Bonjour! ครับน้องๆ ชาว Dek-D.com … พี่เชื่อว่าน้องๆ หลายคนอยากจะเรียนภาษาที่สามกันใช่มั้ยครับ แต่ก็ยังไม่รู้จะเรียนภาษาอะไรดี? พี่วุฒิ อยากจะแนะนำน้องๆ มาเรียน “ภาษาฝรั่งเศส” กันครับ โดยส่วนตัวพี่เองก็เรียนภาษานี้เป็นภาษาที่สาม พี่คิดว่ามันสนุกและก็มีประโยชน์มากๆ …วันนี้พี่เลยรวบรวม 10 เหตุผลเลิศๆ ที่ควรเรียนภาษาฝรั่งเศสมาให้น้องๆ ได้อ่านกันครับ
1. ภาษาฝรั่งเศสได้เข้ามาในไทยมากกว่า 300 ปีแล้ว
น้องๆ อาจสงสัยว่าภาษาฝรั่งเศสเข้ามามีอิทธิพลในไทยตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ? จริงๆ แล้วภาษาฝรั่งเศสเข้ามาในไทยมากว่า 300 ปีแล้วครับ ย้อนไปตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในช่วงปี 2227 -2228 สมเด็จพระนารายณ์ได้ส่งคณะทูตออกไปเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และทางฝรั่งเศสเองก็ส่งเชอวาลิเอร์เดอโชมองต์มาเจริญสัมพันธไมตรีด้วย นับตั้งแต่นั้นก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฝรั่งเศส ซึ่งรวมไปถึงภาษาฝรั่งเศสด้วย และในภาษาไทยของเราเอง ก็มีคำหลายคำที่ได้มาจากฝรั่งเศส เช่น คำว่า 'กงสุล' ที่เราใช้กัน ก็มาจากภาษาฝรั่งเศสคำว่า 'Consul' หรือที่แปลว่า พนักงานดูแลผลประโยชน์รัฐบาลนั่นเองครับ
2. เป็นภาษาราชการใน 29 ประเทศ และมีคนใช้มากกว่า 300 ล้านคน
น้องๆ รู้มั้ยครับว่า ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่มีใช้กันทั่วทั้ง 5 ทวีป และมีผู้ใช้เกือบ 300 ล้านคน โดยแบ่งเป็นคนใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาแม่ มีประมาณ 110 ล้านคน และคนที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่ 2 เกือบ 190 ล้านคน และในอนาคตก็มีแนมโน้มที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าภายในปี 2025 จะมีคนใช้พูดภาษาฝรั่งเศสมากกว่า 500 ล้านคนเลยครับ (ว๊าวว! เยอะมากๆ)
3. เป็นภาษาที่ใช้ในองค์กรต่างๆ ระดับโลก
Photo Credit: Pixabay.com
มันคงจะดีไม่น้อย ถ้าเราสามารถพูดภาษาที่ใช้กันในองค์กรใหญ่ๆ ระดับโลก แล้วก็อาจจะเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เราสามารถร่วมงานกับองค์กรระดับนานาชาติ เช่น องค์การสหประชาชาติ (UN), สหภาพยุโรป (EU), องค์การยูเนสโก้ (UNESCO), องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO), คณะกรรมการโอลิมปิกโลก (IOC), คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC), ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) น้องๆ เห็นมั้ยครับว่ามีใช้ในองค์การใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย ถ้าใครมาถามว่าเรียนไปเพื่ออะไร? จำเป็นขนาดนั้นเลยหรือเปล่า? ก็ตอบไปเลยครับว่า ถ้าไม่สำคัญจริงก็คงไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลขนาดนี้หรอก :)
4. เรียนไว้จะได้ไม่อ่านชื่อสินค้าผิด
ถ้าน้องๆ สังเกตดีๆ จะเห็นว่า ชื่อแบรนด์สินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ชื่อบริษัท ชื่อวงดนตรี หรือว่าชื่อแบรนด์เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ก็จะมักจะเป็นภาษาฝรั่งเศส และคำที่หลายๆ คน มักอ่านผิดก็เยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น
- ชื่อร้านเบเกอรี่ชื่อดังอย่าง Au Bon Pain คนไทยหลายคนอ่านผิด เพราะติดอ่านเป็นภาษาอังกฤษ บ้างก็อ่านว่า ‘อูบอนเพน’ บ้างก็อ่าน ‘โอปองแปง’ (คนไม่รู้ย่อมไม่ผิดครับ แต่ถ้าผิดบ่อยๆ ก็ขำก๊ากเหมือนกัน 5555) ความจริงแล้วอ่านว่า ‘โอ บอง แปง’ หรือ 'โอ บง แปง' ที่มีความหมายว่า ‘ขนมปังดี’ นั่นเองครับ
- แบรนด์สินค้าแฟชั่นชื่อดังอย่าง ‘Hermes’ พี่เองยอมรับเลยครับว่าแต่ก่อนพี่เองก็อ่านว่า ‘เฮิร์มส์’ (5555 เรียกว่ากอบเศษหน้าไปหลายรอบเลยครับ) แต่หลายๆ คนก็น่าจะรู้แล้วว่าต้องอ่านว่า ‘แอร์ – เมส’ ซึ่งความจริงแล้วคนฝรั่งเศสจริงๆ เค้าก็ไม่ได้อ่านเต็มเสียงเต็มคำนะครับ เพราะว่าในภาษาฝรั่งเศส เวลาสะกดด้วยตัว ‘s’ จะไม่ออกเสียง ‘s’ ครับ จึงอย่าแปลกใจเวลาได้ยินฝรั่งเค้าพูดว่า ‘แอฮ-เมส์’
- ชื่อร้านเบเกอรี่ชื่อดังอย่าง Au Bon Pain คนไทยหลายคนอ่านผิด เพราะติดอ่านเป็นภาษาอังกฤษ บ้างก็อ่านว่า ‘อูบอนเพน’ บ้างก็อ่าน ‘โอปองแปง’ (คนไม่รู้ย่อมไม่ผิดครับ แต่ถ้าผิดบ่อยๆ ก็ขำก๊ากเหมือนกัน 5555) ความจริงแล้วอ่านว่า ‘โอ บอง แปง’ หรือ 'โอ บง แปง' ที่มีความหมายว่า ‘ขนมปังดี’ นั่นเองครับ
- แบรนด์สินค้าแฟชั่นชื่อดังอย่าง ‘Hermes’ พี่เองยอมรับเลยครับว่าแต่ก่อนพี่เองก็อ่านว่า ‘เฮิร์มส์’ (5555 เรียกว่ากอบเศษหน้าไปหลายรอบเลยครับ) แต่หลายๆ คนก็น่าจะรู้แล้วว่าต้องอ่านว่า ‘แอร์ – เมส’ ซึ่งความจริงแล้วคนฝรั่งเศสจริงๆ เค้าก็ไม่ได้อ่านเต็มเสียงเต็มคำนะครับ เพราะว่าในภาษาฝรั่งเศส เวลาสะกดด้วยตัว ‘s’ จะไม่ออกเสียง ‘s’ ครับ จึงอย่าแปลกใจเวลาได้ยินฝรั่งเค้าพูดว่า ‘แอฮ-เมส์’
5. ภาษาต้นกำเนิดแห่งวัฒนธรรมและปรัชญา
ประเทศฝรั่งเศสนับว่าเป็นภาษาแห่งต้นกำเนิดวัฒนธรรมหลายๆ อย่าง ซึ่งมีอิทธิพลต่อในงานหลายๆ แขนง ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น, ศาสตร์ในเรื่องอาหาร, ไวน์, ศิลปะ, สถาปัตยกรรม, และวิทยาศาสตร์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เป็นต้น และเรายังจะเห็นได้ว่านักปรัชญาชื่อดังหลายๆ คนก็เป็นคนฝรั่งเศสทั้งนั้น อย่างเช่น ชาร์ลส์ โบเดอแลร์ (Charles Baudelaire) กวีผู้เรืองนามของฝรั่งเศส ผู้ที่เปรียบดอกกุหลาบกับความรักเป็นคนแรกๆ
"L'amour est une rose
Chaque pétale une illusion
Chaque épine une réalité"
"ความรักคือดอกกุหลาบ
