ออทิสติกไม่ใช่ปัญหา! ตามติดชีวิต "ฮ้อ" เป็นได้ทั้งนักศึกษาและพนักงานพาร์ทไทม์

     หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า "คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้" ซึ่งฟังแล้วก็อาจจะไม่อินซักเท่าไหร่ เพราะคนส่วนใหญ่เกิดมาครบ 32 และมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการอยู่แล้ว แต่ในอีกมุมหนึ่งของโลกใบนี้ยังมีหนุ่มน้อยคนนึง ที่ชีวิตของเขาสามารถสะท้อนให้เห็นความหมายของประโยคที่ว่าได้อย่างลึกซึ้งเลยล่ะค่ะ เพราะเขาเกิดมาไม่เหมือนคนอื่นด้วยโรคออทิสติก    
      
     แต่ใครเลยจะรู้ว่า... เรื่องนี้จะกลายเป็นความพิเศษที่ทำให้เขาเป็นที่รักของบุคคลรอบข้าง ในฐานะของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย และพนักงานพาร์ทไทม์ที่สามารถหารายได้ให้ตัวเองควบคู่กับการเรียนไปด้วย ซึ่งโอกาสนี้พี่ส้มและพี่ทีก็ไม่พลาดที่จะนำเรื่องราวดีๆ ของเขามาฝากชาว Dek-D.com ด้วยล่ะค่ะ ว่าแล้วก็มาทำความรู้จักกับน้องฮ้อกันเลยดีกว่า!!!
   
           
อาการออทิสติกในชีวิต ที่ไม่มีใครคาดคิดและเตรียมใจมาก่อน
  
จากการพูดคุยถึงชีวิตในวัยเด็กของน้องฮ้อ ก็ทำให้พี่ส้มได้ทราบว่าก่อนที่จะมาเป็น "นายภคพล แถลงกิจ หรือน้องฮ้อ" ที่ชาวชาบูชิ สาขาโลตัสบางใหญ่รู้จักกันดีในวันนี้ เมื่อครั้งที่คุณแม่ของน้องฮ้อตั้งครรภ์ก็ได้มีการเจาะตรวจน้ำคร่ำก่อนคลอด แล้วไม่พบว่าหนุ่มน้อยของเรามีความผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากที่น้องฮ้อลืมตาดูโลกก็ยังคงไม่มีความผิดปกติอะไรอีกเช่นเดิม จนกระทั่งมาสังเกตอาการไม่พูดของน้องได้ตอนอนุบาล 3 โดยคุณแม่ได้พาน้องไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการกับหลายโรงพยาบาล จึงได้รู้ภายหลังว่าน้องเป็นโรคออทิสติก และทำการรักษากันมาจนถึงปัจจุบัน
  
    
   
จุดเริ่มต้นของการเป็น "น้องฮ้อ ชาบูชิ" 
   
ก้าวแรกของน้องฮ้อในการเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ ที่ร้านชาบูชิ สาขาโลตัสบางใหญ่ เริ่มต้นจากการที่ครอบครัวสนับสนุนให้น้องเข้าสังคม และฝึกให้น้องสามารถดูแลตัวเองได้ จึงพาน้องมาสมัครงานกับบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด มหาชน ที่มีนโยบายในการให้โอกาสรับพนักงานที่มีความพิการเข้ามาทำงานกับร้านอาหารในเครือ โดยต้องสามารถตอบคำถามพื้นฐานได้ เช่น แนะนำตัว อยู่บ้านกับใคร อยู่บ้านทำงานอะไรบ้าง จึงได้งานที่ร้านชาบูชิที่ได้รับค่าจ้างและสวัสดิการเช่นเดียวกับพนักงานปกติ ซึ่งพอพี่ส้มลองถามน้องดูบ้าง น้องฮ้อของเราก็ตอบได้สบายๆ ว่า 
  
"สวัสดีครับ ชื่อนายภคพล แถลงกิจ ชื่อเล่นชื่อฮ้อ อยู่บ้านกับแม่ พี่ชาย อยู่บ้านก็ทำงานบ้าน ถูบ้าน กินแกงเห็ด เล่นเฟซบุ๊กครับ "
   
  
หน้าที่พนักงานพาร์ทไทม์ร้านชาบูชิที่รักเป็นชีวิตจิตใจ
  
ในส่วนของชีวิตการทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านชาบูชิ เป็นช่วงเวลาที่ให้ความสุขกับชีวิตของน้องฮ้อมากค่ะ เพราะเขามักมีคำพูดติดปากเสมอว่า "ฮ้อรักชาบูชิ" พร้อมทำมือเป็นสัญลักษณ์ I Love You ซึ่งตั้งแต่เข้ามาทำงานจนถึงปัจจุบันนี้ก็มีอายุงานกว่า 1 ปีแล้ว โดยน้องฮ้อต้องทำงานในวัน จันทร์ พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ โดยหยุดพักวันอังคาร และเรียนวันอาทิตย์  
   
   
ในวันทำงาน น้องฮ้อจะต้องเริ่มในเวลา 11 โมงเช้า และเลิกงานตอน 5 โมงเย็น บางวันคุณแม่ก็มารับ-ส่ง บางวันก็ขึ้นรถประจำทางไป-กลับเอง เมื่อมาถึงร้านก็ต้องแต่งกายให้ถูกระเบียบของร้านด้วยการสวมผ้ากันเปื้อน และเอาชายเสื้อยัดใส่ในกางเกง 
   
    
น้องฮ้อมีหน้าที่ที่ชาวชาบูชิเรียกกันว่า "จัดเซ็ท" คือการนำจาน ถ้วย ช้อน มาเรียงเป็นชุดไว้รอ แล้วนำไปจัดแบบพร้อมรับประทานที่โต๊ะอาหารอีกที ซึ่งในระยะแรกมีผู้จัดการร้านเป็นคนสอน และน้องฮ้อก็ตั้งใจทำมาโดยตลอดแบบไม่เคยบกพร่อง จนเมื่อผู้จัดการเห็นถึงพัฒนาการและตัวน้องไม่มีปัญหาในการสื่อสาร จึงให้หนุ่มน้อยของเราได้มีโอกาสได้บริการลูกค้าบ้าง เช่น เติมน้ำซุป รับออเดอร์
     
    
งานนี้ผู้จัดการร้านแอบกระซิบด้วยนะคะว่า น้องฮ้อนี่เป็นหนึ่งในพนักงานที่ได้ทิปหนักประจำร้านเลยล่ะ เพราะนอกจากจะเป็นที่รักของคนในร้านแล้ว ก็ยังเป็นที่เอ็นดูของลูกค้าอีก บางทีได้เจอคนใจดีมีทิปแบบให้กับมือซึ่งไม่ต้องเฉลี่ยแบ่งกับทางร้านถึง 500 บาทเลย แหม.. ไม่เบานะน้องฮ้อ!!!

"ฮ้อชอบจัดเซ็ท เก็บจาน เช็ดโต๊ะครับผม ฮ้อไม่เหนื่อย มีพนักงานมาใหม่ฮ้อก็ได้สอนเขาด้วยครับ เขาเก่ง สอนไม่นานก็ทำเป็น เก่งเหมือนฮ้อเลย (ยิ้ม)" น้องฮ้อกล่าว
   
  
 
สิ่งที่ได้รับจากการทำงาน และการบริหารรายได้แบบรู้คุณค่าของเงิน
  
จากการสัมภาษณ์ครั้งนี้ พี่ส้มสัมผัสได้เลยค่ะว่า เด็กที่จัดอยู่ในกลุ่มพิเศษ มักเป็นคนที่มีระเบียบวินัยสูง โดยเฉพาะถ้าเป็นสิ่งที่เขารักและสนใจหรือได้รับการปลูกฝังมา เขาจะยิ่งพยายามทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด เช่นเดียวกับน้องฮ้อที่มีโอกาสได้ทำงานที่รัก ทำให้เขาเอาใจใส่ในหน้าที่ และคอยติดตามผลการทำงาน โดยจะคอยเช็คเงินค่าจ้างที่ได้มาทุกเดือนแล้วมีการเปรียบเทียบว่าเดือนไหนได้มากน้อยต่างกันยังไง และมีการวางแผนบริหารรายรับรายจ่ายตามที่คุณแม่สอน เพราะทุกๆ เดือน น้องฮ้อจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน และส่วนที่เหลือก็เป็นเงินใช้จ่ายส่วนตัว แถมยังมีการเตือนคุณแม่ด้วยนะคะว่า "เดือนนี้จ่ายบิลครบรึยัง?" บร๊ะ!! ความจำดีจริงๆ นะเนี่ย 

"ฮ้อได้เงินมาก็เอาไปจ่ายค่าไฟ ค่าบ้าน ค่าน้ำ แล้วก็ซื้อแกงเห็ดให้แม่ครับ ฮ้ออยากได้ไอโฟน แต่ถ้าซื้อไอโฟนแล้วฮ้อไม่มีเงินจ่ายค่าบ้าน ฮ้อไม่มีบ้านอยู่ ฮ้อไม่เอาก็ได้ครับ" น้องฮ้อเล่าอย่างภูมิใจ
   
  
ชีวิตการเรียนของเด็กพิเศษ ร่วมกับสังคมได้ตามปกติ
  
เมื่อได้ทราบประวัติความเป็นมาของน้องฮ้ออย่างคร่าวๆ หลายคนคงคิดว่ากว่าเขาจะมีพัฒนาการและความสามารถขนาดนี้ ต้องได้เรียนโรงเรียนที่สอนเด็กออทิสติกโดยเฉพาะมาแน่ๆ แต่ความเป็นจริงแล้ว น้องฮ้อได้เข้าเรียนในโรงเรียนของเด็กทั่วไป ซึ่งก็มีการเรียนรู้ในระดับที่ช้ากว่าคนอื่นบ้าง แต่หนุ่มน้อยของเราก็สามารถทำความเข้าใจในบทเรียนได้จนเรียนจบชั้น ม.ต้น แล้วไปสมัครเรียนในระดับ ปวช. ด้วยตนเองที่วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจนนทบุรี (SBAC) จนจบชั้น ปวส. จึงเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ที่ ม.นอร์ทกรุงเทพ สาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดียและแอนิเมชัน ภาคสมทบ งานนี้เจ้าตัวเน้นเลยล่ะว่าที่เลือกเรียนนี่ก็เพราะชอบคอมพิวเตอร์มาก และยังอยากเป็นครูอีกด้วย...

"ฮ้อชอบภาษาอังกฤษครับ ฮ้อรัก SBAC ตอนนี้ฮ้อเรียนมัลติมีเดียครับ ชอบเรียน ทำคลิปวิดีโอ ได้ออกไปถ่ายด้วย แล้วก็เอามาทำในคอมด้วย ฮ้อชอบทำคอมครับ เรียนจบแล้วฮ้ออยากต่อปริญญาโท ฮ้ออยากเป็นอาจารย์"
    
  
แตกต่างแล้วยังไง? ฮ้อไม่เสียใจ ฮ้อไม่โกรธ ฮ้ออารมณ์ดี
   
ก่อนจะถามคำถามนี้พี่ส้มก็กลัวว่าจะกระทบจิตใจน้องฮ้อเหมือนกันค่ะ แต่เมื่อตัวน้องได้เจอกับคำถามแล้วกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเลย เพราะเขารู้ตัวว่าเกิดมาไม่เหมือนคนอื่น แต่นั่นก็ไม่่ใช่จุดที่ทำให้เขาน้อยใจหรือท้อถอย เพราะความเชื่อมั่นในสิ่งที่รัก มีครอบครัวสนับสนุน คอยใช้เวลาอยู่ด้วยกันและปลูกฝังแต่ความคิดที่ดีงามให้เสมอ ทำให้น้องฮ้อเป็นเด็กที่อารมณ์ดี ไม่โกรธใคร คิดบวก มีพัฒนาการที่ดีขึ้นโดยตลอด แถมยังจำคำพูดคุณแม่ที่สอนไว้ได้อย่างขึ้นใจ 

"หม่าม้าสอนให้เป็นคนดี ทำแต่เรื่องดีๆ ถ้าอยากได้อะไรให้บอกหม่าม้า ห้ามขอคนอื่น ห้ามอยากได้ของคนอื่น ให้อยู่นิ่งๆ ไว้ ทำตัวเหมือนคนปกติ ถ้าใครไม่ชอบเราก็ไม่ต้องคุยด้วย ถ้าใครดีด้วยให้พูดว่าขอบคุณครับ" น้องฮ้อพูดออกมาอย่างคล่องแคล่ว
  
  
ใครว่าฮ้อขาด.. แต่จริงๆ แล้วฮ้อครบ!!!
   
หลังจากที่เราได้ทราบถึงเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจของหนุ่มน้อยคนนี้ ที่ถึงแม้จะมีเงื่อนไขทางสุขภาพจนทำให้เขาต้องแตกต่างไปจากเด็กคนอื่นๆ แต่การดูแลเอาใจใส่ของครอบครัว ที่ให้ความสำคัญกับการผลักดันให้น้องได้เข้าสังคม เพื่อการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นและดูแลตัวเองได้ ด้วยการให้อิสระในการเลือกใช้ชีวิตกับตัวน้องเอง เช่น การเรียนในสายวิชาที่ชอบ การทำงานที่รัก การให้น้องฝึกอะไรหลายๆ อย่างด้วยตัวเอง โดยครอบครัวคอยสังเกตพฤติกรรมของน้องแล้วทำความเข้าใจเพื่อหาวิธีเลี้ยงดูที่เหมาะสม ทำให้น้องฮ้อเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรักของแม่และพี่ชายได้อย่างมีความสุขนั่นเองค่ะ
     
