โน้ซบราเทอร์ฮู้ด (ชมรมคนจมูกใหญ่) – มหาวิทยาลัยเบย์เลอร์
Photo Credit : http://www.therichest.com/rich-list/most-influential/americas-10-most-exclusive-secret-societies/
เรื่องลับของสังคมในมหาวิทยาลัยเบย์เลอร์ (Baylor Universty) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองวาโก รัฐเท็กซัส นั้นมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1924 ความเป็นมานั้นเริ่มจาก ลีโอนาร์ด โชล์ฟ (Leonard Shoaf)
นักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยที่มีความไม่เหมือนใคร เพราะเพื่อนของเขาต่างบอกว่าเขานั้นมีจมูกที่ใหญ่มากจนสามารถตั้งชมรมได้! และนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาก่อตั้ง The Noze Brotherhood ขึ้นมาจนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในเรื่องความตลกโปกฮาของชมรม
โดยลักษณะที่โดดเด่นของสมาชิกชมรมนี้ คือ จะแต่งตัวเต็มไปด้วยสีสันให้ดูตลก เมื่อพวกเขาจะออกไปไหนก็ตาม ก็ต้องใส่วิก ใส่จมูกปลอม หรือแม้แต่ในวันสำเร็จการศึกษา พวกเขาก็ยังต้องพรางตัวไม่ให้ใครรู้ว่าเขาเป็นใคร (อะไรจะขนาดนั้น) กิจกรรมที่ขึ้นชื่อหลักๆ ของชมรมก็จะมีการจัดขบวนพาเหรดแต่งตัวตลกในช่วงงานกีฬาสีของมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังมีการเขียนเรื่องเสียดสีลงในหนังสือพิมพ์ The Robe ภายใต้นามปากกาที่เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “NoZe prose” เป็นต้น
Photo Credit: https://twitter.com/NoZeBrotherhood/status/811631694369456128
ไชม์มาสเตอร์ (ปีนหอคอยไปตีระฆัง) – มหาวิทยาลัยซีราคิวส์
Photo Credit : http://www.therichest.com/rich-list/most-influential/americas-10-most-exclusive-secret-societies/
ถ้าพูดถึงมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ (Syracuse University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในเมืองซีราคิวส์ รัฐนิวยอร์ก แน่นอนว่าเป็นมหาวิทยาลัยหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ และในส่วนด้านทีมบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยก็เป็นที่โด่งดังไม่แพ้ใคร แต่เมื่อย่างก้าวเข้ามาในเขตรั้วมหาวิทยาลัย บรรยากาศจะอบอวลเต็มไปด้วยเสียงดนตรี มันเป็นเสียงที่มาจากมีชมรมลับ “ไชม์มาสเตอร์ (Chimemasters)” ที่สมาชิกของชมรมต้องปีนขึ้นไปบนหอคอยที่สูงกว่า 70 ฟุตเพื่อไปตีแคริลลอนหรือระฆังโบราณมากกว่า 2-3 ครั้งต่อวันเลยทีเดียว โดยพวกเขาได้บรรเลงบทเพลงที่เป็นที่นิยมซึ่งรวมไปถึงเพลง Bad Romance ของ Lady Gaga ด้วย
สมาชิกส่วนใหญ่ของชมรมนี้เป็นนักศึกษาเอกดนตรี ว่ากันว่าถึงแม้จะไม่ได้มีความลับในเรื่องของเทคนิค แต่ก็ต้องถือว่าเป็นชมที่มีลักษณะพิเศษมากเลยทีเดียว
Photo Credit : http://dailyorange.com/2016/09/age-old-crouse-chimemasters-continue-tradition-new-bells/
ออเดอร์ออฟบลูบลัด (ขโมยปืนใหญ่จากมหา’ลัยพรินซ์ตัน) –มหาวิทยาลัยรัตเกอร์ส
Photo credit : http://apocalink.com.br/?p=13577
ออเดอร์ออฟบลูส์บลัด (Order of the Bulls Blood) ก่อตั้งโดยกลุ่มเพื่อนสนิท 5 คน ในปี 1834 ที่มหาวิทยาลัยรัตเกอร์ส (Rutgers University) ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สมาคมนี้จะมีการคัดน้องใหม่เข้ามาเป็นสมาชิกในทุกๆ ปี ด้วยการให้น้องใหม่พิสูจน์ตัวเองด้วยวิธีที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก เช่น การกลั่นแกล้งนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังมากๆ อย่างพรินซ์ตัน
(Princeton University) และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กิจกรรมที่สร้างชื่อเสีย(ง)อย่างมากในปี 1875 คือ การขโมยปืนใหญ่ของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันออกมาได้ มีการตั้งข้อหาอย่างมากมายกับออเดอร์ออฟบลูบลัด และผู้ต้องหาซึ่งเคยเป็นสมาชิกของกลุ่มนั้นได้รวมไปถึง การ์เร็ต โฮบาร์ต (Garret A. Hobart) อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หลุยส์ ฟรีช (Louis Freeh)
อดีตผู้กำกับการหน่วยสืบสวน FBI และ มิลตัน ฟรีดแมน (Milton Friedman) เจ้าของรางวัลโนเบล
Photo Credit : http://www.therichest.com/rich-list/most-influential/americas-10-most-exclusive-secret-societies/
ควิลแอนด์แดกเกอร์ (สมาคมลับที่กิจกรรมยังปิดเป็นความลับ) –มหาวิทยาลัยคอร์เนล
Photo Credit : http://www.therichest.com/rich-list/most-influential/americas-10-most-exclusive-secret-societies/
สมาคมลับนี้ก่อตั้งในมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนซึ่งตั้งอยู่ในรัฐอีทากา ในรัฐนิวยอร์ก มหาวิทยาลัยนี้มีชื่อเสียงวิชาการในหลากหลายด้าน สมาคมลับนี้ถือว่าเป็นสมาคมที่มีชื่อเสียงมากทีสุดเลยทีเดียวพอๆ กับสมาคมสกัลล์แอนด์โบนส์ (Skull and Bones) ของมหาวิทยาลัยเยล (จะมาเล่าในหัวข้อถัดไป) โดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ได้เขียนไว้ว่า สมาคมนี้เข้าถึงยากมากกก (ลากเสียงยาว) สมาชิกน้องใหม่ของสมาคมจะถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ “เดอะคอร์เนลเดย์ลี่ซัน (The Cornell Daily Sun)” ในทุกๆ เทอม แต่ถึงจะเปิดเผยในเรื่องของสมาชิก ในส่วนของกิจกรรมของสมาคมก็ยังถูกปิดเป็นความลับอยู่ดีครับ แต่ว่าสมาคมนี้เค้าทำแต่สิ่งที่ถูกต้องนะครับ
พอพูดถึงพวกศิษย์เก่าของสมาคมนี้ หลายคนก็ได้เป็นเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นลูกชายทั้ง 2 คน ของเจคอบ โกลด์ เชอร์แมน (Jacob Gould Schurman) อธิการบดีของมหาวิทยาลัย และยังรวมไปถึงหลานเขยของอธิการบดีอีกด้วย ในช่วงปี 1913-1984 เราจะพบอดีตสมาชิกของสมาคมนี้เข้ามาบทบาทในรัฐสภาอเมริกาในทุกๆ ปี และก็ยังพบอดีตสมาชิกหลายคนในยุคการบริหารของโอบาม่าด้วยเช่นกัน เรียกว่าได้ดิบได้ดีกันทั้งนั้น
สกัลล์แอนด์โบนส์ – มหาวิทยาลัยเยล
Photo Credit : http://www.therichest.com/rich-list/most-influential/americas-10-most-exclusive-secret-societies/
สมาคมลับนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1832 ที่มหาวิทยาลัยเยล (Yale University) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเก่าแก่เป็นอันดับ 3 ของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ในเมืองนิวฮาเวน รัฐคอนเนตทิคัต สมาคมลับแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดในบรรดาสมาคมลับของมหาวิทยาลัย เพราะว่าหนึ่งในสมาชิกของชมรมก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลยครับ เขาคนนั้นก็คือ จอร์ช บุช (George Bush) อดีตประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกานั่นเอง
แรกเริ่มสมาคมนี้ได้ก่อตั้งขึ้นคงคล้ายๆ กับสมาคมหรือชมรมของมหา’ลัยทั่วๆ ไป เพื่อเป็นที่รวมกลุ่มสังสรรค์สร้างความสัมพันธ์ในหมู่คณะ และก็เป็นธรรมดาที่กิจกรรมก็อาจจะมีความโหดหรือมีการทำกิจกรรมที่ประหลาดๆ ไปบ้าง แต่กิจกรรมที่สร้างชื่อเสียงในด้านความอื้อฉาวมากที่สุด คือ การขโมยโครงกระดูกของ มาร์ติน แวน บูแรน (Martin Van Buren) อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีใครทราบว่าข้อกล่าวหาที่ว่านี้เป็นความจริงหรือไม่ และในปัจจุบันสมาชิกจากสมาคมนี้ก็ยังมีคงมีอิทธิพลและเข้าไปแทรกแซงอยู่ในแวดวงการเมืองอเมริกาครับ
Photo Credit : https://pixabay.com/en/yale-university-landscape-1604157/
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ น้องๆ ชอบความลับของชมรมไหนกันบ้าง ส่วนตัวพี่วุฒิชอบเรื่องราวของสมาคมสกัลล์แอนด์โบนส์ จากมหาวิทยาลัยเยลมากเลย เพราะอดีตสมาชิกเป็นถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากันเลยทีเดียว แน่นอนครับว่าทุกๆ มหาวิทยาลัย ต่างก็มีความลับที่แตกต่างกันไป บางที่อาจเปิดเผยได้ บางที่ก็ยังคงปิดเงียบไม่มีใครรู้ และนี่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเรื่องราวความลับ(ที่ไม่ลับ)ของสังคมมหาวิทยาลัยในอเมริกาที่พี่นำมาเปิดเผยให้ทราบ หากน้องๆ คนไหนสนใจที่จะเรียนต่อ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยไหนก็ตาม ก็ควรศึกษาเรื่องราวของมหาวิทยาลัยนั้นๆ ไว้ ก็จะเป็นประโยชน์มากเลยทีเดียวครับ :D
อ้างอิง
http://www.therichest.com/
https://reptiliandimension.wordpress.com/2015/01/29/
http://mentalfloss.com/article/21636/
http://sportsday.dallasnews.com/
http://dailyorange.com/2016/09/
https://en.wikipedia.org/wiki/Quill_and_Dagger









1 ความคิดเห็น