แต่ละกลีบคือความลวง
แต่ละหนามคือความจริง"
Chaque pétale une illusion
Chaque épine une réalité"
"ความรักคือดอกกุหลาบ
แต่ละกลีบคือความลวง
แต่ละหนามคือความจริง"
6. ภาษาฝรั่งเศสเป็นพื้นฐานในการเรียนภาษาอื่นๆ มากมาย
ต้องบอกเลยว่าถ้าใครคิดจะเรียนภาษาฝรั่งเศส และเรียนภาษาเหล่านี้ด้วย (ภาษาสเปน, ภาษาอิตาลี ภาษาโปรตุเกส และภาษาอังกฤษ) น้องๆ คิดถูกแล้วครับ เพราะว่าภาษาฝรั่งเศสนั้นเป็นพื้นฐานในการเรียนภาษาที่กล่าวไว้ข้างต้น มันจะเป็นประโยชน์มากๆ เลยล่ะครับ โดยประสบการณ์พี่เองเรียนเอกภาษาอังกฤษ และเลือกภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาโท พี่คิดว่าการเรียน 2 ภาษานี้มันช่วยส่งเสริมกันและกันมากๆ เพราะว่ามีพยัญชนะเหมือนกัน สระก็เหมือนกัน (a, e, i, o, u) แต่ฝรั่งเศสจะเพิ่มไปอีก 1 ตัว คือ ’y’ จะเป็นสระ ‘อี’
ตอนแรกพี่เองก็เคยสงสัยว่าทำไมคำศัพท์ภาษาฝรั่งเศสหลายๆ คำถึงเหมือนภาษาอังกฤษจังเลย บางคำก็เขียนเหมือนกันเป๊ะๆ อีกทั้งโครงสร้างประโยคก็คล้ายกันอีกต่างหาก แต่พอรู้ว่าจริงๆ แล้วภาษาอังกฤษได้อิทธิพลมาจากฝรั่งเศสก็เลยเข้าใจ เรียกว่าครึ่งนึงของภาษาอังกฤษนี่มาจากฝรั่งเศสทั้งนั้นเลย
7. ภาษาสุดแสนไพเราะเสนาะหู
หลายคนต่างยกว่าภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่โรแมนติกที่สุด เพราะความไพเราะของภาษา ถ้าน้องๆ ได้ลองฟังคนฝรั่งเศสเค้าพูดกัน โดยเฉพาะบทกลอนหรือบทเพลงฝรั่งเศส อาจจะเคลิ้มตามเลยก็ว่าได้ เพราะว่าภาษาฝรั่งเศสนั้นจะมีระเบียบแบบแผนชัดเจนว่าตรงไหนต้องเชื่อมคำ ตรงไหน ห้ามเชื่อม เพราะการเชื่อมคำของภาษาฝรั่งเศสจะทำเป็นการเพิ่มความนุ่มนวล ความไพเราะอย่างทรงเสน่ห์มากๆ น้องๆ อาจจะสงสัยว่า แล้วถ้าไม่เชื่อมจะเป็นอย่างไรนะ? ถ้าไม่เชื่อมก็อาจจะพูดคล้ายๆ คนลิ้นไก่สั้นเลยครับ คำมันจะห้วนๆ ออกไม่เต็มเสียงด้วยซ้ำ ไม่เชื่อ ก็ต้องมาลองดูนะครับ ฮ่าๆ
8. เรียนภาษาฝรั่งเศสแล้วมีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น
ประเทศฝรั่งเศสนั้นมีระบบการศึกษาที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับจากสากลโลก และรัฐบาลของประเทศฝรั่งเศสก็ยังสนับสนุนในเรื่องของทุนการศึกษา รวมไปถึงทุนวิจัยจำนวนมาก ดังนั้นการที่น้องๆ รู้ภาษาฝรั่งเศสก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาที่มากขึ้น และนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรต่างๆ ของประเทศฝรั่งเศส ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะเป็นที่ยอมรับจากองค์การต่างๆ ทั่วโลก
9. เพิ่มโอกาสในการทำงานมากขึ้น
