ที่ประชุมอธิการบดียืนยันข้อยุติปรับปรุงหลักเกณฑ์แอดมิชชั่นปี 2553 เลิกใช้ GPA แต่เพิ่มการสอบความถนัด โดยให้สอบได้ปีละหลายครั้ง เพื่อลดความเครียด แถมให้สอบได้ตั้งแต่อยู่ชั้นม.4 ส่วนแอดมิชชั่นปี 51-52 ยังใช้หลักเกณฑ์เดิม

 

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้มีการประชุมของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ซึ่งภายหลังการประชุม รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี ม.แม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ในฐานะประธาน ทปอ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ และค่าน้ำหนักที่จะนำมาใช้ในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลาง หรือแอดมิชชั่น ประจำปีการศึกษา 2553 ซึ่งได้ข้อยุติว่า จะใช้คะแนนผลการเรียนเฉลี่ยสะสม ม.ปลาย (GPAX) 8 กลุ่มสาระ 20%, คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) 8 กลุ่มสาระ 30% และการทดสอบความถนัด (Aptitude Test) 50% แต่จะแยกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.การสอบวิชาความถนัดทั่วไป 20% และวิชาความถนัดเชิงวิชาการหรือวิชาชีพ 30% ส่วนแอดมิชชั่นสำหรับปี 2551 และ 2552 นั้น ทปอ.ยังยืนยันที่จะใช้หลักเกณฑ์เดิมต่อไป ประกอบด้วย GPAX 10%, ผลการเรียนเฉลี่ยรายกลุ่มสาระ (GPA) 20%, O-NET 35-70% และแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (A-NET) 0-35%

 
 

รศ.ดร.วันชัย กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมามีความเข้าใจผิดว่าเรื่องของ มหาวิทยาลัยทุกเรื่องเป็นหน้าที่ของ ทปอ.ที่จะต้องตัดสินใจ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ทปอ.มีหน้าที่พิจารณาเฉพาะเรื่องที่มหาวิทยา ลัยต้องดำเนินการร่วมกันเท่านั้น โดยเฉพาะเรื่องของการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยด้วยระบบแอดมิชชั่น ซึ่ง ทปอ.จะดูแล และดำเนินการต่าง ๆ เพื่อเด็กส่วนใหญ่ที่มีอยู่ประมาณร้อยละ 98 ส่วนเด็กส่วนน้อยที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ อาทิ นักเรียนที่จบจากต่างประเทศ นักเรียนที่ไม่ได้สอบ O-NET ตรงตามปีที่จบ หรือเด็กซิ่ล แต่ต้องการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น ทปอ.ได้ตกลงกันแล้วว่าให้เป็นหน้าที่ของแต่ละมหาวิทยาลัยที่จะต้องหาทางเปิดช่องให้แก่เด็กเหล่านั้น ส่วน ทปอ. จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว

 

"ส่วนกรณีมีผู้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรม การสิทธิมนุษยชนร้องเรียนว่าหลักเกณฑ์แอดมิชชั่นที่ ทปอ.กำหนดเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่เรื่องที่ที่ประชุมคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ต้องการให้มีการแยกสอบวิชาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยานั้น ทปอ.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าทุกอย่างต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงคนส่วนใหญ่เป็นหลัก ดังนั้นกลุ่มคนในส่วนที่เหลือจึงให้แต่ละมหาวิทยาลัยเป็นผู้รับผิดชอบ" ประธาน ทปอ. กล่าว

 

ด้านรศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) รองประธาน ทปอ. กล่าวว่า ในการจัดทดสอบความถนัดสำหรับแอดมิชชั่นปี 2553 นั้น ทปอ. ได้มอบหมายให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งได้ตกลงในเบื้องต้นแล้วว่าจะจัดสอบปีละ 2 ครั้ง เพื่อลดความเครียดให้กับเด็ก และในอนาคตจะจัดสอบปีละ 3-4 ครั้ง และให้เก็บคะแนนไว้ได้ 2 ปี โดยเปิดให้นักเรียน ม.4 สามารถสอบได้เลย ทั้งนี้จะเริ่มจัดสอบครั้งแรกในเดือน ธ.ค. 2552 ส่วนการสอบ O-NET ของปีการศึกษา 2550 ตนอยากให้นักเรียนทุกคนเข้าสอบครบทั้ง 8 วิชา จะได้ไม่มีปัญหาถ้าเผื่ออนาคตต้องการจะสมัครเข้ามหาวิทยาลัยใหม่

 

ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

13 ความคิดเห็น

กุเซง เป็ด 28 ส.ค. 50 14:09 น. 1
ควายยยยยยยยยยยยยยยยย เพิ่งจะมายกเลิก ลูก มัน เข้าปีนั้นรึไงวะ แสดดดดดดดดดดดดดดดดดด
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Som-O 2 ก.ย. 50 08:31 น. 8
น่าจะยกเลิกตั้งแต่ปีหน้าไปเลย เพราะว่าคุณภาพการศึกษาแต่ละโรงเรียนไม่เหมือนกัน บางโรงเรียนอาจปล่อยเกรดก็ได้ แล้วโรงเรียนที่กดเกรด ก็ทำให้เด็กมี GPA น้อย มันจะไปสู่โรงเรียนที่ไม่กดเกรดได้ไง เซงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
0
กำลังโหลด
ฟหก 2 ก.ย. 50 21:09 น. 9
ทำไมปัดความรับผิดชอบแบบนี้ล่ะ อะไรก็ให้มหาวิทยาลัยจัดการ แต่ก็ไปกำหนดนโยบายปิดกั้นเสียหมด แล้วที่พูดว่าคนส่วน้อยส่วนใหญ่น่ะ รู้สึกส่าคนส่วนใหญ่คือกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยนะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เด็ก ม.5 31 พ.ค. 51 20:25 น. 15
เราอยู่ ม.5 สอบแอดมิด ปี 53 แต่เราก็ต้องสอบ ระบบใหม่ อันนี้ คือจะบอกก่อนว่า เค้าสอบ กัน ต่อปีละ 3 หน คือ มกรา พฤษภา ธันวา (ยังสงสัยว่า มกรากะ ธันวา มันเดือนติดกัน จะสอบยังไง--*) คือรุ่นเรา ต้องสอบ ตอนม. 5 เทอม2 เดือน มกรา ปี52 ซึ่งมีเนื้อหาม.6 ที่เรายังไม่ได้เรียน TT แล้วเค้าสอบกัน จะดูคะแนน ที่เราสอบได้สูงสุดเป็นหลัก สอบไป 3 ครั้ง คะแนน ไหนมากกว่า ก็ใช้คะแนนนั้น คือ เด็ก รุ่นหลังเรา ก็จะต้องสอบกัน 6ครั้ง ม.5-ม.6 แต่รุ่นของเราอะ แค่4 ครั้ง เพราะ สอบไม่ทัน (มีมกรา52, พฤษภา52 , ธันวา 52 ,มกรา53 ) บอกแบบนี้แล้วงง ไหม เออ ...เรื่องจิงนะ เด๋วจะหาว่าไม่เตือน
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด