สวัสดีชาว Dek-D.com ทุกคนค่ะ เมื่อขึ้น ม.6 มาแล้ว คำถามที่น้องๆ ควรนึกถึงอยู่ตลอดเพื่อเตือนสติตัวเองก็คือ "เราจะวางแนวทางอนาคตของเรายังไง" คำถามนี้ ตีได้หลายความหมายค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เราจะเลือกเรียนอะไร ทำงานอะไร และเราจะทำยังไงเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายนั้น
แต่พี่มิ้นท์เชื่อว่า ตอนนี้น้องๆ จำนวนหนึ่ง (หรืออาจเกินครึ่งหนึ่งของ ม.6 ทั้งหมด) ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องไปอยู่จุดไหน คือ อยากเตรียมตัวสอบแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี ทำให้วางแผนอ่านหนังสือสอบไม่ถูก เอาเป็นว่า พี่มิ้นท์มีคำแนะนำบางส่วนมาฝากกัน แต่ยังไงซะ ก็อยากให้น้องๆ รีบ "ค้นหาตัวเอง" ให้เจอเร็วๆ นะคะ
แต่พี่มิ้นท์เชื่อว่า ตอนนี้น้องๆ จำนวนหนึ่ง (หรืออาจเกินครึ่งหนึ่งของ ม.6 ทั้งหมด) ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องไปอยู่จุดไหน คือ อยากเตรียมตัวสอบแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี ทำให้วางแผนอ่านหนังสือสอบไม่ถูก เอาเป็นว่า พี่มิ้นท์มีคำแนะนำบางส่วนมาฝากกัน แต่ยังไงซะ ก็อยากให้น้องๆ รีบ "ค้นหาตัวเอง" ให้เจอเร็วๆ นะคะ
1. รักษาเกรดของเราเอาไว้
ตอนนี้ เรายังไม่มีอาวุธอะไรไปสู้รบในสนามแอดมิชชั่น เพราะยังไม่เปิดสอบอะไรสักอย่าง อาวุธเดียวที่มีติดกายเราก็คือ เกรดเฉลี่ย (GPA) และ เกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) ของเรานั่นเอง ในเมื่อเรายังคิดอนาคตไม่ออก ก็ทำ "ปัจจุบัน" ให้ดีที่สุดกันเถอะ
ในรับตรงและแอดมิชชั่น เกรดของน้องๆ เป็นตัวแปรที่สำคัญเลยค่ะ เกรดที่ห่างกันเพียง 0.01 ก็มีค่าเท่ากับ 15 คะแนนแอดมิชชั่นเลยนะ ส่วนรับตรงหลายๆ ที่ ก็กำหนดเกรดเบื้องต้นสำหรับการสมัครเอาไว้ เช่น 2.50 2.75 3.00 เป็นต้น ถ้าต่ำกว่าที่โครงการนั้นๆ กำหนดก็จะสมัครไม่ได้ค่ะ ถ้าน้องๆ อยากมีโอกาสในการสอบตรงมากกว่าคนอื่น
พี่มิ้นท์แนะนำให้รักษาเกรดไว้อย่างน้อย 2.75 ขึ้นไป เกรดประมาณนี้สามารถสมัครรับตรงได้หลายโครงการ แต่ถ้าได้ถึง 3.00 หรือ 3.50 ขึ้นไป สบายเลยค่ะ มีรับตรงให้เลือกเพียบ! ดังนั้น ย้ำกันอีกทีว่า ถ้ายังคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะเรียนอะไร ก็ตั้งใจเรียนและรักษาเกรดของเราให้สูงเข้าไว้ค่ะ มันเป็นใบเบิกทางที่ดีเลย
2. ฟิต GAT ให้เต็มที่ + เลือกวิชาสอบใกล้เคียงความสามารถตัวเอง
นอกจากเกรดแล้ว GAT หรือ ความถนัดทั่วไปก็เป็นอีกตัวแปรสำคัญทั้งรับตรงและแอดมิชชั่นค่ะ เพราะกำหนดให้ทุกคณะต้องใช้วิชานี้ (รับตรงหลายมหาวิทยาลัยก็ใช้ด้วย) รุ่นพี่หลายๆ คนมีเทคนิคในการเตรียมสอบก็คือ ฝึก GAT ให้คล่องที่สุด อย่างน้อยต้องได้ GAT พาร์ทเชื่อมโยงเต็ม ส่วนภาษาอังกฤษ ก็พยายามให้มากที่สุด คะแนน GAT ดี มีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ บางทีคะแนนรุ่นพี่ก็เพราะได้ GAT มาช่วยนะคะ
