็ดี   เพราะปีนี้ก็เปลี่ยนไม่ทัน

      แล้ว สงสารรุ่นพี่เหมือนกัน
        
      จะสอบอะไร    อยากเข้าอะไรก็กลัวเกรดไม่ถึง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แคทจัง 25 ส.ค. 50 18:32 น. 14
ใช่ค่ะ เห็นด้วยกะคห.12 เหมือนกันเลย ไม่มีใครหรอกนะค่ะที่จะเก่งไปหมดซะทุกเรื่อง 8 วิชา ถ้าวิชาใดไม่ถึงนี่ก็จบไปเลยใช่ไหมค่ะ ทุกวันนี้ก็พยายามเรียนอย่างเต็มที่ แต่ขอโทษเถอะค่ะ สงสารพ่อแม่ของเด็กบางคน ที่ต้องเสียเงินส่งลูกเรียนพิเศษ เดือนนึงหรือเทอมนึงก้อสุดจะแพง รีบเปลี่ยนเถอะค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Whooo 25 ส.ค. 50 19:37 น. 16
เราเคยได้ยินจากคนอื่นมาอีกทีน่ะนะ ตั้งแต่ที่มีการปรับเปลี่ยนมาให้ระบบ Admission นี่ คุณภาพของเด็กที่เข้าไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษานั้นกลับลดต่ำลงไปกว่าเดิมเสียอีก อันที่จริงมันก็มีทั้งข้อดีและเสียนะ แต่เท่าที่ดูแล้วนับวันจะเห็นแต่ข้อเสียมากขึ้นเรื่อยๆ ยังไงก็อยากให้ปรับเปลี่ยนเร็วก่อนที่จะถึงรุ่นเราเร็วจังๆ สงสารทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องจริงๆ อยากให้มหาลัยเปิดรับตรงทุกคณะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า ถามว่าการสอบ O-net หรือ A-net นั้น เป็นการวัดความรู้เด็กจริงๆหรือเปล่า อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ไปทั้งหมดนะ ยกตัวอย่างเช่นจากที่เราเคยได้ยิน อ.ท่านหนึ่งบอกมา (หลายๆคนอ่านแล้วคงจะรู้ แต่เราขอเอามาบอกต่อให้คนอื่นได้รับรู้ด้วยละกัน) เนื่องจากในการสอบนั้นจะรวมวิชาฟิสิกส์ เคมี และชีวะเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งแตกต่างจากการสอบระบบ Entrance แบบเดิม ทำให้จำนวนข้อนั้นถูกลดลงไปด้วย, 1 บทอาจถูกแทนด้วย 1 ข้อในการสอบ ถามว่าเราไม่มีความรู้ในบทนั้นเลยหรือ ก็คงไม่ใช่ แต่ถ้าเกิดพลาดทำผิดขึ้นมา เทียบกับเด็กอีกคนที่ไม่รู้เลย แต่กลับเดาถูก มันก็จะเปรียบเสมือนกับว่าเราไม่มีความรู้ในบทนั้นเลย เพราะว่าทำผิดข้อนั้นไป แต่เด็กอีกคนหนึ่งที่เดาถูก กลับกลายเป็นว่าเขามีความรู้ในบทนั้นไป นี่แหละที่ทำให้เด็กที่ผ่านเข้าไปได้ส่วนหนึ่งมีคุณภาพแตกต่างจากเดิมไปไงล่ะ
0
กำลังโหลด
๐♣~`Oxydation`~♣๐ Member 25 ส.ค. 50 19:38 น. 17
เครียดจะตายอยู่แล้ว เพราะ GPA กะ GPAX นี่แหละ เรียนม.ปลายมาตั้ง 3 ปี ใครๆก้ออยากเอนท์ติดทั้งนั้น อยากทำให้พ่อแม่ภูมิใจแต่เราหัวไม่ดีเท่าไร^^"
0
กำลังโหลด
Whooo 25 ส.ค. 50 19:49 น. 18
เราเคยได้ยินจากคนอื่นมาอีกทีน่ะนะ ตั้งแต่ที่มีการปรับเปลี่ยนมาให้ระบบ Admission นี่ คุณภาพของเด็กที่เข้าไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษานั้นกลับลดต่ำลงไปกว่าเดิมเสียอีก อันที่จริงมันก็มีทั้งข้อดีและเสียนะ แต่เท่าที่ดูแล้วนับวันจะเห็นแต่ข้อเสียมากขึ้นเรื่อยๆ ยังไงก็อยากให้ปรับเปลี่ยนเร็วก่อนที่จะถึงรุ่นเราเร็วจังๆ สงสารทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องจริงๆ อยากให้มหาลัยเปิดรับตรงทุกคณะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า ถามว่าการสอบ O-net หรือ A-net นั้น เป็นการวัดความรู้เด็กจริงๆหรือเปล่า อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ไปทั้งหมดนะ ยกตัวอย่างเช่นจากที่เราเคยได้ยิน อ.ท่านหนึ่งบอกมา (หลายๆคนอ่านแล้วคงจะรู้ แต่เราขอเอามาบอกต่อให้คนอื่นได้รับรู้ด้วยละกัน) เนื่องจากในการสอบนั้นจะรวมวิชาฟิสิกส์ เคมี และชีวะเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งแตกต่างจากการสอบระบบ Entrance แบบเดิม ทำให้จำนวนข้อนั้นถูกลดลงไปด้วย, 1 บทอาจถูกแทนด้วย 1 ข้อในการสอบ ถามว่าเราไม่มีความรู้ในบทนั้นเลยหรือ ก็คงไม่ใช่ แต่ถ้าเกิดพลาดทำผิดขึ้นมา เทียบกับเด็กอีกคนที่ไม่รู้เลย แต่กลับเดาถูก มันก็จะเปรียบเสมือนกับว่าเราไม่มีความรู้ในบทนั้นเลย เพราะว่าทำผิดข้อนั้นไป แต่เด็กอีกคนหนึ่งที่เดาถูก กลับกลายเป็นว่าเขามีความรู้ในบทนั้นไป นี่แหละที่ทำให้เด็กที่ผ่านเข้าไปได้ส่วนหนึ่งมีคุณภาพแตกต่างจากเดิมไปไงล่ะ
0
กำลังโหลด
น้วมมม 25 ส.ค. 50 20:33 น. 19
แบบว่า เนี่ย เราว่านะ การไช้เกรดอ่ะ มันไม่ยุติธรรมิเลยนะ แบบ แต่ละโรงเรียน ก้มีเกณฑ์ไนการไห้เกรดเด็กไม่เหมือนกันอ่ะ แล้วมันไม่แฟร์อ่ะ ควรจาแค่แบบว่า มีสิทสอบ อารัยเงี้ย ไม่ไช่ว่า เกรดแค่จุดเดียว ก้ทำไห้เราไม่ได้คณะที่เราต้องการอ่ะ แบบว่า มันไม่ไช่อ่ะ -*- เรียนหนักไปแบบเนี้ย มานไม่ดีเลย -*- เด็กไทยควรได้รับการส่งเสริมไห้ทำกิจกรรมมากกว่านี้อ่ะ คือจาว่าเด็กว่าไม่ทำกิจกรรมไม่ได้นะ ก้ดูดิ่ ไนเมื่อเกณการรับเด็กเข้าเรียนมหาลัยอ่ะ เกรดมันมีความสำคันมาก เด็กก้ทุ่มเวลาไห้กับการเรียนพิเศษหมดสิ่ คุนจะมาโทดสถาบันกวด วิชาไม่ได้นะ ผู้ไหย่ไนสังคมคือผู้กำหนดชะตาของเด็กอ่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด