สวัสดีจ้าน้องๆ ชาว Dek-D.com ในช่วงที่ไม่ได้เงินค่าขนมจากผู้ปกครองทุกวันเหมือนตอนเปิดเทอมแบบนี้ มีใครเริ่มป่วยเป็นโรคทรัพย์จางแล้วบ้างคะ? ไม่ต้องบอกพี่ส้มก็รู้ค่ะว่าหลายคนก็เริ่มจะฝืดเคืองจนมีความคิดที่อยากจะหาเงินใช้ในช่วงปิดเทอมกันแล้วอย่างแน่นอน ซึ่งก็มีน้องๆ จำนวนไม่น้อยเลยที่สนใจในการทำงานพาร์ทไทม์ แต่ยังมีคำถามคาใจว่าจะทำได้ไหม? ไปสมัครแล้วเขาจะรับรึเปล่า? ต้องทำตัวยังไงบ้าง? จนกดดันตัวเองไปกันใหญ่โต!!
พี่ไอรีน-รองผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และ พี่ลูกยุง-ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกทรัพยากรมนุษย์
บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
งานนี้พี่ส้มก็มิอาจจะทนเห็นน้องๆ ต้องอึดอัดใจกับเรื่องนี้ได้อีกต่อไป จึงต้องเชิญผู้ที่รู้ลึก รู้จริงเกี่ยวกับการรับสมัครงานพาร์ทไทม์จากบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นำทีมโดย พี่ไอรีน-สิริสุนทร์ วณิช์วงศ์วาน รองผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และ พี่ลูกยุง-ทัชชา สุริโย ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งจะมาถ่ายทอดเรื่องราวที่คนอยากสมัครงานพาร์ทไทม์ต้องรู้ไว้เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมนั่นเองค่ะ ว่าแล้วก็มาชมกันเถอะว่ามีเรื่องอะไรบ้าง!!!
1. สิ่งแรกที่ต้องเจอ เมื่อเธออยากเป็นพนักงานพาร์ทไทม์
เป็นที่รู้กันว่าการหาข่าวประชาสัมพันธ์ในยุคนี้สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เสิร์ชหาในอินเทอร์เน็ตไม่กี่นาที น้องๆ ก็สามารถเลือกงานพาร์ทไทม์ที่ตรงใจได้แล้วใช่มั้ยคะ แต่ส่วนสำคัญก็คือการเตรียมตัวสมัครงานนั่นเอง สิ่งที่น้องๆ ต้องปฏิบัติก็คือการดำเนินการสมัครงานตามเงื่อนไขของรายละเอียดและเวลาที่กำหนดไว้ โดยน้องๆ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบ และแต่งกายให้สุภาพเพราะมีสถานที่ทำงานไม่น้อยที่เรียกน้องสัมภาษณ์กับผู้จัดการร้าน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลทันทีที่ยื่นใบสมัคร ถ้าใครมาในลุคเพิ่งตื่นนี่นอกจากจะถูกมองว่าไม่เตรียมพร้อมแล้ว ก็อาจจะเสียความมั่นใจเองได้นะคะ
2. ไม่มีประสบการณ์อย่าไปกลัว การปรับตัวสำคัญกว่า
สำหรับใครที่มีความกังวลใจว่าไม่เคยทำงานอะไรมาก่อนเลยเลย ยิ่งถ้าเป็นงานร้านอาหารแล้วก็คิดไปว่าถ้าเข้าไปทำแก้วแตกน้ำหกขึ้นมาแล้วจะโดนไล่ออก จนไม่กล้าไปสมัครงานพาร์ทไทม์เพราะกลัวเขาจะไม่รับคนไม่มีประสบการณ์ เรื่องนี้จะจริงแท้แค่ไหนต้องมาฟังคำตอบจากพี่ไอรีนจ้า