ดังนั้นถ้าน้องๆ ยังไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร ก็เตรียมตัวสอบวิชากลางๆ อย่าง GAT ให้แม่นที่สุด ส่วนวิชาอื่นๆ ก็เลือกสอบวิชาที่ใกล้เคียงกับความสามารถตัวเองมากที่สุดค่ะ เช่น เรียนสายวิทย์-คณิต ถ้าชอบวิชาฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ ก็เน้นอ่าน 2 วิชานี้เป็นหลัก เพราะเป็นไปได้ว่าน้องอาจจะเลือกคณะที่เน้น 2 วิชานี้ อย่างวิศวะฯ เป็นต้น การเลือกอ่านวิชาที่เราชอบและถนัด ทำให้เรามีกำลังใจอ่านหนังสือมากขึ้นด้วยนะคะ
3. ตัดคณะที่ไม่ใช่แน่ๆ ออกไปก่อน
บางทีหาคณะที่ "ใช่" ยากกว่าคณะที่ "ไม่ใช่" ทางเลือกนึงก็คือ การตัดช้อยส์ นึกอารมณ์เวลาตัวเองทำข้อสอบ ก็ต้องตัดช้อยส์ที่ไม่ใช่ออกก่อน เพื่อที่จะได้เจอช้อยส์ที่ถูกต้องที่สุด ดังนั้น ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองจะเรียนอะไร ลองตัดคณะที่ "ไม่ใช่" ออกก่อน คณะที่รู้ว่าเรียนไปก็ไม่ใช่ เรียนไม่ไหวแน่ๆ หรือ มันไม่เกิดมาเพื่อเราเลย เป็นต้น เพื่อให้เรามีเวลาและมีสมาธิศึกษาคณะที่สนใจมากขึ้นด้วยค่ะ ที่สำคัญยังตัดวิชาบางวิชาออกไปได้ด้วย จะได้ไม่ต้องทุ่มเทอ่านให้เหนื่อยครบทุกวิชา
4. ไปงาน open house / ค่าย
ถ้าอยู่เฉยๆ เราไม่มีทางรู้หรอกว่าอะไรเหมาะกับเรา การค้นหาตัวเองต้องทำหลายๆ ทางนะคะ แต่ทางที่พี่ขอแนะนำก็คือ ไป Open House ของแต่ละคณะหรือไปค่ายของคณะ/ มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เปิดรับสมัครกันแทบทุกเดือน บางที่ก็ฟรีด้วยล่ะ ซึ่งในค่าย จะมีกิจกรรมต่างๆ เช่น อธิบายเกี่ยวกับสาขาของคณะนั้นๆ ห้องเรียนจำลอง การลงมือปฏิบัติแล็บต่างๆ เช่น ทันตะฯ อาจจะให้ทดลองขูดหินปูนหุ่นจำลอง การที่เราได้ไปสัมผัสของจริง คนที่ชอบจะรู้เลยว่านี่ล่ะทางของเรา แต่ถ้าไม่ใช่ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ไปค่ะ
เพราะฉะนั้น เปิดเทอมเทอมแรก การบ้านยังไม่เยอะ รายงานยังไม่หนัก ลองหาค่ายที่สนใจไปดูค่ะ ยังไม่ต้องรู้หรอกว่าเราเหมาะกับอะไร ขอแค่มีค่ายไหนเปิด ก็เปิดโอกาสตัวเองไปพร้อมๆ กันด้วยการไปลุยค่าย รุ่นพี่บางคนไปมา 5 ค่าย คนละคณะหมดเลย ก็ทำให้พี่คนนั้นรู้ตัวเองจนได้ว่าเหมาะกับคณะไหน ลองดูนะคะ^^ (ไม่รู้ตามข่าวค่ายที่ไหน ดูที่นี่ก็ได้นะ http://www.dek-d.com/activity/)
5. กำหนดเดดไลน์ให้หาตัวเองให้เจอภายในเทอมแรกเท่านั้น
การที่เรายังไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่จะผิดแน่ๆ ถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปจนใกล้แอดมิชชั่นแล้วยังล่องลอยอยู่ เพราะถึงเวลานั้น อาจจะสายไปแล้วค่ะ
ดังนั้น กำหนดขอบเขตเวลาตัวเองสักนิดนึงค่ะ พี่มิ้นท์ว่า เทอมแรก 4 เดือน ก็เป็นระยะเวลาที่เพียงพอสำหรับการค้นหาตัวเอง มากไปกว่านี้ จะทำให้น้องๆ มีเวลาเตรียมตัวเพื่อคณะในฝันน้อยลงค่ะ ที่สำคัญ เทอม 2 เป็นเทอมที่รับตรงเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ ใครพร้อมกว่า ได้เปรียบแน่นอน
อย่าลืมนะคะ ยิ่งรู้ตัวเองได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งเตรียมตัวได้ถูกจุด การเข้าใกล้ความฝันก็มากกว่าคนที่ยังไม่เตรียมพร้อมเลย ถ้าในวันนี้ น้องๆ ยังไม่รู้ว่าควรจะเรียนอะไรจริงๆ ก็ลองนำ 5 ข้อข้างบนไปลองใช้กันดูนะคะ และขอเอาใจช่วย ให้ค้นหาคณะที่ตัวเองอยากเรียนได้เร็วๆ ค่ะ :D


2 ความคิดเห็น