น้องฮ้อและคุณแม่
      
     แหม... เรียกว่าปัญหาอะไรก็ไม่สามารถขัดขวางโอกาสในการได้ทำสิ่งที่รักของน้องฮ้อได้เลยจริงๆ ค่ะ ทั้งเก่งและกำลังใจดีขนาดนี้ พี่ส้มและพี่ทีก็ขอมอบรางวัล Idol กิจกรรมให้ไปครองเลยจ้า!!! สุดท้ายนี้พี่ส้มก็หวังว่าเรื่องราวของน้องฮ้อจะสามารถเป็นกำลังใจให้กับใครอีกหลายคนที่กำลังท้อแท้ในชีวิต หรือเป็นแนวทางในการดูแลคนใกล้ตัวที่เป็นโรคออทิสติก เพื่อให้เขาสามารถดูแลตัวเองได้ และอยู่ร่วมกับทุกคนในสังคมได้อย่างมีความสุขนะคะ
   
       
     ส่วนใครที่อยากเป็น Idol กิจกรรมแห่ง Dek-D.com พร้อมรับถ้วยเด็กกิจกรรมเท่ๆ แบบนี้ไปครอง สามารถส่งเรื่องราวเด็กกิจกรรมที่น่าสนใจของตัวเอง บรรยายความยาว 1 หน้ากระดาษมาได้ที่ Methawee@dek-d.com คนไหนเจ๋งจริง เดี๋ยวพี่ทีมงานจะรีบติดต่อกลับไปหาเลยจ้า
    
ทำเนียบเด็กกิจกรรม
   ชื่อ-นามสกุล        ภคพล แถลงกิจ  (ฮ้อ)
   มหาวิทยาลัย               นอร์ทกรุงเทพ
   วันเกิด                   22 ธันวาคม 2536
   เกรดเฉลี่ย                2.00
   ฉายา                         เฮียฮ้อ สีชมพู
   วิชาที่ชอบ    มัลติมีเดีย
   งานอดิเรก    ว่ายน้ำ
   อาชีพในฝัน    อาจารย์มหาวิทยาลัย
   นิสัย    อารมณ์ดี ไม่โกรธ รับผิดชอบตัวเอง
   เรื่องหน้าแตก      โทรไปทวงคะแนนอาจารย์
   3 คำให้ตัวเอง     ฮ้อ รัก ชาบูชิ
   คติประจำใจ                           
   ให้ทำตัวปกติไว้ อยู่เฉยๆ ไม่โวยวาย
        
    
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

7 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เอกภพ แอบเข้าห้องน้ำผู้หญิง 7 ต.ค. 59 10:59 น. 4
คุณรู้จักเค้าดีเลยไหมครับ ผมเรียนห้องเดียวกันมา ฮ้อหน้าสงสานมาก การเรียน ครูอาจารย์จะให้ฮ้อทำงานแบบเด็กๆประถม อยู่ในโรงเรียนโดนเพื่อนแกล้งตลอดครับ แกล้งแรงถึงขั้นถอดกางเกงแล้วโยนไปกลางโรงเรียน ไม่ได้เป็นที่รักเพราะไม่มีใครแม้นจะนั่งทานข้าวด้วยกัน จะมีอยู่กลุ่มผมไม่กี่คนครับ ที่เล่นกับเค้า ถามสิฮ้อใส่หูฟัง ฟังเพลงอะไรทั้งวันทั้งเทอม ไหนคนไหนที่บอกรักฮ้อครับ รู้ไหมเพลงอะไร ผมรู้ครับ -มดแดง จริงๆ โกรธโกรธโกรธ
0
กำลังโหลด
มัณทนา Member 7 ต.ค. 59 17:28 น. 5

ขอบคุณที่ให้โอกาสแก่คนที่มีความบกพร่องทางร่างกายได้ทำงานที่ตัวเองรักเยี่ยม

สังคมไทยไม่ควรจะรังเกียจด้วย

พวกที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีอวัยวะครบ 32 บางคนควรดูเอาไว้เป็นตัวอย่างนะคะ

0
กำลังโหลด
Minor Planet Member 8 ต.ค. 59 02:31 น. 6

สู้ๆ นะคะ น่าจะผ่านอะไรมาเยอะเลยอะ พี่เค้าดูไม่มีพิษมีภัยด้วย ขอให้มีคนรอบตัวรักเยอะๆนะคะ

0
กำลังโหลด
yukilittlekuma Member 8 ต.ค. 59 22:40 น. 7

คิดได้ดีกว่าคนปกติมากค่ะ ถาได้ไอโฟนแต่ไม่มีอะไรเลยไมเอาก็ได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่เอาอะไรเลยนอกจากไอโฟน

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด