น้องๆ ชาว Dek-D.com หลายคนคงได้มีโอกาสติดตามข่าวคราวของการขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนล่าสุด ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ กันมาบ้าง และหลังจากขึ้นดำรงตำแหน่งไปไม่ถึงเดือนก็มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นและส่งผลกระทบมากมาย วันนี้ พี่วุฒิ ได้รวบรวมเรื่องราวความวุ่นวายภายในเวลาสั้นๆ หลังจากทรัมป์ดำรงตำแหน่งมาให้น้องๆ ได้อ่านกันครับ
“เรากำลังถ่ายโอนอำนาจจากวอชิงตัน ดี.ซี.
และส่งต่อกลับให้พวกคุณ ประชาชนทุกคน”
และส่งต่อกลับให้พวกคุณ ประชาชนทุกคน”
Photo Credit: https://cdn.theatlantic.com
นี่คือสุนทรพจน์กล่าวสาบานตนของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในวันขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45 หลังจากบารัค โอบามาหมดวาระไป การเข้ามาเป็นประธานาธิบดีที่ทำเนียบขาวแห่งนี้เพียงแค่ไม่กี่วัน ทรัมป์ได้ทำให้ภาพลักษณ์ของอเมริกาในสายตาคนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กับแนวคิดการเปลี่ยนแปลงที่ว่า ‘อเมริกาต้องมาก่อน’ และสิ่งที่ตามมากลับมีแต่ความรุนแรงและต่อต้านกันอย่างมากมาย และนี่คือตัวอย่างเรื่องราวความวุ่นวายที่ทรัมป์ได้สร้างและส่งผลต่อผู้คนทั่วโลก
“ทรัมป์สั่งแบนมุสลิม 7 ประเทศไม่ให้เข้าอเมริกา”
หลังจากเข้าสาบานตนได้ไม่เท่าไหร่ ทรัมป์ก็ประกาศนโยบายที่ทำให้คนนั้นลุกออกมาต่อต้านกันเยอะมากกกก นั่นก็คือการสั่งห้ามการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มาจากประเทศที่เป็นมุสลิม 7 ประเทศ อันได้แก่ ซูดาน, โซมาเลีย, ซีเรีย, เยเมน, ลิเบีย, อิรัก และอิหร่าน
พอนโยบายนี้ประกาศออกมา นักการเมืองฝ่ายตรงข้ามก็ได้ออกมาวิจารณ์ทรัมป์ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่เนี่ย มันเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญในเรื่องการเลือกปฏิบัติทางศาสนา รู้หรือเปล่าทรัมป์!! แต่ฮีก็โนสนโนแคร์ ยังดึงดันทำต่อ จนถูกฟ้องไปแล้วกว่า 41 คดี หลังจากทำงานได้เพียง 11 วันเท่านั้น
Photo Credit: https://pixabay.com
มาที่ฝั่งอดีตประธานาธิบดีอย่าง ‘บารัค โอบามา’ ก็ได้ออกมาแถลงการณ์ครั้งแรกหลังจากหมดวาระ เขาไม่เห็นด้วยอย่างมากกับสิ่งที่ทรัมป์ทำอยู่กับการเลือกปฏิบัติทางความเชื่อและศาสนาด้วยการเอาค่านิยมแบ่งสีผิวขาวแบบอเมริกันมาใช้ และผลโพลมากกว่า 52% ของชาวอเมริกันก็บอกว่า พวกเขาต้องการให้โอบามากลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง หลังจากทรัมป์ดำรงตำแหน่งได้เพียงแค่ 13 วันเท่านั้น แต่ทรัมป์ก็บอกว่า ไม่เชื่อ ไม่สนใจ ไม่แคร์โพลใดๆ ในโลกทั้งนั้นจ้า มั่นหน้ามาขนาดนี้แล้วก็ต้องไปให้สุดไปเลย
แน่นอนว่าเมื่อประกาศนโยบายสั่งแบนมุสลิมจาก 7 ประเทศปุ๊บ สถานการณ์บ้านเมืองก็คงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก และนี่ก็เป็นตัวอย่างของความเคลื่อนไหวของคนอเมริกันหลังจากนโยบายขวางโลกอันนี้ได้ประกาศใช้
แน่นอนว่าเมื่อประกาศนโยบายสั่งแบนมุสลิมจาก 7 ประเทศปุ๊บ สถานการณ์บ้านเมืองก็คงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก และนี่ก็เป็นตัวอย่างของความเคลื่อนไหวของคนอเมริกันหลังจากนโยบายขวางโลกอันนี้ได้ประกาศใช้
- ผู้คนหลายร้อยคนออกมาก่อม็อบชุมนุมประท้วงหลายจุดตามสนามบินทั่วสหรัฐฯ-
Photo Credit: AFP
-ทรัมป์สั่งปลดรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกจากตำแหน่ง
หลัง Sally Yates ไม่ยอมทำตามที่ทรัมป์ออกคำสั่งเรื่องสั่งห้ามมุสลิม 7 ประเทศเข้าสหรัฐฯ
(โอ้ย! นี่มันอะไรกันเนี่ยยย)-
หลัง Sally Yates ไม่ยอมทำตามที่ทรัมป์ออกคำสั่งเรื่องสั่งห้ามมุสลิม 7 ประเทศเข้าสหรัฐฯ
(โอ้ย! นี่มันอะไรกันเนี่ยยย)-
Photo Credit: Getty Images
-แรงมาแรงกลับไม่โกง! รัฐบาลอิหร่านก็แสดงความไม่พอใจอย่างมากกับคำสั่งของทรัมป์ ทางอิหร่านเองก็ได้เตรียมตอบโต้นโยบายทรัมป์
ด้วยการเตรียมสั่งห้ามคนอเมริกันเข้าประเทศอิหร่านเช่นกัน-
ด้วยการเตรียมสั่งห้ามคนอเมริกันเข้าประเทศอิหร่านเช่นกัน-
Photo Credit: Getty Images
-ฝั่งเกาะผู้ดี ‘อังกฤษ’ ประชาชนทำการล่ารายชื่อเกินล้าน
ไม่ให้ทรัมป์เข้าประเทศอังกฤษเพื่อพบควีนเอลิซาเบธ-
ไม่ให้ทรัมป์เข้าประเทศอังกฤษเพื่อพบควีนเอลิซาเบธ-
Source: https://petition.parliament.uk
-พระเอกขี่ม้าขาวมาแล้ว!! รัฐบาลแคนาดาประกาศพร้อมรับผู้ลี้ภัยหลัง
และพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมที่ ทรัมป์สั่งแบน-
และพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมที่ ทรัมป์สั่งแบน-
Photo Credit: BBC
-เหล่าคนดังอเมริกันรวมกลุ่มกับ Womens March ต่อต้านทรัมป์
โดยเฉพาะเรื่องการเหยียดเพศ เหยียดสีผิว พร้อมใส่หมวกไหมพรม
หรือชุดสีชมพูตามคอนเซ็ปต์ของผู้หญิง
นำทีมโดย Katy Perry, Kristen Stewart, Miley Cyrus , Ariana Grande ,
Emma Watson, Madonna เป็นต้น-
โดยเฉพาะเรื่องการเหยียดเพศ เหยียดสีผิว พร้อมใส่หมวกไหมพรม
หรือชุดสีชมพูตามคอนเซ็ปต์ของผู้หญิง
นำทีมโดย Katy Perry, Kristen Stewart, Miley Cyrus , Ariana Grande ,
Emma Watson, Madonna เป็นต้น-
-วงการกีฬาโลกยังระส่ำ พิษคำสั่งทรัมป์เรื่องมุสลิม
นักกีฬาหลายคนที่มีเชื้อสายมุสลิมของ 7 ประเทศนี้รับไม่ได้
เพราะหลายคนอยู่อเมริกาเพราะว่าต้องเป็นสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อม
หลายคนก็อยู่ที่นี่มานานแล้ว พร้อมบอกว่าคำสั่งนี้มันขัดกับหัวใจของการแข่งขันกีฬา
ที่บอกว่า ‘โลกกีฬาไม่มีคำว่าพรมแดน’-
นักกีฬาหลายคนที่มีเชื้อสายมุสลิมของ 7 ประเทศนี้รับไม่ได้
เพราะหลายคนอยู่อเมริกาเพราะว่าต้องเป็นสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อม
หลายคนก็อยู่ที่นี่มานานแล้ว พร้อมบอกว่าคำสั่งนี้มันขัดกับหัวใจของการแข่งขันกีฬา
ที่บอกว่า ‘โลกกีฬาไม่มีคำว่าพรมแดน’-
-บริษัทไอทียักษ์ใหญ่หลายบริษัทไม่สนับสนุนนโยบายแบนคนทั้ง 7 ประเทศของทรัมป์
เหล่า CEO ใหญ่ของ ‘Microsoft, Google, Apple, Facebook’ ออกโรงแทนพนักงาน
พร้อมเรียกพนักงานกลับจากสหรัฐฯ เพราะไม่อยากเสียคนมีความสามารถไป
เพียงเพราะนโยบายประหลาดนี้’-
เหล่า CEO ใหญ่ของ ‘Microsoft, Google, Apple, Facebook’ ออกโรงแทนพนักงาน
พร้อมเรียกพนักงานกลับจากสหรัฐฯ เพราะไม่อยากเสียคนมีความสามารถไป
เพียงเพราะนโยบายประหลาดนี้’-
-ห้างสรรพสินค้าสุดหรูอย่าง Nordstrom ก็ทนกระแสกดดันของสังคมที่ไม่ไหว
จึงยกเลิกขายเสื้อผ้าสินค้าแบรนด์ดังของลูกสาวทรัมป์ อย่างแบรนด์ ‘Ivanka Trump’
ซึ่งใช้ชื่อตัวเองเป็นชื่อแบรนด์ พร้อมเสนอให้ประชาชนเลือกช็อปแบรนด์อื่นอีกมากกว่า 2,000 แบรนด์ที่ขายในห้างแทน (หูยยย แซ่บ!!)-
จึงยกเลิกขายเสื้อผ้าสินค้าแบรนด์ดังของลูกสาวทรัมป์ อย่างแบรนด์ ‘Ivanka Trump’
ซึ่งใช้ชื่อตัวเองเป็นชื่อแบรนด์ พร้อมเสนอให้ประชาชนเลือกช็อปแบรนด์อื่นอีกมากกว่า 2,000 แบรนด์ที่ขายในห้างแทน (หูยยย แซ่บ!!)-
Photo Credit: http://lisamerriam.com
-นโยบายยังทำสายการบินวุ่น ‘เอมิเรตส์’ ถึงกับยอมเปลี่ยนนักบิน แอร์ สจ๊วต
ที่บินเดินทางไป-กลับอเมริกา ฝั่ง ‘แอร์ฟรานซ์’ ก็ได้ปฏิเสธผู้โดยสารบางราย
ที่จะเดินทางไปสหรัฐฯ เช่นกัน-
ที่บินเดินทางไป-กลับอเมริกา ฝั่ง ‘แอร์ฟรานซ์’ ก็ได้ปฏิเสธผู้โดยสารบางราย
ที่จะเดินทางไปสหรัฐฯ เช่นกัน-
** แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทรัมป์เองก็หน้าหงายเงิบไปเรียบร้อยแล้ว เพราะว่าแพ้ศาลอุทธรณ์ที่ล่าสุดมีคำพิพากษาเปิดโอกาสให้ผู้อพยพและผู้ที่ถือวีซ่าจาก 7 ประเทศมุสลิมนั้นสามารถเดินทางเข้าสหรัฐได้แล้ว!!
จากเรื่องราวที่ยกมาที่มีแต่ความรุนแรง การต่อต้านที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ นี่ก็ยังไม่ถึงเดือนเลยด้วยซ้ำที่ ‘ทรัมป์’ เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และก็ไม่รู้ว่าทรัมป์จะรับมือและดื้อดึงทำนโยบายนี้ต่อไปหรือไม่ นี่ก็เป็นแค่โยบายเดียวเองด้วยซ้ำที่สามารถทำให้โลกนั้นวุ่นวายได้ขนาดนี้ เรายังไม่รู้ว่าอนาคตอีก 4 ปีข้างหน้าจะเป็นเกิดอะไรขึ้นบ้างกับสหรัฐอเมริการวมถึงทั้งโลกและประเทศไทยของเราด้วย น้องๆ ก็อย่าลืมเฝ้าจับตาดูสถานการณ์กันต่อไปนะครับ แล้วเรามาดูว่าคำสาบานตนที่บอกว่า…
“เราจะทำให้อเมริกาแข่งแกร่งอีกครั้ง
เราจะทำให้อเมริการุ่งเรืองอีกครั้ง
เราจะทำให้อเมริกาเต็มไปด้วยความภาคภูมิ
เราจะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”
เราจะทำให้อเมริการุ่งเรืองอีกครั้ง
เราจะทำให้อเมริกาเต็มไปด้วยความภาคภูมิ
เราจะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”
ทรัมป์จะทำได้จริงหรือเปล่า?
Source:













สติจงกลับมา



14 ความคิดเห็น
เราจะทำให้อเมริกาโดนบึ้มอีกครั้งมากกว่าซะล่ะมั้ง
โอบามายังดีกว่าอีก นโยบายใช้ไม่ได้...จะเเบนเขานี่เอาอะไรคิดวะ บุชคนลูกยังดีกว่าจะไม่ได้ต่อวีซ่าทำต่อแน่นอนก็เพราะนโยบายหมาๆของปู่เนี่ยเเหละ เฮ่อ!!
ได้ข่าวลางๆอะไรไม่รู้ ทรัมป์จะกำจัดพวกไอเอสภายในเดือนหนึ่ง ทำได้จริงป่ะ?!
อเมริกาไม่น่าจะรอด...

ดำรงตำแหน่งตั้ง 4 ปี ไม่รู้จะสร้างวีรกรรมอะไรเพิ่มอีกรึเปล่า


ต้องอยู่ด้วยกันอีก4ปี....นรกชัดๆ
ทรัมป์นิสัยไม่ดี
เอาคนดีอย่างโอบาร์มามาเป็นประธานาทิบดี100ปียังดีกว่าทรัมป์
เสียใจเเทนเหล่ามุสลิมเเละคนเมกาหลายคน
รู้สึกว่าแกทำตัวเหมือนลุงหมักมาก คงไม่ลงหลุมไปเหมือนลุงหมักหรอกนะ
ซักพักคงมีสงครามโลกที่3...