แต่ก่อนอื่น พี่มิ้นท์มีแบบคัดกรองจากกรมสุขภาพจิตมาให้ลองทำกันก่อน เงื่อนไขคือ ตอบให้ตรงตามความจริง คำถามจะถามถึงประสบการณ์ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ลองอ่าน ค่อยๆ คิดและตอบให้ตรงกับอาการในช่วง 2 สัปดาห์มากที่สุด
การนับคะแนน หากตอบว่า "มี" ตั้งแต่ 6 ข้อขึ้นไป แสดงว่า มีภาวะซึมเศร้า ควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาค่ะ แต่ถ้าต่ำกว่านั้นถือว่าเป็นปกติ
ซึ่งกรมสุขภาพจิตให้ความหมายของ ภาวะซึมเศร้า ไว้ว่า "เป็นภาวะที่จิตใจหม่นหมอง หดหู่ ร่วมกับความรู้สึกท้อแท้ หมดหวัง มองโลกในแง่ร้าย รู้สึกตัวเองไม่มีคุณค่า ทำอะไรก็รู้สึกตัวเองผิด และชอบตำหนิตัวเอง" แต่ระยะเวลาที่เกิดขึ้นไม่เท่ากัน บางคนอยู่เป็นเดือนๆ แต่คนที่เป็นหนักก็เป็นปีเลยก็ได้ค่ะ องค์การอนามัยโลกเคยออกมาทำนายด้วยว่าปี ค.ศ.2020 (อีกไม่กี่ปีเอง) โรคซึมเศร้าจะเป็นปัญหาทางสาธารณสุขอันดับสองรองจากโรคหัวใจขาดเลือดเลยทีเดียวค่ะ
สำหรับอาการของโรคซึมเศร้า จะทำให้คนๆ นั้นมีความเปลี่ยนแปลงทั้งความรู้สึก ความคิดและสุขภาพร่างกายไปพร้อมๆ กัน แต่จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปนะคะ เช่น ทางอารมณ์ ผู้ป่วยจะเริ่มหดหู่ สะเทือนใจง่าย เริ่มเป็นคนอารมณ์ร้าย สังเกตได้ว่าอาจจะมีปากเสียงกับคนรอบข้างอยู่บ่อยๆ ส่วนทางด้านความคิด จะมองว่าชีวิตตัวเองและสภาพความเป็นอยู่ของตัวเองนั้นแย่ไปหมด มองไปทางไหนก็ไม่มีอนาคต จนถึงขั้นคิดถึงเรื่องการตายบ่อยขึ้น และทางด้านสุขภาพ กลายเป็นคนไม่มีเรี่ยวแรง มีปัญหาด้านการนอน หลับๆ ตื่นๆ กินยาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง จนทำให้กลายเป็นคนที่ดูสุขภาพย่ำแย่ไปด้วย
เมื่อร่างกายและจิตใจเริ่มแปรปรวน ก็จะเริ่มกระทบต่อการใช้ชีวิตค่ะ อย่างที่เคยร่าเริงก็กลายเป็นคนเก็บตัว ขี้โมโห เคยมาเรียนทุกวันก็โดดเรียนไม่อยากเรียน วัยทำงานก็อาจทำงานได้ช้าลง ไม่มีสมาธิ งานผิดบ่อยก็อาจโดนไล่ออกได้ เมื่อทุกอยางรุมเร้า ความแข็งแรงทางจิตใจของคนเราไม่เท่ากัน บางคนก็อาจเลือกผิดทาง เลือกที่จะจบชีวิตลงเพื่อไม่ต้องแบกรับปัญหาอีกต่อไป อย่างที่น้องๆ เห็นตามข่าวทุกวันนี้ ดังนั้น ถ้าน้องๆ เจอคนรอบตัว หรือแม้แต่สังเกตตัวเองว่าเป็นแบบนี้ รีบไปหาคุณหมอด่วนเลย
สำหรับการรักษามีหลายระยะ ในระยะแรกจะให้ทานยาต้านเศร้า แพทย์ก็จะค่อยๆ ปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วย เมื่อหายดีแล้วก็จะหยุดยาให้ค่ะ แต่ในผู้ป่วยรุนแรงหรือรักษาด้วยยาไม่ได้ผล ก็อาจรักษาด้วยไฟฟ้า (ECT) ค่ะ
แม้ว่า โรคซึมเศร้า จะมีการรักษาทางการแพทย์ แต่พี่มิ้นท์ว่า การรักษาทางใจจากคนรอบข้างเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าค่ะ คนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้ามักรู้สึกว่าตัวเองไร้คุณค่า การมีคนรับฟัง พูดคุย จากคนที่สนิทใจ ทำให้เขารู้สึกมีตัวตน รู้สึกได้แบ่งเบาความทุกข์ออกไปได้บ้าง ทำให้เขาสามารถปรับความคิดและพฤติกรรมได้ ดังนั้น หากเจอคนที่มีความทุกข์มากๆ ทางที่ดีให้กำลังใจกันเยอะๆ ดีกว่าค่ะ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นหรือไม่เป็น "โรคซึมเศร้า" หรือไม่ก็ตาม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข,
www.dmh.go.th/test/depress/asheet.asp?qid=1,
www.thaifamilylink.net/web/node/138,
www.suicidethai.com/download/dl.asp?id=157&uname=







22 ความคิดเห็น
เราได้ 3 ข้อ แต่เป็นโรคซึมเศร้า
ข้อ 7 กึ่งกลาง บางทีก็อยากอยู่คนเดียว บางทีก็อยากเผือกเรื่องชาวบ้าน
ทำไมเหมือนมันใช่ทุกข้อเลยละ

เหมือนกันเลย
มีทุกข้อเลยค่ะ
คนที่ลองทำแบบทดสอบแล้ว ถ้ามีอาการมากกว่า 6 ข้อขึ้นไป ลองสังเกตุอีกนิดว่าเป็นมานานหรือยัง ถ้าหากมีอาการไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ แนะนำให้ลองพบจิตแพทย์ดูค่ะ เลือกโรงพยาบาลรัฐ ค่าใช้จ่ายจะถูกมากไม่เกินห้าร้อย (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับยาแล้วก็ระยะเวลานัดหมอครั้งต่อไปด้วยค่ะ) ใครอยากปรึกษาเรื่องพวกนี้กับพี่ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ พอดีกำลังป่วยโรคนี้อยู่แล้วกำลังรักษาอยู่ค่ะ
13 ข้ออ่ะ เป็นจริงๆหรอเนี่ย...เฮ้อออ เอาเข้าไปเนอะชีวิต
เหมือนเราเลยอ่ะ... T.T
13ข้อ เพค้ะ

เราเป็นทุกข้อเลยค่ะ
มีอาการของภาวะซึมเศร้านานเป็นเดือนเลยครับแต่อาการจะมาๆหายๆตลอดทั้งวัน แต่ทางบ้านไม่ได้พาไปพบแพทย์เลย เครียดเรื่องเรียนมากๆครับ พอขึ้นม.3แล้วรู้สึกว่าถูกคนรอบข้างกดัน พอปิดเทอมแล้วอาการดีขึ้นมาก กช่วงก่อนสอบเป็นหนักมากๆครับ แอบร้องไห้คนเดียวแทบทุกครั้งที่ไม่มีคนเห็น อยากไปพบแพทย์มากแต่ทางบ้านไใ่ยอมเข้าใจเลยครับมัวแต่บอกกันว่าคิดไปเอง พอตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วเพิ่งจะมาบอกว่าจะพาไป
เคยอาการหนักมาก จนนอนไม่ได้เลย กินไม่ได้เลย จนต้องไปพบแพทย์ แพทย์จ่ายยามาเยอะแยะ แต่ด้วยความที่เป็น รพ.เอกชนที่คนไข่โคตรเยอะมาก หมอแทบไม่ได้คุยอะไรกับเรามาก ยาที่หมอจ่าย ส่วนใหญ่ก็เป็นยาที่อาศัยผลข้างเคียงมาช่วยมากกว่า และสงสัยเราจะหัวแข็งมาก เพราะยาแทบจะไม่ได้ผลกับเราเลย
จะอยากแชร์ให้เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่คิดว่าอาจจะ หรือ เป็น ให้เราต้องดูแลตัวเองด้วยค่ะ อาการของโรคนี้ มันขึ้นอยู่กับคนรอบข้าง และ ตัวเรา มาก อย่าหวังพึ่งแต่คนอื่นอย่างเดียว หันมาดูแลร่างกาย ออกกำลังกาย หางานอดิเรกทำ แรกๆ เราทำไม่ได้เลย จิตตก ร้องไห้ คิดมากตลอด ถึงขนาดไปคุยกับใคร ปิดห้อง เหมือนคนบ้าเลย
ลองหางานจิตอาสาเล็กๆ ทำดูก็ได้ค่ะ ทำของแจกก็ได้ แรก ๆ เราไม่มั่นใจหรอกว่ามันจะดีมั้ย พอลองทำดู ก็เริ่มรู้สึกว่า การให้เป็นอะไรที่ดีมาก ความรู้สึกได้รับการยอมรับ ได้มีเพื่อนจากการให้ รอยยิ้มของผู้รับ มิตรไมตรี มันช่วยขัดเกลาจิตใจเราได้เยอะเลยค่ะ
ตอนนี้เราก็ยังมีอาการอยู่บ้างนะคะ แต่เราต้องรู้และยอมรับมันค่ะ พอยอมรับได้แล้ว เราจะได้หาวิธีการดูแลตัวเองให้ดีขึ้นค่ะ
อาการทางจิต อย่าไปคิดว่ามันน่ารังเกียจค่ะ เป็นกันได้ทุกคน อย่าไปคิดว่าคนอื่นจะไม่เข้าใจและรับเราไม่ได้ หาใครไม่ได้ ก็พ่อแม่เรานี้แหละค่ะ เราเคยหนักมาก หันหาใครไม่ได้เเล้ว โทรหาแม่เลยค่ะ ร้องไห้ไปเลย ร้องแบบหาสาเหตุไม่ได้ด้วย กลัวแม่จะไม่เข้าใจเราเหมือนกัน
แต่ แม่เงียบค่ะ แม่ให้เราร้องให้พอใจ แล้วแม่ก็พูดกับเราว่า แม่อยู่ตรงนี้นะ แม่อยู่บ้านเสมอ ไม่ไหวก็มาหาแม่
ดูซิ ไม่เหลือใครก็เหลือแม่เสมอค่ะ
ดังนั้น ใครที่เป็นโรคซึมเศร้า ยอมรับมันค่ะ แล้วหันมาดูแลตัวเอง ระบายที่ไหนไม่ได้ มาระบายที่เด็กดีนี้แหละค่ะ สังคมสร้างสรรค์ ห่วยใจกันเสมอ สู้ๆ ค่ะ
พบจิตแพทย์ค่ะ เราก็เป็น เราผิดหวังครั้งใหญ่ทั้งความรัก การเงิน การงาน อยากตายเลยค่ะ คุณหมอช่วยได้มากค่ะ ญาต เพื่อนช่วยได้บ้างแต่อาจไม่ถูกจุด จิตแพทย์ช่วยได้ดีสุดค่ะ
กุเป็นมากเลยเหอะ
ผมเป็นๆหายๆมา3ปีแล้วคัฟตอนนี้ยังกินยายุคัฟเป็นเพราะผมกินเหล้ายุใช่ไม่คัฟมันถึงต้านกันแต่ผมก็เลิกกินมา3เดือนแล้วแต่ก็ยังมีความคิดแง่ลบตลอดเลยคัฟ3_4เดือนหลังนี้ยิ่งหนักเหมือนชีวิตไม่มีความสุขเลยคนรอบข้างก็ไม่เข้าใจพ่อแม่ก็ทะเลาะกันผมต้องย้ายมาอยู่กับยายแต่ก็ไม่ดีขึ้นเลยเคยออกกำลังกายนั่งสมาธิแต่ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควรมันยังมีอาการคิดกังวนยุเหมือนเดิมนี่ผมต้องรักษาเป็นจริงจังแล้วใช่ไหมคัฟช่วยบอกผมทีคัฟ
15 ข้อ มีหมด ตอนนี้ก็ด้วย น้ำตาไหลไม่หยุด ทั้งๆที่ไม่มีอะไรให้เศร้า แต่ร้องให้ ไม่อยากพูด ไม่อยากเจอใคร ไม่อยากทำอะไร เห็นอะไรก็แย่ไปหมด
ทั้ง15ข้อเลยอย่างว่าช่วงนี้เฉยๆซึมๆทำร้ายตัวเองบ่อยๆคิดอยากหยุดหายใจแบบไร้เหตุผลไม่อยากคุยกับใครเบื่ออาหารกินน้อยร้องให้ไม่มีเหตุผลแม่ใช้ไปซื้อของก็ลืมว่าต้องเอาอะไรบ้างทำอะไรช้ากว่าปกติควรบอกแม่ยังไงดีแม่ไม่รู้เลยว่าเราเป็นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วจิงๆเป็นมา7เดือนแล้วไม่ได้ไปหาหมอสักทีไม่อยากให้แม่รู้