สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ถ้าพูดถึง "สโนว์ไวท์" แล้วละก็ ทุกคนคงนึกถึงเจ้าหญิงในการ์ตูนดิสนีย์ที่ต้องมาอยู่กับคนแคระเพื่อซ่อนตัวจากแม่เลี้ยงใจร้ายที่อิจฉาในความงามใช่มั้ยคะ แต่จริงๆ แล้วสโนว์ไวท์ไม่ได้มีเพียงคนเดียวในโลกค่ะ แต่มีถึง 2 คนต่างหาก วันนี้ พี่พิซซ่า เลยจะพาน้องๆ ไปรู้จักสโนว์ไวท์อีกคนกัน
สโนว์ไวท์ฉบับดิสนีย์
สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด หรือ Snow White and the Seven Dwarfs เป็นภาพยนตร์การ์ตูนที่ฉายในปี 1937 ผลิตโดยวอลต์ ดิสนีย์ และเป็นภาพยนตร์การ์ตูนขนาดยาวเรื่องแรกของค่ายด้วยค่ะ การ์ตูนเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนิทานเยอรมันของพี่น้องตระกูลกริมม์เรื่อง Schneewittchen (สังเกตการสะกดดีๆ นะคะ)
เนื้อเรื่องก็มีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเจ้าหญิงโฉมงามองค์หนึ่งชื่อสโนว์ไวท์ เธอมีผิวที่ขาวราวหิมะ มีผมดำขลับ และมีริมฝีปากสีแดงเหมือนกุหลาบ เธออาศัยอยู่ในปราสาทกับราชินีแม่เลี้ยงใจร้ายที่ไม่ต้องการให้ใครมาสวยกว่า ราชินีมีกระจกวิเศษอยู่บานหนึ่ง เธอจะถามกระจกเสมอว่า "กระจกวิเศษบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี" ซึ่งกระจกก็จะตอบว่าราชินีสวยที่สุด แต่เมื่อสโนว์ไวท์โตเป็นสาว กระจกวิเศษก็เปลี่ยนคำตอบมาบอกว่าสโนว์ไวท์สวยที่สุดในปฐพี นั่นทำให้ราชินีไม่พอใจมาก เธอจึงจ้างนายพรานมาลวงสโนว์ไวท์ไปฆ่าในป่า แล้วให้เอาหัวใจสโนว์ไวท์กลับมาถวายแต่นายพรานก็ทำไม่ลง นายพรานขอโทษสโนว์ไวท์และสารภาพความจริงทุกอย่างก่อนให้สโนว์ไวท์หนีไป ส่วนนายพรานก็เอาหัวใจสัตว์กลับไปถวายราชินีแทน

credit: disney
สโนว์ไวท์หนีเข้าไปในป่าลึก เจอฝูงสัตว์น่ารักมากมายจนกระทั่งมาเจอบ้านหลังเล็กๆ ที่ข้างในมีเตียงเล็กๆ 7 เตียง สโนว์ไวท์เลยเข้าไปนอน ปรากฏว่าเจ้าของบ้านคือคนแคระทั้ง 7 ค่ะ ตอนแรกก็ทะเลาะกันเล็กน้อยแต่แล้วก็โอเคให้สโนว์ไวท์พักด้วยได้ สโนว์ไวท์เองก็ทำงานบ้านให้ช่วงที่คนแคระออกไปทำงานแต่ละวัน แต่ไม่นานนักราชินีก็รู้จนได้ว่าสโนว์ไวท์ไม่ตายแต่หนีไปอยู่ในป่า ราชินีจึงทำแอปเปิ้ลอาบยาพิษแล้วก็ปลอมตัวเป็นหญิงชราไปหา จากนั้นก็หลอกให้สโนว์ไวท์กัดแอปเปิ้ลจนได้ ทันใดนั้นสโนว์ไวท์ก็ไม่ตื่นอีกเลย คนแคระที่รู้เรื่องจากบรรดาสัตว์ในป่ารีบกลับบ้าน แต่ก็เห็นสโนว์ไวท์สลบแล้ว คนแคระจึงไล่ตามราชินีใจร้ายไปจนมุมที่ริมหน้าผา แล้วฟ้าก็ผ่าพอดีทำให้ราชินีตกลงไปในเหว
