แม้จะเข้ายุคอินเทอร์เน็ตแล่นเร็วปานไวแสงอย่างไร แต่เรื่องการมีแฟนของวัยรุ่นยังคงเป็นเรื่องใหญ่ของหลายๆ ครอบครัวค่ะ วัยรุ่นในบอร์ดเด็กดียังคงปรึกษากันว่า "จะบอกพ่อแม่ยังไงดี" หรือ "พ่อแม่ห้ามมีแฟน" แต่มุมไหนล่ะที่ผู้ใหญ่ต้องยอมรับ และวัยรุ่นต้องเข้าใจอะไร ติดตามได้เลยค่ะ

1. ผู้ใหญ่ควรยอมรับมากกว่าการคัดค้าน

1. ผู้ใหญ่ควรยอมรับมากกว่าการคัดค้าน
ด้วยลักษณะของวัยรุ่นแล้ว ย่อมอยากเป็นที่รักและถูกรักอยู่แล้ว อยากมี/อยากเป็นคนพิเศษ คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง และผู้ใหญ่ของวัยรุ่นจึงควรยอมรับมากกว่าคัดค้าน และเปิดโอกาสให้ลูกกล้าบอกและพากันมารู้จักกันพ่อแม่ลูกไว้ เพื่อที่ลูกและแฟนจะได้อยู่ในสายตาของพ่อแม่ตลอด พ่อแม่ก็สบายใจ ลูกก็สบายใจ ทุกคนก็มีความสุข
แต่เมื่อผู้ใหญ่เจอแฟนของลูกหลานแล้ว แม่จะฉุดคิดสะกิดใจอะไรอย่าเพิ่งตั้งป้อมรังเกียจกันตั้งแต่แรก การทำท่าไม่ชอบใจแฟนของวัยรุ่นยิ่งเป็นการสร้างกำแพงมาขวางกั้น มันเป็นลักษณะของวัยที่วัยรุ่นจะต่อต้าน...ถ้ามีคนมารังเกียจคนที่ตนรักตนชอบ วัยรุ่นจะรู้สึกเห็นใจคนรักและรู้สึกอยากปกป้องคนรักของตัวเอง และอาจตั้งตนเป็นศัตรูกับพ่อแม่แทน ดังนั้นผู้ใหญ่จึงควรแสดงท่าทีเป็นมิตรต่อแฟนลูก เพื่อให้โอกาสตัวเองได้เข้าใกล้แฟนลูกมากเพียงพอ ที่จะศึกกษาลักษณะนิสัยใจคอของแฟนลูกได้ด้วยค่ะ ส่วนในเรื่องคุณสมบัติจะดีหรือไม่ดีนั้น มีความเหมาะสมหรือไม่นั้น คงต้องติดตามดูแลไปตามสถานการณ์ค่ะ
คุณพ่อคุณแม่สามารถคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคุณลูกวัยรุ่นได้ค่ะ เช่น เล่าเรื่องตอนวัยรุ่นของตนเองให้ลูกฟัง เล่าเรื่องความรักของคุณพ่อคุณแม่ แล้วเอ่ยสอดแทรกคำสอนข้อคิดกันไป เช่นว่าความรักแบบหนุ่มสาว อาจเริ่มจากการเป็นเพื่อนก่อนเท่านั้นก็ได้ หรือบางทีอาจเป็นแค่อารมณ์หลงก็ได้ ต้องใช้เวลาดูกันไป หรือแม้กระทั่งหรือแม้แต่เล่าเรื่องอกหักก็ได้ (อย่าลืมบอกติดตลกว่าไม่ได้แช่งลูกนะคะ เผื่อเขาอิน >.<) ช่วงที่เล่าถึงความอกหัก ก็สามารถให้คติสอนใจได้ว่า ความรักของแต่ละช่วงชีวิตอาจแตกต่างกันไป แล้วทำให้เจ็บปวดได้ เพราะมีอะไรที่ยั่งยืนตลอดกาล
แต่สิ่งที่สำคัญต้องสอนควบคู่กันไป คือ เรื่องการวางตัวให้เหมาะสม ไม่จับมือถือแขนเกินเลย ถ้าเป็นผู้ชายต้องให้เกียรติผู้หญิง ถ้าเป็นผู้หญิงก็อย่าปล่อยปละทำตัวตามสบายกับเพื่อนหรือแฟนผู้ชายมากจนเกินไป สอนให้รู้จัก "การให้เกียรติตัวเอง" ค่ะ
แต่สิ่งที่สำคัญต้องสอนควบคู่กันไป คือ เรื่องการวางตัวให้เหมาะสม ไม่จับมือถือแขนเกินเลย ถ้าเป็นผู้ชายต้องให้เกียรติผู้หญิง ถ้าเป็นผู้หญิงก็อย่าปล่อยปละทำตัวตามสบายกับเพื่อนหรือแฟนผู้ชายมากจนเกินไป สอนให้รู้จัก "การให้เกียรติตัวเอง" ค่ะ
รวมถึงการสอนให้ลูกรู้จักเรื่องเพศศึกษาด้วย การระมัดป้องกันตนเอง สมัยนี้สามารถพูดเรื่องการตั้งครรภ์ได้ค่ะ ผลด้านลบของการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม ยาเสพติดที่อาจทำให้พลาดพลั้งในงานสังสรรค์ ซึ่งปัจจุบันมีสื่อที่นำเสนอเรื่องราวเหล่านี้ อย่างละคร...พากันดูและสอนผ่านละครได้เช่นกันค่ะ
ผู้เขียนเข้าใจทัศนะความคิดแบบ "ยิ่งสอน เหมือนยิ่งชี้โพรงให้กระรอก" นะคะ แต่หากผู้ใหญ่ไม่สอนเรื่องเพศเสียเองให้ถูกต้อง แล้ววัยรุ่นไปเรียนรู้เอง ไม่รู้ว่าจะเรียนรู้โดยตรงแบบไหนจนอาจเข้าใจผิดไปเองและพลาดพลั้งได้ค่ะ สมัยนี้สื่อต่างๆ เข้าถึงง่ายอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าให้สื่อสอนอย่างเดียว เราสอนไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ
ทั้งตัววัยรุ่นเอง และผู้ใหญ่ก็ควรเข้าใจว่า วัยรุ่นนั้นเป็นวัยฮอร์โมน การตัดสินต่างๆ อาจเป็นไปตามอารมณ์ จนไม่มีความยับยั้งชั่งใจเพียงพอได้ ดังนั้นจึงต้องกำชับสร้างกติกาให้ยอมรับกันทั้งฝ่ายวัยรุ่นและผู้ใหญ่ค่ะ เช่น พ่อแม่ต้องบอกให้ชัดเจนว่า (1)มีแฟนได้แต่ต้องเรียนหนังสือให้ดีไม่ละทิ้งการเรียน (2)ทุกครั้งที่จะไปไหนกับแฟนต้องบอกกล่าวและได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ก่อน ฯลฯ และที่สำคัญที่สุดต้องสัญญาว่าจะรักษากติกากันทั้งสองฝ่าย หากผิดกติกาสามารถให้ลงโทษได้ เป็นต้นค่ะ ควรชัดเจนในกติกาและยึดเป็นคำสัญญาค่ะ เราทุกคนไม่ชอบคนผิดสัญญา แต่เรื่องนี้วัยรุ่นเองก็ต้องยอมรับคำสัญญาค่ะ ทำให้พ่อแม่เชื่อมั่นในตัวลูกหลานมากขึ้นค่ะ

4. ข้อสุดท้ายที่อยากให้ยอมรับมากที่สุด คือ ขอให้ผู้ใหญ่มองเรื่องนี้เป็นปกติค่ะ เพราะยิ่งพ่อแม่ทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ดุด่า กีดกัน หรือทำเป็นบ่นเรื่องแฟนของลูกคนข้างบ้านเพื่อให้ลูกรู้ตัว ฯลฯ มากแค่ไหน ลูกยิ่งกังวลและพยายามจะปกปิดพ่อแม่มากขึ้นค่ะ ความรักเป็นประสบการณ์หนึ่งในชีวิตที่ทำให้คนเราเติบโตไปข้างหน้าได้ค่ะ ไม่ว่าจะรักหลง รักแท้ รักชั่วคราว รักแรกหรืออกหัก การเรียนเรียนรู้ความรักไปตามลำดับเหล่านี้ ล้วนเป็นพัฒนาการทางอารมณ์ของวัยรุ่นที่พบเจอได้เป็นปกติในยุคสมัยนี้จริงๆ ค่ะ




14 ความคิดเห็น
อยากเอาไปให้พ่อแม่อ่านเนียนๆจังเลยT^T
แงงงง เราโดนมุ่งเป้าไว้ว่าห้ามรักใครเด็ดขาด!(ยกเว้นคนในครอบครัว) ห้ามมีแฟนตอนนี้เด็ดขาด! ต้องเรียนให้จบและมีงานทำก่อน
ขนาดเรื่องสายที่อยากจะเรียน โรงเรียน มหา'ลัยยังบังคับเราเอาไว้เลย
โดนเหมือนกันเลยค่ะะ
พ่อแม่ไม่อยากให้มีแต่พอมีพ่อกับแม่ก็ไม่ได้อะไรน้ะ.แต่อยากให้เขารู้ว่าเราก็มีหัวใจน้ะ
ทำไมครับ
เป็นบทความ ที่มีสาระมากมายมากครับ
ก็นะเราก็อยากให้ผู้ใหญ่เข้าใจบ้างตอนนี้ก็มีปัญหาอยู่เหมือนกันเราอายุ20ปีแล้ว แฟนเรา26 ตอนนี้เราสองคนอยู่คนละจังหวัดกัน เวลาคิดถึงกันอยากเจอมักจะมีปัญหาเราจะไปหาเค้าผู้ใหญ่ก็มองว่าน่าเกียจเพราะเป็นผู้หญิง ส่วนเค้าจะมาหาเราก็ไม่ได้เพราะผู้ใหญ่มองว่ามันดูไม่ดีทั้งๆที่ญาติพี่น้องเต็มบ้าน อย่าว่าแต่อะไรมากเลยแม่แต่จะลงรูปคู่ยังโดนด่าเลยโดนเค้าด่าว่าประจานตัวเอง!!??
