เรียน ‘หมอฟัน’ แล้ว Fun จริงดิ? รวม 7 เรื่องจริงจากรุ่นพี่ “ทันตะฯ” อยากบอกน้อง

     ถ้าพูดถึงคณะที่หลายคนใฝ่ฝัน และก็มีการสอบเข้าที่ยาก รายชื่อแรกๆ ก็คงจะมี “คณะทันตแพทยศาสตร์” ที่กว่าจะสอบเข้าได้ ก็ไม่ใช่ง่ายๆ แต่สิ่งที่ยากกว่าก็คงจะเป็นการเรียนตลอด 6 ปีนี่แหละ ซึ่งมีเรื่องราวมากมายที่รุ่นพี่อยากฝากบอกน้องๆ วันนี้ พี่วุฒิ ได้รวบรวม 7 เรื่องจริงของคณะทันตแพทยศาสตร์มาฝากน้องๆ ชาว Dek-D.com ได้อ่านกันครับ


 
1. เป็นหมอฟันต้องเก่งทั้งศาสตร์และศิลป์
 

 
   เป็นอย่างที่หลายๆ คนคิดครับว่า การเรียนหมอฟันนั้น ‘หนักมาก’ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะว่าวิชาและเนื้อหาที่เยอะ นักศึกษาทันตแพทย์จะต้องอ่านชีทกองโตๆ หลายกอง ดังนั้นการอ่านเร็วและจดจำเร็วก็เป็นข้อได้เปรียบ แต่แค่เก่งในเรื่องวิชาหรือทฤษฎี มันยังคงไม่พอ น้องๆ ต้องมีความสามารถในเรื่อง “งานศิลป์ งานหัตถการ” อีกด้วย เพราะว่าจะต้องสามารถทำงานหล่อปูนสโตน ปูนปาสเตอร์, ทำแว็กซ์แต่งรูปฟัน ซึ่งต้องอาศัยความสามารถในงานศิลป์มากๆ น้องๆ จะต้องรอบคอบ ต้องเป๊ะ ใจเย็น เพราะว่าแต่ละ “มิลลิเมตร” จะมีความหมายหมด ผิดเบี้ยวไปนิดเดียวก็จะออกมาไม่ดี หลายคนจึงบอกว่านักศึกษาทันตแพทย์ เป็นเด็กวิทย์ไม่พอ ต้องมีหัวใจศิลป์ด้วย  

 
2. ทำ Lab บ่อยมาก
 

 
    การทำ Lab เป็นสิ่งที่นิสิต นักศึกษาทันตแพทย์นั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับ นอกจากเรียน Lecture ในห้องเรียนแล้ว ก็จะต้องทำ Lab ซึ่งบ่อยมาก เริ่มตั้งแต่ปี 1 ก็จะต้องทำ Lab ในวิชาพื้นฐานครบทุกวิชาวิทยาศาสตร์ นั่นก็คือ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ซึ่งจะถึงพริกถึงขิงมากกว่าตอนเรียนมัธยมเยอะเลยล่ะ พอเรียนปีสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างปี 3 ก็จะมีการทำ Lab เกี่ยวกับเรื่องฟันเยอะมากขึ้น ทั้งการกรอฟันพลาสติก ทำฟันปลอม ฝึกผสมปูน ผสมวัสดุพิมพ์ปาก เป็นต้น โดยส่วนตัวพี่เอง พี่เองมีเพื่อนที่เรียนทันตแพทย์ หลายคนจะเครียดเรื่องการทำ Lab มากๆ เลยล่ะครับ เพราะว่า ถึงแม้จะสอบผ่านในทฤษฎี แต่ถ้าสอบ Lab ไม่ผ่าน ก็อาจจะต้องซ้ำชั้นปี หลายคนพอสอบไม่ผ่านก็อาจจะท้อ สุดท้ายก็ซิ่วออกไปก็มีครับ 

 
3. หมอฟันไม่ใช่แค่ทำฟัน
 

 
    น้องๆ หลายคนอาจจะคิดว่า ทันตแพทย์เรียนการรักษาแค่ในช่องปากเพียงแค่นั้น ถ้าคิดแบบนี้ น้องๆ คิดผิดครับ เพราะว่านักศึกษาทันตแพทย์จะต้องเรียน Anatomy เรียนรู้ส่วนต่างๆ ของร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกันกับหมอ เพราะว่าการจะทำฟัน รักษาฟันนั้น จะต้องรู้เกี่ยวกับโรคของคนไข้ด้วย เพราะว่าหลายๆ โรคทางระบบนั้นมีข้อจำกัดในการรักษา เช่น ถ้าคนไข้เป็นโรคเบาหวาน ก็อาจจะผ่าฟันคุดไม่ได้ เพราะอาจจะทำให้แผลเน่าได้ หรือในกรณีที่คนไข้เป็นโรคความดันโลหิตสูง แล้วคนไข้มีความเครียดมาก่อนที่จะรักษา ก็อาจจะทำให้คนไข้เกิดอาการช็อกได้ ดังนั้นคนที่เรียนทันตแพทย์ก็จะต้องเรียนรู้เรื่องในเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ในช่องปากเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของคนไข้นั่นเอง

 
4. นอกจากอาจารย์ ก็มี “เพื่อนและรุ่นพี่” ที่มีส่วนในการเรียนมากๆ
 

 
    แม้ว่าเราอาจจะเคยเรียนเก่ง ในระดับต้นๆ ของโรงเรียน แต่พอมาเรียนทันตแพทย์นั้น บางทีเราอาจเจอคนที่เก่งกว่าเราเยอะมากๆ และเราก็อาจจะไม่ใช่คนที่เก่งและรู้ไปในทุกเรื่อง เวลาเรียนกับอาจารย์หลายๆ ท่าน ก็อาจจะไม่ได้เข้าใจไปทั้งหมด เพราะอย่างที่บอกว่าเนื้อหามันเยอะมากๆ  ดังนั้น “เพื่อน” ก็จะเป็นส่วนสำคัญในการเรียนของเราด้วย จะเห็นได้จากการเรียน Lecture กับอาจารย์หมอแต่ละครั้ง นักเรียนหมอฟันจะช่วยกัน “ถอดเทป แกะเทป” เพื่อเอาไว้อ่านทบทวน พอมีคนแกะเทปเสร็จแต่ละที หลายคนก็จะรีบเข้าไปขอบคุณเลยล่ะ และนอกจากเพื่อนแล้ว คนที่เรียนทันตแพทย์ส่วนใหญ่ก็ต้องพึ่งพาอาศัย “รุ่นพี่” ซึ่งมีประสบการณ์มาก่อนและแนะนำเราได้ในหลายๆ เรื่อง เพราะว่าบางทีถามเพื่อน เพื่อนก็อาจจะไม่เข้าใจเหมือนกันกับเรา หรือจะถามอาจารย์หมอ หลายๆ ท่านก็อาจจะไม่ได้มีเวลาว่างมาอธิบายเรานั่นเองครับ ดังนั้นการช่วยกันเรียนก็เหมือนเป็นเรื่องปกติของคณะนี้เลยก็ว่าได้

 
5. การแบ่งเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญมากกกก!
 

 
    ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะเรียนอะไรก็ตาม “การแบ่งเวลานั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ” และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการเรียนวิชาชีพนี้ และเมื่อขึ้นปีสูงๆ จะต้องขึ้นคลินิกเรียนรู้กับคนไข้จริง และบางครั้งก็ต้องกลับมาเรียน Lecture ด้วย จากนั้นก็ต้องแบ่งเวลาทำ Lab อีก ซึ่งแต่ละอย่างมันก็เทไม่ได้ ทุกสิ่งล้วนสำคัญหมด ดังนั้น ถ้าน้องๆ คิดอยากจะเรียนทันตแพทย์ ก็ควรจะฝึกให้ตัวเองเป็นคนมีระเบียบแบบแผนตั้งแต่ตอนนี้ พอมาเรียนจริงๆ เราก็จะรู้สึกสบาย และจะได้ไม่กดดันตัวเอง  

 
6. เป็นหมอฟัน ต้องถึก ทน สตรอง!    
 

