|
สวัสดีครับ....เพื่อถือเป็นการฉลองต้อนรับการปิดเทอมของน้องๆชาวเด็กดี....วันนี้ พี่ลาเต้ เลยมีข่าวดีมาบอกเล่าให้น้องๆฟังกันครับ....โดยเฉพาะน้องๆม.6ซึ่งต้องตั้งใจฟังให้ดีเลยหนะครับ.....โดย พี่ลาเต้ ขอบอกใบ้ให้ว่า...เป็นข่าวเกี่ยวกับการเรียนในมหาวิทยาลัย และเป็นข่าวที่ถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆๆๆข่าวหนึ่งเลยหละครับ....เอ๊ะ...อยากรู้แล้วใช่ไหมครับ....งั้นเรา ไปเริ่มอ่านได้เลยครับ....
ข่าวดีเด็กเก่ง ม.เกษตรฯเปิดรับนักเรียนชั้น ม.6 ที่มีระดับการเรียนดี ที่มีความสนใจเข้าเรียนใน 7 คณะของมหาวิทยาลัย สมัครเรียนวิชาพื้นฐานหลักก่อนใคร โดยใช้เวลาเรียนเสาร์-อาทิตย์ และหากสอบผ่านมาตรฐานมีสิทธิเข้าเป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องแอดมิชชัน ณ ห้องประชุม อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ศ.ดร.ศุภมาศ พนิชศักดิ์พัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เป็นประธานแถลงข่าวการเปิดโครงการเรียนล่วงหน้าของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวนั้นเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้แก่นักเรียนที่มีผลการเรียนดี มีศักยภาพทางวิชาการสูงกว่าเด็กอื่นๆ มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้นโดยลบกรอบข้อจำกัดของเวลาและชั้นเรียนออกไป
 |
ถ้าเด็กมีความสามารถและมีความเป็นเลิศด้านวิชาการมากพอ สามารถขอเข้ามาเรียนเสริมในวันเสาร์-อาทิตย์ ในหลักฐานล่วงหน้าที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้น ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวจะเป็นวิชาพื้นฐานของระดับปี 1 ในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีด้วยกัน 4 วิชา ก็คือ คณิตศาสตร์ เคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์ โดยจะเปิดรับสอนวิชาละ 100 คน การเรียนการสอนจะจัดเหมือนกับมหาวิทยาลัย คือ 16 สัปดาห์ มีการสอบวัดมาตรฐาน และหากผ่าน จะมีสิทธิ์เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยไม่ต้องสอบผ่านระบบแอดมิชชัน สำหรับคณะที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวมีทั้งสิ้น 7 คณะ คือ คณะเกษตร, คณะประมง, คณะวนศาสตร์, คณะวิทยาศาสตร์, คณะวิทยาศาสตร์, คณะวิศวกรรมศาสตร์, คณะสัตวแพทย์ศาสตร์และคณะอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งการคัดเลือกการเข้าไปเรียนในคณะดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัยให้สิทธิแต่ละคณะกำหนดมาตรฐานของแต่ละคณะนั้นๆ เอง เหมือนเราเอากรอบจำกัดออกจากตัวเด็กเก่ง คือ แทนที่จะต้องไปรอเรียนตามปีการศึกษา ถ้าเขามาความสามารถมากกว่านั้นก็สามารถที่จะเรียนล่วงหน้าได้ โดยไม่กระทบการเรียนในวันธรรมดา เหมือนการ Booking เก้าอี้เรียนในมหาวิทยาลัยล่วงหน้าในกรณีที่เด็กสอบผ่านมาตรฐาน แต่ถ้าเด็กสอบไม่ผ่าน สิทธิในการเรียนล่วงหน้าตรงนี้ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ คือ ในกรณีที่เด็กสอบไม่ผ่านมาตรฐานในโครงการเรียนล่วงหน้า แต่สามารถเข้ามาได้โดยการสอบผ่านระบบแอดมิชชั่น วิชาที่เรียนล่วงหน้าที่เรียนไปแล้วสามารถมาเทียบโอนหน่วยกิตและไม่ต้องลงใหม่ได้ เด็กก็จะสามารถข้ามวิชาที่เรียนไปแล้วได้ ศ.