"จริงๆ ส่วนใหญ่เด็กพาร์ทไทม์ของเราไม่มีประสบการณ์เลย คือเราเน้นคนที่มีใจรักการบริการมากกว่าคือดูเป็นเด็กคิดบวก ที่พร้อมเปิดใจ เปิดรับในสิ่งที่เราจะสอนการดูน้องของเราจะไม่มีสเปค ว่ารูปร่างหน้าตาเป็นยังไงด้วย เพราะทุกอย่างมันสอนกันได้ค่ะ ส่วนปัญหาหลักของพนักงานพาร์ทไทม์ จะอยู่ที่การปรับตัวเพราะเขาเข้ามาต้องเจอกับคนที่หลากหลาย ทั้งพนักงานด้วยกัน ไหนจะลูกค้าด้วย เปิดร้านปิดร้านในเวลาที่เขาไม่ชิน ก็จะรู้สึกกดดัน ซึ่งต้องใช้เวลาปรับตัว ถ้าผ่านไปซักเดือนสองเดือนทุกอย่างก็จะโอเค"
3. ลักษณะสำคัญที่ต้องมี ถ้าอยากได้ดีกับงานพาร์ทไทม์
งานแบบนี้เป็นงานที่ต้องให้ความสำคัญกับทีมเวิร์ค คือในแต่ละร้านก็จะแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องทำงานสอดประสานกันเป็นอย่างดี โดยน้องที่เข้าไปทำงานช่วงแรกจะมีพี่เลี้ยงที่ทางร้านจัดให้คอยสอนงาน สอนการวางตัวและการใช้ชีวิต ซึ่งลักษณะสำคัญของคนที่ทำงานพาร์ทไทม์ในข้อแรก ก็คือการเปิดใจที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่พี่เลี้ยงคอยสอน เปิดรับการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น และมีจิตใจอยากพัฒนาตัวเองไปพร้อมๆ กับพัฒนาร้านนั่นเองค่ะ ฟังดูก็ไม่ยากเท่าไหร่ แต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเหมือนกันนะเนี่ย สู้ๆ เท่านั้นจ้า
4. พฤติกรรมต้องห้าม ที่ทำแล้วโดนไล่ออกทันที
พูดถึงสิ่งที่ควรทำไปเยอะแล้ว เรามาโฟกัสจุดที่เป็นสิ่งต้องห้ามกันบ้างดีกว่า เพราะว่าทักษะในการทำงานเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ แต่การจะเจริญก้าวหน้าได้ก็ไม่ควรพลาดตกม้าตายกับการทำความผิดร้ายแรงนะคะ เพราะนี่คือพฤติกรรมที่สถานที่ทำงานหลายที่ กำหนดว่ามีโทษถึงพ้นจากสภาพการเป็นพนักงานไว้ด้วยล่ะค่ะ ตามนี้เลย...
"การพนัน การทุจริต ติดยาเสพติด และทะเลาะวิวาทในเวลางาน มีโทษคือให้พ้นจากการเป็นพนักงานเลยค่ะ" พี่ลูกยุงกล่าว
เครดิต : https://pixabay.com
5. ไม่มีคำว่าโหด ถ้าเราอยู่ในโหมดเจตนาดี
ถ้าใครเป็นคนที่ชอบเสพดราม่าเรื่องกระทู้ด่าพนักงานร้านอาหาร ก็คงเคยเจอคอมเมนต์ประมาณว่า "ไปคอมเพลนพนักงานเขามั่วซั่ว รู้ตัวรึเปล่าว่าทำให้เขาโดนหักเงิน" แล้วมีความรู้สึกกลัวการกลั่นแกล้ง หรือกลัวตัวเองทำอะไรไม่ถูกใจลูกค้าแล้วจะโดนลดเงินค่าจ้าง สำหรับเรืองนี้พี่ส้มก็ได้สอบถามจนได้คำตอบที่เป็นธรรมกลับมาแบบนี้...
