สวัสดีค่ะ ไหนใครไปสอบสัมภาษณ์รับตรงมาแล้วบ้างคะ? แล้วได้เตรียม Portfolio ไปด้วยหรือเปล่าเอ่ย ที่เกริ่นถามมาแบบนี้ เพราะรับตรงหลายโครงการทยอยสอบสัมภาษณ์แล้วค่ะ น้องๆ ส่งคำถามเข้ามาเยอะเลยว่า ไม่มีเวลาทำพอร์ตจริงๆ ไม่เอาไปได้หรือเปล่า แล้วพอร์ตสำคัญกับรับตรงขนาดไหนกันเชียว

ตัวอย่าง Portfolio
www.dek-d.com/board/view/3506479/
www.dek-d.com/admission/33387/
www.dek-d.com/board/view/3670559/
www.dek-d.com/board/view/3447515/
พี่มิ้นท์ขอยกมือสนับสนุนเต็มที่ว่าสัมภาษณ์ "รับตรง" ควรนำ Portfolio ไปด้วย ถ้าไม่มีเวลามากก็ไม่ต้องหรูเลิศอลังการ ขอแค่มีข้อมูลสำคัญครบ จำพวกประวัติ ข้อมูลส่วนตัว ผลงานตนเอง และเชื่อมโยงกับคณะที่ต้องการเข้า เท่านี้ก็ถือว่าโอเคแล้ว 5 เหตุผลที่ควรพก Portfolio ไปด้วย มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
1. Portfolio เป็นคะแนน
รับตรงหลายมหาวิทยาลัยระบุว่าใช้ Portfolio ในการสัมภาษณ์ด้วย พูดง่ายๆ ว่ามีคะแนนเรื่อง Portfolio เข้ามาเป็นเกณฑ์ตัดสินใจ โดยวัดกันที่ผลงานที่เคยทำมาในช่วงมัธยมนั่นเอง สำหรับรับตรงที่ไม่ได้บอกให้นำ Portfolio มา พี่มิ้นท์ก็ยังสนับสนุนให้พกไปด้วยอยู่ดีค่ะ เพราะนี่อาจเป็นตัวช่วยคะแนนเสริมให้เราตอนสัมภาษณ์ก็ได้ ใครจะไปรู้ อย่าลืมว่าจำนวนเรียกสัมภาษณ์มากกว่าจำนวนรับจริง ต้องมีคนออก ท่องไว้ค่ะ คนถูกคัดออกต้องไม่ใช่เรา!
2. เพื่อแสดงความสามารถ
รับตรง เป็นโอกาสของคนที่พร้อมกว่า มีความสามารถกว่า ในเมื่อบางทีวัดกันที่ความสามารถแล้ว เราก็ควรเอาสิ่งเหล่านั้นมาบอกต่อให้กรรมการเห็นสิคะ ให้เขารู้ว่าเรามีความสามารถจริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มคณะที่เน้นด้านความสามารถเช่น ศิลปะ การถ่ายภาพ การเขียน ดนตรี กีฬา นาฏศิลป์ ไม่ต้องถึงกับขนรางวัลมากองไว้ตรงหน้ากรรมการ แค่รวบรวมถ่ายผลงานทีละชิ้น เขียนอธิบายถึงกิจกรรมและความสำเร็จในงานชิ้นนั้นก็พอค่ะ ลองคิดดูว่า นักเรียน 2 คน มาสัมภาษณ์คณะจิตรกรรม คนนึงมี Portfolio โชว์ผลงานเป็นเล่ม อีกคนไม่มีอะไรมาเลย บอกแต่ปากเปล่าว่าวาดรูปสวย แค่นี้ก็ไม่ต้องเดาแล้วว่าใครมีสิทธิ์เข้าเรียนมากกว่ากัน
3. Portfolio บอกตัวตน
ในหน้าแรกๆ ของ Portfolio คือส่วนที่บอกเล่าประวัติของเรา ไม่ใช่แค่ข้อมูลประวัติของเราหรอกค่ะ รูปถ่ายจากอิริยาบถของน้องๆ ที่ใส่ในพอร์ต ก็เป็นสิ่งที่บอกตัวตน บอกสไตล์ของน้องๆ ได้ เช่น วันสัมภาษณ์น้องไปแบบตื่นเต้น หน้าตึง ตัวเย็นเฉียบ แต่รูปภาพในพอร์ตเราเป็นคนร่าเริงมาก อาจารย์อาจชวนคุยแก้เครียด แก้ความกดดัน เพื่ออยากรู้จักตัวตนของเราจริงๆ ก็ได้
4. ชวนคุยได้โดยไม่เคอะเขิน
ต่อเนื่องจากข้อ 3 ค่ะ ความเคอะๆ เขินๆ ในห้องกรรมการ ทำให้เกิดช่วงเดดแอร์บ่อยมาก เงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์เป่าลงหัว ฝ่ายนักเรียนก็มัวแต่รอให้อาจารย์ถามใช่มั้ยคะ ซึ่งถ้าเกิดการเงียบขึ้นบ่อยๆ พี่มิ้นท์ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเลยค่ะ อาจารย์เองก็อาจจะเบื่อ ไม่รู้จะถามอะไร ถามคำตอบคำแบบนี้ ให้ตกเลยดีมั้ยน้า??? ถ้าไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ พอร์ตเป็นตัวช่วยชั้นดีในการปูทางเรื่องคุยค่ะ
ยกตัวอย่างเช่น เปิดมาเจองานอดิเรก เขียนว่าชอบอ่านหนังสือ อาจารย์จะชวนคุยต่อว่าชอบอ่านหนังสือประเภทไหน อ่านเรื่องอะไร อถึงไหนแล้ว ดีไม่ดีชอบเรื่องเดียวกัน คุยกันถูกคอ เราเองก็ผ่อนคลายจากการสัมภาษณ์ได้ด้วย รวมถึงภาพกิจกรรมต่างๆ ก็ชี้ภาพแล้วเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพให้อาจารย์ฟังได้เลย ง่ายดีค่ะ
5. กลบจุดอ่อนบางอย่างได้
คนเราไม่ได้เพอร์เฟคกันทุกคนอยู่แล้วค่ะ หลายคนเจอปัญหาว่าเกรดที่โรงเรียนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ผลงานเยอะมาก และเหมาะกับคณะนั้นมากๆ ด้วย ผลงานพวกนี้แหละค่ะ ที่จะทำให้อาจารย์เมินเรื่องเกรดไปเลย เพราะเรามีศักยภาพที่จะเรียนในคณะนั้นแน่นอน
เห็นมั้ยคะ สละเวลาวันละไม่กีชั่วโมง ค่อยๆ สะสมผลงานทำ Portfolio มันคุ้มค่า ถ้าแลกมากับการมีชื่ออยู่บนหน้าเว็บว่าผ่านสัมภาษณ์^^ ใครมีประสบการณ์นำ Portfolio ไปสัมภาษณ์รอบรับตรงมาบ้างแล้ว มาเล่าให้ฟังหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง

0 ความคิดเห็น