ดร.ศุภมาศ กล่าวอีกว่า ในระยะเริ่มต้นของโครงการนี้อาจจะมีข้อจำกัดในกรณีของนักเรียนต่างจังหวัดอยู่บ้าง แม้ไม่ได้ปิดกั้นการเข้ามาเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายสูงในการเดินทางมาเรียนพอสมควร แต่อีกไม่นานโครงการนี้จะเปิดระบบ E-Learning เพื่อนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ต่างจังหวัด ให้เรียนผ่านอินเทอร์เน็ตและสามารถสอบเทียบได้แน่นอน และต่อข้อถามที่ว่าในอนาคตจะมีการเปิดคณะในสายสังคมศาสตร์ด้วยหรือไม่ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ กล่าวว่า แม้ในระยะแรกคณะที่ร่วมโครงการจะเป็นเฉพาะสายเกษตรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพราะถือเป็นจุดแข็งของมหาวิทยาลัย แต่อีกไม่นานจะมีคณะในสายสังคมศาสตร์ด้วยอย่างแน่นอน ส่วนโครงการดังกล่าวนั้น นักเรียนที่สนใจต้องเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในมัธยมศึกษาปีที่6 ที่มีคะแนนเฉลี่ย 4 ภาคในหมวดวิทย์-คณิต (ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต) ไม่น้อยกว่า 2.75 โดยเปิดรับสมัครเรียนตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะเต็ม สำหรับค่าอัตราธรรมเนียมการศึกษาวิชาละ 3,000 บาท หลักสูตรนี้จะเริ่มการเรียนการสอนในวันที่ 27 ตุลาคม 2550 - 17 กุมภาพันธ์ 2551 สำหรับแต่ละมาตรฐานของแต่ละคณะนั้น จะใช้เกรดของแต่ละวิชาแตกต่างกันออกไป โดยในคณะเกษตร จะใช้เกรดเฉพาะวิชาเคมีและชีววิทยาระดับ C ขึ้นไป โดยมีโควตารับเข้า 25 คน ,คณะประมงใช้เกรดวิชาเคมีและคณิตศาสตร์ระดับ C+ ขึ้นไป มีโควตารับเข้า 10 คน , คณะวนศาสตร์ ใช้เกรดวิชาเคมี ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ ระดับ C+ ขึ้นไป มีโควตารับเข้า 20 คน, คณะวิทยาศาสตร์ ดูเกรดจากสาขาวิชาที่เลือก ในระดับเกรด C ขึ้นไป เปิดโควตารับ 42 คน, คณะวิศวกรรมศาสตร์ ดูเกรดวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ต้องได้ระดับ B+ ขึ้นไป เปิดรับ 10 คน,คณะสัตว์แพทย์ศาสตร์ ดูเกรดวิชาเคมีและชีววิทยาระดับ B+ ขึ้นไป รับ 10 คน และคณะอุตสาหกรรมเกษตร ดูเกรดขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เลือก ในระดับ B ขึ้นไป เปิดโควตารับทั้งสิ้น 16 คน ส่วนรายละเอียดสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ ม.เกษตรฯ www.ku.ac.th
งานนี้เรียกได้ว่า...คนที่อยากเรียน ม.เกษตรศาสตร์ ต้องยิ้มไม่หุบแน่ๆเลยหละครับ.....เอาเป็นว่า....ถ้าใครสนใจ...ก็ลองศึกษารายละเอียดการรับสมัครดูนะครับ.....พี่ลาเต้ ขอฝากไว้นิดหนึ่งว่า....โอกาสดีๆอย่างนี้มีไม่มากครับ.....
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากผู้จัดการออนไลน์
|
10 ความคิดเห็น
งั้นเด็กที่ไม่ใช่ส่วนกลางก็อดไปง่ายๆเลยสิ
=w= ขอบคุณค่ะ