แค่พูดภาษาอังกฤษอย่างเดียวมันก็คงไม่พอในตลาดโลก ถ้าน้องๆ สามารถพูดภาษาฝรั่งเศสได้ มันก็จะเป็นโอกาสที่ดีมากๆ เพราะว่าในหลายๆ บริษัททั่วโลก ใช้ภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสารและการทำงาน และก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องทำงานแค่ในประเทศฝรั่งเศสอย่างเดียวด้วย น้องๆ ก็สามารถทำงานได้ในประเทศอื่นๆ เช่น แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ เบลเยี่ยม และในทวีปแอฟริกา ที่มีการใช้ภาษาฝรั่งเศสเช่นกัน ในเมื่อฝรั่งเศสจัดเป็น Top 5 ในเรื่องการธุรกิจและก็ยังเป็นประเทศที่น่าลงทุน อันดับ 3 ของโลก ดังนั้นการเรียนภาษาฝรั่งเศสก็เหมือนเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำงานในระดับสากลอีกด้วย
10. เรียนแล้วเที่ยวสนุก บุกฝรั่งเศสสบาย
เรียกได้ว่าเป็นประเทศในฝันของใครหลายๆ คนเลยก็ว่าได้ เพราะประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่สวยงามมากๆ และมีท่องเที่ยวเยอะสุดๆ แถมอากาศก็ดีด้วย ถ้าเราได้มีโอกาสพูดภาษาฝรั่งเศสเพื่อท่องเที่ยว ก็จะเป็นการเพิ่มประสบการณ์มากขึ้น อีกทั้งยังได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ด้วย ถ้าคิดจะเอาตัวรอดโดยการพูดภาษาอังกฤษในประเทศนี้ ความจริงแล้วมันก็ได้อยู่นะครับ แต่คนฝรั่งเศสส่วนใหญ่จะไม่ค่อยชอบพูดภาษาอื่นสักเท่าไหร่หรอก (พูดมาขนาดนี้ต้องคิดว่าพี่เคยไปมาแล้วแน่ๆเลย! ความจริงแล้วยังเลยครับ 555)
น้องๆ หลายคนอาจจะคิดว่าการเรียนภาษาฝรั่งเศสต้องยากแน่ๆ เลย หรืออาจจะเคยฟังคนอื่นบ่นมาก่อนว่ายาก จริงๆ แล้วเราควรจะลองเรียนเองก่อนดีกว่า เพราะว่าความยากง่ายของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน แต่ถ้าใครได้เรียนแล้วก็ต้องขยันท่องศัพท์เยอะๆ หน่อยนะครับ แรกๆ อาจจะปรับตัวแค่เรื่องการออกเสียง การอ่าน ก็คล้ายๆ กับการเริ่มเรียนภาษาทั่วๆ ไป แต่พอเรียนไปนานๆ มันก็คุ้นเคยเองครับ สำหรับคนที่กำลังคิดอยู่ว่าจะเรียนอะไรเป็นภาษาที่สามดี พี่ก็หวังว่า ‘ภาษาฝรั่งเศส’ จะเป็นอีกตัวเลือกของน้องๆ นะครับ…แล้วเจอกันใหม่บทความหน้าครับ À bientôt



.jpg)

.jpg)

.jpg)
.jpg)


8 ความคิดเห็น
‘Hermes’ คืออ่านว่า เฮอร์เมส =^= ในตอนแรกคิดว่าชื่อแบรนด์มาจากชื่อเทพเจ้าซะอีก
Hermes เป็นนามสกุลคนก่อตั้งแบรนด์นี้ เพราะฉะนั้นออกเสียง แอร์-เมส อย่างเจ้าของบทความว่า
แหล่ะค่ะ
ขอบคุณมากคะ
อยากให้พี่ทำ 10 เหตุผลดีๆ ของคนเรียนภาษาจีนบ้าง่ะค่ะ (จะเรียนต่อจีน) เลยอยากรู้เหตุผลบ้าง
นี่จะเรียนไว้เป็นพื้นฐานเพื่อไปเรียนภาษาอิตาลีและสเปนต่อ~ ;;-;;
เรียนศิลป์ฝรั่งเศส แต่ยังพูดไม่คล่อง ตอนนี้อยากเรียนฝรั่งเศสอีกครั้งจะได้พูดคล่องๆ แถมจะได้ใช้ภาษามาเป็นส่วนหนึ่งของนิยายด้วย
ใช่ๆ พ่อเราเคยถามทางคนฝรั่งเศสเป็นภาษาอังกฤษตอนไปเที่ยว พ่อเล่าว่าเค้ามีการมองหน้าพ่อแต่ไม่ตอบล่ะ เกือบเข้าใจว่าไม่เข้าใจอังกฤษ มาทีหลังพ่อก็รู้ว่าเค้าฟังรู้เรื่องนะ แต่ไม่ชอบพูดอังกฤษแค่นั้นเอง