"จริงๆ ในเคสที่โดนร้องเรียนว่าพนักงานของเราเสิร์ฟอาหารผิด ทำแก้วแตก ในเบื้องต้นผู้จัดการร้านจะมาบริการลูกค้าแทนพนักงานที่เป็นต้นเรื่องก่อน แล้วมีการพิจารณากันในภายหลัง ว่าสิ่งที่น้องทำลงไปนั้นมีเจตนายังไง ประมาท หรือเป็นอุบัติเหตุ ถ้าน้องไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ทางร้านของเราจะไม่มีการหักเงินค่าจ้างค่ะ ซึ่งสำหรับเคสแบบนี้ ก็จะเป็นการตักเตือนกันมากกว่า" พี่ทั้งสองคนกล่าว
6. บริหารเงินดีๆ มีสิทธิ์เก็บเงินหลักหมื่น
ประเด็นนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จูงใจให้หลายคนเลือกที่จะทำงานพาร์ทไทม์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความหวังในทำนองเดียวกันว่าอยากมีเงินค่าขนมไว้ใช้จ่ายช่วงปิดเทอม หรือเป็นเงินออมของตัวเอง แต่สิ่งที่คนอยากทำงานพาร์ทไทม์หน้าใหม่อาจยังไม่รู้ ว่าสิ่งที่จะได้รับนอกจากค่าแรงโดยเฉลี่ยชั่วโมงละประมาณ 40 บาท ที่ทำได้ไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมง หรือบางที่ก็ทำโอทีได้นิดหน่อย ก็คือสวัสดิการ เช่น ประกันสังคม ชุดฟอร์ม การตรวจสุขภาพประจำปี เงินทดแทนต่างๆ ที่หลายบริษัทได้จัดไว้ให้พนักงานตามกฎหมายแรงงาน แถมยังมีทิปทั้งแบบหารเฉลี่ยทั้งร้าน และแบบได้เป็นของเราคนเดียวอีกด้วยนะเนี่ย แต่เท่านี้ยังไม่พอนะคะ เพราะพี่ทั้งสองคนได้เล่าให้ฟังว่าการทำงานพาร์ทไทม์ของโออิชิ มีการสอบเลื่อนระดับที่วัดทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ โดยถ้าใครสามารถสอบผ่านก็จะได้อัพเงินขึ้นด้วย ซึ่งพนักงานพาร์ทไทม์ที่นี่สามารถเก็บเงินได้มากกว่าหนึ่งหมื่นบาทต่อเดือนเลยล่ะค่ะ
เครดิต : https://pixabay.com
7. ตรงต่อเวลา มารยาทสากลที่ทุกคนต้องปฏิบัติให้เป็นนิสัย
การเป็นพนักงานพาร์ทไทม์มักมีจุดเริ่มต้นของข้อจำกัดทางเวลา เพราะหลายคนสะดวกจะเข้ามาทำงานในเวลาที่ต่างกัน ซึ่งแต่ละร้านก็จะวางระบบการเข้าและเลิกงานตามความเหมาะสมของพนักงานเป็นรายคนไปค่ะ โดยน้องๆ จะต้องแจ้งคิวของตัวเองว่าสามารถทำงานในวันและเวลาไหนได้บ้างกับทางร้าน โดยเมื่อได้ตารางการทำงานของเราแล้วก็ต้องรักษาเวลาในการเข้างานด้วยนะคะ เพราะพี่ลูกยุงและพี่ไอรินได้กระซิบกับพี่ส้มว่าเรื่องมาสายเป็นเรื่องธรรมดาของพนักงานพาร์ทไทม์ไปซะแล้ว! ไม่น่ารักเลยใครๆ ก็รู้ แต่เด็กกิจกรรมที่ดีอย่างเราก็ควรรักษามารยาท เริ่มและเลิกงานให้ตรงเวลา เพื่อผลประโยชน์และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวน้องๆ นั่นเองจ้า
เครดิต : https://pixabay.com
แนะนำไปครบทั้ง 7 ข้อแล้ว หวังว่าน้องๆ คงมีความมั่นใจมากขึ้นและพร้อมที่จะลุยงานพาร์ทไทม์ในปิดเทอมนี้แล้วนะคะ โดยน้องๆ สามารถเช็กงานปลอดภัยเชื่อถือได้ตามขั้นตอนที่พี่ส้มเคยได้แนะนำไป (คลิกอ่านที่นี่) และปิดเทอมนี้ก็ขอให้น้องๆ ทุกคนมีความสุขกับการทำงานพาร์ทไทม์นะคะ เจอกันในคอลัมน์แนะนำกิจกรรมคราวหน้าจ้า!!









9 ความคิดเห็น
ก็ไม่จริงเสมอไปนะครับ ใช่ครับที่คนหน้าตาดีมักได้แต้มต่อ แต่สำหรับผม ในฐานะผู้จัดการร้าน หน้าตาดีแต่สัมภาษณ์ไปล่ะ ทัศนคติไม่โดน รึบางอย่างที่เห็นว่าไม่เข้ากับทีมรวมถึงขาดคการเตรียมพร้อม ผมก็ไม่รับนะครับ
พอดีว่าเราทำงานที่นี่แค่6วันเราจะได้เงินค่าเเรงไหมค่ะหรือต้องเสียแรงเปล่า
แนะนำให้สอบถามผู้จัดการประจำสาขาหรือฝ่ายบุคคลนะคะ