 
    เวลาเราไปรักษากับหมอฟัน เชื่อว่าหลายคนอาจจะคิดว่า ทำไมงานสบายจัง งานง่ายๆ แค่ทำฟันแปบเดียวก็จบ แต่ใครจะไปรู้ว่าความจริงแล้ว มันไม่ได้ง่ายและสบายแบบที่เห็น กว่าจะเรียนจบหมอฟันได้นั้น ต้องใช้ความอดทนมากๆ จะเก่งเนื้อหาหรือว่าสามารถทำฟันได้ มันก็ยังไม่พอสำหรับวิชาชีพนี้ เริ่มตั้งแต่ขั้นแรก น้องๆ สามารถทนกลิ่นปากของคนได้หรือเปล่า? ต้องตอบตัวเองก่อนเลย หรือว่าน้องๆ เป็นสามารถมีมนุษยสัมพันธ์กับคนอื่นได้หรือเปล่า? เพราะว่าหมอฟันนั้น ต้องคุยกับผู้คนคุยกับคนไข้อยู่เสมอ พอมาเรียนจริงๆ ที่คณะในหลายๆ มหาวิทยาลัยจะมีการจัดวิชา “Hamanized Health Care หรือ การดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์” เพื่อให้น้องๆ ได้ใกล้ชิดกับผู้คนมากขึ้น
     นอกจากนั้นแล้ว บางครั้งเราอาจจะเจออาจารย์หมอดุบ้าง เราก็ต้องทนได้ และที่ท่านดุก็เพราะว่าไม่อยากให้เราทำพลาดอีกนั่นเอง และในปีท้ายๆ เหล่านักเรียนหมอฟันจะต้องอดทนสุดๆ และหลายคนต่างบอกว่า มันเป็นอะไรที่ยากมากๆ ในเรื่องการติดตามคนไข้ของเราเอง ซึ่งต้องคอยโทร คอยตาม กำชับให้คนไข้ปฏิบัติตามที่เราบอกแนะนำ ถ้าคนไข้ไม่ปฏิบัติตาม แล้วผลการรักษาออกมาไม่ดี ผลออกมาไม่สำเร็จ มันก็จะส่งผลต่อการเรียนจบของเราด้วย นักเรียนหมอฟันหลายคนจึงเครียดมากๆ แต่ก็ต้องใช้อดทนสูง
“เพราะว่าการที่จะบอกให้คนๆ หนึ่งปฏิบัติตามคำสั่งเรา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”  

 
7. ยังไงก็เรียนได้ ถ้าใจรักจริง
 

 
    ไม่ว่าจะเรียนหรืออยากเป็นอะไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องตอบตัวเองก็คือ “ใจเรารักในสิ่งนั้นจริงหรือเปล่า?” ก็จริงอยู่ที่ค่าตอบแทนหรือรายได้ของหมอฟันนั้นสูง แต่กว่าจะเป็นหมอฟันได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หน้าที่ของหมอก็คือ การรักษา ถ้าเราเอาแต่คิดหรือคาดหวังในสิ่งนี้ เราก็อาจจะไม่ได้มีความสุขในสายวิชาชีพนี้มากเท่าไหร่ จงอย่าคิดแค่ในเรื่องของรายได้ จนลืมไปว่า “พวกเขาคือคนไข้ ไม่ใช่ผู้ใช้บริการ”


 
     เป็นอย่างไรบ้างครับน้องๆ กว่าจะเป็นหมอฟันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าอยากจะรู้ว่าเรียนหมอฟัน แล้วมันจะ ‘fun’ จริงหรือเปล่า ก็ต้องลองมาเรียนดูนะครับ แต่ถ้าใครอยากจะ fun มากกว่านี้ ต้องห้ามพลาดทอล์คโชว์แนะแนวการศึกษา เจาะลึกเอนทรานซ์ 4.0 แบ่งเป็น 3 ตอน ใครอยากเรียนคณะทันตแพทย์ต้องไปดูตอน “ครบเครื่อง 4 คณะฮิตสายวิทย์สุขภาพ” น้องๆ จะได้รู้ลึก รู้จริง ในเรื่องของแนวทางของการสอบคณะนี้ให้ติด! พบกันเสาร์ที่ 6 พ.ค. ที่ไบเทค บางนา บัตรก็ราคาไม่แพงเลย เริ่มต้นที่ 250 บาทเท่านั้น หาซื้อได้ที่ 7-11 ทุกสาขา หรือใครสะดวกซื้อออนไลน์ ก็ คลิกที่นี่ ได้เลยครับ งานดีๆ แบบนี้ไม่ได้มีบ่อย เพื่อ #dek60 #dek61 #dek62 และผู้ปกครองโดยเฉพาะเลย แล้วมาเจอกันให้ได้นะครับ!
 
พี่วุฒิ
พี่วุฒิ - Columnist มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น