13 กุมภาฯ ‘Galentine’s Day’ ไม่มีแฟนก็มาฉลองกับเพื่อน ไม่เห็นจะแคร์เลย!!

    น้องๆ ชาว Dek-D.com หลายคนอาจกำลังตั้งตารอคอยกับวันวาเลนไทน์ที่กำลังมาถึงเพื่อที่จะแสดงความรักกับคนที่เรารักกันอยู่ล่ะสิ อ๊ะๆ! ใครที่ไม่มีแฟนหรือไม่มีคนรักก็อย่าเพิ่งนอยด์ไป เพราะว่าวันที่ 13 กุมภาพันธ์เนี่ย ที่อเมริกาเขาเฝ้ารอคอยวันนี้กันมากกว่า นั่นก็คือวัน Galentine (กาเลนไทน์) นั่นเอง วันนี้ พี่วุฒิ เลยนำมาให้น้องๆ  ได้รู้จักกัน สงสัยแล้วล่ะสิ ทำไมถึงชื่อคล้ายวาเลนไทน์จังล่ะ แล้ววันนี้มันคือวันอะไรกันเนี่ย?  อยากรู้แล้วใช่มั้ยล่ะ มารู้จักไปพร้อมๆ กันดีกว่า..


 

 
    จุดเริ่มต้นของ Galentine’s day หรือวันกาเลนไทน์ นั้นเพิ่งมีมาไม่นาน เดิมทีแล้ววันนี้มันเป็นแค่วันสมมติที่เกิดจากละครซีรีส์ตลกชื่อดังของอเมริกาอย่างเรื่อง Parks and Recreation เมื่อปี 2010 ซึ่งเกิดจากตัวละครหลักของเรื่องอย่าง Leslie Knope ที่ได้ระบุวันที่ 13 กุมภาพันธ์ของทุกปีในปฏิทินของเธอว่าเป็นวันที่เธอจะแสดงความรักกับเพื่อนสาวของเธอเท่านั้น วันนี้จะเป็นวันที่เพื่อนสาวจะมารวมตัวอยู่ด้วยกันเพื่อแสดงความรักและทำกิจกรรมร่วมกัน บอกเลยว่างานนี้ผู้ชายห้ามเข้าจ้า!!
    'เลดี้เฟรนด์คนไหนที่มีแฟนมีผู้แล้ว ก็ขอให้งดวันนึง ห้ามควงมาเด็ดขาดนะคะ!!'
 

 
    พอซีรีส์ตอนนี้ได้ออกฉายปุ๊บ ก็กลายเป็นกระแสแรงในบรรดาสาวๆ อเมริกัน จากนั้นพวกเธอก็กากากบาทวันนี้ในปฏิทินว่าเป็นวันกาเลนไทน์และปฏิบัติทำกันเป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่นั้นมา น้องๆ คงอยากรู้แล้วใช่มั้ยว่าวันนี้สาวๆ เค้าทำอะไรกันบ้าง และนี่ก็เป็นตัวอย่างของกิจกรรมที่สาวๆ ทำกันในวันนี้จ้า

 
1. ปาร์ตี้ขนม Waffle
 

Photo Credit: https://www.bustle.com
 
    สาวๆ จะรวมตัวกันทำขนม Waffle แล้วจัดปาร์ตี้ในอย่างหรรษา ถามว่าทำไมต้องเป็นขนม Waffle ด้วยล่ะ ก็เพราะว่าสาวๆ ต้องการจะเลียนแบบ ฉากหนึ่งในละครซีรีส์เรื่องนี้ยังไงล่ะ (ซีรีส์ทำอย่างไร ก็ต้องทำอย่างนั้นนั่นเอง)
 
2. แลกของขวัญกัน
 
    ความจริงมันก็อาจจะคล้ายๆ กับการแลกของขวัญปีใหม่อะไรแบบนี้ และของขวัญส่วนใหญ่ก็จะเป็นของผู้หญิ๊ง ผู้หญิง ก็แล้วแต่ใครจะให้ แต่บรรดาสาวๆ ก็มักจะให้เป็นสร้อยคอจี้รูปขนม Waffle กัน (ก็ยังไม่พ้นขนมนี้อยู่ดี) และนอกจากจะแลกของขวัญกับบรรดาเพื่อนสาวแล้ว พวกนางก็ยังเขียนความในใจเป็นเรียงความ 5,000 คำให้กับเพื่อนสาวที่มาปาร์ตี้ทุกคน ในจดหมายนั่นก็จะบรรยายข้อความที่บอกว่าเธอนั้นรักเพื่อนสาวของเธอมากแค่ไหน อ่านแล้วดูเว่อร์เนอะ แต่สาวๆ อเมริกันนั้นทำกันเป็นจริงเป็นจังมากเลยนะเออ

 
 3. ชิมไวน์รสที่ไม่รู้จัก
 
Photo Credit: https://stocksnap.io
 
    จัดปาร์ตี้เฉยๆ มันก็ธรรมดาไปสิ สาวๆ ก็มักจะลิสต์รายชื่อเพลงที่พวกนางชอบมาเปิดเต้นกัน แล้วก็มีการนำไวน์หลากหลายยี่ห้อปิดชื่อไว้ เอามาแข่งชิมไวน์กัน ใครทายถูกและเป็นผู้ชนะก็จะได้ของขวัญจากเพื่อนๆ อ่านดูแล้วเหมือนจะสิ้นเปลืองเนอะ แต่เมกันเกิร์ลก็โนสนโนแคร์อยู่แล้ว เพราะว่าปีนึงมีครั้งเดียว จัดหนักจัดเต็มไปเลยจ้า

 
4. หอบข้าวหอบของมานอนดูหนังบ้านเพื่อน คืนนี้ไม่มีหลับ
 
    ไหนๆ พรุ่งนี้ก็วันวาเลนไทน์ละ ก่อนที่จะต้องไปใช้เวลาเต็มที่กับคนรัก คืนนี้สาวๆ เลยขออยู่กับเพื่อนสาวทั้งคืนไปเลย และกิจกรรมที่ทำกันก็เป็นดูหนังแบบ non-stop บอกเลยว่าคืนนี้ไม่มีหลับ เคี้ยวป๊อบคอร์นไปด้วย ดูหนังไปด้วย แฮปปี้กันทั้งคืน

 
5. จัดทริปเที่ยวกันเถอะ
 
   
     แพลนอะไรที่ล่มไว้ วันนี้ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนสาว หลายคนก็เลือกจัดทริปแบบแอดเวนเจอร์หน่อย ไปบุกฝ่า ฝ่าดง ปีนเขา ล่องเรือ ปลูกปะการัง อะไรก็ว่าไป เพราะว่าไปกับใครก็ไม่สนุกเท่ากับไปเพื่อนสนิทหรอก วันนี้จัดเต็มไปเลยค่า

 
6. นานๆ เจอกันที คืนนี้ต้องมีเม้าท์มอย
 
   
     มีโอกาสได้มาอยู่กับเพื่อนสาวแบบนี้ทั้งที งานนี้ก็ต้องมีนอนเม้าท์กันทั้งวันทั้งคืน ส่วนใหญ่สาวๆ ก็จะพูดคุยกันเรื่องสมัยเด็กๆ วัยเรียน เพราะว่าบางครั้งก็ไม่ค่อยได้มีเวลามาอัปเดตชีวิตกันบ่อย นอกจากนั่งเม้าธ์คนอื่นแล้ว (อุ๊ปส์) พวกนางก็จะมีการเล่นเกมต่างๆ เช่น ทายคำ ใบคำ เป็นต้น (มันแปลกตรงไหนเนี่ย)

 
7. ทำกิจกรรมอาสาสมัคร
 
  
     หลายคนอ่านหลายข้อที่ผ่านมา ก็คงมีคนคิดบ้างแหละว่า กิจกรรมของวันนี้มันไร้สาระสิ้นดี แต่เดี๋ยวก่อน! ความจริงแล้ว สาวๆ หลายคนก็ไม่ได้จะเอาแต่ความสนุกส่วนตัวหรอกนะ กิจกรรมสังคมพวกเธอก็ทำเหมือนกัน ในวันนี้หลายคนก็ออกไปบริจาคของบ้าง เป็นอาสาสมัครทำความดีเพื่อส่วนรวมบ้าง เพราะว่าถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ทำเรื่องราวดีๆ กับเพื่อนที่พวกเธอรักมากยังไงล่ะ


 
    สำหรับวันกาเลนไทน์เนี่ย ความจริงแล้วก็ยังไม่ได้ระบุชัดเป็นวันสากลของโลก มันก็เป็นแค่เพียงค่านิยมหนึ่งที่สาวๆ ชาวอเมริกันปฏิบัติตามกันเพราะว่ากระแสของละครโทรทัศน์ เราอาจจะมองว่า มันไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องมีวันนี้เลย แต่เราต้องจำไว้ว่าแต่ละที่นั้น ‘ต่างสังคม ต่างวัฒนธรรม ต่างความเชื่อ’ เราไม่ควรไปว่าสิ่งที่คนอื่นทำว่าดีหรือไม่ดี เพราะเขาไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ...และนี่ก็เป็นเรื่องราวของวัฒนธรรมหนึ่งของโลกที่พี่หยิบยกมาฝากน้องๆ ให้ได้รู้จักกัน แล้วพบกันใหม่บทความหน้าครับ :D

 
Sources:
พี่วุฒิ
พี่วุฒิ - Columnist มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น