อันนี้ก็เยอะไปครับmiddle way ทางสายกลาง
อย่าให้เขาเข้าใจแบบนี้น้ะ
ใช่เลย ผู้ใหญ่หลายๆคน ไม่เคยสอนเรื่องรักๆใคร่ๆ ให้กับเด็ก
เด็กๆเลยไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง แล้วก็มีปัญหาตามมา
ส่วนเด็กๆที่พาแฟนไปเปิดตัวกับที่บ้าน ตอนแรกก็ท่าจะดี แต่สุดท้ายล่ม
ล่มไม่พอโดนเรียกไปสั่งสอน มันจะเป็นปมในใจ ทำให้มีอะไรก็ไม่อยากบอกผู้ใหญ่
ลูกชายอายุ 16 ไม่เคยมีแฟนเพราะลูกยังมีนิสัยเด็ก ๆ อยู่มาก พอย้ายโรงเรียนไปเข้าโรงเรียนที่ใหม่มีผู้หญิงมาจีบ ตอนแรกลูกก็ยังไม่ค่อยสนใจแต่พอผู้หญิงรุกมาก ๆ ลูกเลยตกลงคบเป็นแฟน แต่ไม่ยอมบอกให้แม่รู้ (แม่แอบรู้) พยายามหยอกล้อกับลูกว่ามีแฟนแล้วใช่ไหมลูกก็ปฎิเสธว่าไม่มี ที่แม่ไม่โอเคเพราะผู้หญิงที่เข้ามานิสัยไม่โอเค นัดตบตีกับเด็กรุ่นน้อง โพสต์แคปชั่นเฟสบุ๊คไปในเรื่องอย่างว่าตลอด เพราะจากู-กับลูกเรา และใช้ให้ลูกเราทำงานให้ ชอบชวนลูกชายออกเที่ยวตอนกลางคืน ตอนนี้เราคอยเฝ้าดูลูกอยู่ห่าง ๆ ดีที่ลูกยังเชื่อฟังแม่อยู่บ้างไม่ให้ออกกลางคืนก็ไม่ออกไป แต่กลัวว่าพอคบไปนาน ๆ จะทำให้ลูกเราเสียคนเอา ที่พ่อแม่ห้ามย่อมมีเหตุผลอยากให้ลูกได้พบเจอแต่สิ่งดีดีนั่นแหละ
นี้เเหละตรรกะเหตุผลไม่ใช่ตรรกอารมณ์เเด็กชอบใช้อารมณ์นำหน้าเหตุผลเสมอซึ่งความฝันเเละความเป็นจริงมันคนละเรื่อง เด็กในเรื่องความคิดบางเรื่องย่อนเเย่งกับความเป็นจริง
อืม...เราก็อยากมีแฟนนะ พ่อแม่รับได้แหละ ที่รับได้ก็เพราะ...พ่อแม่ปลูกฝังนิสัยประหลาดๆมาให้เราอ่ะ พอเราจะจับมือเพื่อนที่เป็นผู้ชายปุ๊บมันรู้สึกขยะแขยงอ่ะ เพราะตอนเด็กพ่อแม่แทบไม่ให้ใกลผู้ชายเลย ทั้งชีวิตคงไม่มีแฟน ร้องแปป//T_T
พ่อแม่ทุกคนหวังดีกันลูกตลอด เพราะยังถึงเวลา อันควร ยิ่งพ่อแม่ที่มีลูกเป็นผู้หญิงยิ่งห่วงเเละคิดหนัก เวลาลูกมาบอกเราว่ามีแฟน ที่จริงพ่อแม่ก็ผ่านชีวิต วัยรุ่นมาแล้ว ผิดพลาดไปหลายเรื่องก็มี คงไม่ผิดถ้าจะไม่อยากให้ลูกหลงเดินไปทางนั้น มันเสียเวลา เสียพลังงานชีวิตไปโดยป่าวประโยชน์ อิจฉาชีวิตเด็กวัยรุ่น เพราะชีวิตในโรงเรียนเป็นชีวิตที่สนุกที่สุดแล้ว ไม่มีพ่อแม่คนไหนดีใจถ้าลูก มาบอกว่ากำลังจะมีแฟน รู้จักหน้าที่ในช่วงวัยสำศัญที่สุด วัยเรียนก็ควรเรียน นี้คือสิ่งที่พ่อแม่พอใจที่สุด
นี้เเหละตรรกะเหตุผลไม่ใช่ตรรกอารมณ์
ได้ข้อมูลจากน้องผู้หญิงหนึ่งคนนะครับอายุ15ขอไม่เอ่ยชื่อนะครับผมถามน้องว่ารู้สึกยังไงกับรักในวัยเรียน