ถึงอย่างนั้นสโนว์ไวท์ก็ไม่ฟื้นขึ้นมา คนแคระจึงสร้างโลงแก้วให้สโนว์ไวท์และตั้งไว้ในป่า หนึ่งปีผ่านไปมีเจ้าชายรูปงามองค์หนึ่งผ่านมา เจ้าชายองค์นี้เคยเจอสโนว์ไวท์มาก่อนและตกหลุมรักเธอมาก่อนแล้ว เมื่อรู้ว่าสโนว์ไวท์หลับใหลตลอดกาลเจ้าชายก็เสียใจและก้มลงจูบสโนว์ไวท์ นั่นทำให้คำสาปหมดฤทธิ์และสโนวไวท์ก็ตื่นขึ้น ทั้งคนแคระและสัตว์ในป่าต่างดีใจที่สโนว์ไวท์ฟื้น เจ้าชายพาสโนว์ไวท์กลับปราสาทของตนและรักกันตลอดไป

credit: disney
และนั่นก็คือเรื่องราวของสโนว์ไวท์ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกค่ะ แต่วันนี้พี่พิซซ่าจะพาน้องๆ ไปรู้จักสโนว์ไวท์อีกคนบนโลก เธอมาจากเรื่อง Snow-White and Rose-Red เขียนเป็นภาษาเยอรมันได้ว่า Schneeweißchen und Rosenrot จะสังเกตเห็นว่าสโนว์ไวท์คนนี้มีชื่อต้นฉบับคนละชื่อกับคนที่กินแอปเปิ้ลนะคะ เพียงแต่เมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วดันเป็นสโนว์ไวท์เหมือนกัน ทำให้คนที่ไม่รู้จักนิทานฉบับพี่น้องตระกูลกริมม์มาก่อนคิดว่าเป็นคนเดียวกันซะงั้น เรื่องของสโนว์ไวท์และโรสเรด หรือหิมะขาวและกุหลาบแดงก็มีคนแคระอยู่ในเรื่องเช่นกันด้วย แต่คราวนี้คนแคระเป็นตัวร้ายของเรื่องค่ะ ไปทำความรู้จักสองสาวกันดีกว่า
สโนว์ไวท์และโรสเรด
กาลครั้งหนึ่งในชนบทเล็กๆ มีหญิงม่ายคนหนึ่งที่มีลูกสาว 2 คน ลูกสาวทั้งสองทำให้เธอนึกถึงต้นกุหลาบเล็กๆ หน้าบ้านทั้ง 2 ต้น ต้นหนึ่งออกดอกขาว อีกต้นออกดอกแดง เธอจึงตั้งชื่อลูกสาวทั้ง 2 ว่าสโนว์ไวท์และโรสเรด สโนว์ไวท์เป็นเด็กเงียบๆ สุภาพเรียบร้อย ชอบทำงานบ้าน ส่วนโรสเรดเป็นเด็กร่าเริงสดใส ชอบออกไปวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า แต่ทั้งคู่ก็เป็นเด็กดีของแม่ และก็รักกันมากๆ

เย็นวันหนึ่งในฤดูหนาวขณะที่แม่กำลังอ่านหนังสือให้ทั้งคู่ฟังอยู่นั้น ก็มีใครบางคนเคาะประตู แม่จึงให้โรสเรดไปเปิดประตูดูเผื่อว่าจะเป็นนักเดินทางที่กำลังมองหาที่พักท่ามกลางอากาศหนาวเช่นนี้ แต่ปรากฏว่าคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านเป็นหมีตัวใหญ่ตัวหนึ่ง ทั้งคู่กลัวมาก แต่แล้วหมีก็พูดขึ้นว่า "อย่ากลัวเลย ข้าไม่ได้มาทำร้าย ข้าแค่หนาวจนจะแข็งและมาขอความอบอุ่นเฉยๆ" แม่จึงเชิญหมีเข้ามานอนพักหน้าเตาผิง ไม่นานนักหมีก็หลับไปอย่างมีความสุข
แม่อนุญาตให้หมีมานอนพักได้ทุกคืนตลอดฤดูหนาว หมีจึงกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกับสองสาว แม้สาวๆ จะแกล้งหมีแรงๆ ไปบ้างแต่หมีก็ไม่เคยโกรธเลย จนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิมาเยือน หมีจึงบอกลาทุกคนและบอกว่าคงไม่กลับมาอีกจนกว่าจะหมดหน้าร้อน เพราะหมีต้องไปเฝ้าสมบัติในป่าไม่ให้พวกคนแคระมาขโมยไป สโนว์ไวท์เสียใจมากที่หมีจะต้องไป แต่เธอก็ยอมลุกไปปลดกลอนประตูให้ จังหวะที่หมีเดินออกไป ขนของหมีเกี่ยวกับกลอนประตูเล็กน้อย วินาทีนั้นสโนว์ไวท์รู้สึกเหมือนเห็นผิวสีทองอร่ามฉายออกมา แต่ก่อนที่เธอจะได้ดูให้แน่ใจอีกครั้ง หมีก็รีบวิ่งเข้าป่าไปแล้ว

หลายเดือนผ่านไปขณะที่สองสาวเข้าไปเก็บของในป่า ก็บังเอิญเจอคนแคระที่เคราติดอยู่กับซอกไม้ คนแคระพยายามกระโดดให้เคราหลุดแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อมองเห็นสองสาว คนแคระก็ตะโกนใส่ว่า "ยืนบื้ออยู่ทำไม มาช่วยข้าสิ" ทั้งคู่พยายามดึงเคราแล้วแต่ก็ไม่ออก ในที่สุดสโนว์ไวท์ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีกรรไกรนี่นา เธอจึงตัดเคราให้คนแคระ แต่เมื่อคนแคระเป็นอิสระ ก็หันมาด่าสองสาวว่าเป็นคนเลวที่บังอาจตัดเคราอันงดงามของเขาพร้อมทั้งสาปแช่งต่างๆ นานาก่อนจะวิ่งหนีไป
ไม่นานนัก ขณะที่โรสเรดกับสโนว์ไวท์ออกมาหาปลาที่ลำธารก็บังเอิญเจอคนแคระคนเดิมอีก คราวนี้เคราของเจ้าคนแคระไปพันกับสายเบ็ดจนดึงไม่ออก คนแคระก็ด่าทอสองสาวและใช้ให้มาช่วยเขาเหมือนเดิม แต่เมื่อดึงไม่ออกแล้วต้องใช้กรรไกรตัดเคราอีกครั้ง คนแคระก็สาปแช่งทั้งคู่อีกครั้งก่อนหายไป และหลายวันต่อมาสองสาวก็บังเอิญเห็นนกตัวยักษ์โฉบเอาคนแคระคนนี้ไป ด้วยความที่เป็นคนดี ทั้งคู่จึงกระโดดคว้าตัวคนแคระไว้ และออกแรงดึงจนนกยอมปล่อย แต่แทนที่จะขอบคุณ คนแคระกลับด่าที่ทั้งคู่ทำเสื้อคลุมของเขาขาดแทน ซึ่งทั้งคู่ชินกับนิสัยเสียของคนแคระแล้วจึงไม่ใส่ใจฟัง

ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามดังขึ้น หมีดำตัวใหญ่ตัวหนึ่งวิ่งออกมาจากป่าและตรงเข้ามาหาคนแคระ คนแคระจึงขอร้องว่าอย่ากินเขาเลย ให้กินเด็กสาวเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำสองคนนั้นจะดีกว่า แต่หมีก็ตะปบคนแคระไปจนแน่นิ่งในทันที เขาคือหมีที่เป็นเพื่อนกับทั้งคู่นั่นเอง หมีค่อยๆ กลายร่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม ชายหนุ่มแนะนำตัวว่าเขาคือเจ้าชายที่ถูกคนแคระคนนั้นสาปให้เป็นหมีขณะที่คนแคระลอบเข้าไปขโมยสมบัติ และเมื่อคนแคระตายก็ทำให้คำสาปเสื่อมไป เจ้าชายจึงไปส่งทั้งคู่ที่บ้าน ไม่นานนักเจ้าชายก็แต่งงานกับสโนว์ไวท์ ส่วนโรสเรดก็ได้แต่งงานกับเจ้าชายองค์รอง และเมื่อแม่ของเด็กสาวจะย้ายไปอยู่ในพระราชวังด้วย แม่ก็นำต้นกุหลาบหน้าบ้านทั้ง 2 ต้นไปปลูกต่อในวังด้วย
แม้นิทานทั้งสองเรื่องมีคติสอนใจแตกต่างกัน แต่ก็มุ่งสอนเด็กเช่นกัน เรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดสอนว่าอย่ารับของจากคนแปลกหน้า ส่วนสโนว์ไวท์และโรสเรดสอนว่าควรช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และแม้จะไม่ได้คำขอบคุณก็ไม่เป็นไร การรู้จักนิทานพื้นเมืองของแต่ละชนชาติ จะช่วยให้เราเข้าใจลักษณะนิสัย ความเชื่อ และเข้าใจวัฒนธรรมของชนชาตินั้นๆ มากขึ้นด้วยค่ะ
ตอนนี้ทางดิสนีย์ก็ประกาศแล้วว่าจะสร้างภาพยนตร์เรื่อง Rose Red ที่รวมเรื่องราวของสโนว์ไวท์ (Schneewittchen) และสโนว์ไวท์กับโรสเรด (Schneeweißchen und Rosenrot) เข้าไว้ด้วยกัน โดยจะผูกเรื่องว่าหลังจากสโนว์ไวท์กัดแอปเปิ้ลไปแล้ว โรสเรดผู้เป็นน้องสาวที่อยู่ไกลกันจะออกผจญภัยเพื่อหาทางช่วยชีวิตพี่สาว โดยมี Grumpy คนแคระขี้โมโห 1 ในคนแคระทั้ง 7 นั้นออกเดินทางไปด้วย
ทีนี้โรสเรดก็จะกลายเป็นเจ้าหญิงอีกองค์ที่มีชื่อเสียงในโลกเช่นกันแล้ว การรวมนิทานทั้ง 2 เรื่องเข้าด้วยกันก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจนะคะ เรามารอดูกันดีกว่าว่าใครจะได้รับบทเป็นโรสเรดในเรื่องนี้

23 ความคิดเห็น
น่ารักมากเลยยยย
ชอบมากเลย นึกว่าจะโหดสลัดซะอีก อุตส่าห์เตรียมใจ
พี่พิซซ่าน่าจะเขียนเรื่องนี้นานแล้ว ตอนหนูทำการบ้านนี่หาเวอร์ชั่นไทยไม่ได้เลยค่ะ TwT ยังไงก็ขอบคุณที่เอาเรื่องราวน่ารู้มาแบ่งปันกันค่า ตั้งหน้าตั้งตารอดูหนังเรื่องใหม่เหมือนกันค่ะ
ถ้าเป็นเราคงไม่ใจดีเหมือนสองสาวอะคงเป็นเราเองแหละที่เอากรรไกรแทงคนแคระเจ้าชายไม่ใช่คนฆ่าคนแคระหรอก
เคยอ่านฟิคนาเนียที่อิงมาจากเรื่องนี้ เพิ่งรู้ว่าคือสโนว์ไวท์ กับ โรสเรด ชอบเนื้อเรื่องนี้มากกว่าสโนว์ไวท์ธรรมดาอีก
ดีใจที่ได้มาอ่านจริงๆ
นึกว่าจะเป็นตอนที่หักมุมตามที่เคยอ่านมา(แต่น่าจะเป็นคนละเวอร์ชัน) สนุกและก็ให้ข้อคิดดีค่ะ
โรสเรดนี้เป็นพี่หรือน้องอะ
เป็นเรื่องที่น่ารักไปอีกแบบนะเนี่ย
ตอนเเรกนึกว่าจะโหดเเบบนิทานกริมม์ซะอีก 555+ แต่เเบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน>M<
ชื่อเพราะดีจัง เรสโรด
โอ้โหห~❤สนุกกว่าเเบบต้นฉบับอีก ทีเเรกก็นึกว่าจะโหดสลัด เเต่ที่ไหนได้ยิ่งอ่านยิ่งชอบซะงั้นน❤❤
อยากดู เวอร์ชั่น ใส่รองเท้าสีแดงแล้วกลายเป็นคนสวยอ่ะ 55555
กับเจ้าชายทั้ง 7 ที่โดนสาปเป็นคนแคระ