น้องให้คำตอบว่าเป็นเรื่องที่ดีนะเเต่ต้องทำในสิ่งที่ดีร่วมกันพากันเรียนหนังสือ
ส่วนเรื่องผู้ใหญ่ที่เป็นห่วงเด็กว่าไม่อยากให้มีเเฟนตอนเรียนน้องเขาเข้าใจนะครับเพราะพ่อเเม่กลัวลูกเสียคน
ผมเลยถามต่อว่าเเล้วพ่อเเม่รู้ไหมเรื่องมีเเฟน น้องตอบผมว่าคุณเเม่รู้เเต่คุณพ่อจะหาทางบอกที่หลัง
ผมถามน้องว่าเเล้วพูดกับเเม่ยังไง
ก็บอกแม่ไปประมาณว่าคบกับคนนี้ก็โอเคนะ เขาไม่พาไปเสียเลย คนนี้ก็ตั้งใจเรียนดีนะ พาหนูเรียนด้วย
ผมถามว่าเเล้วเเม่ว่าอย่างไร
น้องตอนความคิดเห็นของคุณเเม่ว่า คุณเเม่ก็ย้ำเสมอว่ามีน่ะมีได้ แต่ขอแค่ตั้งใจเรียนไม่นอกลู่นอกทางก็พอ
ผมพูดกับน้องเขาว่า ดีครับเเต่ต้องระวังเรื่องของอารมณ์
น้องถามว่า หมายถึงเรื่องเซ็กส์ใช่ไหม
ผมให้ข้อมูลกับน้องอายุ15
เด็กผู้หญิงตามสถิอายุประมาณ13-15ปีเริ่มที่จะให้ความสนใจผู้ชายถ้าเป็นเเฟนกันเเล้วก็อาจจะนำพามาสู้เรื่องเซ็กส์ได้
น้องตอบผมว่า เรื่องนี้หนูกับแฟนก็เข้าใจดีค่ะะ ตกลงกันว่าถ้าจะมีจริงๆจะไม่ใช่ตอนนี้แน่ๆ ต้องโตกว่านี้ก่อน
ผมเเนะนำน้องว่าอย่าพึ่งมีครับ
จากการการหาข้อมูลไปไม่รอดสักคู่(อันนี้บวกกับประสบการณ์ส่วนตัวเเละข้อมูลที่เคยคุยจากผู้มีความรู้โดยตรงทางนี้นะครับ)
ผมเเนะนำน้องว่าให้คยกันเรื่องเล่นเรื่องเรียนบ้าง
พอถีงอนาคตให้บวกเรื่องการว่างเเผนชีวิตด้วยจะดีมากเเละ มันคือการกะรัตตีความรักที่เรามีต่อเขา
เพื่อให้เขาเกิดความมั่นใจในตัวเรา
น้องถามต่อไปว่าเเช้วมีเซ็กส์ทำไมถึงเลิกกันเร็ว
ปมให้คำเเนะนำว่ามันจะเกิดการเบื่อหน่ายง่าย
นำพามาสู้การหาเหตุผลในการเลิกกัน
ส่วนการเเต่งงานมันต่างกันพอสมควร เพราะมันมีสายใยของการเป็นครอบครับคอยค่ำคอเราไว้ไม่ใช่เเค่
เราสองคนเเต่รวมถึงพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายด้วย บวกกับหน้าที่เเล้วความรับผิดชอบ
น้องเข้าใจเเล้วพร้อมปฏิบัติตามที่ผมเเนะนำ
เเสดงให้เห็นว่าเด็กอายุ15ก็คิดได้ดีขนาดนี้บวกมีครอบครัวที่เเละผู้มีประสบการณ์ให้คำเเนะนำให้ความรักความเข้าใจกับลูกเป็อย่างดี
พร้อมกับยอมรับฟังลูกทุกๆปัญหานี้จะให้พ่อเเม่ได้รับข้อมูลจากลูกโดยที่ลูกจะไม่หลบซ่อนความลับต่างๆกับเราอีกต่อไป
หวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครองที่กำลังมีปัญหานะครับ
ชอบการเขียนของพี่มากใช่คะมันต้องทำความเข้าใจเพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนคะ